Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1031

I shall seal the heaven Chapter 1031

ตอนที่ 1031

พยายามควบคุมกลุ่มด้วงสีดำ

ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งตัวออกไป ก็มองเห็นร่างของซูเยียนโปร่งใสขึ้น กลุ่มด้วงสีดำไม่สนใจนางและเริ่มหันเหความสนใจมาที่เขา

ซูเยียนไม่ได้หายตัวไปโดยสิ้นเชิง ยังคงมองเห็นเค้าโครงร่างของนางได้อย่างเลือนราง นางไม่ได้ฉวยโอกาสนี้หลบหนีจากไป แต่กลับติดตามทะเลแห่งตัวด้วงไปพร้อมรอยยิ้ม สีหน้าของนางเป็นอะไรที่เมิ่งฮ่าวรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี

“หากำไรจากความโชคร้ายของข้า!” จิตใจเมิ่งฮ่าวเริ่มขุ่นมัวด้วยความเกลียดชัง นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่เขาชื่นชอบกระทำเป็นอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้เหตุการณ์กลับพลิกตาลปัตร กลายเป็นว่าตอนนี้เขาตกอยู่ในแผนการของคนอื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจจะยอมรับได้

“หญิงสาวนางนี้กำลังเฝ้ารอให้ข้าเหน็ดเหนื่อยจากการถูกไล่ล่า จากนั้นนางก็จะข่มขู่กรรโชกสิ่งของไปจากข้า! นางต้องเล็งมาที่หินปราณเซียนของข้าอย่างแน่นอน!” เมื่อตระหนักได้เช่นนี้ เขาก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา

“หินปราณเซียนมีค่าเหมือนกับหินลมปราณ!”

เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับกัดฟันแน่น การที่มีใครบางคนมาปล้นชิงเงินทองของเขา ก็เท่ากับมีเป้าหมายจะเอาชีวิตของเขาไป และทันใดนั้นดวงตาของเมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นสีแดงก่ำไปในทันที

ขณะที่เขาหลบหนีจากไป ทะเลแห่งตัวด้วงนับแสน ก็ส่งเสียงแหลมเล็กแหวกฝ่าอากาศมาทางด้านหลังของเขา เท่าที่เห็นพวกมันยอมตายดีกว่าที่จะยอมแพ้ ถ้าเขาช้าลงไปกว่านี้แม้แต่น้อยนิด พวกมันก็จะฉีกกระชากเขาออกเป็นชิ้นๆ และกลืนกินลงไปอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มด้วงสีดำที่เทียบเท่ากับอาณาจักรเซียนหรือสูงไปกว่านั้น พวกมันมีความรวดเร็วและทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา ที่ยิ่งน่ามีโทสะมากไปกว่านั้นก็คือกลุ่มด้วงสีดำที่อยู่ในอาณาจักรโบราณ

“เจ้าต้องการหากำไรจากความโชคร้ายของข้า หือ…? พวกเรามารอดูกันว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นผู้ชนะกันแน่!” พร้อมกับดวงตาที่สาดประกายด้วยความเย็นชา เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นมา ภายในมือเป็นหินปราณเซียน

ในทันทีที่หินก้อนนั้นปรากฏขึ้น กลุ่มด้วงสีดำที่อยู่ด้านหลังก็ส่งเสียงแผดร้องพุ่งตรงมา มีความรวดเร็วเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

แสงแปลกๆ เริ่มสาดประกายอยู่ในดวงตาเมิ่งฮ่าว ขณะที่เขายกมือซ้ายขึ้นมาร่ายเวท อย่างช้าๆ สัญลักษณ์เวทได้ปรากฏขึ้น และเริ่มหมุนวนเป็นวงกลมอยู่รอบๆ มือซ้ายของเขา ในที่สุดสัญลักษณ์เวทเหล่านั้นก็ผนึกหินปราณเซียนไว้โดยสิ้นเชิง

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หินปราณเซียนสาดประกายด้วยแสงที่แปลกๆ ออกมา

ซูเยียนยังคงติดตามอยู่ที่ด้านหลังของทะเลแห่งตัวด้วง เมื่อนางมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ก็ต้องอ้าปากค้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ภายในใจนางเริ่มระมัดระวังตัวขึ้น และบินตามไปด้วยความเร็วที่ลดลงเล็กน้อย

นางมีความเห็นว่าหินปราณเซียนนี้เป็นสิ่งที่แปลกประหลาดมานานแล้ว และเมื่อนางไม่รู้ว่าเมิ่งฮ่าวกำลังทำอะไรอยู่ ก็ทำให้นางต้องระวังตัวขึ้นมาในทันที

ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ แสงอันลี้ลับก็เริ่มสาดประกายออกมาจากมือซ้ายของเมิ่งฮ่าว ในเวลาเดียวกันนั้น หินปราณเซียนก็เริ่มสั่นไปมา และสัญลักษณ์เวทที่อยู่บนพื้นผิวของมันก็ส่องแสงระยิบระยับออกมา

“ผนึกอสูร เวทรุ่นหก!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า จากนั้นเขาก็บีบมือลงไปอย่างแรงบนหินปราณเซียน

 

ทำให้เกิดเป็นแสงอันเจิดจ้าพุ่งออกไปอย่างน่าตกใจยิ่ง เขาได้ทำให้หินปราณเซียนเปียกชุ่มไปด้วยเวทผนึกอสูรรุ่นหก, เวทเป็นตาย

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขว้างหินปราณเซียนออกไป ทำให้กลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าไปในทะเลแห่งตัวด้วง

ราวกับว่าเขากำลังตกปลาอยู่ ตกตัวด้วงสีดำ!

ด้วงสีดำตัวใดก็ตามที่ได้หินปราณเซียนไป ก็จะต้องถูกกลืนกินโดยเวทเป็นตายของเมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะทำได้สำเร็จมีไม่มากนัก แต่ถ้าเขาพยายามอย่างเพียงพอ ก็คงจะต้องทำได้สำเร็จในที่สุดอย่างแน่นอน

แสงแวบขึ้นขณะที่หินปราณเซียนไปปรากฏขึ้นในท่ามกลางทะเลแห่งตัวด้วง ในชั่วพริบตากลุ่มด้วงสีดำนับไม่ถ้วนก็กระโจนลงไปงับมัน ทำให้เกิดเป็นความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น ในที่สุดตัวด้วงที่มีขนาดใหญ่กว่าก็กลืนกินหินปราณเซียนลงไป ต่อหน้าต่อตาสหายนับไม่ถ้วนของมัน ซึ่งได้จ้องมองมาด้วยความละโมบ

ไม่นานนักตัวด้วงสีดำซึ่งได้กลืนกินหินปราณเซียนลงไป เริ่มสั่นสะท้านขึ้นมา หลังจากที่ผ่านไปแค่หนึ่งอึดใจ เสียงตูมก็ได้ยินมาขณะที่ร่างมันระเบิดออกกลายเป็นเสี่ยงๆ

ภาพที่เห็นนี้ทำให้สีหน้าของซูเยียนต้องเปลี่ยนไป

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว อย่างไรก็ตาม เขาก็รู้ว่าอัตราความสำเร็จของเวทเป็นตายมีต่ำมาก และอาจจะต่ำไปมากกว่านี้ เมื่อเขาใช้มันไปกับหินปราณเซียนในฐานะที่เป็นเหยื่อล่อ แต่เขาก็ไม่ได้หมดกำลังใจ ยังคงเฝ้าพยายามกระทำต่อไปอีกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เขาหลบหนีจากไป ก็โยนหินปราณเซียนออกไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ตัวด้วงสีดำกลืนกินหินลงไป ร่างกายมันก็จะระเบิดออก

อย่างไรก็ตาม กลุ่มด้วงสีดำก็ยังคงบ้าคลั่งเหมือนเช่นเคย ถึงแม้ว่าพวกมันจะตายไป ก็ยังคงต้องการจะกินหินปราณเซียนเข้าไป

ซูเยียนที่อยู่ในชุดสีชมพู ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง มองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง และอ้าปากค้าง ขณะที่เมิ่งฮ่าวใช้หินสีดำที่แปลกประหลาดนั้นออกมา

หนึ่งชั่วยามผ่านไป ด้วงอีกตัวได้กลืนกินหินปราณเซียนที่เมิ่งฮ่าวโยนออกไป แต่แทนที่ร่างกายมันจะระเบิดออก กลับเริ่มปรากฏเป็นสัญลักษณ์เวทขึ้น และส่องประกายเป็นแสงอันเจิดจ้าออกมา ในที่สุดสัญลักษณ์เวทหนึ่งชิ้นที่ปรากฏขึ้นมานั้นได้พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายเขา ทำให้สีหน้าเขาแจ่มใสขึ้นด้วยความยินดี

ทันใดนั้น ภาพลวงตาของตัวด้วงสีดำขนาดเล็กก็ได้ปรากฏขึ้นในจิตใจ เขารู้ว่าด้วยการคิดแค่แวบเดียว ก็สามารถจะทำให้ด้วงสีดำตัวนั้นตายไปได้

“มันได้ผล!” เมิ่งฮ่าวคิด เลียริมฝีปาก เขามีแค่ตำราเล่มแรกของกฎเต๋าแห่งแมลงเท่านั้น ซึ่งเป็นคำแนะนำขั้นพื้นฐานในการหล่อเลี้ยงวิญญาณแมลง ซึ่งเมิ่งฮ่าวมีความเชื่อมั่นที่จะใช้วิธีการเหล่านั้นออกมา แต่ถ้าให้เขาทำการควบคุมแมลง ซึ่งต้องมีความเข้าใจในเต๋าแห่งแมลงได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง เขาก็ไม่อาจจะทำได้

แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่สำคัญแต่อย่างใด เขาไม่จำเป็นต้องศึกษาวิธีการควบคุมนั้น เมื่อเขามีเวทเป็นตาย ก็สามารถจะควบคุมพวกมันได้อย่างสมบูรณ์

ตอนนี้เมื่อเมิ่งฮ่าวทำได้สำเร็จ ก็ยิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น เขาไม่ได้หลบหนีไปด้วยความวิตกกังวลอีกต่อไป แต่ปล่อยให้ทะเลแห่งตัวด้วงเข้ามาใกล้ และทำการโยนหินปราณเซียนออกไปอย่างต่อเนื่อง

เมื่อซูเยียนมองเห็นเช่นนี้ จิตใจนางก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ถึงแม้ว่านางจะมองไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่ทำให้นางได้ข้อสรุปว่าเมิ่งฮ่าวสามารถจะควบคุมกลุ่มด้วงสีดำเหล่านี้ได้ แต่นางก็ยังคงมีความรู้สึกที่เลวร้ายเป็นอย่างยิ่ง นางยังได้เริ่มรู้สึกว่าถ้ายังไม่ฉวยโอกาสหลบหนีจากไปในตอนนี้ ก็คงจะพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในห้วงอันตรายที่น่ากลัวอย่างแน่นอนอีกด้วย

“เหล่านั้นเป็นก้อนหินอะไรกัน? พวกมันช่างแปลกประหลาดนัก!!”

นางแทบจะหลบหนีจากไป แต่ก็ไม่อาจจะทำให้ตนเองต้องกระทำเช่นนั้นได้ กัดฟันแน่นทำการติดตามต่อไป ด้วยความระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ ทั้งยังได้เฝ้าระวังกว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างมากอีกด้วย

เวลาผ่านไป สองสามวันหลังจากนั้น เมิ่งฮ่าวได้โยนหินปราณเซียนออกไปแล้วมากกว่าสามหมื่นก้อน ในตอนนี้เขามีด้วงสีดำอยู่ในการควบคุมประมาณสามร้อยตัว เขาไม่ได้เรียกพวกมันมาอยู่ที่ด้านข้าง แต่ปล่อยให้พวกมันยังคงอยู่ในท่ามกลางทะเลแห่งตัวด้วง

อย่างไรก็ตาม ด้วงที่เหลืออีกสามหมื่นตัว ซึ่งได้กลืนกินหินปราณเซียนลงไปต่างก็ตกตายไปทั้งหมด โดยที่ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ตัวเดียว

อย่างช้าๆ จำนวนของตัวด้วงสีดำที่เขาควบคุมได้ เริ่มเพิ่มขึ้นจากสามร้อยเป็นสี่ร้อย และจากนั้นก็เป็นห้าร้อย…

แน่นอนว่าจำนวนของตัวด้วงสีดำที่ตายไปก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน มีทั้งหมดมากกว่าห้าหมื่นตัวที่ตายไป ในที่สุดเสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมาจากทิศทางของดินแดนต้นสมุนไพร เป็นเสียงที่แทบจะคล้ายกับเป็นเสียงร้องเรียก

ก่อนหน้านี้…

เมื่อได้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ทำให้ซูเยียนต้องสั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง นางยังได้สงสัยอีกด้วยว่า เมิ่งฮ่าวจะสามารถสังหารตัวด้วงสีดำทั้งหมดนี้ได้หรือไม่

“มันเป็นอมนุษย์ชนิดใดกัน!?” นางครุ่นคิดด้วยจิตใจที่เต้นรัว เริ่มวิตกกังวลขึ้นมาจริงๆ ว่าถ้านางยังคงไล่ตามต่อไป ก็อาจจะต้องมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับตัวนางในที่สุด

จากช่วงที่นางได้ตื่นขึ้นมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ นางไม่เคยพบเห็นผู้ฝึกตนเช่นเมิ่งฮ่าวมาก่อน ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่ลี้ลับและยากจะหยั่งถึง ทำให้นางต้องเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขึ้นมา

แต่ในตอนที่นางตัดสินใจจะจากไปในช่วงสุดท้าย ทันใดนั้นเสียงแผดร้องก็ดังขึ้นมาจากกลุ่มด้วงสีดำทั้งหมด และพวกมันก็หยุดชะงักนิ่งไป

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น จากการเชื่อมต่อเพื่อควบคุมด้วงสีดำทั้งห้าร้อยตัวนั้น ทำให้เขารู้สึกได้ว่าพวกมันกำลังถูกเรียกกลับไป โดยราชันแห่งด้วงดำที่มีขนาดใหญ่โตนั้น ซึ่งอยู่ที่ด้านล่างของดินแดนต้นสมุนไพร

กลุ่มด้วงหยุดชะงักนิ่งอยู่ชั่วขณะ หยุดไล่ล่าเมิ่งฮ่าวและล่าถอยกลับไปยังสถานที่ที่พวกมันจากมา เห็นได้ชัดว่าการตายไปของด้วงดำห้าหมื่นตัว ได้ทำให้ราชันของพวกมันยกเลิกความคิดที่จะสังหารเมิ่งฮ่าวไป

แทบจะในทันทีที่ทะเลแห่งตัวด้วงหยุดไล่ล่าเมิ่งฮ่าว ดวงตาเขาก็แวบแสงอันเย็นชาออกมา ทันใดนั้นเขายกมือขวาขึ้นมา และเริ่มโยนหินปราณเซียนออกไปก้อนแล้วก้อนเล่า

ตัวด้วงสีดำในตอนนี้กำลังรู้สึกลังเล ใจหนึ่งก็รู้สึกตื่นเต้นต่อหินปราณเซียน อีกใจก็ถูกเรียกโดยราชันตัวด้วง เกิดเป็นเสียงหึ่งๆ ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่ทะเลแห่งตัวด้วงแยกออกเป็นสองส่วน หนึ่งส่วนได้ติดตามไปยังเสียงเรียก อีกส่วนซึ่งประกอบไปด้วยด้วงดำนับหมื่นตัว พุ่งไล่ตามหินปราณเซียนไปอย่างบ้าคลั่ง

สีหน้าของซูเยียนเปลี่ยนไป นางไม่เคยคาดคิดว่าเมิ่งฮ่าวมีความตั้งใจจะไปตอแยกับทะเลแห่งตัวด้วงเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ช่วงเวลาสั้นๆ ได้ผ่านไป ตัวด้วงสีดำก็ไม่อาจจะต่อต้านกับเสียงเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าของราชันตัวด้วงได้

เมิ่งฮ่าวจึงสามารถจะควบคุมด้วงดำได้เพิ่มขึ้นอีกแค่สิบกว่าตัวเท่านั้น ก่อนที่พวกมันจะหันหลังและมุ่งหน้ากลับไปยังดินแดนต้นสมุนไพร

เมื่อเกิดขึ้นเช่นนี้ ซูเยียนลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็กัดฟันแน่นและหมุนตัวเพื่อจากไป นางมีความรู้สึกแปลกๆ เป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่ได้เห็นสิ่งทั้งหมดที่เมิ่งฮ่าวกระทำมา นอกจากนั้นนางยังมีลางสังหรณ์อันเข้มข้นขึ้นไปมากกว่าเดิม ถึงบางสิ่งที่เลวร้ายซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ในเวลาเดียวกันนั้นเมื่อกลุ่มด้วงสีดำหันหลังจากไป ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวก็ร้องตะโกนออกไป “กลับมา!”

ด้วงสีดำมากกว่าห้าร้อยตัวหยุดชะงักนิ่ง จากนั้นก็หมุนตัวเพื่อบินตรงมายังเมิ่งฮ่าว ด้วงทั้งหมดเหล่านั้นมีดวงตาปีศาจอยู่บนหลังของพวกมัน ทำให้ดูดุร้ายมากเป็นพิเศษ

ซูเยียนซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลเรียบร้อยแล้ว มองมาด้วยความตกตะลึง และจิตใจก็หมุนคว้าง ก่อนหน้านี้นางมีความรู้สึกว่ามีบางสิ่งแปลกๆ กำลังเกิดขึ้นอยู่ แต่ก็ไม่เคยคาดคิดว่า เมิ่งฮ่าวจะสามารถควบคุมกลุ่มด้วงสีดำได้จริงๆ จิตใจนางเต้นรัว รีบหลบหนีจากไปด้วยความรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบแสงอันเย็นชาขึ้นมา เขาอดทนต่อการถูกไล่ล่ามานานหลายวัน ตลอดช่วงเวลานั้นก็ถูกติดตามมาโดยหญิงสาวในชุดสีชมพูนางนี้ ซึ่งเขารู้ดีว่านางกำลังเฝ้ารอที่จะฉวยโอกาสเอาเปรียบเขา แล้วเขาจะปล่อยให้นางจากไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ได้อย่างไร?

“ถึงทีข้ากลายเป็นโจรบ้างแล้ว!” เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือขวาขึ้นไป ใช้เวทเป็นตายทำให้ด้วงที่ดุร้ายมากกว่าห้าร้อยตัว บินตรงไปยังซูเยียนในทันที

ตัวเมิ่งฮ่าวเองได้ลงไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังของหนึ่งในตัวด้วงสีดำเหล่านั้น เฝ้ามองไปด้วยสายตาที่เย็นชายังซูเยียนที่กำลังหลบหนีจากไป

นางเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็ว แต่ด้วงดำในตอนนี้ก็ไม่ได้เชื่องช้า ทั้งห้าร้อยกว่าตัวพุ่งผ่านความว่างเปล่าไป ถ้ามองมาจากที่ห่างไกล ก็แทบจะดูคล้ายกับเป็นดวงตาปีศาจห้าร้อยกว่าดวง เปล่งแสงพร้อมกับกลิ่นอายอันน่ากลัวและลี้ลับออกมา

“เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้อย่างไร!?” ซูเยียนคิดด้วยจิตใจที่หมุนคว้าง “มัน…มันสามารถจะควบคุมด้วงตาปีศาจได้จริงๆ!!”

“จากตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา ตัวด้วงเหล่านี้ยากที่จะผูกมัดได้เป็นอย่างยิ่ง มีทางเดียวเท่านั้นก็คือต้องเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่ตอนที่เป็นตัวอ่อนเท่านั้น แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ต่อให้มีวิธีการที่พิเศษเฉพาะ ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะทำได้สำเร็จ!”

“แต่ในยุคสมัยนี้ วิธีการเลี้ยงพวกมันได้หายสาบสูญไปนานแล้ว! แต่…มันก็สามารถควบคุมพวกมันได้จริงๆ!! ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือว่า สิ่งที่มันกำลังควบคุมอยู่นี้ไม่ใช่ตัวอ่อน แต่เป็นตัวที่โตเต็มวัย!” ซูเยียนแทบไม่อยากจะคิดต่อไป และสีหน้าก็เปลี่ยนไปด้วยความหวาดกลัวต่อเมิ่งฮ่าวอย่างรุนแรง

สิ่งที่นางหวาดกลัวไม่ใช่พื้นฐานฝึกตนของเขา นางสามารถจะบอกได้ว่าเขาแค่อยู่ในอาณาจักรเซียนเท่านั้น สิ่งที่นางหวาดกลัวเป็นด้วงสีดำทั้งห้าร้อยกว่าตัวของเขา!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: