Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1181

I shall seal the heaven Chapter 1181

ตอนที่ 1181

คำพูดของเจ้าไร้ความหมาย

“เต้าฟางต้าเหริน ช่วยข้าด้วย!!” ยักษ์แผดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว จิตใจกำลังเต้นรัวขณะที่ใบมีดเริ่มกรีดเฉือนลงมา

ในตอนที่มันร้องตะโกนออกมา เศษชิ้นส่วนของสัญลักษณ์เวทจู่ๆ ก็ก่อตัวกลับขึ้นมาใหม่ กลายเป็นใบหน้าวานรที่อยู่ตรงส่วนหน้าอกของชุดเกราะก่อนหน้านี้ ดวงตามันสาดประกายขึ้นด้วยแสงแปลกๆ ขณะที่จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็กล่าวขึ้นมาด้วยเสียงอันน่ากลัว

“สวรรค์และปฐพีแห่งการเกิดใหม่ ด้วยคำพูดของข้า มันต้องไม่ถูกสังหารไป!”

ขณะที่เสียงนั้นดังก้องออกมา อาวุธสงครามของเมิ่งฮ่าวก็พุ่งมาที่ลำคอยักษ์ สิ่งที่ถูกทำลายไปนั้นไม่เพียงแต่จะแค่ลำคอเท่านั้น แต่กลายเป็นทั่วทั้งร่างของมัน พลังที่ไม่อาจจะอธิบายออกมาได้กรีดผ่านเข้าไปในร่างมัน จนถูกบดขยี้และแตกกระจายออกไปโดยสิ้นเชิง!

อย่างไรก็ตาม ด้วยคำพูดของวานรนั้น จู่ๆ พลังชีวิตอันแข็งแกร่งของยักษ์ก็ลุกโชนขึ้นมา เป็นพลังชีวิตที่ดูเหมือนว่าสวรรค์และปฐพีไม่อาจจะทำลายลงไปได้!

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น เมื่อมันเริ่มฟื้นฟูกลับคืนมาจากสถานะที่ถูกทำลายไป เท่าที่เห็นพลังการทำลายล้างที่เมิ่งฮ่าวปลดปล่อยออกมา และอาวุธสงครามของเขาไม่อาจจะทำลายยักษ์ตนนี้ไปได้อย่างแท้จริง!

ขณะที่พลังชีวิตของมันพุ่งขึ้นมา ตอนแรกยักษ์ตนนั้นก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็รู้สึกยินดีแทบบ้าคลั่ง แผดร้องคำรามออกมา ยกสองมือขึ้นไปในอากาศและกำมือเป็นหมัดกระแทกตรงมายังเมิ่งฮ่าว สำหรับเมิ่งฮ่าว เขาไม่สนใจยักษ์ตนนั้นโดยสิ้นเชิง แต่หันหน้าไปยังวานรตัวนั้น

เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ “อาณาจักรขุนเขาทะเล ไม่ใช่สวรรค์และปฐพีของเจ้า เจ้าไม่อาจจะควบคุมวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ในที่แห่งนี้ได้ ดังนั้นคำพูดของเจ้า…ไร้ความหมายใดๆ!” ขณะที่เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นมา อาวุธสงครามก็ระเบิดเป็นแสงสีดำอันเข้มข้นกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง จู่ๆ ยักษ์ก็สั่นสะท้านขึ้นมา และจากนั้นก็พังทลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไป หมัดที่กระแทกลงมายังเมิ่งฮ่าวกลายเป็นเถ้าธุลีไป

ในตอนที่ยักษ์ตกตายไป ใบหน้าที่ก่อตัวขึ้นมาจากสัญลักษณ์เวทก็จ้องมองมายังเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็เริ่มจางหายไปในอากาศ เมิ่งฮ่าวถอยโซเซไปทางด้านหลัง และอาวุธสงครามก็หายไป กระจกทองแดงและนกแก้วปรากฏขึ้นอีกครั้ง นกแก้วมีท่าทางเซื่องซึม หลังจากที่มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความขมขื่นอยู่ชั่วขณะ ก็กลับเข้าไปในถุงสมบัติ

ชุดเกราะและผ้าคลุมไหล่ของเมิ่งฮ่าวกลับไปเป็นผีโต้งและอ๋าวเฉี่ยน ทั้งคู่ต่างก็มีท่าทางเหน็ดเหนื่อย เขารีบเก็บพวกมันไว้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าเขาซีดขาวและตอนนี้ก็ไร้พลังที่จะต่อสู้อีกต่อไป

เป็นเรื่องยากสำหรับเมิ่งฮ่าวที่จะใช้อาวุธสงครามด้วยพลังของเขาเอง ดังนั้นเขาจึงต้องบังคับให้ผีโต้งและอ๋าวเฉี่ยนรวมพลังกัน ทำให้สามารถจะอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งมากที่สุดได้นานขึ้นอีกเล็กน้อย

โชคดีที่ไม่ต้องใช้เวลามากนักในการเอาชนะยักษ์ตนนั้น แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เมิ่งฮ่าวก็ยังต้องเหน็ดเหนื่อยไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อยักษ์ตายไป ผนึกเวทในบริเวณนั้นก็เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นถึงทางออก สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป ขณะที่คิดว่าจะไปยังดินแดนแห่งอื่นในบริเวณนั้นเพื่อครอบครองประกายเปลวไฟเพิ่มอีก แต่จากนั้นพื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน ดินแดนอื่นๆ อีกห้าแห่งที่อยู่ในโลกเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ เริ่มลอยขึ้นไปในอากาศ

ขณะที่พื้นดินสั่นสะเทือน เสียงแผดร้องคำรามอันทรงพลังก็ดังก้องออกมาจากพื้นดินเหล่านั้น เมิ่งฮ่าวส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ม้วนกวาดออกไปในทันที และมองเห็นเสาแห่งกลุ่มควันสีดำห้าแห่งพุ่งขึ้นมา

กลุ่มควันสีดำพุ่งขึ้นไปในอากาศ รวมตัวเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นศีรษะขนาดใหญ่ ศีรษะนั้น…มีใบหน้าเป็นวานร

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไปขณะที่รู้สึกได้ถึงวิกฤตอันร้ายแรง ซึ่งรุนแรงกว่าสิ่งใดๆ ที่เขาเคยพบเจอมาก่อน ขณะที่ความรู้สึกนี้พุ่งขึ้นมาในจิตใจ เขาก็ยกเลิกความคิดที่จะไปยังดินแดนอื่นๆ ในทันที ร่างกายแวบขึ้นขณะที่ปลดปล่อยพื้นฐานฝึกตนออกมา กลายเป็นวิหคยักษ์สีฟ้าพุ่งตรงไปยังทางออก

เขาใช้พลังการเคลื่อนย้ายทางไกลออกมาอย่างรวดเร็ว และทันใดนั้นก็ไปปรากฏกายขึ้นตรงทางออก แต่ก่อนที่เขาจะสามารถพุ่งผ่านเข้าไป วานรที่ก่อตัวขึ้นมาจากกลุ่มควันสีดำก็ส่งเสียงแผดร้องออกมาในทันที

เสียงแผดร้องนั้นทำให้อากาศแตกกระจายไปอย่างฉับพลัน ดังก้องไปทั่วทั้งหกดินแดนของโลกแห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นไหวไปมา พลังแห่งการทำลายล้างซึ่งยากจะอธิบายออกมาได้เต็มอยู่ในเสียงแผดร้องนั้น ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องกระอักโลหิตออกมา

อย่างน่าตกใจยิ่ง ทางออกนั้นเริ่มสั่นไปมาและพังทลายลงไปด้วยเช่นกัน ในเวลาเดียวกันนั้น ใบหน้าวานรก็อ้าปากขึ้นและพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ความรู้สึกถึงวิกฤตอันตรายยิ่งเข้มข้นมากขึ้น เมิ่งฮ่าวกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง จากนั้นก็ก้าวเข้าไปในทางออกที่กำลังพังทลายลงไป

อย่างไรก็ตาม ในทันทีก่อนที่ทางออกจะพังทลายลงไปอย่างสมบูรณ์ แสงอันดุร้ายก็แวบขึ้นมาในแววตาเมิ่งฮ่าว

เขาไม่ใช่คนที่จะยอมพ่ายแพ้ และมักจะหาโอกาสให้กับตนเอง ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในช่วงที่อันตรายเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยกมือขวาขึ้นมาและชี้นิ้วตรงไปยังใบหน้าวานรที่อยู่ด้านบน!

“อำนาจแห่งกรรม! เจ้าเป็นหนี้ข้า!” เมิ่งฮ่าวแผดร้องออกมา จากนั้นก็หายร่างจากไป

ในตอนที่เขาหายตัวไป ทางออกก็แตกกระจายไป ถูกกลืนกินเข้าไปโดยปากยักษ์ซึ่งก่อตัวขึ้นมาจากดินแดนขนาดใหญ่

ตรงอากาศด้านบนในโลกแห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ ใบหน้าวานรสั่นสะท้านขึ้นมาในทันที เส้นใยกรรมปรากฏขึ้น ค่อยๆ ก่อตัวเข้าด้วยกัน สร้างเป็นรูปแบบการเชื่อมต่อกับเมิ่งฮ่าว นี่คือกรรมชนิดพิเศษ เมื่อไหร่ที่ก่อตัวขึ้นมาแล้ว ถ้าไม่ยอมจ่ายให้เมิ่งฮ่าวอย่างเพียงพอ มันก็จะกลายเป็นจิตมาร

“เจ้าบัดซบสารเลว!! เจ้าไปมีวิชาเวทเช่นนี้ได้อย่างไร!? พวกเจ้าเหล่าเซียนต่างก็ไร้ยางอายกันทั้งหมด!!” ใบหน้านั้นแผดร้องออกมา และทุกสรรพสิ่งก็พังทลายลงไป เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นขณะที่เส้นใยกรรมพิเศษของเมิ่งฮ่าวถูกตัดขาดออกไป แน่นอนว่าการตัดนั้นจะทำให้เกิดเป็นพลังสะท้อนกลับซึ่งมีผลกระทบต่อเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน

เมิ่งฮ่าวไปปรากฏขึ้นตรงด่านที่สอง กระอักโลหิตออกมากองโต ก่อนที่โลหิตจากครั้งแรกจะพ่นกระจายออกมาจนเสร็จสิ้น เขาก็กระอักโลหิตสีดำสนิทออกมาเป็นครั้งที่สอง จากนั้นก็เป็นครั้งที่สาม!

หลังจากนั้นเขาก็โซเซไปมา รับรู้ขึ้นได้ในทันทีว่ามีใครบางคนทำลายอำนาจแห่งกรรมไป เขาคาดเดาไว้แล้วว่าอาจจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้ตระหนักว่าอาจจะมีพลังสะท้อนกลับโจมตีมา แต่ก็ไม่ทำให้เขาต้องหยุดคิดว่าควรจะใช้วิชานี้ออกไปดีหรือไม่ นั่นก็คือเมิ่งฮ่าว ถ้าเขายินดีที่จะปฏิบัติต่อตนเองด้วยความโหดร้าย แล้วเขาจะไม่ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความโหดร้ายยิ่งกว่าได้อย่างไร!?

เขายินดีที่จะได้รับบาดเจ็บจากพลังสะท้อนกลับนั้น ตราบเท่าที่วานรตัวนั้นได้รับเช่นกัน!

นั่นคือวิธีที่เขาใช้บอกกล่าวกับผู้คน อย่ามาตอแยข้า!!

สัตว์อสูรโบราณบนด่านที่สองมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าแปลกๆ มันเห็นทางเข้าไปยังด่านที่สามพังทลายลงไป และเห็นได้ชัดว่าต้องการจะสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รู้สึกลังเล จากสิ่งทั้งหมดนี้ ก็สามารถจะคาดเดาได้ว่าต้องมีเหตุการณ์อันร้ายแรงเกิดขึ้น บางครั้งการไม่รู้อาจจะปลอดภัยกว่า

ดังนั้นมันจึงรักษาความเงียบไว้ เลือกที่จะไม่สอบถามใดๆ

เมิ่งฮ่าวมองไปยังสัตว์อสูรและพยักหน้าให้ จากนั้นก็พุ่งออกไปยังทางออกของด่านที่สอง และออกไปจากโลกใต้พื้นดินแห่งนี้

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะจบลงด้วยการที่เมิ่งฮ่าวได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ได้มามากมาย รู้สึกเสียใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก็คือ จากหกประกายเปลวไฟ เขาได้มาเพียงแค่หนึ่งเท่านั้น

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน สักวันหนึ่งข้าจะกลับมาใหม่ และจากนั้น…อำนาจแห่งกรรมของข้าก็จะสมบูรณ์เต็มรูปแบบ!” เมิ่งฮ่าวคิด ได้ข้อสรุปอย่างคร่าวๆ แล้วว่า ใบหน้าวานรนั้นน่าจะเป็น…เต้าฟาง!

หั่วเหยียนจื่อได้เอ่ยถึงเต้าฟาง ซึ่งน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ยืนอยู่ตรงด้านนอกของสามสิบสามสวรรค์!

“ถ้าข้าใช้อำนาจแห่งกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อไหร่ที่ข้าออกไปจากอาณาจักรขุนเขาทะเล และพุ่งผ่านเข้าไปในสวรรค์ทั้งสามสิบสามชั้น ไม่รู้ว่าหลังจากที่เต้าฟางเห็นข้า มันจะจ่ายหนี้ออกมาก่อน หรือว่าโจมตีข้าก่อน?” เมิ่งฮ่าวหัวเราะหึๆ อย่างเย็นชา ขณะที่ร่างกายแวบขึ้น จากนั้นก็ไปปรากฏขึ้นใหม่ตรงพื้นที่ราบซึ่งอยู่รอบๆ ทะเลสาบเต๋าโบราณแห่งดินแดนด้านใต้

ในทันทีที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เมิ่งฮ่าวก็สูดลมหายใจลึกๆ ทำให้พลังลมปราณแห่งฟ้าดินม้วนตัวตรงมาที่เขา เขาดูดซับพลังลมปราณเข้าไปและจากนั้นก็ปล่อยลมหายใจออกมา เมื่อครบหนึ่งรอบ อาณาจักรความเป็นนิรันดร์ก็เริ่มทำงานขึ้น และเขายังได้หยิบเอาเม็ดยาออกมาอีกด้วย กลืนกินลงไปในทันที

ขณะที่บาดแผลบนร่างถูกรักษาอย่างรวดเร็ว เขานั่งลงขัดสมาธิและเริ่มต้นเข้าฌาน พื้นที่บริเวณที่เขาอยู่เป็นป่ารกทึบ เต็มไปด้วยต้นไม้ขึ้นอย่างแน่นหนา มองไม่เห็นร่องรอยของมนุษย์แม้แต่น้อย

หลังจากที่นั่งอยู่ตรงนั้นเกือบหนึ่งชั่วยาม บาดแผลก็ถูกรักษาไปเกือบเก้าในสิบส่วน อาการบาดเจ็บที่เลวร้ายมากที่สุด ไม่ใช่ตอนที่ต่อสู้กับยักษ์ แต่เป็นช่วงสุดท้ายจากเสียงแผดร้องคำรามของใบหน้าวานร

เสียงคำรามนั้นทำให้วิญญาณของเมิ่งฮ่าวได้รับบาดเจ็บ และยังมีผลกระทบต่อประกายเปลวไฟอีกด้วย โชคดีที่เขาสามารถหลบหนีออกมาได้ทันท่วงที ทำให้ได้รับบาดเจ็บอย่างไม่ถาวร มิเช่นนั้นคงจะมีผลสะท้อนอย่างร้ายแรง

เขากำลังจะทำการรักษาตนเองต่อไป แต่ก็ตระหนักว่าหนึ่งส่วนสุดท้ายคงต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วยาม ในตอนนี้เองที่เขาลืมตาขึ้นมาในทันที และตบไปที่ถุงสมบัติ แผ่นหยกลอยออกมา และเมื่อเขาใช้มือกดลงไป เสียงของฟางโส่วเต้าก็เต็มอยู่ในจิตใจ

“ถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับมาช่วยพวกเราในฐานะที่เป็นผู้พิทักษ์เต๋าให้กับบิดาเจ้า เพื่อก้าวเข้าไปในเต๋า!”

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวสดใสขึ้น อาการบาดเจ็บของเขาไม่สำคัญมากนัก สิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริงก็คือการช่วยให้บิดาก้าวเข้าไปในเต๋า ทั้งโดยส่วนตัวเขาเองและสำหรับตระกูล นี่เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างสูงสุด!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้เห็นกับตาตนเอง ถึงความล้มเหลวของเทียนอวิ๋นซ่างเหริน ขณะที่พยายามจะก้าวเข้าไปในเต๋า ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องวิตกกังวลขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าฟางโส่วเต้าและฟางเหยียนซวีกำลังส่งมอบของขวัญอันน่าเหลือเชื่อนี้มา รวมกับบิดาได้อยู่ในวงจรอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณเรียบร้อยแล้ว ทำให้ก้าวเดินนี้…เป็นก้าวที่ต้องเดินต่อไป!

เมิ่งฮ่าวยืนขึ้นและกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังดินแดนตะวันออก เขากระทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำบนดาวหนานเทียนเกือบหมดสิ้นแล้ว เมื่อไหร่ที่งานเลี้ยงฉลองของบิดาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ก็จะเป็นเวลาที่เขาต้องจากไป!

“ผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋าไม่อาจจะผ่านเข้ามายังดาวหนานเทียนได้…ถ้าเช่นนั้น ปรมาจารย์โส่วเต้าจะปล่อยให้เตียก้าวเข้าไปในเต๋าที่นี่?” ด้วยความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมิ่งฮ่าวพุ่งออกไปจากดินแดนด้านใต้ด้วยความรวดเร็วสูงสุด จนไปถึงดินแดนตะวันออก ใช้เวลาเพียงแค่ธูปไหม้หมดไปครึ่งดอกเท่านั้น ก่อนที่เขาจะกลับไปยังป้อมปราการของตระกูลฟาง

ในทันทีที่เขาเข้าไปใกล้ เสียงของฟางโส่วเต้าก็ดังก้องออกมาจากด้านใน

“ฮ่าวเอ๋อร์ พวกเรารอคอยเจ้าอยู่! ไปกันเถอะ!” ขณะที่เสียงนั้นดังขึ้น ฟางโส่วเต้าก็พุ่งออกมาจากคฤหาสน์โบราณ พร้อมกับฟางเหยียนซวี และผู้ที่ออกมาเป็นคนสุดท้ายคือบิดาเมิ่งฮ่าว, ฟางซิ่วเฟิง

ฟางซิ่วเฟิงมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาที่รักใคร่เอ็นดู ไม่อาจจะปกปิดความตื่นเต้น ในความพยายามที่จะเอาชนะทัณฑ์เต๋าไว้ได้ ถึงแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความมุ่งหวัง แต่ก็ยังคงวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งด้วยเช่นกัน

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: