บทที่ 1122 รับการโจมตีเถอะ
ยากระสันซ่านหนึ่งในสามยาขึ้นชื่อของป๋ายเสี่ยวฉุนเคยสำแดงฤทธิ์เดชในการทดลองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แล้วก็ได้รับการพิสูจน์ให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมและความบ้าคลั่งน่าครั่นคร้ามมานานมากแล้ว หากไม่เป็นเพราะเหลืออยู่อีกไม่มาก
ป๋ายเสี่ยวฉุนย่อมต้องโยนออกไปกำใหญ่ ให้พวกอาจารย์หลอมยาเผ่าโอสถดำสารเลวพวกนี้ได้รู้ซะบ้างว่าอะไรที่เรียกว่ากลัวจนตัวสั่น อะไรที่เรียกว่าสิ้นหวัง
ยิ่งไม่ว่าจะเป็นในด้านขนาดของเม็ดยาหรือประสิทธิผลของยาป๋ายเสี่ยวฉุนก็ล้วนไม่ใช่สิ่งที่ขีดจำกัดทางร่างกายของคนจิ๋วเผ่าโอสถดำจะสามารถรองรับได้ด้วยแล้ว ดังนั้นแม้จำนวนจะไม่มากนัก แต่ฤทธิ์ยาก็ยังคงมากพออยู่ดี!
เมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนสะบัดปลายแขนเสื้อเป็นวงกว้าง ยากระสันซ่านเกือบสามส่วนในถุงเก็บของของเขาก็ถูกขว้างออกไป ตอนที่ยากระสันซ่านพวกนี้บินออกไปก็คือช่วงเวลาเดียวกันกับที่คนจิ๋วเผ่าโอสถดำใช้พละกำลังทั้งหมดมากำราบยาแยกทางเอาไว้ พวกเขามิอาจจินตนาการได้เลยว่าเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว ยาที่บินออกมาในเวลานี้ต่างหากถึงจะเป็นมหาหายนะสำหรับพวกเขาอย่างแท้จริง!
เสียงปังๆ ระเบิดขึ้นในเสี้ยววินาที ไม่เหมือนกับยาแยกทางและยิ่งแตกต่างไปจากยาอื่นๆ ก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ยากระสันซ่านระเบิดออกมันก็กลายมาเป็นหมอกควัน ในหมอกควันสีชมพูนี้มีความล่อลวงบางอย่างที่บอกไม่ถูก และเมื่อป๋ายเสี่ยวฉุนนำมาปรับปรุงอยู่หลายครั้ง ความเร็วในการแผ่ขยายของมันก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นน่าเหลือเชื่อจึงตลบอบอวลไปสี่ทิศในชั่วพริบตา
ต่อให้คนจิ๋วเผ่าโอสถดำจะมีปฏิกิริยาตอบสนองเร็วมากแค่ไหน หรือพอสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอันน่าอกสั่นขวัญผวาอย่างที่บอกไม่ถูกนั้นแล้วจะรีบทำมุทราทันที ทั้งยังขว้างยาที่หากไม่ช่วยบรรเทาก็ช่วยชักนำให้เกิดลมกระโชกออกมา พยายามจะสลายหมอกควันสีชมพูไปให้ได้
หรือไม่ก็พยายามสร้างพายุคลั่งหมายจะเป่าควันนี้ให้สสลายหายไป ทว่าหมอกควันของยากระสันซ่านกลับไม่ใช่ยาที่ลมธรรมดาสามัญจะพัดพาให้จางหายหรือดับสลายไปได้เลย!
ไม่ว่าคนจิ๋วเผ่าโอสถดำพวกนี้จะดิ้นรนอย่างไรก็ทำอะไรหมอกควันของยากระสันซ่านไม่ได้ ทุกอย่างนี้พูดแล้วช้า แต่ในความเป็นจริงกลับเกิดขึ้นในเวลาแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น เพราะแผล็บเดียวหมอกควันของยากระสันซ่านก็แผ่กระจายไปแปดทิศ และพอปกคลุมฟ้าดินไว้ได้แล้ว มันก็เผยความเผด็จการออกมาอย่างแจ่มชัดในนาทีนี้
ควันพิษ ผงยาและยาทั้งหมดที่คนเผ่าโอสถดำขว้างออกมาก่อนหน้านี้เหมือนชาวบ้านร้านตลาดที่พบเจอจักรพรรดิ เพียงชั่วพริบตาก็ถูกขับไล่ไปสิ้น ทั่วทั้งฟ้าดินจึงมีแต่สีชมพู!
ขณะเดียวกันเมื่อควันของยากระสันซ่านแผ่ออกไป คนจิ๋วของเผ่าโอสถดำที่อยู่รอบด้านซึ่งกำลังตะลึงพรึงเพริดก็ชักเท้าหมายจะถอยหนี แต่กลับช้าเกินไปแล้ว…พวกเขาโดนยากันไปไม่น้อย เพียงแค่สูดทีเดียวร่างก็สั่นเทิ้ม ลมหายใจถี่รัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดวงตาทั้งคู่ก็ยิ่งเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย แดงฉานน่ากลัว โดยเฉพาะความมีสติที่อยู่ในดวงตารวมไปถึงความดิ้นรนต่อต้าน ทุกอย่างล้วนสลายไปอย่างรวดเร็วอย่างที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“นี่มันยาอะไรกัน!”
“สวรรค์ ผิดปกติ ผิดปกติเอามากๆ ข้ารู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย ข้าเป็นอะไรไป!”
“อ๊าๆ ข้าเสียสติไปแล้ว ข้าควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ระเบิดแล้ว จะระเบิดแล้ว!”
พริบตานั้นเสียงฮือฮาที่แฝงไว้ด้วยความบ้าคลั่ง แฝงไว้ด้วยความเหลือเชื่อก็ทยอยกันดังออกมาจากปากของคนจิ๋วเผ่าโอสถดำ โดยเฉพาะเวลานี้ไอหมอกพวกนั้นยังคงแผ่กระจายออกไป คนเผ่าโอสถดำจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงพากันร้องคำรามราวกับคลุ้มคลั่ง
เวลานี้สติสัมปชัญญะของพวกเขาหายเกลี้ยง ไอร้อนทั่วร่างยังคงแผ่กระจายไม่หยุดยั้ง ลมหายใจหอบรัวถี่หนัก และยังมีกล้ามเนื้อบางส่วนที่เห็นได้ชัดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวพวกเขาเอง ทำให้พวกเขาดูเหมือนกลายร่าง แต่ละคนที่ร้องคำรามพากันกระโจนเข้าใส่คนร่วมเผ่าพันธ์ที่อยู่รอบด้าน
หากคนที่ถูกกระโจนใส่คือคนที่โดนหมอกยากระสันซ่านเช่นกันก็พอจะดีหน่อย อย่างน้อยก็ไม่เจ็บปวด…ทว่าคนจิ๋วเผ่าโอสถดำที่อยู่ตรงนั้นมีมากเกินไป คนที่โดนยากระสันซ่านมีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้…ก็หมายความว่าคนที่พวกคนจิ๋วซึ่งมีความต้องการรัญจวนส่วนใหญ่กระโจนใส่ ล้วนเป็นคนที่ยังมีสติดี…
ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด เสียงคำรามแหบแห้งคลุ้มคลั่ง และยังมีเสียงร้องอุทานด้วยความตะลึงพรึงเพริดและหวาดกลัวก็พลันดังกระหึ่มไปทั่วฟ้าดิน!
“เจ้าทำอะไร โอ้ย เจ้าๆๆ …”
“อย่านะ อย่าทำแบบนี้ คุณพระช่วย เจ้าทำแบบนี้ได้อย่างไร!!”
“สมควรตายนัก พวกเจ้าห้าคนมาพร้อมกันเลยรึ…ถอยไป พวกเจ้าถอยไป…ข้าผิดไปแล้ว…”
แผ่นดินทั้งผืนอลหม่านโกลาหล ระดับความวุ่นวายนี้มิอาจใช้คำพูดมาบรรยายได้เลย ถึงขั้นที่ว่าเพียงแค่มองไปปราดเดียวก็ทำให้คนมองปากอ้าตาค้างไปด้วยความกังขาในวิถีชีวิตคน
ยิ่งเมื่อยากระสันซ่านออกฤทธิ์ คนจิ๋วเผ่าโอสถดำที่ก่อนหน้านี้พอจะข่มกลั้นฤทธิ์ของยาแยกทางเอาไว้ได้บ้าง มาตอนนี้ก็มิอาจอดทนได้ไหวอีกต่อไป หลังจากที่ผสมปนเปเข้ากับยากระสันซ่าน มันก็ไม่ได้ช่วยให้ฤทธิ์ยาคลายลง กลับยิ่งทำให้คนมีสติแจ่มชัดในบางครั้ง แต่บางครั้งก็วิปลาส คล้ายน้ำแข็งกับไฟที่สลับกันไปมา มากพอจะทำให้ปณิธานที่แข็งแกร่งพังครืนลงได้
หากเป็นเพียงเท่านี้ก็ยังพอว่า ทว่าพออานุภาพของยาทับซ้อนเข้าด้วยกันก็พลันสำแดงออกมาอย่างเต็มฤทธิ์เดช ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิผลของยาขนงอก หรือชำระกายให้กลายเป็นปฏิกูลก็ล้วนไหลบ่าออกมาอีกครั้ง ทำให้พื้นดินที่แต่เดิมก็วุ่นวายอลหม่านมากพออยู่แล้วยิ่งหนักข้อขึ้นไปอีก แทบไม่ต่างอะไรไปจากการราดน้ำมันลงบนกองไฟ เสียงคร่ำครวญ เสียงสบถด่า เสียงร้องโหยหวน เสียงแห่งการดิ้นรนอย่างสิ้นหวังดังเป็นลูกคลื่นขึ้นๆ ลงๆ เอ็ดอึงไปทั้งฟ้าดิน
ทอดสายตามองไป คนจิ๋วเผ่าโอสถดำจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่บนพื้นดิน นอกจากพวกที่อยู่รอบนอกซึ่งไม่ได้รับผลกระทบแล้ว ทุกคนที่อยู่ตรงใจกลางล้วนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
พอภาพทั้งหมดนี้ปรากฏอยู่ในสายตาของคนจิ๋วเผ่าดำที่ยังมีสติก็เป็นราวกับนรกบนพื้นดิน พวกเขาตัวสั่น สูดหายใจเฮือกๆ ติดต่อกัน ตอนที่หันไปมองป๋ายเสี่ยวฉุนก็มีทั้งความตะลึงลานและความเจ็บแค้น
“เจ้ากระถาง เจ้ารนหาที่ตาย!!”
“เจ้าบังอาจมาประลองโอสถกับพวกเรา เจ้ากระถาง เจ้าตายแน่ เจ้าแพ้แน่!!”
“แม้ว่ายาประเภทนี้จะน่ากลัว แต่พวกเรากลับถอนพิษได้!!”
แม้ว่าคนจิ๋วเผ่าโอสถดำที่ยังมีสติดีอยู่จะใจสั่น ทว่าความภาคภูมิใจของพวกเขา ความเชื่อมั่นในตัวเองของพวกเขากลับไม่อนุญาตให้พวกเขายอมแพ้ ต่อให้ทุกคนที่มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้จะมาจากหลายชนเผ่า แต่ตอนนี้พวกเขากลับเกิดความสามัคคีปรองดองกันอย่างที่หาได้ยาก แต่ละคนรีบหยิบยาถอนพิษที่เก็บไว้เป็นอย่างดีออกมา พยายามจะลบเลือนความน่ากลัวของยากระสันซ่านไปให้ได้
และพวกเขาก็มีความสามารถกันจริงๆ เพราะเมื่อยาถอนพิษแพร่กระจาย เมื่อยาจำนวนนับไม่ถ้วนถูกโยนออกไป หมอกควันของยากระสันซ่านก็เบาบางลง ฤทธิ์ยาก็ถูกกำราบไปเกินครึ่ง
ขณะเดียวกันพวกคนตัวเล็กเผ่าโอสถดำที่เป็นบ้าเพราะยากระสันซ่านก็พอจะมีสติกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย และพอตระหนักได้ว่าตัวเองทำเรื่องอะไรลงไป เสียงกรีดร้อง เสียงคำรามคลั่งแค้นของพวกเขาก็ถึงกับทำให้พื้นที่แถบนั้นเปลี่ยนสีไปทันที
ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในการคาดการณ์ของป๋ายเสี่ยวฉุน เขาที่ยืนอยู่กลางอากาศมองภาพนี้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ในใจก็ยิ่งบังเกิดความเดียวดาย เพียงสะบัดปลายแขนเสื้อหนึ่งครั้ง หยิบยากำใหญ่โยนออกมา!
“เผ่าโอสถดำ ยาของข้าผู้เป็นบรรพบุรุษจะมีแค่นี้ได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็บอกพวกเจ้าไปแล้วว่า หากข้าโมโหขึ้นมา แม้แต่ข้ายังกลัวตัวเอง!”
“คอยรับการโจมตีของข้าเถอะ ยาหลอนประสาท!!” ป๋ายเสี่ยวฉุนคำรามดังลั่นด้วยความลำพองใจ ครั้นจึงขว้างยาชนิดสุดท้ายในมือออกไปอย่างแรง!
เมื่อยาหลอนประสาทปรากฏตัว ฟ้าสนั่นดินสะเทือน แม้ว่ายานี้จะมีชื่อเสียงไม่มากเท่ายากระสันซ่าน แต่หากว่ากันในบางระดับแล้ว มันต่างหากถึงจะเป็นยาประหลาดอันดับหนึ่งในมือของป๋ายเสี่ยวฉุน!
หากจะบอกว่ายากระสันซ่านก่อให้เกิดลมคาวฝนเลือดขึ้นมากมายเหลือคณนา ถ้าเช่นนั้นยาหลอนประสาทก็แฝงเร้นไว้ด้วยจุดสูงสุดแห่งความบ้าคลั่งของทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อยานี้ปรากฎ ควันก็แผ่กระจายไปทั่วจนแทบจะไม่มีใครที่ไม่โดนมัน เพียงแค่ชั่วพริบตาก็คลุมไปสี่ด้านแปดทิศ แถมป๋ายเสี่ยวฉุนยังรำคาญว่าการแผ่ขยายนี้ช้าเกินไป เขาจึงระเบิดตบะเทียนจุน ก่อให้เกิดพายุหมุนคว้างไปแปดทิศ เป็นเหตุให้หมอกควันของยาหลอนประสาทอบอวลไปทั่วอาณาเขตเกินครึ่งของโลกใบนี้!
มหันตภัยร้ายจึง…เยื้องกรายมาถึง!
เดิมทีคนของเผ่าโอสถดำที่ยังพอมีสติได้ใช้ยาปริมาณมหาศาลมาคลี่คลายความบ้าคลั่งของคนในเผ่า
ทว่าบัดนี้…เมื่อควันของยาหลอนประสาทแผ่ลามออกไป ไม่ว่าจะเป็นคนที่คลุ้มคลั่งอยู่แล้ว หรือคนที่เคยมีสติแจ่มชัดกลับต้องตัวสั่นสะท้านกันทุกคน…
หลังจากอาการสั่นเทิ้ม หลังจากสูดลมหายใจดังเฮือก ดวงตาของพวกเขาก็พลันเผยความเลื่อนลอย และภายใต้ความเลื่อนลอยนี้…คนจิ๋วเผ่าโอสถดำคนแล้วคนเล่าก็บังเกิดภาพหลอนมากมายจนนับไม่ถ้วน
“รีบโยนข้าออกไป ข้าคือยา ฮ่าๆ ข้าคือยาเทพอันดับหนึ่งในใต้หล้า!”
คนจิ๋วเผ่าโอสถดำคนหนึ่งม้วนตัวเป็นลูกกลมๆ แล้วขว้างตัวเองออกไปเบื้องหน้าอย่างแรง พอร่วงลงพื้นเขาก็กางแขนทั้งสองออกกว้าง ปากก็ร้องเสียงประหลาดคล้ายเห็นตัวเองเป็นยาเข้าจริงๆ
และยังมีบางคนที่ชี้ไม้ชี้มือใส่หินก้อนใหญ่ บางครั้งยังเอาหัวพุ่งโหม่ง…
บางคนจับกลุ่มกันสามคนห้าคน มือประสานมือแล้วพากันร้องเพลง
บ้ากันไปทั้งหมด…คนจิ๋วเผ่าโอสถดำแทบทั้งหมดเป็นบ้ากันไปแล้ว ภายใต้ยาหลอนประสาทนี้ พวกเขาหมดสิ้นซึ่งสติประคองตัว เมื่อไม่สามารถกำราบฤทธิ์ยาที่ทับซ้อน ร่างของพวกเขาจึงเริ่มมีขนจำนวนมากงอกออกมา ก้นของพวกเขาปล่อยลมเหม็นโฉ่ และฤทธิ์ของยากระสันซ่านก็สำแดงเดชอีกครั้ง พาให้ภาพเหตุการณ์พิลึกลั่นที่ต่อให้ทวยเทพมาเห็นก็ยังต้องมองเซ่อ…เปิดฉากแสดงอย่างตระการตาอยู่บนพื้นแผ่นดิน