Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1213

I shall seal the heaven Chapter 1213

ตอนที่ 1213

พันธมิตรเทพสวรรค์

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าแปลกๆ ขณะที่มองไปยังสองชายชรา จากนั้นก็มองลงไปยังบุรุษและสตรีที่กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า โดยไม่ลังเลใดๆ เขาถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ที่นี่คือขุนเขาทะเลที่แปดใช่หรือไม่ใช่?”

หญิงสาวที่คุกเข่าลงไปเป็นคนแรก รีบพยักหน้าและกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว “ผู้อาวุโส ที่นี่คือขุนเขาทะเลที่แปดอย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาเมิ่งฮ่าวก็สาดประกายขึ้น โบกสะบัดมือออกไป ทำให้ของวิเศษที่เหมาะสมสำหรับอาณาจักรเซียนลอยตรงไปยังนาง

“รับของวิเศษนี้ไว้ เจ้าสามารถจะบอกข้าได้หรือไม่ว่า จะไปยังเฮยหุนเต้าได้อย่างไร?” เมิ่งฮ่าวถามขึ้น

หญิงสาวมองไปยังของวิเศษนั้น ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความพึงพอใจ รีบเก็บมันไว้และกำลังจะกล่าวตอบ แต่ทันใดนั้นสองชายชราก็ตระหนักถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ได้ในที่สุด สีหน้าพวกมันเปลี่ยนไป ก้าวเดินตรงมา

“มันไม่ใช่วิญญาณเต๋า!”

“บัดซบ เห็นได้ชัดว่ามันมีกายเนื้อ! มันไม่ใช่วิญญาณเต๋า มันแค่เข้าไปก่อนพวกเราและโผล่อออกมาพร้อมกับวิญญาณเต๋า!” สองชายชราไม่อาจจะหาเหตุผลอื่นมาอธิบายได้ นอกจากคิดว่าเมิ่งฮ่าวมาถึงก่อนพวกมัน และขโมยโชควาสนาที่น่าจะเป็นของพวกมันไป

สองชายชราสบตากัน จากนั้นรังสีสังหารของพวกมันก็พุ่งขึ้นไป “ถ้ามันเพิ่งจะโผล่ออกมาพร้อมกับวิญญาณเต๋า มันก็ยังไม่เสถียรมั่นคง และไม่อาจจะปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้! สังหารมัน!”

พวกมันพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวในทันที

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังชายชราทั้งสอง สายตาคล้ายกับเป็นสายฟ้าสีฟ้า คล้ายกับกระบี่อันแหลมคมแทงลึกลงไปในศีรษะพวกมัน ทำให้สีหน้าคนทั้งสองสลดลงไป จิตใจหมุนคว้าง กระอักโลหิตออกมา และถอยโซเซไปทางด้านหลัง

“ร่วมมือกันโจมตี! สังหารมัน นำวิญญาณเต๋ากลับมา!” ด้านหลังสองชายชราเป็นสี่ผู้ฝึกตนขั้นกลางอาณาจักรโบราณ ที่กำลังแผดร้องและโจมตีมา ผู้ฝึกตนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นทั้งหนึ่งพันคนปลดปล่อยของวิเศษและวิชาเวทที่แตกต่างกันออกมา

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงเย็นชา การกระทำของเขาเมื่อครู่นี้ แค่ตักเตือนให้กลุ่มคนเหล่านี้อย่าได้มาตอแยเขา เขาไม่ต้องการจะสร้างปัญหาใดๆ ในที่แห่งนี้ แค่ต้องการรู้ว่าจะไปยังเฮยหุนเต้าได้อย่างไร แต่พวกมันก็ไม่อาจจะรับรู้ถึงคำเตือนนั้นได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ยอมอดกลั้นอีกต่อไป ยกเท้าขวาขึ้นมาและก้าวเดินตรงไป

แค่ก้าวแรกก็ทำให้พลังปะทุออกมาจากร่าง ระลอกคลื่นขนาดใหญ่พุ่งกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง กลายเป็นพลังโจมตีม้วนกวาดออกไปยังผู้ฝึกตนที่อยู่ในบริเวณนั้นทั้งหมด

เกิดเป็นเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนดังก้องออกไป และโลหิตนับไม่ถ้วนก็พุ่งกระจายออกมา ผู้ฝึกตนทั้งหมดรู้สึกราวกับว่ามีกำแพงที่มองไม่เห็นกระแทกลงมายังร่างพวกมัน แรงกระแทกนั้นทำให้พวกมันได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส และหมุนคว้างออกไปในทั่วทุกทิศทาง

ขณะที่โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากพวกมัน ร่างกายก็สั่นสะท้านมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัว พวกมันไม่กล้าเข้าไปใกล้เขาแม้แต่เพียงครึ่งก้าว ผู้ฝึกตนขั้นกลางอาณาจักรโบราณทั้งสี่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสมากไปกว่านั้น โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากพวกมัน และพื้นฐานฝึกตนก็ถูกทำลายไปอย่างรุนแรง แม้แต่วิญญาณของพวกมันก็เริ่มไม่เสถียรมั่นคง ทำให้ใบหน้าพวกมันซีดขาวราวกระดาษ

อย่างไรก็ตามในตอนนี้เองที่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างกำลังตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างกายพวกมัน เมิ่งฮ่าวสังเกตเห็นได้ในทันที ขณะที่คนทั้งสี่พุ่งถอยไปทางด้านหลัง สิ่งที่ปรากฏขึ้นเป็นเงาของวิญญาณอยู่ที่ด้านหลังพวกมัน ถึงแม้ว่าจะดูเลือนรางก็ตามที

“นี่…นี่…” สองชายชราต่างก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเช่นเดียวกัน แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมแพ้ ก้าวเดินตรงมายังเมิ่งฮ่าวต่อไป ส่งเสียงแผดร้องและขยับมือร่ายเวท พื้นฐานฝึกตนขั้นสุดท้ายอาณาจักรโบราณของมันระเบิดเป็นพลังออกไป และดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งที่กำลังตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างพวกมันด้วยเช่นกัน

ขณะที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ภาพลวงตาก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังพวกมัน ไม่ใช่ภาพแห่งธรรมแต่เป็นเงาวิญญาณ ไม่ใช่วิญญาณของชายชรา แต่เป็นวิญญาณของสองผู้ฝึกตนที่ไม่รู้จัก ซึ่งอยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณทั้งคู่

ด้วยการหลอมรวมเข้ากับพวกมัน สองชายชราก็สามารถจะเพิ่มพลังให้กับพื้นฐานฝึกตนของตัวเองได้ พุ่งขึ้นจากขั้นสุดท้ายอาณาจักรโบราณเข้าไปสู่ขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณอย่างรวดเร็ว ทำให้การโจมตีของพวกมันระเบิดออกมาด้วยพลังที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดเป็นระลอกคลื่นพุ่งกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง

“น่าสนใจไม่น้อย” เมิ่งฮ่าวกล่าวดวงตาสาดประกายขึ้น นี่คือครั้งแรกที่เขามาอยู่ในขุนเขาทะเลที่แปด ถึงแม้ว่าผู้ฝึกตนในที่แห่งนี้จะฝึกฝนในระบบเดียวกันกับขุนเขาทะเลที่เก้า แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป

ยกตัวอย่างเช่น การตื่นขึ้นมานี้…ต้องมีบางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณเต๋า ซึ่งพวกมันเพิ่งจะเอ่ยถึงอย่างแน่นอน

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็ยกแขนขวาขึ้นมาและโบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเป็นการกระทำที่เรียบง่ายธรรมดา แต่สีหน้าของชายชราทั้งสองก็สลดลงไปในทันที

ชายชราในชุดขาวเริ่มสั่นสะท้าน และจากนั้นก็กระอักโลหิตออกมากองโต แก่ชราลงไปอย่างรวดเร็ว วิญญาณที่ด้านหลังมันส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ขณะที่แห้งเหี่ยวลงไปมากกว่าครึ่ง ชายชราผู้นั้นรีบหลบหนีออกไปอย่างสุดกำลัง หลังจากที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยจ้างก็หยุดลง มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าประหลาดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“อาณาจักรเต๋า!! มันอยู่ในอาณาจักรเต๋า!! มันไม่ได้ดูดซับวิญญาณเต๋าเข้าไป แต่จริงๆ แล้วมัน…อยู่ในอาณาจักรเต๋าด้วยตัวเอง!!”

เวลาเดียวกับที่เสียงของมันดังก้องออกมา สีหน้าของชายชราชุดเหลืองก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้กระอักโลหิตออกมา แต่ในตอนนี้มันกำลังพุ่งผ่านความว่างเปล่า เงาวิญญาณและอื่นๆ ทั้งหมด ตรงมายังเมิ่งฮ่าว

ในชั่วพริบตามันก็มาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายถูกตรึงแน่นอยู่กับที่ เมื่อเข้ามาใกล้กับเมิ่งฮ่าวเช่นนี้ มันก็รู้สึกได้ถึงพลังอันไร้ขอบเขตภายในร่างเขาอย่างชัดเจน มันรู้ว่าเมิ่งฮ่าวแข็งแกร่งเพียงพอที่จะกำจัดตนเองไปด้วยความคิดแค่แวบเดียว

“ผู้…ผู้อาวุโส…” ชายชรากล่าวด้วยร่างกายที่กำลังสั่นสะท้าน

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเยือกเย็นขณะที่พิจารณาดูชายชราชุดเหลือง ดวงตาแวบประกายขึ้นราวกับเป็นสายฟ้า ราวกับว่าเขาสามารถจะมองมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ผ่านไปไม่กี่อึดใจ สายตาเมิ่งฮ่าวก็ตกกระทบไปบนเงาวิญญาณ ซึ่งกำลังสั่นสะท้าน ขณะที่มันรับรู้ได้ถึงพลังที่คล้ายกับเป็นอำนาจแห่งสวรรค์กำลังกระจายออกมาจากร่างเมิ่งฮ่าว

“หลอมรวมวิญญาณเข้ามาในร่าง และใช้มันก่อตัวเป็นเส้นโลหิต…เพื่อกลายเป็น…การพึ่งพาซึ่งกันและกัน!”

“น่าสนใจนัก เป็นวิธีการที่ไม่เลว ช่วยให้ผู้ที่แข็งแกร่งสามารถหลีกเลี่ยงจากความตาย และช่วยให้ผู้ที่อ่อนแอมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เมื่อข้าคิดไปถึงสายฟ้าสีเขียวที่หานชิงเหลยใช้ออกมา ตอนที่อยู่ในอาณาจักรสายลม อาจจะเป็นเวทลับที่เกิดขึ้นมาจากวิธีการเช่นนี้” เมิ่งฮ่าวพยักหน้า ละสายตาออกมาจากเงาวิญญาณ

“ข้าจะไปยังเฮยหุนเต้าได้อย่างไร?” เขาถามขึ้นอย่างช้าๆ

ชายชราชุดเหลืองรีบโพล่งขึ้นมาในทันที “เทียน (สวรรค์)…เฮยหุนเต้า (เต๋าวิญญาณมืด) อยู่ทางทิศเหนือ ค่อนข้างจะห่างไกลจากที่แห่งนี้ เป็นอาณาเขตที่อยู่ในความดูแลของเทียนเสินเหลียนเหมิง (พันธมิตรเทพสวรรค์) ซึ่งหมายความว่าถ้าท่านไม่ใช่พันธมิตรเทพสวรรค์ ก็ไม่อาจจะไปยังที่แห่งนั้นได้ ถึงแม้จะมีใบผ่านทาง ก็จะถูกอนุญาตให้อยู่ตรงเขตชายแดนของพันธมิตรเทพสวรรค์เท่านั้น”

“ผู้อาวุโส ถ้าท่านต้องการใบผ่านทางเช่นนั้น ก็สามารถไปยัง…มู่หั่วเต้า สำนักข้ามีประตูเคลื่อนย้ายทางไกลที่สามารถไปยังพันธมิตรเทพสวรรค์ได้โดยตรง…”

“พันธมิตรเทพสวรรค์…” หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็ปล่อยชายชราชุดเหลือง เพื่อให้มันนำทางไป

ชายชรารู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที ยอมปฏิบัติตามด้วยความเคารพ มองอย่างเย่อหยิ่งไปยังชายชราชุดขาวแห่งสำนักสุ่ยอวิ๋นด้วยหางตา แค่นเสียงเย็นชาออกมา และจากนั้นก็นำเมิ่งฮ่าวห่างไกลออกไปพร้อมกับผู้ฝึกตนของมู่หั่วเต้า

ชายชราชุดขาวยืนอยู่ที่ด้านหลังด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง มันตระหนักดีว่ามู่หั่วเต้าต้องการจะนำทางผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าไป อันที่จริงตัวมันเองก็ต้องการจะทำด้วยเช่นเดียวกัน แต่เมื่อคิดไปถึงความน่ากลัวของเมิ่งฮ่าว มันก็รู้สึกลังเล สุดท้ายก็ได้แต่มองดู ขณะที่ผู้ฝึกตนมู่หั่วเต้านำพาเมิ่งฮ่าวจนหายลับตาไป

หลังจากที่ผ่านไปนาน ใบหน้ามันก็เคร่งเครียดขึ้น

“ข้าไม่เชื่อว่ามู่หั่วเหล่าไกว้ (ผู้พิสดารไม้อัคคี) จะไม่รู้ว่าผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋านั้นไม่ได้มาจากขุนเขาทะเลที่แปด เห็นได้ชัดว่ามันมาจากขุนเขาทะเลแห่งอื่น และแข็งแกร่งจนสามารถจะทำลายพวกเราไปได้”

“บุคคลเช่นนั้น…มักจะมีการกระทำอันยิ่งใหญ่ และพวกเราก็ไม่อาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้…” ชายชราชุดขาวพึมพำกับตัวเอง นำกลุ่มคนพุ่งห่างออกไปไกล ออกคำสั่งไม่ให้พวกมันพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ และยังได้ออกคำสั่งไปทั่วทั้งสำนัก ไม่ให้แพร่งพรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมิ่งฮ่าวออกไปแม้แต่น้อย

แน่นอนว่ามู่หั่วเหล่าไกว้แห่งมู่หั่วเต้า รู้ว่าเมิ่งฮ่าวมีความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา แต่มันก็ยินดีที่จะลองเดิมพันดูสักครั้ง ในขุนเขาทะเลที่แปด มู่หั่วเต้าเป็นสำนักเล็กๆ ที่ตกอยู่ใต้ร่มเงาของพันธมิตรเทพสวรรค์และตระกูลใหญ่ต่างๆ ถ้ามันสามารถทำให้ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าพึงพอใจได้ ก็ไม่สามารถจะประเมินค่าออกมาได้

ตราบเท่าที่มันจะได้ผลประโยชน์บ้าง ก็ไม่สำคัญว่าผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋านี้จะมาจากที่แห่งใด…

เมิ่งฮ่าวก็ไม่โง่เขลาด้วยเช่นกัน สามารถจะบอกได้ว่ามู่หั่วเหล่าไกว้กำลังคิดอะไรอยู่ ดังนั้นขณะที่คนทั้งหมดเดินทางไป เขาก็สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดของขุนเขาทะเลที่แปด

“ผู้อาวุโส มีแค่หนึ่งพันธมิตรเท่านั้นในขุนเขาทะเลที่แปดแห่งนี้ และก็คือพันธมิตรเทพสวรรค์ ซึ่งประกอบด้วยสำนักและตระกูลมากมาย เฮยหุนเต้าคือหนึ่งในพวกมัน และพันธมิตรทั้งหมดก็มีเทียนเสินเต้า (เต๋าเทพสวรรค์) เป็นผู้นำ!”

“ปรมาจารย์ของเทียนเสินเต้าคือ ราชันขุนเขาทะเล…แห่งขุนเขาทะเลที่แปด! ท่านถูกยกย่องเป็นเสมือนกับเทพสวรรค์!”

“นอกจากพันธมิตรเทพสวรรค์แล้ว ขุนเขาทะเลที่แปดก็ยังมีสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่อยู่อีกด้วย แต่พวกมันไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกใดๆ จริงๆ แล้วหลายปีที่ผ่านมานี้ก็แทบจะไม่พบเห็นพวกมันเลย”

“นอกจากนั้นก็ยังมีสองตระกูลใหญ่ ซึ่งก็คือตระกูลเมิ่ง และตระกูลหาน!”

“ตระกูลเมิ่งอยู่ในช่วงตกต่ำ แต่จากความรุ่งเรืองเมื่อในอดีตของพวกมัน ก็ยังคงถูกถือว่าเป็นกองกำลังหลัก…”

“สำหรับตระกูลหาน พวกมันคล้ายกับดวงตะวันในยามเที่ยง…”

“แต่ทั้งสามกลุ่มเต๋าอันยิ่งใหญ่และสองตระกูลใหญ่ ก็ไม่อาจจะเทียบกับพันธมิตรเทพสวรรค์ได้แม้แต่น้อย…”

“สำหรับสี่ดวงดาวในขุนเขาที่แปด ตระกูลหานและตระกูลเมิ่งครอบครองดาวหนึ่งดวงร่วมกัน อีกสามดวงอยู่ในการปกครองของพันธมิตรเทพสวรรค์…”

มู่หั่วเหล่าไกว้อธิบายเรื่องทั้งหมดที่มันรู้ออกมา และสุดท้ายก็มอบแผ่นหยกซึ่งประกอบด้วยแผนที่อย่างละเอียดของขุนเขาทะเลที่แปดให้กับเมิ่งฮ่าว

“ข้าไม่รู้ว่าขุนเขาทะเลอื่นๆ เป็นอย่างไร แต่ในขุนเขาทะเลที่แปดนี้ พวกเรามีสิ่งที่ถูกเรียกว่าดินแดนลี้ลับ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าสามารถค้นพบดินแดนที่ยังไม่เคยถูกเปิดออกมาก่อน ก็สามารถจะฝังซากศพไว้ด้านใน เมื่อไหร่ที่วิญญาณหลุดออกมาจากร่าง ก็สามารถจะนำมันไปหลอมรวมเข้ากับร่างกายที่เหมาะสม ทำให้ไม่ต้องตายไป นี่คือการพึ่งพาซึ่งกันและกัน ซึ่งสามารถจะถือได้ว่าเป็นการตื่นขึ้นมาในรูปแบบหนึ่งของผู้ที่ทำการฝึกตนเช่นพวกเรา”

เมิ่งฮ่าวรับฟังทุกเรื่องที่มู่หั่วเหล่าไกว้บอกมา แต่เมื่อมันเอ่ยถึงตระกูลเมิ่ง ประกายตาเมิ่งฮ่าวก็ว้าวุ่นเล็กน้อยจากความคิดของตนเอง แต่หลังจากที่ผ่านไปชั่วขณะพวกมันก็สาดประกายขึ้น

ขณะที่เมิ่งฮ่าวส่งสัมผัสศักดิ์สิทธิ์บางส่วนเข้าไปในแผ่นหยกที่ถืออยู่ในมือตอนนี้ ทันใดนั้นแผนที่ของขุนเขาทะเลที่แปดก็ปรากฏขึ้นในจิตใจ

“ไม่มีเศษซากเซียน?” เขาถามขึ้นมาในทันที

“เศษซากเซียน?” มู่หั่วเหล่าไกว้ถามกลับด้วยท่าทางงุนงง “พวกมันคืออะไร?”

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยความครุ่นคิด ขณะที่พิจารณาถึงเรื่องราวทั้งหมด จากนั้นก็ถามต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับดินแดนลี้ลับ

หนึ่งวันต่อมา เมิ่งฮ่าวก็บรรลุถึงมู่หั่วเต้า ทำความเข้าใจขุนเขาทะเลที่แปดได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดินแดนลี้ลับ ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องคิดไปถึงเศษซากเซียน

“จริงๆ แล้ว ดินแดนลี้ลับแห่งขุนเขาทะเลที่แปดก็คือ…เศษซากเซียน แต่พวกมันเป็นเศษชิ้นส่วนที่แตกกระจัดกระจายอยู่ในที่แห่งนี้ ทำให้ถูกเรียกว่าดินแดนลี้ลับ และเป็นเหตุผลที่ทำไมถึงถูกใช้เป็น…หลุมฝังศพสำหรับผู้ฝึกตน!”

“สามารถจะกล่าวได้ว่าขุนเขาทะเลที่แปด คือหลุมฝังศพขนาดใหญ่ได้อย่างแท้จริง!” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้นด้วยความเข้าใจ

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: