I shall seal the heaven Chapter 1212

0 Comments

ผนึกสวรรค์ สยบมาร สะท้านเทพ ภาค 8

อาณาจักรขุนเขาทะเลของข้า

ตอนที่ 1212

ขุนเขาทะเลที่แปด

ขุนเขาทะเลที่แปด ในแง่ของขนาดแล้วก็เท่ากับขุนเขาทะเลที่เก้า และมีทะเลด้วยเช่นกัน แต่ไม่ได้เรียกว่าทะเลที่เก้า มันถูกเรียกว่าทะเลที่แปด…

มีดาวอยู่สี่ดวงที่โคจรหมุนวนไปรอบๆ ขุนเขาที่แปดนี้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างไปจากดาวในขุนเขาที่เก้าก็ตาม แต่เมื่อดูในภาพรวมของทั้งระบบ และสถานที่ที่พวกมันถูกสร้างขึ้นมา ก็คล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ขุนเขาทะเลที่แปด และขุนเขาทะเลที่เก้า ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขุนเขาทะเลด้วยเช่นกัน

แต่ก็ยังมีเกราะป้องกันอยู่ระหว่างขุนเขาทะเลต่างๆ เกราะป้องกันเหล่านั้นยากที่จะเจาะทะลวงให้เป็นช่องโหว่ได้ ทำให้ผู้ฝึกตนจากขุนเขาทะเลแต่ละแห่งไม่อาจจะผ่านไปมาได้อย่างง่ายดาย เว้นแต่จะมี…สงครามเกิดขึ้น พลังของผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนก็จะสามารถทำลายเกราะป้องกันเหล่านั้น และผ่านเข้าไปในขุนเขาทะเลที่อยู่ติดกันได้

อีกวิธีก็คือพึ่งพาพื้นฐานฝึกตนอันแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ เพื่อเปิดเป็นช่องทางให้ก้าวผ่านไปได้ แต่การกระทำเรื่องเช่นนี้ต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเกิดขึ้น น้อยคนนักที่จะใช้วิธีการเช่นนี้ออกมา นอกจากนั้นก็มีเพียงผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋าเท่านั้นที่จะทำได้

สำหรับปรมาจารย์เอกะเทวะ มันมีวิธีการที่พิเศษเฉพาะของตนเอง แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะทะลวงผ่านออกมาจากขุนเขาทะเลที่เก้า เพื่อเข้าไปสู่ขุนเขาทะเลที่แปด

เมื่อเซียนกู่เต้าฉ่างสร้างสะพานนั้นขึ้นมา พลังจากพิธีเต๋าเซียนโบราณที่ถูกรวบรวมไว้เป็นเวลาหลายปีก็ถูกใช้ออกมา

สร้างเป็นเส้นทางที่สามารถจะทะลวงผ่านเกราะป้องกันนั้นไปได้ ช่วยให้คนผู้หนึ่งสามารถจะเดินทางไปยังอีกขุนเขาได้โดยไร้อุปสรรคใดๆ อย่างไรก็ตาม…สามารถจะใช้ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ในเขตตะวันตกของขุนเขาทะเลที่แปด ตรงความว่างเปล่ามืดสนิทที่ยืดยาวออกไป จู่ๆ ก็มีรอยแตกสีขาวปรากฏขึ้น แสงอันเจิดจ้าพุ่งออกไปในทั่วทุกทิศทาง ทำให้รอยแตกนั้นดูเด่นชัดอยู่ในความมืดมิดอันกว้างใหญ่

ปราณเซียนอันไร้ขอบเขตเริ่มกระจายออกมาจากรอยแตกนั้นอย่างช้าๆ จนทำให้ใครก็ตามที่มองเห็น ต้องคิดว่าคงจะมีของวิเศษบางอย่างอยู่ในรอยแตกนั้นอย่างแน่นอน

รอยแตกนั้นไม่ได้สงบนิ่งอยู่กับที่ แต่กำลังหดตัวเล็กลงไป เห็นได้ชัดว่ามันคงจะหายไปในช่วงเวลาสั้นๆ นี้

ตรงเขตพื้นที่รอบๆ รอยแตกนั้น…การต่อสู้อย่างดุร้ายกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้!

เสียงระเบิดดังก้องออกมา พร้อมกับเสียงแผดร้องอย่างโหยหวน มองเห็นแสงอาวุธเวทสาดกระจายไปทั่ว ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบออกไปในทั่วทุกทิศทาง

อย่างน่าตกใจยิ่ง ผู้ฝึกตนสองกลุ่มซึ่งมีจำนวนมากกว่าหนึ่งพันคน กำลังต่อสู้กันอย่างดุร้าย กลุ่มหนึ่งสวมใส่ชุดสีเหลืองซึ่งปักลวดลายมังกรสีทองอยู่บนชายแขนเสื้อ ในขณะที่อีกกลุ่มสวมใส่ชุดนักพรตสีขาว คนทั้งหมดกำลังโจมตีกันไปมาอย่างดุร้าย ราวกับว่าพวกมันไม่อาจจะอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้

บางคนยังได้ทำการระเบิดตัวเองเป็นระยะอีกด้วย ทำให้เกิดเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดรุนแรง เต็มไปด้วยกลิ่นคาวของโลหิตและชิ้นเนื้อ รวมทั้งซากศพนับไม่ถ้วน…

ผู้ฝึกตนทั้งหมดมีสองตาที่แดงก่ำ ในท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้นผู้ที่อ่อนแอมากที่สุดอยู่ในเซียนขั้นที่สาม แต่ละคนต่างก็ทุ่มพลังออกมาอย่างสุดตัว ด้านบนของสนามรบหลักเป็นการต่อสู้ที่มีขนาดเล็กกว่า ประกอบด้วยผู้คนสี่คน สามบุรุษและหนึ่งสตรี คนทั้งสี่อยู่ในขั้นกลางแห่งอาณาจักรโบราณ ระลอกคลื่นที่ปลดปล่อยออกมาจากอาวุธเวทของพวกมัน แข็งแกร่งทรงพลังมากกว่ากลุ่มคนที่ด้านล่างเป็นอย่างมาก

ด้านบนพวกมันก็ยังมีการต่อสู้อยู่ด้วยเช่นกัน มีแค่สองคนเท่านั้น!

ทั้งคู่เป็นชายชราที่อยู่ในขั้นสูงสุดแห่งอาณาจักรโบราณ ห่างจากวงจรอันยิ่งใหญ่แค่ครึ่งก้าวเท่านั้น พวกมันนั่งขัดสมาธิมีกระดานหมากล้อมวางอยู่ตรงกลาง พวกมันกำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่นั่นเอง แต่หมากล้อมที่กำลังเล่นอยู่นี้คือหนึ่งในการต่อสู้ของพวกมัน ทุกครั้งที่มีการวางเม็ดหมากลงบนกระดาน ก็จะทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในความว่างเปล่า

“สุ่ยอวิ๋นเหล่าไกว้ (ผู้พิสดารเมฆวารี) ดินแดนลี้ลับนี้ถูกค้นพบโดยมู่หั่วเต้า (เต๋าไม้อัคคี) ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสำนักสุ่ยอวิ๋นของเจ้า!” ชายชราในชุดสีเหลืองกล่าว ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความเย็นชา หยิบเม็ดหมากสีดำวางลงไปบนกระดาน

ในทันทีที่เม็ดหมากถูกวางลงไป เสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ และเกิดเป็นพลังระเบิดอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวต้องสั่นสะเทือนไปมา

“ท่านพูดผิดแล้ว สหายเต๋ามู่หั่ว ดินแดนลี้ลับแห่งขุนเขาทะเลที่แปดมักจะเป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของผู้ที่ค้นพบมัน สำหรับดินแดนลี้ลับนี้…ถูกค้นพบโดยท่านปรมาจารย์สำนักสุ่ยอวิ๋นของพวกเราเมื่อสามร้อยปีก่อน แต่ในตอนนั้นท่านไม่มีกายเนื้อที่เหมาะสม จึงได้แต่ทำเครื่องหมายไว้ในที่แห่งนี้ และรอคอยให้มันเปิดออกในครั้งต่อไป”

“ตอนนี้เมื่อมันเปิดออกมาแล้ว สำนักสุ่ยอวิ๋นก็มีสิทธิ์อันชอบธรรม ท่านคือคนที่สอดมือเข้ามา!” ชายชราในชุดนักพรตสีขาวแค่นเสียงเย็นชา หยิบเอาเม็ดหมากสีขาววางลงไป เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกมาในทันที

“เหลากุ่ย (ปีศาจเฒ่า) ถ้าเจ้าจะพูดเช่นนั้น ข้าก็ขอบอกว่าดินแดนลี้ลับนี้ถูกค้นพบโดยมู่หั่วเต้าเมื่อเจ็ดร้อยปีมาแล้ว!” ชายชราในชุดสีเหลืองแผดร้องออกมาด้วยโทสะ

“เหล่าเจียฮัว (ตัวประหลาดเฒ่า) ข้าพูดมาไม่ต่ำกว่าพันครั้งแล้วว่า ท่านปรมาจารย์สำนักสุ่ยอวิ๋น ค้นพบสถานที่แห่งนี้มาตั้งแต่หนึ่งพันสามร้อยปีก่อน!” ชายชราในชุดขาวกล่าวขึ้นพร้อมกับแค่นเสียงเย็นชา

“ผายลม! เมื่อหนึ่งพันสามร้อยปีก่อนยังไม่มีสำนักสุ่ยอวิ๋นเกิดขึ้นมาเลย!”

ขณะที่คนทั้งสองโต้เถียงกันอยู่นั้น ดวงตาพวกมันก็สาดประกายอันเย็นชาขึ้น หยิบเม็ดหมากวางลงไปบนกระดานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวสั่นสะท้าน ที่ด้านล่างพวกมัน การต่อสู้อย่างดุร้ายยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เองที่แสงอันเจิดจ้าที่สาดประกายออกมาจากรอยแตก เริ่มมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม ปกคลุมไปทั่วทั้งสนามรบ ผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้กันอยู่อ้าปากค้างขึ้นโดยไม่รู้สึกตัว ขณะที่พื้นฐานฝึกตนของพวกมันพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างผิดปกติ บางคนยังมีความก้าวหน้าขึ้นไปอย่างเห็นได้ชัด และสัญญาณแห่งการทะลวงผ่านก็ปรากฏขึ้นในตัวพวกมันบางคน ช่างเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง ในตอนนี้พื้นฐานฝึกตนของคนที่ฝึกฝนเวทแห่งเปลวไฟ แทบจะทะลวงผ่านไปได้แล้ว!

คนทั้งหมดต่างก็ตกตะลึงต่อเรื่องนี้ และแววตาก็เริ่มสาดประกายขึ้นด้วยแสงอันเจิดจ้า

 

แม้แต่ผู้ฝึกตนขั้นกลางอาณาจักรโบราณสี่คน และสองชายชราที่กำลังเล่นหมากล้อมกันอยู่ต่างก็อ้าปากค้าง และสีหน้าก็เปลี่ยนไปด้วยความตื่นตระหนก

“นั่นคือ…ดินแดนลี้ลับเต๋า!!”

“มันต้องอยู่ในขั้นเต๋าอย่างแน่นอน มิเช่นนั้นปราณเซียนที่กระจายออกมา จะต้องไม่มีแก่นแท้อยู่ด้วย! ซึ่งสามารถทำให้พื้นฐานฝึกตนทะลวงผ่านไปได้!!”

แก่นแท้เปลวไฟนั้น บ่งบอกว่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในดินแดนลี้ลับเมื่อในอดีตนั้น ต้องเป็นผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าที่มีแก่นแท้เปลวไฟอย่างแน่นอน!!”

สองชายชราเริ่มพึมพำออกมา และดวงตาก็สาดประกายอย่างน่ากลัว

“ดินแดนลี้ลับเต๋าเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากเย็นยิ่งในขุนเขาทะเลที่แปด…”

ถึงแม้ว่าคนทั้งสองจะต่อสู้กันด้วยคำพูดเมื่อครู่นี้ และไม่ได้ทำการต่อสู้กันอย่างแท้จริง แต่ตอนนี้เมื่อพวกมันตระหนักว่าดินแดนลี้ลับนี้ล้ำค่ามากแค่ไหน พลังจากพื้นฐานฝึกตนของพวกมันก็ระเบิดออกไป กระดานหมากล้อมที่อยู่ตรงกลางแตกกระจายกลายเป็นเสี่ยงๆ ทำให้เม็ดหมากสีดำขาวลอยออกไปในทั่วทุกทิศทาง ขณะที่ทำการโจมตีออกไป

การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องออกไป ทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวสั่นสะเทือน ทั้งสองฝ่ายค่อนข้างจะแข็งแกร่งพอๆ กัน ทำให้ยากที่จะเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น…แสงสีขาวที่กำลังกระจายออกมาจากรอยแตกนั้น จู่ๆ ก็เริ่มหดตัวลงไป ราวกับว่ามันกำลังจะจางหายไป

“แย่แล้ว! ดินแดนลี้ลับเต๋ากำลังจะปิดลง! บัดซบ! ทำไมถึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนัก? ดินแดนลี้ลับเต๋าทั้งหมดต่างก็เป็นเช่นนี้?”

“อย่าปล่อยให้มันปิดตัวลง! ยังไม่ได้ดึงวิญญาณเต๋าออกมาเลย!!” สีหน้าของชายชราทั้งสองสลดลงขณะที่ต่อสู้กันไปมา ทันใดนั้นพวกมันก็สบตาซึ่งกันและกัน

“หยุดต่อสู้กันชั่วคราวเถอะ ส่งร่างกายที่พวกเราจัดเตรียมมาออกไป ให้วิญญาณเต๋าในดินแดนลี้ลับตัดสินใจเองว่าจะเลือกใคร!”

“ตกลง!” สองชายชรากัดฟันแน่น เมื่อเห็นว่ารอยแตกนั้นกำลังจะจางหายไปก็ไร้ทางเลือกใดๆ อีก พวกมันต่อสู้กันเพื่อโอกาสคนละครึ่งนี้

คนทั้งสองโบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป ทำให้พื้นฐานฝึกตนปะทุขึ้นมา ใช้พลังของพวกมันแยกผู้ฝึกตนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ออกเป็นสองกลุ่ม จากนั้นพวกมันก็กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังรอยแตกนั้น ขณะที่เข้าไปใกล้ ชายชราทั้งสองก็ร้องตะโกนออกมา

“ถงเอ๋อร์! ซานปิน!”

“ซานซาน! มู่อี้!”

ด้วยการตอบรับคำพูดของพวกมัน สี่คนบินออกมาจากกลุ่มฝูงชน เป็นสองบุรุษสองสตรี บุรุษมีหน้าตาที่หล่อเหลา และสตรีก็มีใบหน้าที่งดงาม พวกมันไปอยู่ตรงหน้าชายชราด้วยความวิตกกังวล ประสานมือและโค้งตัวลง

“ขอน้อมพบ ท่านปรมาจารย์!”

“พยายามดูดซับวิญญาณเต๋าเข้าไปในร่างพวกเจ้า และย่อยสลายมันไป เพื่อปลุกพลังที่อยู่ในร่างพวกเจ้าให้ตื่นขึ้นมา จะสำเร็จหรือไม่ก็ขึ้นกับโชคชะตาของพวกเจ้าแล้ว!” สี่ผู้ฝึกตนกัดฟันแน่น จากนั้นก็บินตรงไปยังรอยแตก ขณะที่พวกมันเข้าไปใกล้ ก็กัดลงไปที่ปลายลิ้น พ่นโลหิตออกมาให้ลอยตรงไปยังรอยแตกนั้น

คนทั้งหมดในบริเวณนั้นจ้องนิ่งไปยังภาพที่กำลังเกิดขึ้นมานี้ เมื่อสี่ผู้ฝึกตนพ่นโลหิตออกไป พลังอันมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากภายในรอยแตกที่กำลังหดตัวเล็กลง รอยแตกนั้นเริ่มขยายขนาดใหญ่ขึ้นในทันที ทำให้แสงอันเจิดจ้าพุ่งกระจายออกมา สว่างจ้าจนไม่มีใครสามารถจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านในรอยแตกนั้นนอกจากแสงสว่างเท่านั้น

“มันกำลังออกมาแล้ว!” สองชายชราร้องตะโกนขึ้นด้วยความตื่นเต้น

ตูม!

ขณะที่รอยแตกขยายตัวออกไป พลังอันมหาศาลก็ระเบิดออก และทันใดนั้นภายในแสงสว่างนั้นก็ปรากฏเป็นมือข้างหนึ่ง…ค่อยๆ ยื่นออกมาจากด้านในอย่างช้าๆ!

มือข้างนั้นคว้าจับไปที่ขอบรอยแตก หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนผู้หนึ่งโผล่ออกมา

ในทันทีที่เงาร่างนั้นปรากฏขึ้น พลังเซียนก็ปะทุออกมาพร้อมกับแก่นแท้ ทำให้จิตใจของผู้ฝึกตนอื่นๆ เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา และเริ่มถอยไปทางด้านหลัง สองชายชราต่อสู้กลับไปยังพลังนั้น แต่แทบจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกมัน สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจโดยสิ้นเชิง

“ความรู้สึกนี้ กลิ่นอายนี้…มันคือวิญญาณเต๋า!!”

“มันกำลังออกมาแล้ว มันกำลังออกมาแล้ว…”

สองบุรุษและสองสตรีที่อยู่ด้านนอกรอยแตกกำลังถอยไปทางด้านหลังพร้อมด้วยใบหน้าที่ซีดขาว พวกมันรับรู้ได้ว่าสิ่งที่กำลังออกมาจากรอยแตกนั้น เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่เต็มไปด้วยความน่ากลัวสำหรับพวกมัน

ตูม!

เงาร่างนั้นโผล่ออกมาจากรอยแตกอย่างเต็มตัว เป็นบุรุษหนุ่มที่สวมใส่ชุดยาวสีขาว มีเส้นผมที่ยาวดกดำ และดูคล้ายกับเป็นนักศึกษาที่หล่อเหลา แทบจะในทันทีที่เงาร่างนั้นโผล่ออกมา รอยแตกที่ด้านหลังก็ปิดลงและหายไปในทันที

เวลาเดียวกันนั้น แสงอันเจิดจ้าที่เต็มอยู่ในบริเวณนั้นก็จางหายไปด้วยเช่นกัน

สองชายชราจ้องมองไปยังบุรุษหนุ่มผู้นี้ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ไม่เพียงแต่พวกมันเท่านั้น สองบุรุษและสองสตรีก็จ้องมองไปด้วยความตกใจ นี่ต้องไม่ใช่สิ่งที่พวกมันคาดคิดว่าจะเป็นวิญญาณเต๋าอย่างแน่นอน

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าวิญญาณเต๋าจะมีหน้าตาเช่นนี้จริงๆ?” นี่คือสิ่งที่สองชายชรากำลังครุ่นคิดด้วยความสับสน คนทั้งสองไม่เคยเห็นดินแดนลี้ลับเต๋ามาก่อน ดังนั้นจึงไม่แน่ใจว่าบุรุษหนุ่มที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกมัน จะเป็นวิญญาณเต๋าจริงๆ หรือไม่

“นี่คือขุนเขาทะเลที่แปด?” บุรุษหนุ่มถามขึ้น แน่นอนว่าเขาคือเมิ่งฮ่าวนั่นเอง

เมื่อเห็นว่าสีหน้าของผู้คนมากมายที่มาต้อนรับเขาค่อนข้างจะตื่นตระหนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองไปยังกลุ่มคนที่เบื้องหน้า ซึ่งประกอบด้วยสองบุรุษที่หล่อเหลาและสองสตรีที่งดงาม

ทันใดนั้นหนึ่งในหญิงสาวที่งดงาม ก็คุกเข่าลงไปที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว และชูสองมือขึ้นไปในอากาศ “ผู้อาวุโส ได้โปรดรับข้าเป็นเครื่องสังเวย!”

อีกสามคนรีบปฏิบัติตามอย่างรวดเร็ว คุกเข่าลงไปและชูมือขึ้นมา

“ผู้อาวุโส ได้โปรดรับข้าเป็นเครื่องสังเวย!”

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่มองไปรอบๆ เมื่อมองไปยังสองชายชราที่มีพื้นฐานฝึกตนสูงมากที่สุด พวกมันก็เริ่มสั่นสะท้านและถอยไปทางด้านหลัง

“ผู้…ผู้อาวุโส นั่นคือเครื่องสังเวยทั้งหมดที่พวกเราจัดเตรียมมา ทั้งสี่คนตรงหน้าท่าน ท่านชอบใครก็นำไปได้เลย พวก…พวกเราชรามากแล้ว ไม่เหมาะสมจริงๆ…” ชายชราในชุดสีเหลืองกล่าวขึ้น

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: