I shall seal the heaven Chapter 1030

0 Comments

ตอนที่ 1030

ซูเยียน

เป็นความจริงที่หินปราณเซียนนั้นเป็นสิ่งของอันล้ำค่า และเมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้มีมากมายอย่างไร้จุดสิ้นสุด เขามีเพียงแค่…หนึ่งล้านก้อนเท่านั้น

ในทันทีที่หญิงสาวในรูปแบบของตัวด้วงได้พ่นกลุ่มควัน และถอยไปทางด้านหลังเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้ามาใกล้ของกลุ่มตัวด้วง เมิ่งฮ่าวก็หัวเราะอย่างเย็นชา ขณะที่เขาลอยตัวอยู่กลางอากาศ ก็ได้โบกสะบัดมือขวาออกไป ทำให้หินปราณเซียนอีกสองก้อน ลอยตรงไปยังทิศทางของหญิงสาวนางนั้น ตัดเส้นทางการหลบหนีของนางไป ในทันทีที่หินปราณเซียนปรากฏขึ้น กลุ่มด้วงสีดำก็เริ่มคลุ้มคลั่งขึ้นในทันใด

ตัวด้วงสีดำจำนวนมากได้บินขึ้นไปในอากาศ อย่างน้อยก็สี่หมื่นถึงห้าหมื่นตัว พวกมันเต็มอยู่ในท้องฟ้าและปกคลุมไปทั่วทั้งดินแดนแห่งนี้ ขณะที่พุ่งตรงไปยังหญิงสาวนางนั้น

ดวงตานางเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้เห็นตัวด้วงที่คลุ้มคลั่งเป็นจำนวนมาก ในตอนนี้นางมีความเชื่อว่าของอันล้ำค่านั้นต้องเป็นสิ่งที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นนางจึงกัดฟันแน่นล่าถอยไปทางด้านหลังอีกครั้ง พยายามที่จะหลบเลี่ยงกลุ่มด้วงสีดำออกไป นางยังได้ใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลหลบหนีจากไปอีกด้วย

“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะมีของสิ่งนั้นอยู่เป็นจำนวนมาก!”

นางครุ่นคิดกับตนเอง สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ถึงแม้ว่านางจะเริ่มหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา แต่ก็ค่อนข้างจะตกใจต่อก้อนหินสีดำนั้นอย่างแท้จริง

จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็เริ่มโยนหินปราณเซียนออกไปอีก ในครั้งนี้เขาโยนออกไปห้าก้อน ขณะที่พวกมันตกลงไปบนพื้น ร่างของหญิงสาวก็แวบขึ้นเมื่อนางพยายามจะหลบหนีจากไป

พื้นดินสั่นสะเทือนขณะที่กลุ่มด้วงสีดำจำนวนมาก ได้บินขึ้นมาจากทั่วทุกทิศทาง และจากนั้นก็พุ่งตรงไปยังตำแหน่งของหญิงสาวนางนั้น

ถึงแม้ว่าจิตใจนางกำลังเต้นรัว แต่หญิงสาวก็มองไปยังเมิ่งฮ่าว พร้อมกับรอยยิ้มอันเย็นชาที่บิดขึ้นมาบนริมฝีปากของนาง

“เจ้าต้องมีอยู่ไม่มากอย่างแน่นอน!”

เมิ่งฮ่าวโยนหินปราณเซียนออกไปอีกสิบก้อน ทำให้หญิงสาวต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายขึ้นในทันที แต่นางก็ยังเชื่อว่าเมิ่งฮ่าวคงมีก้อนหินเหล่านี้เหลืออยู่ไม่มากแล้ว

“แค่รอจนกระทั่งของสิ่งนั้นของเจ้าหมดไป ด้วยการมีตัวด้วงอยู่รอบๆ นี้ทั้งหมด เจ้าก็ต้องพบกับชะตากรรมอันน่าสลดใจ!” หญิงสาวกัดฟันแน่น ยังคงเฝ้าบอกกับตัวเองว่า ให้พยายามอดทนอีกต่อไป ในที่สุดนางก็จะเป็นผู้ชนะ นอกจากนั้นนางสามารถจะปกปิดกลิ่นอายของตัวเองจากกลุ่มตัวด้วงได้ ในขณะที่เมิ่งฮ่าวไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้

เนื่องจากเช่นนั้น นางจึงมีความมั่นใจว่า สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้ก็คือ อดทนต่อความปั่นป่วนวุ่นวายซึ่งมีสาเหตุมาจากหินปราณเซียนต่อไป และนางก็จะเป็นผู้ชนะในที่สุด

“มันกำลังจะหมดไปในไม่ช้า! มันต้องมีเหลืออยู่ไม่ถึงสิบกว่าก้อนอย่างแน่นอน!” นางกัดฟันแน่น ถูกบังคับให้ต้องหลบเลี่ยงกลุ่มด้วงที่กำลังบ้าคลั่งอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากมีตัวด้วงอยู่เป็นจำนวนมากในบริเวณนั้น ในที่สุดนางก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ในกลางอากาศ พื้นที่รอบๆ ตัวเขาปราศจากกลุ่มด้วงสีดำโดยสิ้นเชิง มองลงไปยังกลุ่มด้วงที่มีจำนวนมากมายอย่างน่าตกใจที่ด้านล่าง และหญิงสาวที่กำลังใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยอยู่ จากนั้นก็โบกสะบัดมือ ทำให้หินปราณเซียนอีกห้าก้อนลอยออกไป จากนั้นก็อีกห้าก้อน และอีกห้าก้อน…

 

ภายในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น เมิ่งฮ่าวก็โยนหินปราณเซียนออกไปมากกว่าสี่สิบก้อน แต่ละก้อนทำให้เกิดเป็นความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ในท่ามกลางกลุ่มด้วงสีดำ และทำให้สีหน้าของหญิงสาวต้องสลดลงไปมากขึ้นกว่าเดิม

“เป็นไปไม่ได้! มันยังมีอีกได้อย่างไรกัน!?”

หญิงสาวหลบเลี่ยงจากกลุ่มด้วงด้วยความกระวนกระวายใจ หินปราณเซียนคล้ายกับเป็นอาวุธ พุ่งตรงไปยังพื้นดินรอบๆ ตัวนาง อันที่จริงนางคิดว่าจะลองหยิบพวกมันขึ้นมา และใส่เข้าไปในถุงสมบัติ แต่ด้วยท่าทางที่บ้าคลั่งของกลุ่มด้วงสีดำ ทำให้นางต้องลังเล นางกังวลว่าถ้าหยิบขึ้นมาหนึ่งก้อน กลุ่มตัวด้วงก็อาจจะฉีกกระชากนางออกเป็นชิ้นๆ ไป

สิ่งที่นางสามารถจะทำได้ในตอนนี้ก็คือหลบเลี่ยงไปมา สำหรับเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขาโยนหินปราณเซียนออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถจะควบคุมกลุ่มด้วงสีดำไว้ได้ บังคับให้พวกมันต้องไล่ติดตามหญิงสาวนางนั้นไปด้วยความตั้งใจอันน่ากลัว

“บัดซบ! บัดซบ!!” นางคิดด้วยความหวาดกลัว เริ่มรู้สึกเสียใจที่ผลีผลามขับไล่เมิ่งฮ่าวจากไป ถ้าคนทั้งสองร่วมมือกัน นางคงไม่ตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้

เวลาผ่านไป…หินปราณเซียนอีกสิบก้อน, ยี่สิบก้อน, สามสิบก้อน, สี่สิบก้อน…โลหิตไหลซึมออกมาจากปากของหญิงสาว ขณะที่นางหลบเลี่ยงกลุ่มด้วงสีดำอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้นางกำลังจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยโทสะ ขณะที่เขาทำการโยนหินปราณเซียนใส่นางอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าเขาจะมีหินปราณเซียนอย่างไร้ขีดจำกัด จนถึงจุดที่ทำให้ความเชื่อมั่นของนางเริ่มสั่นคลอน

“มันมีก้อนหินเหล่านั้นมากมายเท่าใดกันแน่!?!?”

ขณะที่นางมองไปยังหินปราณเซียนที่ดูเหมือนว่าจะถูกโยนลงมายังนางด้วยจำนวนมากมายอย่างไร้จุดสิ้นสุด หนังศีรษะนางค่อยๆ เริ่มด้านชา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสถานที่ที่จะใช้เคลื่อนย้ายทางไกลเริ่มเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ ในที่สุดดวงตานางก็เริ่มเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อและประหลาดใจ

“เป็นไปไม่ได้!!!” นางร้องออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง แทบไม่กล้าจะเชื่อในสิ่งที่กำลังมองเห็น นั่นคือหินปราณเซียนสามร้อยก้อน กำลังลอยผ่านอากาศตรงมายังนางราวกับเป็นลูกธนู

“ข้ามีหินลมปราณเหล่านี้อยู่มากมาย!”

เมิ่งฮ่าวร้องตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง ภายในใจเขาค่อนข้างจะภาคภูมิใจ ที่ตนเองช่างร่ำรวยเป็นอย่างยิ่ง จนสามารถจะใช้หินปราณเซียนโจมตีไปยังฝ่ายตรงข้ามได้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่อยู่เหนือผู้อื่นเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าจะหุนหันพลันแล่นไปบ้าง ในการโยนหินปราณเซียนออกไปมากกว่าสามร้อยก้อน ในตอนนี้หินปราณเซียนที่พุ่งตรงไปยังหญิงสาวกำลังกระจายเต็มอยู่ในท้องฟ้า ทำให้พื้นดินต้องสั่นสะเทือน ขณะที่กลุ่มด้วงสีดำนับไม่ถ้วนได้บินขึ้นมา บางตัวก็เทียบเท่ากับอาณาจักรเซียนหรืออาณาจักรโบราณ เกิดเป็นระลอกคลื่นอันน่ากลัว กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ขณะที่ด้วงดำมากกว่าหนึ่งแสนตัวเต็มอยู่ในท้องฟ้า!!

หญิงสาวหวาดกลัวและตกใจ ไม่เคยคาดคิดว่าสิ่งของเช่นนี้จะไปกระตุ้นให้ตัวด้วงตาปีศาจต้องคลุ้มคลั่งขึ้นมาได้ และคาดไม่ถึงว่าเมิ่งฮ่าว…จะมีอยู่อย่างมากมาย!!

หินปราณเซียนนับร้อยลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ ทำให้กลุ่มด้วงสีดำนับแสนตัวตกอยู่ในความบ้าคลั่งโดยสิ้นเชิง ส่งเสียงแผดร้องพร้อมกับดวงตาที่แดงเจิดจ้า พวกมันยังได้ต่อสู้กันเองอีกด้วย ขณะที่พุ่งตรงไปยังหญิงสาว ซึ่งในตอนนี้คงจะมั่นใจได้ว่านางกำลังจะถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ โดยการโจมตีอันน่าตกใจนี้

แต่นางก็กัดฟันแน่น และดวงตาก็สาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่กลุ่มด้วงสีดำพุ่งลงมายังนาง ทันใดนั้นร่างกายนางก็ถูกปกคลุมไว้ด้วยกลุ่มหมอก

ในชั่วพริบตานางก็กลายร่างจากตัวด้วงสีดำเป็นผู้ฝึกตน จากนั้นก็โบกสะบัดมือตรงไปยังพื้นดินที่อยู่ด้านล่าง ทำการโจมตีไปอย่างรุนแรง

ยากที่จะบอกได้ว่านางใช้ความสามารถศักดิ์สิทธิ์อะไรโจมตีไป แต่ก็ทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านล่างตัวนาง

เป็นต้นไม้ที่เป็นรูปกรวยและมีความสูงหนึ่งพันจ้าง โดยมีส่วนยอดอยู่ตรงด้านล่าง ขณะที่นางตวัดฝ่ามือลง ต้นไม้ก็เริ่มตกลงไป ในชั่วพริบตา มันก็กระแทกลงไปบนพื้นดินที่อยู่ด้านล่างคล้ายกับเป็นตะปูยักษ์ เจาะผ่านลงไปในพื้นดิน

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องขึ้น เมื่อต้นไม้ที่คล้ายตะปูยักษ์จมลงไปในพื้นดิน

ต่อมาเสียงแผดร้องก็ได้ยินออกมาจากพื้นดินที่ด้านล่าง ขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะพังทลายลงไป ต้นสมุนไพรนับไม่ถ้วนถูกทำลายไป เมื่อเสียงแผดร้องนั้นดังก้องออกมา ทุกสรรพสิ่งในเศษซากเซียนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นสั่นสะเทือนขึ้น

หนังศีรษะเมิ่งฮ่าวด้านชา ขณะที่มองเห็นพื้นดินที่ด้านล่างกลายเป็นตัวด้วงสีดำขนาดใหญ่ยักษ์ เห็นได้ชัดว่าต้นไม้ที่คล้ายตะปูนั้นได้แทงตรงเข้าไปในร่างของมัน ทำให้มันต้องส่งเสียงแผดร้องจนเสียดแทงแก้วหูออกมา

โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เมิ่งฮ่าวบินสูงขึ้นไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สำหรับกลุ่มด้วงสีดำนับแสนตัว เสียงแผดร้องนั้นดูเหมือนจะทำให้พวกมันรู้สึกตัว พวกมันทั้งหมดหมุนตัว ไม่สนใจหญิงสาวและพุ่งตรงไปยังต้นไม้ที่คล้ายตะปูต้นนั้น

หญิงสาวในชุดสีชมพูมีใบหน้าที่ซีดขาว และกำลังหอบหายใจออกมา ขณะที่ตัดสินใจทำเหมือนกับเมิ่งฮ่าว คือบินจากไป

สองลำแสงพุ่งออกไปยังที่ห่างไกล ขณะที่เสียงแผดร้องด้วยโทสะดังก้องออกมา เสียงแผดร้องนั้นมีความเข้มข้นจนแทงทะลุเข้าไปในหูของเมิ่งฮ่าว ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก และพื้นฐานฝึกตนก็เริ่มสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เขาต้องควบคุมมันให้คงที่ขึ้น

หญิงสาวโซเซไปมาอยู่เล็กน้อย โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ขณะที่มองย้อนกลับไปยังดินแดนต้นสมุนไพรและพึมพำบางอย่างออกมา

สิ่งที่นางพึมพำออกมานั้น เมิ่งฮ่าวไม่ได้ยิน

จิตใจเขากำลังเต้นรัวขณะที่รีบพุ่งออกไป หญิงสาวรู้ตัวดีว่านางได้ทำให้เกิดเป็นหายนะขึ้นมา ดังนั้นจึงพุ่งจากไปด้วยเช่นกันพร้อมกับใบหน้าที่ซีดขาว

เมื่อเสียงแผดร้องนั้นดังก้องออกมา ก็ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นนับไม่ถ้วนกระจายออกไป พื้นดินสั่นสะเทือน และเสียงแตกร้าวก็ได้ยินมา รอยแตกขนาดใหญ่กระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง แต่ละรอยแตกเหล่านั้นมีความกว้างนับร้อยจ้าง เต็มไปด้วยแสงอันเจิดจ้าที่ลี้ลับ

ยังมีกลุ่มควันได้พุ่งขึ้นมาจากรอยแตกเหล่านั้นอีกด้วย รวมทั้งความเย็นที่กระจายออกไปทั่วทั้งพื้นดิน

ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงหึ่งๆ ก็ได้ยินมา และเริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่ในตอนนี้ ภายในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ กลุ่มด้วงสีดำนับไม่ถ้วนก็บินออกมาจากภายในรอยแตกเหล่านั้น เปลี่ยนให้กองทัพตัวด้วงหนึ่งแสนตัว กลายเป็นกองกำลังตัวด้วงหลายแสนตัว

ดูเหมือนว่าพวกมันจะบดบังไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่ด้านบน ส่งเสียงแผดร้องบินขึ้นไป กลายเป็นทะเลแห่งตัวด้วง ที่ดูคล้ายกับเป็นหัตถ์ยักษ์สีดำ พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวและหญิงสาวนางนั้น

เท่าที่เห็น…กลุ่มด้วงเหล่านี้จะไม่หยุดจนกว่าคนทั้งสองจะตายไป

เมื่อเมิ่งฮ่าวมองเห็นกลุ่มด้วงสีดำจำนวนมากบินออกมาจากรอยแตกเหล่านั้น หนังศีรษะของเขาก็ต้องด้านชาขึ้น

“นี่เป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด ข้าก็แค่เก็บเกี่ยวต้นสมุนไพรไปเล็กน้อยเท่านั้น! แต่เจ้ากลับเห็นแก่ตัวต้องการทั้งหมด! ถ้าไม่ใช่เจ้า พวกมันคงไม่ไล่ล่าพวกเราอยู่ในตอนนี้!” เมิ่งฮ่าวร้องตะโกนขึ้นด้วยโทสะ

“ข้าต้องการเช่นนี้ เจ้าจะทำอย่างไร? ข้าต้องการให้ด้วงตาปีศาจไล่ตามข้ามา ถ้าเจ้ามีปัญหากับเรื่องนี้ ก็ให้ไปบอกพวกมัน!” นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่แดกดันอยู่เล็กน้อย

เมิ่งฮ่าวมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่เขาคิดหญิงสาวนางนี้กำลังไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง เขาแค่เสียงอย่างเย็นชาขณะที่แสงสีทองได้สาดประกายขึ้นอยู่รอบๆ ตัว ชีพจรเซียนระเบิดเป็นพลังขึ้นมาพร้อมกันทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุด กระจายพลังเซียนออกมาอย่างเต็มกำลัง ขณะที่เขากลายเป็นวิหคยักษ์สีทอง กระพือปีกไปมาเร่งความเร็วขึ้น พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

หญิงสาวนางนั้นก็ใช้วิชาบางอย่างออกมาด้วยเช่นกัน ทำให้ร่างกายของนางเลือนลางลงขณะที่มีความรวดเร็วเพิ่มมากขึ้น

คนทั้งสองแหวกฝ่าอากาศจนเป็นเสียงแหลมเล็ก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่บนดินแดนต้นสมุนไพรอีกต่อไปแล้วก็ตามที แต่กลุ่มด้วงสีดำก็ยังคงไล่ล่าติดตามมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่เพียงแต่กลุ่มตัวด้วงจะไม่ลดความเร็วลงเท่านั้น แต่พวกมันยิ่งมารวมตัวกันมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ทะเลแห่งตัวด้วงเช่นนี้ คลื่นของสัตว์อสูรเช่นนี้ เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ฝึกตนใดๆ ก็ตามที่มองเห็นพวกมัน จะต้องตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เมิ่งฮ่าวและหญิงสาวเยาว์วัยพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่ากลุ่มด้วงสีดำจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาจากไปได้ ยังคงไล่ล่าต่อไปอย่างไม่ลดละ เสียงแผดร้องของพวกมันดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทาง

เมิ่งฮ่าวกัดฟันแน่น และทำการเปลี่ยนทิศทาง เมื่อเกิดขึ้นเช่นนี้ ทะเลแห่งตัวด้วงก็แยกออกจากกัน กลุ่มหนึ่งไล่ติดตามเขามา และอีกกลุ่มก็ติดตามหญิงสาวในชุดสีชมพูไป

อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่เมิ่งฮ่าวเปลี่ยนทิศทาง ดวงตาของหญิงสาวเยาว์วัยก็แวบขึ้น ร่างกายนางดูเลือนรางลงไปมากขึ้นกว่าเดิม จนดูแทบจะโปร่งใสไป ทันใดนั้นกลุ่มด้วงที่อยู่ด้านหลังนาง ดูเหมือนจะไม่พบเห็นร่องรอยกลิ่นอายของนาง ดังนั้นจึงได้เปลี่ยนทิศทาง และส่งเสียงหึ่งๆ ฝ่าอากาศพุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“เทียบกับข้าแล้ว เจ้ายังอ่อนหัดนัก! นับตั้งแต่ข้า, ซูเยียน ได้สติตื่นขึ้นมาบนขุนเขาที่แปด ก็ไม่เคยมีใครเอาชนะข้าได้มาก่อน! เมื่อข้าเข้ามายังขุนเขาที่เก้าแห่งนี้ ก็ไม่มีใครจะทำให้ข้าต้องพ่ายแพ้ได้!” นางมีท่าทางพึงพอใจกับตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่กลุ่มด้วงสีดำนับแสนไล่ติดตามเมิ่งฮ่าวไป ดวงตานางสาดประกายขึ้น ตัดสินใจไม่ยอมหลบหนีจากไป แต่เลือกที่จะติดตามไปแทน

“เมื่อไหร่ที่มันใกล้จะพ่ายแพ้ไป ถ้าข้ายื่นมือไปช่วยมันสักเล็กน้อย มันก็จะต้องส่งมอบต้นสมุนไพรที่เก็บเกี่ยวได้ก่อนหน้านี้ให้กับข้าอย่างแน่นอน เพื่อช่วยชีวิตของตนเอง รวมทั้งหินสีดำเหล่านั้นด้วย ข้าจะต้องรีดไถมาจากมันให้หมด!” ซูเยียนยิ้มขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แจ่มใส จริงๆ แล้วนางมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อนางยิ้มออกมาก็ยิ่งขับเน้นให้ดูงดงามขึ้นไปอีก แต่ก็มีความฉลาดเจ้าเล่ห์อยู่เล็กน้อยบนใบหน้านางด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตรงลักยิ้มอันสวยงามที่อยู่ข้างแก้มของนาง ทำให้ยิ่งดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปกว่าเดิม

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: