I shall seal the heaven Chapter 1233

0 Comments

ตอนที่ 1233

เริ่มเปิดสามสิบสามนรก

ขณะที่เมิ่งฮ่าวกวาดแขนออกไป ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวซึ่งอยู่ตรงหน้าก็บิดเบี้ยวไปมา และเงาร่างอันเลือนรางขนาดใหญ่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น และพุ่งตรงมาในทันที

ระลอกคลื่นอันน่าตกใจกระจายออกมา จนสามารถจะทำให้สวรรค์และปฐพีต้องสั่นสะท้าน!

ปรมาจารย์เฮยหุนพุ่งตรงไป ส่งเสียงร้องตะโกนอันทรงพลังออกมา และชูสองแขนสูงขึ้นไป ปลดปล่อยพลังจากแก่นแท้ออกมาอย่างเต็มกำลัง เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องขึ้น ขณะที่ร่างมันถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ทำให้ปรมาจารย์เฮยหุนต้องแผดร้องออกมาอีกครั้ง

เศษชิ้นส่วนของเลือดเนื้อมันกลายเป็นสีดำไปอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาก็กลายเป็นวิญญาณนับไม่ถ้วนนำปรมาจารย์เฮยหุนจากไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด แต่ยักษ์ตนนั้นก็ยังคงโจมตีมา

เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังก้องออกมาจากวิญญาณของปรมาจารย์เฮยหุน ในชั่วพริบตาวิญญาณเหล่านั้นก็แตกกระจายออกไป และปรมาจารย์เฮยหุนก็ถูกสังหารไปทั้งร่างกายและวิญญาณ!!

ตอนแรกสำนักของมันถูกทำลายไปก่อน และจากนั้นก็เป็นตัวมันเองที่ถูกกำจัดไป!

ไม่มีวิญญาณใดๆ สามารถจะหลบหนีจากไปได้ ทั้งหมดถูกกำจัดไปโดยสิ้นเชิงจากเวทผนึกสวรรค์

ขณะที่เกิดการทำลายล้าง และปรมาจารย์เฮยหุนถูกกำจัดไป สิ่งสุดท้ายที่ดังก้องอยู่ในจิตใจของมัน คือเสียงที่มีแต่มันและเมิ่งฮ่าวเท่านั้นที่จะได้ยิน

“ขุนเขาทะเลเกลียดชังเจ้า ลงโทษและกำจัดไป!”

อย่างไรก็ตามเวทผนึกสวรรค์ก็ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้!

ต่อมายักษ์ตนนั้นก็พุ่งตรงไปยังหงเฉิน กระจายเป็นแรงกดดันขนาดใหญ่ออกมา ส่งผลให้เกิดเป็นระลอกคลื่นอันน่ากลัวและน่าตกใจออกไป พร้อมกับเจตจำนงแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเล

ใบหน้าหงเฉินซีดขาวอย่างน่ากลัว นางเพิ่งจะเห็นด้วยสองตาของตนเองต่อการตายไปของปรมาจารย์เฮยหุน ด้วยระดับพื้นฐานฝึกตนของนาง ทำให้ไม่อาจจะคาดคิดได้ว่าเมิ่งฮ่าวที่กำลังได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส จะสามารถปลดปล่อยวิชาเวทเช่นนี้ออกมาได้

อันที่จริงก็ดูเหมือนว่าแม้แต่ผู้ฝึกตนเช่นนางก็ยังไม่อาจจะใช้เวทเช่นนั้นออกมาได้ เมื่อนางมองไปยังยักษ์ขนาดใหญ่ตนนั้นก็รู้สึกได้ถึง…เจตจำนงแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเลทั้งหมด

“เป็นไปไม่ได้! นี่เป็นไปไม่ได้!!” นางแผดร้องออกมา ถอยไปทางด้านหลังด้วยความรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ตระหนักว่าไม่มีทางจะหลบพ้น พร้อมกับเสียงกระหึ่มนางขยับมือร่ายเวท ทำให้พื้นฐานฝึกตนพุ่งขึ้นมา พลังแก่นแท้ส่งเสียงดังก้อง และตุ่มหนองบนใบหน้าก็ปะทุขึ้นมาทั้งหมด ทำให้ตะขาบสีขาวน้ำนมนับไม่ถ้วนพุ่งตรงไปยังยักษ์ พวกมันส่งเสียงกรีดร้องขณะที่รวมตัวเข้าด้วยกันเพื่อกลายเป็นเทพมังกร ซึ่งมีความยาวมากกว่าหนึ่งแสนจ้าง ปะทุเป็นพลังขึ้นมา พุ่งตรงไปยังยักษ์ที่ใกล้เข้ามา และเมื่อพวกมันกระแทกเข้าหากัน เทพมังกรก็แผดร้องออกมา ในชั่วพริบตาเทพมังกรก็หายไป ถูกยักษ์บดขยี้ไปโดยสิ้นเชิง

หงเฉินสั่นสะท้านมองไปยังเทพมังกรของนางด้วยความสิ้นหวัง ขณะที่มันแตกกระจายไปโดยสิ้นเชิง ตะขาบสีขาวน้ำนมทั้งหมดถูกสังหารไปกลายเป็นเถ้าธุลี โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากนาง ร่างกายฉีกขาดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และเสื้อผ้าของนางก็ขาดวิ่นกระจายออกไป เผยให้เห็นถึงผิวหนังที่เต็มไปด้วยริ้วรอยเหี่ยวย่น และรอยสักศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในทันที!

มันคือรอยสักเทพมังกรนั่นเอง!

รอยสักนั้นเริ่มสาดประกายเป็นแสงเจิดจ้าขึ้น และเทพมังกร…ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง! ครั้งนี้มันไม่ได้มีขนาดใหญ่โตเหมือนเมื่อครู่นี้ แต่เป็นภาพลวงตาที่มีขนาดเล็กกว่ามาก! แยกเขี้ยวกางเล็บออกมา และพุ่งตรงไปยังยักษ์ตนนั้นในทันที

แต่ขณะที่มันแผดร้องคำรามออกมา ก็ถูกยักษ์โจมตีและถูกสังหารไปในทันที ทำให้รอยสักศักดิ์สิทธิ์ของหงเฉินหายไป ทันใดนั้นกลิ่นอายของนางก็อ่อนแอลง และพื้นฐานฝึกตนก็ตกลงมาจากระดับราชันเต๋า!

เวลาเดียวกันนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงดังก้องอยู่ในจิตใจของนางและเมิ่งฮ่าวโดยพร้อมเพรียงกัน

“เจ้าฝึกฝนเวทของชนเผ่านอกคอก เมื่อเจ้าถือกำเนิดอยู่ในขุนเขาทะเล ชีวิตของเจ้าก็จะไม่ถูกกำจัดไป แต่สายโลหิตของชนเผ่านอกคอกที่เจ้าครอบครองอยู่จะถูกทำลายไป!”

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของหงเฉิน และใบหน้านางก็เปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกระดาษ จากนั้นยักษ์ก็ไม่สนใจนางอีกต่อไป หมุนคว้างพุ่งไปยังเสวียนเต้าจื่อ

ดวงตาเสวียนเต้าจื่อเบิกกว้างขึ้น และรีบถอยไปทางด้านหลังด้วยความรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ความพยายามของมันก็ไม่อาจจะหลบหนีจากการพุ่งเข้ามาของยักษ์ได้ ขณะที่ยักษ์ตนนั้นใกล้เข้ามาและกำลังจะบดขยี้มันไป มันก็ยกมือขวาขึ้นมา ภายในมือเป็นเหรียญคำสั่งหนึ่งเหรียญ!

เหรียญนั้นดูเก่าแก่โบราณราวกับว่าได้คงอยู่มานานหลายปีจนนับไม่ถ้วน ที่ด้านหน้าถูกแกะสลักเป็นภาพของเก้าขุนเขาเก้าทะเล ที่ด้านหลังมีสัญลักษณ์เวทที่เก่าแก่โบราณซึ่งอ่านว่า…

จิ่วเฟิง!! (เก้าผนึก)

ในทันทีที่เหรียญคำสั่งปรากฏขึ้น เสวียนเต้าจื่อก็แผดร้องออกมา

 

“บรรพบุรุษของข้าเคยทำความดีที่น่ายกย่องมาครั้งหนึ่ง และได้รับมอบเหรียญเว้นโทษตายจากจิ่วเฟิงจื้อจุนด้วยตนเอง! เจ้าไม่อาจทำร้ายข้า!”

หลังจากที่หยุดชะงักนิ่ง ก็มีเสียงดังก้องอยู่ในจิตใจของเมิ่งฮ่าวและเสวียนเต้าจื่อ “อนุมัติ!”

เสวียนเต้าจื่อกำลังสั่นสะท้าน และความหวาดกลัวก็เต็มอยู่ในจิตใจ ขณะที่เหรียญคำสั่งกลายเป็นเถ้าธุลีไป ยักษ์ยังคงระเบิดเป็นพลังการโจมตีออกไป แต่ก็ไม่ทำร้ายมันแม้แต่น้อย

เมื่อเหรียญคำสั่งกลายเป็นเถ้าธุลี จิตใจเสวียนเต้าจื่อก็เจ็บแปลบขึ้นด้วยความเจ็บปวด ต่อมายักษ์ตนนั้นก็หมุนตัวพุ่งตรงไปยังเรือสินค้าของตระกูลเมิ่ง ซึ่งได้ยินเสียงแผดร้องด้วยความหวาดกลัวดังก้องออกมาจากด้านใน

ในทันทีที่ยักษ์หมุนตัวไปยังตระกูลเมิ่ง เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกวิตกขึ้นมาในทันที ถึงแม้ว่าเขาจะปลดปล่อยเวทผนึกสวรรค์ออกมาได้…แต่ก็ไม่อาจจะควบคุมมันได้ ถ้าสามารถทำได้เขาคงจะต้องกำจัดเสวียนเต้าจื่อและหงเฉินไปแล้วอย่างแน่นอน

ความจริงก็คือเวทนี้…มีเจตจำนงของมันเอง เมื่อไหร่ที่เจตจำนงนี้ตื่นขึ้นมา มันก็ปรารถนาจะชำระล้างสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาจักรขุนเขาทะเลไปทั้งหมด

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ขณะที่การโจมตีในครั้งแรกของมันกระแทกไปบนตัวเรือ แต่ก็ไม่ได้ทำลายตัวเรือไป ผู้ฝึกตนที่อยู่บนเรือส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา เผชิญหน้ากับการถูกลงโทษบางอย่าง

ถึงแม้ว่ากลุ่มคนจากตระกูลเมิ่งเหล่านี้จะมองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความโลภเมื่อครู่นี้ แต่พวกมันก็ยังคงเป็นสมาชิกของตระกูลเมิ่ง เมิ่งฮ่าวจึงไม่ปรารถนาที่จะเห็นพวกมันถูกกำจัดไป นอกจากนี้การแสดงออกถึงความโลภก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องลงโทษจนถึงตาย ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือว่า พวกมันไม่รู้ว่าเขามีความสัมพันธ์กับตระกูลเมิ่งแต่อย่างใด

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้นขณะที่ยักษ์โจมตีไปอีกครั้งยังตัวเรือ และทันใดนั้นเขาก็บังคับให้เวทแห่งเต๋านี้กลับมา ลดแขนลงมาทำให้ร่างกายต้องสั่นสะท้าน และกระอักโลหิตออกมากองโต

ร่างกายเมิ่งฮ่าวอ่อนแอลงไปมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังคงบังคับให้เวทนี้กลับมา ดูเหมือนว่าเวทผนึกสวรรค์กำลังถูกดูดออกไป ไม่ใช่ไปยังร่างกายของเขา แต่เป็นวิญญาณของเขา

ขณะที่เมิ่งฮ่าวดึงเวทนี้ให้กลับไป ยักษ์ก็หมุนตัวและมองมายังทิศทางของเขา ในตอนนั้นเกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้นมาในจิตใจ และดูเหมือนว่าตนเอง…จะไปอยู่บนใบหน้าของยักษ์ตนนั้น

เมิ่งฮ่าวไม่มีเวลาในการขบคิดวิเคราะห์เรื่องนี้ ในทันทีที่ยักษ์ตนนั้นหายไป เขาก็พุ่งถอยไปทางด้านหลังโดยไม่ลังเล ทำให้อาการบาดเจ็บต้องเลวร้ายลงไปกว่าเดิม เขาพุ่งตรงไปยังเขตที่มีรอยแตกเรืองแสงสามสิบสามแห่งด้วยความรวดเร็วสูงสุด

เมิ่งฮ่าวยังต้องผ่านเข้าไปในดินแดนแห่งความตายเหล่านั้นให้จงได้ นั่นเป็นเพราะว่า…ในทันทีที่ยักษ์หายตัวไป หงเฉินและเสวียนเต้าจื่อก็เริ่มไล่ตามเขามาอีกครั้ง ด้วยสีหน้าอันดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง

เสวียนเต้าจื่อรวดเร็วกว่าหงเฉินอยู่เล็กน้อย ในชั่วพริบตามันก็เข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว เขารีบกลายร่างเป็นวิหคยักษ์สีฟ้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเพิ่มมากขึ้นพร้อมกับเสียงกระหึ่มของความเร็วที่พุ่งขึ้นมา

เสวียนเต้าจื่อแค่นเสียงเย็นชา และกำลังจะเร่งความเร็วขึ้น แต่ทันใดนั้นมันก็หยุดชะงักนิ่ง ตอนนี้ใบหน้ามันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและตกใจ ไม่น้อยไปกว่าตอนที่มันเผชิญหน้ากับเวทผนึกสวรรค์

ไม่เพียงแต่มันเท่านั้น หงเฉินก็หยุดชะงักนิ่งด้วยเช่นกัน สีหน้านางเปลี่ยนไปขณะที่จ้องมองไปยังที่ห่างไกลและร้องตะโกนขึ้น “นั่นคือ…สามสิบสามนรก!!”

บริเวณที่ถูกห้อมล้อมด้วยสามสิบสามรอยแตกที่เรืองแสง มีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม และแทบจะบรรลุถึงบริเวณที่พวกมันอยู่ เมิ่งฮ่าวในรูปแบบของวิหคยักษ์สีฟ้าไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย ขณะที่พุ่งตรงเข้าไปยังบริเวณที่ใกล้เคียงมากที่สุด

“สามสิบสามนรก…สามสิบสามนรกเปิดขึ้นอีกครั้ง นี่แค่เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น จากบันทึกจากในอดีตที่ผ่านมา สามสิบสามนรกสามารถจะปรากฏขึ้นตรงไหนก็ได้ในขุนเขาทะเลที่แปด เมื่อไหร่ที่เป็นเช่นนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะกินเวลามากน้อยเท่าใด ก่อนที่พวกมันจะเปิดออกโดยสมบูรณ์!”

“ไม่ต้องรอจนกระทั่งเปิดออกโดยสมบูรณ์ พวกมันก็มีอันตรายมากที่สุด แม้แต่จักรพรรดิเต๋าก็ยังถูกสังหารอยู่ที่ด้านในได้ แม้แต่ตอนนี้ที่อยู่ในช่วงของการเริ่มต้นเปิดออก มันก็ยังคงเป็นสถานที่ที่อันตรายอย่างร้ายแรง…”

“บัดซบ สามสิบสามนรก ปิดมานานนับหมื่นปีกว่าจะเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง แล้วทำไมเหตุการณ์เช่นนั้นถึงได้มาเปิดออกในที่นี่ตอนนี้!?!?”

เสวียนเต้าจื่อจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ถ้าไม่ใช่ความจริงที่ว่าแก่นแท้ของมันกำลังพลุ่งพล่านอย่างรุนแรงแล้วละก็ เสวียนเต้าจื่อคงจะไม่ลังเลที่จะหันหลังและจากไปในทันที หลังจากที่ปรมาจารย์เฮยหุนถูกกำจัดไป มันก็ไม่อาจจะกลายมาเป็นข้าทาสให้กับสำนักใดๆ ได้อีก ทำให้การพยายามสังหารเมิ่งฮ่าวไปไร้ความหมายแม้แต่น้อย

แต่ความต้องการอยากได้แก่นแท้เต๋าก็เต็มอยู่ในจิตใจของเสวียนเต้าจื่อ หลังจากผ่านไปชั่วขณะ มันก็กัดฟันแน่นและมุ่งหน้าตรงไปยังสามสิบสามนรกในทันที

“ถึงเวลาที่จะต้องเสี่ยงดวงดูแล้ว!”

“ถ้าสำเร็จ ข้าก็สามารถจะได้พื้นฐานเต๋ามาได้บ้าง แม้จะเป็นส่วนเล็กน้อยก็ยังคงคุ้มค่า!”

“ถ้าล้มเหลว…ด้วยระดับพื้นฐานฝึกตนของข้า และนี่เป็นแค่การเริ่มต้นเปิดออกของสามสิบสามนรกเท่านั้น ข้าคงไม่ถูกกำจัดไปอย่างแน่นอน!” เมื่อตัดสินใจได้แล้ว มันก็พุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด

สีหน้าหงเฉินเปลี่ยนไป และมีท่าทางลังเลอยู่ในแววตา ตำนานเกี่ยวกับสามสิบสามนรกมักจะถูกกล่าวถึงในขุนเขาทะเลที่แปด คาดเดากันว่ามีสามสิบสามสวรรค์ถูกผนึกอยู่ที่ด้านบนของอาณาจักรขุนเขาทะเล แต่ก็ยังมีสามสิบสามนรกอยู่ด้วยเช่นกัน พวกมันไม่ได้ถูกผนึกไว้ แต่ถูกฝังอยู่ด้านล่าง!

ย้อนกลับไปในช่วงของสงครามใหญ่ระหว่างอาณาจักรเซียนผู้ยิ่งใหญ่ และกองกำลังอันน่ากลัวอีกสองแห่ง มีชนเผ่านอกคอกที่ไม่ได้ถูกกวาดล้างไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจริงๆ แล้ว ในท่ามกลางกลุ่มคนเหล่านั้น มีอยู่บางคนที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง จนร่างกายของพวกมันไม่ได้ถูกทำลายไปถึงแม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตามที

ถึงแม้ว่าพวกมันจะถูกสังหารไป แต่ก็ยังไม่ได้ตกตายไปจริงๆ เมื่อวิญญาณของพวกมันไม่อาจจะถูกทำลายลงไปได้ พวกมันจึงถูกสะกดข่มไว้แทน และนั่นก็คือต้นกำเนิดของสามสิบสามนรก

จากตำนานที่บอกเล่าต่อๆ กันมา สามสิบสามนรกถูกสร้างขึ้นมาโดยการร่วมมือกันของสามผู้ยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น จิ่วเฟิงจื้อจุนเป็นผู้นำในการสะกดข่มชนเผ่านอกคอกที่ร่างกายถูกสังหารไป แต่วิญญาณยังคงอยู่เหล่านั้น!

สามสิบสามนรกคือกรงขังที่น่ากลัวอย่างแท้จริง!

รอยแตกที่เรืองแสงทั้งสามสิบสามแห่งเหล่านั้น เป็นตัวแทนของหลุมฝังศพทั้งสามสิบสามแห่ง และกลับกันก็เป็นตัวแทนของ…กลุ่มคนนอกคอกที่น่ากลัวทั้งสามสิบสามคนที่ถูกสะกดข่มไว้เมื่อในอดีตที่ผ่านมา!

เหตุผลที่สามสิบสามนรกเปิดออกบ่อยครั้ง ไม่ใช่ให้ผู้คนมีโอกาสผ่านเข้าไปสำรวจพวกมัน แต่เป็นเพราะต้องการให้พลังผนึกที่อยู่ด้านในเริ่มอ่อนแอลงมากขึ้น สามสิบสามนรกต้องการเวลาในการสะสมพลังของพวกมัน ก่อนที่จะจมหายไปอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนของการเปิดออกมานี้ ก็เป็นไปได้ที่จะมีผู้คนผ่านเข้าไป เพื่อค้นหาโชควาสนาที่อยู่ด้านใน โชควาสนาเช่นนั้นอาจจะเล็กหรือใหญ่ และความจริงก็จะถูกเปิดเผยออกมา แต่น้อยคนนักที่จะรู้เรื่องเกี่ยวกับโชควาสนาเหล่านั้นของสามสิบสามนรกได้มากเท่ากับหงเฉิน!

นั่นเป็นเพราะว่านิกายหลงเสินครั้งหนึ่งเคยเป็นแค่สำนักเล็กๆ ในตอนนั้นมันไม่ได้ถูกเรียกว่านิกายหลงเสิน แต่เพราะว่าหนึ่งในปรมาจารย์ของพวกมันได้เข้าไปในนรกที่สิบเก้า และได้เผชิญพบกับเทพมังกร มันจึงได้รับมอบมรดกนั้นมา…ทำให้สามารถจะสร้างเป็นนิกายหลงเสิน (เทพมังกร) ขึ้นมาได้!

“สามสิบสามนรกกำลังเปิดออกแล้ว…” นางคิดพร้อมกับกัดฟันแน่น

“ช่วงเวลาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลืบคลานเข้ามาในขุนเขาทะเลที่แปดอีกครั้งแล้ว…” พื้นฐานฝึกตนของนางลดลงไป ตอนนี้นางไม่ได้เป็นราชันเต๋าอีกต่อไป นางสูญเสียพลังแห่งมังกรเทพไปอย่างมากมาย จึงมีความอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อคิดว่าเสวียนเต้าจื่อพุ่งไปยังเบื้องหน้า ดวงตานางก็แวบประกายขึ้น และพุ่งตรงเข้าไปยังสามสิบสามนรกด้วยเช่นกัน

นางไม่ได้ไปตามหาเมิ่งฮ่าว แต่ต้องการไปค้นหาโชควาสนาที่อยู่ข้างใน!

หลังจากที่เสวียนเต้าจื่อและหงเฉินบินตรงไปยังอาณาเขตของสามสิบสามนรก เรือของตระกูลเมิ่งก็เริ่มเคลื่อนที่ออกไป เสาจู่ที่อยู่บนเรือรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“พวกเจ้าทั้งหมดติดตามพวกมันไป! ข้าจะรอคอยพวกเจ้านำโชควาสนาออกมาจากสามสิบสามนรกในที่แห่งนี้ ข้าไม่สนใจว่าจะเป็นโชควาสนาอะไร แค่นำมันกลับมาและพวกเจ้าก็จะได้รับรางวัลอย่างงาม!”

“บัดซบ พวกเจ้าไปได้แล้ว! ถ้าใครไม่ยอมไป เมื่อกลับไปถึงตระกูล ข้าจะรายงานต่อท่านผู้เฒ่าสูงสุดของตระกูล! สืออีซู (ท่านอาที่สิบเอ็ด) คอยคุ้มกันข้าอยู่ที่ด้านนอกแห่งนี้ แต่คนอื่นๆ ทั้งหมด ให้เข้าไปที่นั่น!!” คำสั่งของบุรุษหนุ่ม ทำให้ผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งสิบกว่าคนต้องสั่นสะท้าน ขณะที่พวกมันบินตรงไปยังทิศทางของสามสิบสามนรก

หนึ่งในผู้ฝึกตนเหล่านั้นคือ…บุรุษหนุ่มหน้าแผลเป็น!

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 215
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 214
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: