Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1210

I shall seal the heaven Chapter 1210

ตอนที่ 1210

ใช้กรรมตามหาวิญญาณ

ตูม!

ดวงตาหวังเถิงเฟยแดงก่ำ ขณะที่โจมตีออกไปอย่างเต็มกำลัง กระแทกลงไปบนร่างเมิ่งฮ่าว จนทำให้โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากเขา ถึงแม้ว่าหวังเถิงเฟยจะถูกพลังสะท้อนกลับโจมตีกลับมาด้วยเช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนว่ามันไม่ใส่ใจ พร้อมกับเสียงแผดร้องคำรามมันพุ่งกลับมาโจมตีอีกครั้ง

“เจ้าก็รู้ด้วยเช่นกันว่า ภูเขาไร้กังวล จนกระทั่งหิมะสีขาวปกคลุมไปทั่ว แม่น้ำไร้ทุกข์โศก จนกระทั่งพื้นผิวเป็นรอยยับย่นด้วยสายลมที่พัดผ่านมา!!” หวังเถิงเฟยรู้สึกว่าจิตใจตนเองกำลังเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยคมมีด ไม่น้อยไปกว่าเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน

มันรักฉู่อวี้เยียนตั้งแต่ตอนแรก และไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาก่อน แต่…มันก็มีความหยิ่งในตนเองด้วยเช่นกัน ย้อนกลับไปในวันนั้นความเย่อหยิ่งของมันทำให้ต้องปล่อยวางเรื่องราวทั้งหมด จนกว่ามันจะเอาชนะเมิ่งฮ่าวได้ จนกว่ามันจะแข็งแกร่งเพียงพอ มันเชื่อว่าตนเองสามารถจะเสียสละได้ทุกอย่างรวมทั้ง…ฉู่อวี้เยียน!

แต่เมื่อมันสูญสิ้นทุกอย่างไป ในที่สุดก็ตระหนักด้วยความขมขื่นว่า แท้จริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย นับจากนั้นเป็นต้นมา มันจึงเริ่มปรารถนาที่จะให้ฉู่อวี้เยียนมีความสุข มีชีวิตอยู่ด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม

ผ่านไปนานหลายปี มันเชื่อว่าตนเองคงจะลืมความรักเมื่อในอดีตไปได้แล้ว แต่ในวันหนึ่งเมื่อมันโผล่ออกมาจากการนั่งเข้าฌานตามลำพัง ก็ได้ยินจากสหายร่วมตระกูลพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับฉู่อวี้เยียน มันจึงพยายามกระทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะมายังที่แห่งนี้ ในตอนที่มันมาถึงก็มองเห็นเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็ไม่อาจจะควบคุมตนเองได้โดยสิ้นเชิง ระเบิดเป็นความรุนแรงออกไป

“ถ้าเจ้าไม่สนใจนาง ทำไมต้องแย่งชิงนางไปจากข้า!?!? เมิ่งฮ่าว!!” พร้อมกับเสียงแผดร้องคำราม หวังเถิงเฟยโจมตีมาอีกครั้ง เมิ่งฮ่าวไม่ตอบโต้ ยืนสั่นสะท้านอยู่ที่นั่นด้วยจิตใจที่แหลกสลาย คำพูดของหวังเถิงเฟยกระแทกเข้ามาในจิตใจราวกับเป็นสายฟ้าที่ฟาดลงมา

เขาไม่ยกมือต่อสู้กลับไป หวังเถิงเฟยต่อยมาบนร่างเขาหมัดแล้วหมัดเล่า ในจิตใจเมิ่งฮ่าวนี่คือความผิดของเขาทั้งหมด เป็นหนี้ที่เขาต้องชดใช้อย่างลึกล้ำ และมีความรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง…เขาเสียใจต่อเรื่องทั้งหมดเมื่อในอดีต และตอนนี้ก็รู้ว่าตนเองได้ทำผิดพลาดไปแล้ว เขาไม่เคยตระหนักว่าจะทำให้คนอื่นๆ ต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นนี้มาก่อน

“ขออภัยด้วย…” เมิ่งฮ่าวพึมพำด้วยน้ำเสียงที่ขมขื่น ถึงแม้จะเป็นคำพูดที่กล่าวขึ้นมาอย่างเงียบๆ แต่เมื่อหวังเถิงเฟยได้ยิน ก็ต้องหยุดชะงักนิ่ง ปล่อยหมัดลงไปข้างกาย และเริ่มร้องไห้ออกมา

เมิ่งฮ่าวเดินกลับไปยังโลงศพ และมองไปยังฉู่อวี้เยียนผู้งดงาม ที่กำลังนอนอยู่ด้านในราวกับว่าหลับใหลอยู่ หยดน้ำตาไหลลงมาบนใบหน้า ยกมือขวาขึ้นมาแตะสัมผัสไปบนหน้าผากของนางอย่างอ่อนโยน

หยาดน้ำตาไหลลงมาจากใบหน้าเขา หยดลงไปบนแก้มของฉู่อวี้เยียน…

ชั่วขณะต่อมา เขาก็มองขึ้นไปยังตานกุ่ยและชายชราที่ดูเก่าแก่โบราณ ซึ่งกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ

“ฉู่อวี้เยียนตายไปอย่างผิดปกติ ช่วยบอกข้าด้วยว่าทำไม!” เขากล่าวขึ้นมาอย่างช้าๆ รวดเดียวจบ และเมื่อกล่าวถึงคำพูดสุดท้าย ก็ดังกระหึ่มกึกก้องขึ้น ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และสายลมก็พุ่งขึ้นมา ทั่วทั้งเต๋าคุนหลุนเริ่มสั่นสะเทือนขึ้นอย่างรุนแรง

ขณะที่พูดออกมานั้น พื้นฐานฝึกตนของเขาก็ระเบิดเป็นพลังขึ้น จนถึงจุดที่สามารถจะสังหารผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋าไปได้ ในตอนนี้เขาสามารถกำจัดผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าหนึ่งแก่นแท้ได้อย่างง่ายดาย สามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าสองแก่นแท้ต้องสั่นสะท้าน หรือแม้แต่ราชันเต๋าสามแก่นแท้…เขาก็ยังสามารถจะต่อสู้ด้วยได้!

ตานกุ่ยอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ และหันไปมองยังชายชราที่ดูเก่าแก่โบราณที่ข้างกายท่าน ชายชราผู้นั้นไม่เคยเอ่ยถึงข้อพิรุธใดๆ เกี่ยวกับการตายของฉู่อวี้เยียน ตานกุ่ยจึงคิดเอาเองว่าอาจจะเป็นเพราะหลังจากที่บรรลุถึงขั้นเซียน ทำให้พื้นฐานของฉู่อวี้เยียนไม่มั่นคง จนทำให้วิญญาณของนางต้องแตกกระจายไป

ไม่ใช่ตานกุ่ยเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จ้องมองไปด้วยความตกใจ ดวงตาหวังเถิงเฟยก็เบิกกว้างขึ้น และศิษย์เต๋าคุนหลุนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นทั้งหมดต่างก็มองขึ้นไปยังชายชราผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ

ชายชราผู้นี้คือหนึ่งในปรมาจารย์แห่งเต๋าคุนหลุน มันมองลงไปยังเมิ่งฮ่าวและถอนหายใจออกมา มันเคยได้ยินมานานแล้วว่าเมิ่งฮ่าวแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เมื่อมองเห็นด้วยสองตาของตนเอง ก็ตระหนักว่าเมิ่งฮ่าวสามารถจะมองเห็นร่องรอยบางอย่างบนซากศพของฉู่อวี้เยียน

“วิญญาณนางแตกกระจายไป…”

“เมื่อนางกลับมาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นปกติดี แต่ความเป็นจริงก็คือนางได้สูญเสียจิตวิญญาณไปแล้ว สิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่คือวิญญาณที่ไร้รากเหง้า ทำให้นางอยู่ในสถานะเช่นนั้นได้ไม่นานนัก ถ้าไม่มีจิตวิญญาณของนางคอยช่วยเหลือ สุดท้าย…วิญญาณที่ไร้รากนั้นก็จะแตกกระจายไป”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ทำไมนางถึงต้องตายไป และเป็นเหตุผลที่ทำไมเหล่าฟูถึงไม่อาจจะพลิกสถานการณ์และฟื้นคืนชีพให้นางได้…”

ชายชรากล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาโดยไม่โกหกใดๆ ยังได้อธิบายไปถึงขั้นตอนทั้งหมดที่มันพยายามจะช่วยฉู่อวี้เยียนออกมาอีกด้วย

เมิ่งฮ่าวกำลังสั่นสะท้าน เนื่องจากระดับพื้นฐานฝึกตนของเขา ทำให้ตระหนักดีถึงผลลัพธ์ที่ตามมาของบุคคลที่สูญเสียจิตวิญญาณไป ด้วยวิญญาณที่ไร้รากเหง้า โดยไม่มีพื้นฐานใดๆ คอยเกื้อหนุน คนผู้นั้นก็จะสูญเสียการรับรู้ถึงความจริงได้ทุกเมื่อ และเริ่มแตกกระจายตกตายไป

ในตอนที่ฉู่อวี้เยียนกลับมา นางเริ่มอ่อนแอลงไปแล้ว ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความตายไปทุกวัน แต่โชคร้ายที่นางไม่อาจจะทำอะไรได้

นางได้แต่เฝ้ารอจนกระทั่งวิญญาณที่ไร้รากของนางแตกกระจายไป และวันที่นางจะตายไปก็มาถึง…

นางรู้ว่าตนเองกำลังจะตายไป ดังนั้น…จึงได้ส่งข้อความสุดท้ายไปหาเมิ่งฮ่าว

“เมิ่งฮ่าว…ข้าหวังว่าท่านและสวี่ชิงจะมีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัยร่วมกัน…”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวกลายเป็นสีแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง และสั่นสะท้านมากขึ้นจากความรู้สึกเจ็บปวดใจที่เพิ่มขึ้นมา จากพื้นฐานฝึกตนที่สูงของเขาในตอนนี้ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะตรวจสอบดูซากศพของฉู่อวี้เยียน และยืนยันได้ว่าสิ่งที่ชายชรากล่าวมาไม่ใช่เรื่องโกหก

“จิตวิญญาณของนางหายไป…อยู่ที่ไหน…?” แววตาเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เขารู้ดีว่าที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาทั้งหมด เป็นเพราะว่าฉู่อวี้เยียนได้ช่วยเขาในอาณาจักรสายลม ทำให้นางได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส ทำให้วิญญาณนางตกอยู่ในสถานะที่เปราะบาง จนสามารถจะแตกกระจายออกไปได้ทุกเมื่อ ตอนที่นางก้าวเข้าไปในกระแสน้ำวน นางยังเป็นปกติดี มิเช่นนั้นแค่เมิ่งฮ่าวมองไปแวบเดียว ก็คงต้องเฉลียวใจแล้ว

 

ปัญหาจะต้องเกิดขึ้น…หลังจากที่ฉู่อวี้เยียนผ่านเข้าไปในกระแสน้ำวน เพื่อออกมาจากอาณาจักรสายลม กลับมายังขุนเขาที่เก้า เมิ่งฮ่าวก็เดินทางมาด้วยเช่นกัน มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น เห็นได้ชัดว่า ช่วงเวลาสั้นๆ นั้นคือตอนที่…ฉู่อวี้เยียนได้สูญเสียจิตวิญญาณของนางไป!

“วิญญาณไร้รากมีชีวิตอยู่ได้ก็เนื่องจากจิตวิญญาณ จิตวิญญาณหล่อเลี้ยงวิญญาณไร้ราก…ถ้าข้าสามารถค้นหาจิตวิญญาณของฉู่อวี้เยียนได้ บางที…ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้นางมีชีวิตขึ้นมาใหม่!” เมิ่งฮ่าวมองลงไปยังฉู่อวี้เยียน ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยแสงแห่งความมุ่งมั่น ขณะที่ตัดสินใจจะตามหาร่องรอยจิตวิญญาณของฉู่อวี้เยียนให้จงได้!

เมิ่งฮ่าวยกมือขวาขึ้นมาขยับร่ายเวท ขณะที่ปลดปล่อยเวทผึกกรรมออกไป กดมือลงไปบนหน้าผากของฉู่อวี้เยียนอย่างอ่อนโยน แต่ก็ไม่มีกรรมปรากฏขึ้น ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง ขณะที่จู่ๆ ก็เริ่มเดินไปรอบๆ โลงศพของฉู่อวี้เยียน เคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดเป็นภาพทับซ้อนปรากฏขึ้นมา

ตอนแรกเป็นแค่ภาพทับซ้อนภาพเดียวเท่านั้น ต่อจากนั้นก็เป็นสอง, สาม, สี่…

เขาเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็วจนสายลมพุ่งขึ้นมา และยังมีภาพทับซ้อนปรากฏขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย ในที่สุดก็มีถึงสิบ, สิบหน้า…และมากขึ้นไปเรื่อยๆ

เมิ่งฮ่าวไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะใช้วิธีการเดินที่แปลกประหลาดนั้นออกมาอย่างเต็มกำลัง ทำให้เขาสามารถจะกลับไปยัง…วันก่อนหน้านี้! หนึ่งวันก่อนหน้านี้ วิญญาณไร้รากของฉู่อวี้เยียนยังไม่แตกกระจายไปโดยสิ้นเชิง!

ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินไป พลังแห่งการท่องไปในกาลเวลาก็เริ่มกระจายออกไปอย่างช้าๆ ในที่สุดกลิ่นอายนั้นก็ปรากฏขึ้น ทำให้สายตาของผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นพร่าเลือนไป แม้แต่สายตาของตานกุ่ยก็เริ่มว่างเปล่าไป

มีแต่ปรมาจารย์เต๋าคุนหลุนเท่านั้นที่จู่ๆ ดวงตาก็เริ่มสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า คลื่นแห่งความตื่นตระหนกกำลังบดขยี้อยู่ภายในใจ

“เต๋า…แห่งการท่องไปในกาลเวลา!!”

“คาดไม่ถึงว่าเมิ่งฮ่าวผู้นี้…จะใช้เต๋าแห่งการเดินทางข้ามกาลเวลาออกมาได้จริงๆ!!”

ไม่ใช่มันเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สั่นสะท้าน ปรมาจารย์อาณาจักรเต๋าคนอื่นๆ ในเต๋าคุนหลุนต่างก็สั่นสะท้านไปตามๆ กัน ขณะที่มองไปยังภาพที่เกิดขึ้นด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ พวกมันถูกเมิ่งฮ่าวทำให้ตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง

คนทั้งหมดเฝ้ามองไปขณะที่ภาพซ้อนทับของเมิ่งฮ่าวปรากฎมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างช้าๆ จนกระทั่งในที่สุดพวกมันก็รวมตัวกันเป็นวงแหวน

ตรงกลางวงแหวนนั้นคือโลงศพและพื้นที่รอบๆ ซึ่งเห็นได้ชัดว่า…กำลังเคลื่อนที่ผ่านกาลเวลาไป ต้นไม้ใบหญ้าส่ายไหวไปมา และระลอกคลื่นก็กระจายออกไป เงาร่างมากมายปรากฏขึ้นไปๆ มาๆ อยู่เช่นนั้นคนแล้วคนเล่า

ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าใบหน้าเมิ่งฮ่าวซีดขาวมากแค่ไหน วิธีการเดินนี้แปลกประหลาดและลี้ลับอย่างถึงที่สุด แต่ก็เป็นเรื่องยากสำหรับเมิ่งฮ่าวอย่างน่าเหลือเชื่อ ที่จะใช้มันเปลี่ยนให้ฉู่อวี้เยียนกลับไปยังวันก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตามความคิดยอมแพ้ไม่เคยมีอยู่ในจิตใจของเมิ่งฮ่าว เขาเคลื่อนที่รวดเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีโลหิตไหลซึมออกมาจากปากมากแค่ไหน ไม่ว่าร่างกายเขาจะแห้งเหี่ยวลงไปมากเพียงใด ไม่ว่าพื้นฐานฝึกตนจะสั่นสะเทือนไปอย่างไร เขายังคงยืนกรานที่จะทำต่อไป

ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ระลอกคลื่นที่ไหลผ่านบริเวณรอบๆ ฉู่อวี้เยียนก็มีมากขึ้นไปเรื่อยๆ เคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วมากขึ้น เวลาเลื่อนผ่านไป และทันใดนั้นดวงตาของฉู่อวี้เยียนก็ลืมขึ้นมา

ในตอนนี้เองที่เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักนิ่ง กระอักโลหิตออกมาเก้าครั้ง และเส้นผมก็เปลี่ยนเป็นสีขาว จากนั้นก็กลายเป็นเถ้าธุลีไป ตลอดทั้งร่างของเขาดูแก่ชราลงไปเป็นอย่างมาก

แววตาของฉู่อวี้เยียนไร้ประกาย เหมือนกับวันก่อนหน้านี้ที่นางจะตายไป นางไม่รับรู้ถึงสิ่งต่างๆ รอบข้าง และไม่อาจจะสัมผัสได้ว่าเมิ่งฮ่าวได้เดินทางย้อนกลับมาหนึ่งวันเพื่อพบกับนาง

เมิ่งฮ่าวไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งที่ยังกระอักโลหิตออกมา รีบขยับมือร่ายเวท และปลดปล่อยเวทผนึกอสูรออกมา ใช้นิ้วชี้กดลงไปบนหน้าผากของฉู่อวี้เยียน

ในตอนนี้จิตใจเมิ่งฮ่าวกำลังสั่นสะท้าน และทันใดนั้นเส้นใยกรรมก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ร่างฉู่อวี้เยียนอย่างเลือนลาง

มากกว่าครึ่งเป็นเส้นใยที่เชื่อมต่ออยู่กับตัวของเมิ่งฮ่าวเอง ทำให้จิตใจเขาเจ็บปวดมากขึ้น อย่างไรก็ตามเขารู้ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ จึงเพ่งสมาธิทั้งหมดเริ่มทำการตรวจสอบเส้นใยกรรมอื่นๆ ด้วยความหวังว่าจะใช้พวกมันบ่งชี้ไปยังจิตวิญญาณของนาง!

เมิ่งฮ่าวทุ่มออกมาจนสุดตัว โคจรหมุนวนพื้นฐานฝึกตนอย่างเต็มกำลัง ทำให้แสงสีฟ้าสาดประกายอยู่รอบๆ ร่าง ในที่สุดก็พบว่าหนึ่งในเส้นใยกรรมเหล่านั้นนำออกไปในความว่างเปล่า เขาส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ติดตามไป ไกลมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาก็ไปอยู่ในความว่างเปล่าด้วยเช่นกัน

ที่แห่งนั้นเมิ่งฮ่าวมองเห็นกระแสน้ำวนแห่งหนึ่ง เป็นกระแสน้ำวนที่ดูคุ้นเคยซึ่งไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็น…กระแสน้ำวนที่ไห่เมิ่งจื้อจุนได้เรียกมา หลังจากที่อาณาจักรสายลมพังทลายไป ช่วยให้คนทั้งหมดกลับมายังสถานที่ที่จากมา

ที่นั่นเส้นใยกรรมเริ่มแตกกระจายไป เมื่อเห็นว่าเส้นใยกรรมกำลังจะหายไป เมิ่งฮ่าวก็แผดร้องคำรามออกมา ทำให้เวทแห่งกาลเวลาเริ่มระเบิดออกไปมากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับพื้นฐานฝึกตนและเวทผนึกกรรมของเขา อีกครั้งที่เมิ่งฮ่าวเริ่มเดินไป ใช้เต๋าแห่งการท่องไปในกาลเวลาออกมา

เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกไป จนกระทั่งในที่สุด ก็มองเห็น…ภาพสองภาพ!

ในภาพแรกเขามองเห็นฉู่อวี้เยียนกำลังก้าวเดินเข้าไปในกระแสน้ำวนด้วยใบหน้าที่ซีดขาว นั่นคือตอนที่คนทั้งหมดกลับเข้ามาในกระแสน้ำวนของไห่เมิ่งจื้อจุน

ด้วยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้ ทำให้เมิ่งฮ่าวสามารถจะย้อนเวลากลับไป เพื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในที่แห่งนี้จากในอดีต

สิ่งที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นก็คือ ขณะที่ฉู่อวี้เยียนเดินทางด้วยกระแสน้ำวน นางเลยผ่านขุนเขาที่เก้าแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเลไป เมื่อนางกำลังเดินทางผ่านขุนเขาทะเลที่แปด ทันใดนั้นเองก็ได้ยินเสียงดังก้องออกมาจากภายในกระแสน้ำวน

“วิญญาณ จงมาหาข้า!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: