I shall seal the heaven Chapter 1170

0 Comments

ตอนที่ 1170

สถานที่แห่งนี้คือบ้านของข้า

ขณะที่เสียงเหล่านั้นดังก้องออกมา ดินแดนสีดำก็สั่นสะเทือน ตรงสถานที่แห่งอื่นในชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ คือแท่นบูชาขนาดใหญ่ซึ่งมีกองกำลังนักรบจำนวนมากคอยเฝ้าพิทักษ์ไว้อย่างแน่นหนา นอกจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพวกมันแล้ว แท่นบูชานี้คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์

น้อยคนนักที่จะรู้ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงได้สร้างแท่นบูชานี้ขึ้นมา กฎประจำเผ่าของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ได้บังคับไว้ว่า กลุ่มคนรุ่นหลังของเผ่า ต้องทำการสักการะทั้งภูเขาศักดิ์สิทธิ์และแท่นบูชานี้

ตรงด้านข้างของแท่นบูชา เป็นที่พักอาศัยที่ดูเหมือนว่าจะธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีความหรูหราเลยแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามในจิตใจของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ที่พักอาศัยแห่งนั้นก็เป็นสิ่งที่พิเศษเฉพาะเช่นเดียวกับแท่นบูชาและภูเขาศักดิ์สิทธิ์

เนื่องจากที่พักอาศัยแห่งนี้มีชายชราผู้หนึ่งอาศัยอยู่ ชายชราผู้นี้มีความเฉลียวฉลาดอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นเสาหลักและความแข็งแกร่งของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด เนื่องจากมันจึงทำให้เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์มีอำนาจสูงสุด ไม่มีกองกำลังใดๆ ในดินแดนสีดำจะกล้ามาหาเรื่องชนเผ่านี้

ชายชราผู้นี้คือหัวหน้าเผ่าในอดีตของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันจะไม่ได้เป็นหัวหน้าเผ่ามานานแล้ว แต่เมื่อไหร่ที่หัวหน้าเผ่าคนปัจจุบันพบเจอกับสถานการณ์ที่ยุ่งยากใดๆ ก็จะมาขอเข้าพบชายชราผู้นี้ด้วยความเคารพ

อันที่จริงชายชราผู้นี้มีอำนาจเหนือกว่าหัวหน้าเผ่าซะอีก สามารถกล่าวได้ว่ามันคือผู้ที่มีอำนาจอย่างแท้จริงแห่งชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์

เมื่อเสียงร้องตะโกนโดยพร้อมเพรียงกันของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ดังก้องออกมา ทำให้ดินแดนสีดำต้องสั่นสะเทือน ชายชราผู้นั้นกำลังนั่งเข้าฌาณอยู่ภายในบ้าน ทันใดนั้นแรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่าง

และมันก็ลืมตาที่ฝ้ามัวอยู่ชั่วขณะขึ้นมา แต่ก็เปลี่ยนเป็นคมกล้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มันสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เดินออกไปยังลานบ้าน มองขึ้นไปยังเงาร่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศเหนือภูเขาศักดิ์สิทธิ์

เวลาเดียวกันนั้น แท่นบูชาขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างลานบ้านก็เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ด้านในกำลังตื่นขึ้น และเตรียมตัวที่จะโผล่ออกมา

สูงขึ้นไปในอากาศ เมิ่งฮ่าวมองไปยังบุรุษชุดดำด้วยสายตาที่เย็นชา สีหน้ามันเปลี่ยนไปขณะที่พยายามจะหลบหนีจากไปอีกครั้ง เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดชายแขนเสื้อ ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และสายลมก็พุ่งขึ้นมา เกิดเป็นพลังที่ม้วนกวาดออกไปยังบุรุษชุดดำ เป็นพลังที่มันไม่อาจจะต่อสู้กลับไปได้ พลังนั้นบดขยี้ลงไปบนร่างมัน จนต้องส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ในที่สุดก็เกิดเป็นเสียงปะทุขึ้น ขณะที่ร่างกายมันระเบิดขึ้น เผยให้เห็นเป็นค้างคาวดำที่กำลังดิ้นรนไปมาอยู่

“เจ้าไม่มีทางหนีรอด” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ มือขวาทำท่าคว้าจับออกไป ดูเหมือนว่านิ้วมือของเขาจะคล้ายกับเป็นภูเขาห้าลูก ที่ส่งเสียงดังกระหึ่มพุ่งตรงไปยังค้างคาว

ขณะที่ค้างคาวกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แสงสีแดงและดำก็พุ่งกระจายออกมาอยู่รอบๆ ร่างมัน เห็นได้ชัดว่าเป็นพลังการเคลื่อนย้ายทางไกลบางอย่าง มันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าจะพยายามหลบหนีอย่างไร ก็มักจะพบกับเสาขนาดใหญ่ห้าต้นที่เข้ามาใกล้มัน ในที่สุดค้างคาวก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กออกมา ไม่อาจจะต่อสู้ได้อีกต่อไป ขณะที่เสาทั้งห้าบดขยี้ลงไปบนร่างมัน

เสาทั้งห้าหายไปกลายเป็นมือของเมิ่งฮ่าว ซึ่งกำลังคว้าจับไปบนร่างค้างคาวอย่างแน่นหนา เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าสงบนิ่งขณะที่มองลงไปยังกลุ่มฝูงชนที่ด้านล่าง

เสียงเก่าแก่โบราณดังก้องออกมาจากลานบ้านที่อยู่ใกล้กับแท่นบูชา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “เมิ่งฮ่าวต้าเหริน ใช่…ใช่ท่านหรือไม่…?”

ในเวลาเดียวกันนั้น เสียงกึกก้องก็ได้ยินมา ขณะที่แท่นบูชาระเบิดขึ้น เผยให้เห็นเป็นสุนัขป่าสีขาว บินขึ้นไปในอากาศ แหงนหน้าขึ้นและกู่ร้องออกมา เมื่อมันเห็นเมิ่งฮ่าว หยดน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจากดวงตา มันบินตรงมายังเมิ่งฮ่าวในทันที ส่งเสียงร้องหงิงๆ ด้วยความสุขออกมา

“ต้าเหมา…” เมิ่งฮ่าวพึมพำ มองไปยังสุนัขป่าสีขาวขนาดใหญ่ จากนั้นก็มองลงไปยังชายชราที่อยู่ในลานบ้าน ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นอูเฉิน

“อูเฉิน…” เมิ่งฮ่าวกล่าว ภาพของบุรุษหนุ่มซึ่งติดตามเขาผ่านช่วงการอพยพอันยิ่งใหญ่ในทะเลทรายตะวันตกปรากฏขึ้นมาในจิตใจ ตอนนี้บุรุษหนุ่มผู้นั้นได้กลายเป็นชายชราผู้นี้ไปแล้ว ขณะที่เขาคิดไปถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น สีหน้าก็อ่อนโยนลง และลอยลงไปยังชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์

“อูเฉินขอน้อมพบเซิ่งจู่!” ชายชรากล่าว คุกเข่าลงไปโขกศีรษะด้วยความตื่นเต้น สมาชิกคนอื่นๆ ทั้งหมดของชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความงุนงง สำหรับพวกมันแล้ว เมิ่งฮ่าวไม่ใช่คนแปลกหน้า นอกจากนี้พวกมันยังได้กราบกรานต่อหน้ารูปปั้นของเขามาตลอดทั้งชีวิตอีกด้วย

“คารวะเซิ่งจู่เดี๋ยวนี้!” อูเฉินร้องตวาดขึ้น ทันใดนั้นชนเผ่าที่เหลือทั้งหมดต่างก็คุกเข่าลงไปโขกศีรษะ

เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์สั่นสะท้านไปโดยสิ้นเชิง และในทันทีที่ข่าวคราวการกลับมาของเมิ่งฮ่าวแพร่กระจายออกไป ดินแดนสีดำทั้งหมดต่างก็เดือดพล่านขึ้นมา ผู้อาวุโสและหัวหน้าเผ่าจำนวนมากจากชนเผ่าต่างๆ นับไม่ถ้วน ต่างก็เดินทางมารวมตัวกันที่ชนเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์เพื่อแสดงความเคารพ

เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลานานถึงสามวัน เมื่อถึงเวลาที่เมิ่งฮ่าวต้องจากไป เขาก็มอบเม็ดยาและของวิเศษให้กับอูเฉินเป็นจำนวนมาก เขาอยากจะนำต้าเหมาไปด้วย แต่หลังจากที่ลังเลอยู่เล็กน้อยก็ต้องตัดใจ

เผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ได้กราบกรานสักการะต่อต้าเหมามาเป็นเวลานานมากแล้ว และเกิดเป็นความรู้สึกอันลึกล้ำที่หยั่งรากฝังลึกไปนานแล้ว ความปรารถนาของต้าเหมาคืออาศัยอยู่ที่นี่เพื่อคอยปกป้องคุ้มครองพวกมัน สิ่งที่เมิ่งฮ่าวสามารถทำได้ก็คือ ช่วยให้ต้าเหมามีพื้นฐานฝึกตนเพิ่มขึ้นจนถึงระดับที่สูงมากไปกว่าเดิม ทำให้มันมีอายุขัยที่ยืนยาวมากขึ้น

จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็ออกจากดินแดนสีดำ เพื่อไปยังดินแดนด้านใต้

ในดินแดนทั้งหมดบนดาวหนานเทียน ดินแดนด้านใต้คือสถานที่ที่อยู่ในความทรงจำของเมิ่งฮ่าวอย่างยากที่จะลืมเลือนไปได้มากที่สุด มันคือสถานที่ที่เขาเติบโตขึ้นมา คือสถานที่ที่เขาต้องต่อสู้และสังหาร เป็นสถานที่ที่เขาและสวี่ชิงได้ครองคู่อยู่ร่วมกัน จริงๆ แล้วมันคือสถานที่…ที่ทุกสิ่งทุกอย่างได้เกิดขึ้น

เขายังได้ทำสงครามเพื่อมันอีกด้วย!

ในตอนที่เมิ่งฮ่าวออกจากดินแดนสีดำ และผ่านเข้าไปในดินแดนด้านใต้ ความทรงจำที่รู้สึกคุ้นเคยก็ปะทุขึ้นมา เป็นความคุ้นเคยที่ไม่ใช่แค่ภูเขาและแม่น้ำ แต่เป็นกลิ่นอาย

เป็นกลิ่นอายของบ้าน

“ดินแดนด้านใต้…” เมิ่งฮ่าวพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็เดินทางไปเหมือนกับผู้ฝึกตนอื่นๆ เขาไปยังถ้ำกำเนิดใหม่, ไปยังวิหารโบราณไท่เอ้อร์ และสถานที่อีกมากมายหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไปมา รวมทั้งสำนักต่างๆ หรือแม้แต่ตระกูลซ่ง

เขาไปยังสถานที่เหล่านั้น แต่ก็มองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วเท่านั้น ไม่ได้อยู่เป็นเวลานาน

ในที่สุดเขาก็ไปยังสถานที่ที่เคยเป็นแคว้นจ้าวมาก่อน ทะเลสาบขนาดใหญ่ในตอนนี้ ถูกห้อมล้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างและอาคารบ้านเรือนนับไม่ถ้วน สถานที่แห่งนี้กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว และมีผู้ฝึกตนจำนวนมากมาคอยเฝ้าคุ้มครองอยู่อย่างต่อเนื่อง มีแม้แต่เวทผนึกในบางสถานที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนผ่านเข้าไป

แน่นอนว่าเวทผนึกเหล่านั้น ไม่อาจจะป้องกันเมิ่งฮ่าวได้ เขาปรากฏกายขึ้นบนเกาะเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางทะเลสาบ มองไปรอบๆ ยังต้นไม้ใบหญ้าและระลอกคลื่นสีฟ้าของน้ำในทะเลสาบ ภาพของสวี่ชิงลอยขึ้นมาในจิตใจ ขณะที่เขาคิดย้อนกลับไปในตอนที่คนทั้งสองเริ่มจัดงานวิวาห์กันบนเกาะแห่งนี้

ตานกุ่ยมาเป็นประธานการจัดงาน แม้แต่ฉู่อวี้เยียนก็มาร่วมด้วย สำนักและตระกูลต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีกันทั้งหมด แม้แต่ผู้ฝึกตนเร่ร่อนก็มารวมตัวกันในสถานที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก จนเกิดเป็นเสียงดังอย่างคึกคักและตื่นเต้น

ในตอนนั้น เกาะแห่งนี้ถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟและริ้วธงอย่างสวยงาม สัมผัสได้ถึงความยินดีและความสุขอย่างชัดเจน…

เมิ่งฮ่าวครุ่นคิดเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ขณะที่เดินทอดน่องไปรอบๆ ความทรงจำหลากหลายเรียงซ้อนกันขึ้นมา แทบจะราวกับว่า…ความฝันได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ย้อนกลับไปยังงานวิวาห์ของปีนั้น

“ชิงเอ๋อร์…” เมิ่งฮ่าวพึมพำ จิตใจเจ็บปวดราวกับถูกแทง ม่านตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ และทันใดนั้นเขาก็มองเห็นหญิงสาวเยาว์วัย สวมใส่ชุดสีแดงสด ยืนอยู่ตรงเบื้องหน้า มีท่าทางเขินอายเล็กน้อย แต่ดวงตาสาดประกายคล้ายกับเป็นหยาดพิรุณในฤดูใบไม้ร่วง กำลังมองเข้ามาในดวงตาเขา ด้วยแววตาที่อบอุ่นอ่อนโยน

เมิ่งฮ่าวยิ้มกลับไปยังนาง และจากนั้นก็เดินเนิบนาบไปรอบๆ เกาะอย่างต่อเนื่อง ทุกแห่งหนที่เขาเดินไปบนเกาะดูคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ทำให้เขาต้องคิดไปถึงบ้านที่ตนเองและสวี่ชิงเคยคิดกันไว้ว่าจะสร้างขึ้นมาในที่แห่งนี้

เวลาผ่านไป ในที่สุดก็เป็นยามสนธยา ดวงตะวันที่กำลังตกลงมา ส่องแสงกระทบไปบนผิวน้ำทะเลสาบ สร้างเป็นภาพที่ดูสวยงามระยิบระยับ เปลี่ยนให้เกาะแห่งนี้กลายเป็นสีทองไป เมิ่งฮ่าวยืนอยู่บนชายหาด มองไปยังผิวน้ำด้วยสีหน้าที่โศกเศร้าเสียใจ

ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“หือ? เจ้าเป็นศิษย์สำนักใด? มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?” เป็นเสียงที่รู้สึกประหลาดใจ และสงสัยขึ้นด้วยเช่นกัน เมิ่งฮ่าวหมุนตัวมองไปยังสามผู้ฝึกตนที่กำลังใกล้เข้ามา

สองคนเป็นบุรุษและอีกคนเป็นหญิงสาว เมิ่งฮ่าวเคยเห็นพวกมันก่อนหน้านี้ ขณะที่กำลังเฝ้าดูแลความสงบเรียบร้อยของเกาะแห่งนี้ เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ศรัทธาอย่างแรงกล้าของพวกมัน เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปรบกวนพวกมัน และเดินทางมาบนเกาะนี้เพียงลำพัง

“นี่คือเกาะศักดิ์สิทธิ์!” หญิงสาวกล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดรุนแรง “ไม่อนุญาตให้เข้ามาโดยพลการ! ถ้าเจ้าเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องถูกลงโทษอย่างรุนแรง หยิบเหรียญแสดงตัวตนของเจ้าออกมาเดี๋ยวนี้!” ขณะที่นางกล่าว บุรุษอีกสองคนก็ไปยืนล้อมเมิ่งฮ่าว พร้อมกับดวงตาที่สาดประกายอันคมกริบขึ้น

ทันใดนั้น แสงตะวันที่กำลังตกดินก็สาดส่องไปบนใบหน้าของเมิ่งฮ่าว หนึ่งในบุรุษทั้งสองจ้องมองไปด้วยความประหลาดใจในทันที รู้สึกว่ามันเคยเห็นเมิ่งฮ่าวที่ไหนมาก่อน แต่ก็ไม่แน่ใจ อีกสองคนก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้เมิ่งฮ่าวส่ายหน้าและกล่าวว่า “ข้าไม่มีเหรียญแสดงตัวตน”

ใบหน้าของสามผู้ฝึกตนเคร่งเครียดขึ้นในทันที

“บังอาจ! นี่คือที่อยู่อาศัยเดิมของเซิ่งจู่! ผู้ฝึกตนในดินแดนด้านใต้ทั้งหมดต่างก็รู้ว่า ไม่อาจจะเข้ามาบนเกาะนี้ได้แม้แต่ครึ่งก้าว เจ้าคิดว่าที่แห่งนี้เป็นเหมือนกับสถานที่อื่นทั่วไป? กลับกล้าเข้ามาโดยพลการ!” หญิงสาวกล่าวด้วยโทสะ ใช้มือขวาขยับร่ายเวท เพื่อปลดปล่อยของวิเศษออกไป ในเวลาเดียวกันนั้นก็บดขยี้แผ่นหยกเพื่อแจ้งต่อสหายร่วมสำนักบนชายฝั่งของทะเลสาบ

“ข้าไม่เคยคิดว่านี่คือสถานที่อื่นทั่วไป นี่คือ…บ้านของข้า” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

“บ้านเจ้า?” หนึ่งในบุรุษทั้งสองกล่าวขึ้น หัวเราะเป็นเสียงเย็นชาออกมา ขยับมือร่ายเวทอย่างรวดเร็ว “ช่างน่าขำนัก ที่นี่คือบ้านเดิมของเซิ่งจู่ มันคือ…”

เมิ่งฮ่าวคร้านที่จะเอ่ยคำอธิบาย ส่ายหน้าไปมา ดวงตายังคงสาดประกายขึ้นด้วยความทรงจำต่างๆ ถอนหายใจและเดินตรงไปหนึ่งก้าว หายตัวเข้าไปในอากาศอันว่างเปล่า

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น ของวิเศษสามชิ้นก็พุ่งตรงไป แต่กระแทกเข้าไปในความว่างเปล่า สามผู้ฝึกตนมองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ยังจุดที่เมิ่งฮ่าวเพิ่งจะหายตัวไป จากนั้นก็สบตากันไปมาด้วยความตกใจ

“รู้สึกหรือไม่ว่า คนผู้นี้ดูคุ้นตานัก?” หญิงสาวถามขึ้น

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น บุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายนางก็กล่าวว่า “มันบอกว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านของมัน? แต่นี่คือบ้านเดิมของเซิ่งจู่! มันคิดว่าตนเองคือเซิ่งจู่หรืออย่างไร?” ในทันทีที่มันพูดจบ ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น

สีหน้าของบุรุษอีกคนสลดลง และหอบหายใจออกมาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “เซิ่งจู่!! มัน…มันดูเหมือนกับเซิ่งจู่เป็นอย่างยิ่ง!!”

ขณะที่คนทั้งสามยืนตกตะลึงอยู่ที่นั่น ลำแสงสิบกว่าสายก็พุ่งตรงมาในทันที นำหน้ามาโดยชายชราที่ดูน่ากลัว ขณะที่มันใกล้เข้ามา ดวงตาก็แวบขึ้นด้วยโทสะ

“ใครกันที่กินดีมังกรหัวใจหงส์ บังอาจเข้ามาในบ้านเดิมของเซิ่งจู่!!?”

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: