I shall seal the heaven Chapter 1235

0 Comments

ตอนที่ 1235

โจมตี

ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวก็ขมวดคิ้วมองไปยังความว่างเปล่าที่ด้านหลัง จากนั้นก็มองลงไปที่พื้น เขาไม่รับรู้ถึงมัน สายตาที่พื้นผิวด้านล่างกำลังจ้องมองมาที่เขาจริงๆ แต่

เมิ่งฮ่าวก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งที่ผิดปกติใดๆ

อย่างไรก็ตามเขายังคงไม่อาจจะลบล้างความรู้สึกที่ว่า มีใครบางคนกำลังจ้องมองตนเองอยู่

เมิ่งฮ่าวขบคิดต่อไปถึงความแปลกประหลาดของสถานที่แห่งนี้ ขณะที่มองกลับไปยังเสวียนเต้าจื่อและหงเฉิน ที่ถูกห้อมล้อมด้วยคลื่นของศัตรูคนแล้วคนเล่า จากนั้นก็โคจรหมุนวนพื้นฐานลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป

ในพื้นดินที่ด้านหลังของเมิ่งฮ่าว ดวงตาคู่นั้นกำลังหรี่เล็กลง

“ช่างน่าตกใจยิ่ง…ร่างนี้เหมาะสมกับข้าอย่างสมบูรณ์แบบ ถ้าข้าได้ครอบครองมัน…ก็จะสามารถออกไปจากสถานที่อันบัดซบนี้ได้ในที่สุด!!”

เวลาผ่านไป อาการบาดเจ็บของเมิ่งฮ่าวถูกรักษาอย่างต่อเนื่อง และอันที่จริงก็ฟื้นฟูกลับคืนมาแล้วครึ่งหนึ่ง เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องขึ้นในทิศทางของเสวียนเต้าจื่อและหงเฉิน ขณะที่มีเงาร่างมาปิดล้อมพวกมันมากขึ้นไปเรื่อยๆ คาดไม่ถึงว่าบางเงาร่างเหล่านั้นยังได้กระจายระลอกคลื่นของอาณาจักรเต๋าออกมาอีกด้วย เป็นการบ่งบอกว่าพวกมันเป็นผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

พลังแก่นแท้ของพวกมันค่อยๆ จางหายไป แต่ยังคงมีสัญชาตญาณอยู่ และเนื่องจากถูกโจมตีจากกลิ่นอายแห่งความตายอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกมันมีความน่ากลัวมากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่เสวียนเต้าจื่อก็ยังต้องตกตะลึง

สำหรับหงเฉิน นางกำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ขณะที่รวมพลังเข้ากับเสวียนเต้าจื่อ เพื่อปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมา จนอากาศในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเสียงระเบิด

ในช่วงเวลานี้เองที่จู่ๆ กลุ่มหมอกสีเทาก็เริ่มพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ปกคลุมไปทั่วทุกสรรพสิ่ง การปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหันของกลุ่มหมอกนี้ ทำให้เส้นผมของเมิ่งฮ่าวต้องลุกตั้งชี้ชันขึ้นมา โดยไม่ลังเลใดๆ แม้แต่น้อย เขารีบก้าวเดินออกไปจากสถานที่ที่กำลังนั่งอยู่อย่างรวดเร็ว

เมิ่งฮ่าวมองกลับไป โบกสะบัดชายแขนเสื้อทำให้แก่นแท้แห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์กระแทกไปยังจุดที่เพิ่งจะนั่งอยู่เมื่อครู่นี้ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเริ่มสาดประกายขึ้น และภายในใจก็ยิ่งมีความระมัดระวังตัวมากขึ้น ก่อนหน้านี้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความหนาวเย็นที่ยากจะอธิบายออกมาได้ กำลังพุ่งตรงมายังตนเอง

ถ้าเมิ่งฮ่าวไม่เคลื่อนที่หลบออกไป ความหนาวเย็นนั้นคงจะแช่แข็งร่างเขาไปในทันที แต่เนื่องจากว่าไม่อาจจะตรวจจับความหนาวเย็นนั้นได้ จึงดูเหมือนว่าไม่มีอะไรผิดปกติไปแม้แต่น้อย

เมิ่งฮ่าวถอยไปทางด้านหลังอย่างช้าๆ จากนั้นก็หายเข้าไปในกลุ่มหมอก

ถึงแม้ว่าเมิ่งฮ่าวจะไม่รู้ แต่จริงๆ แล้วก็มีเงาร่างอันเลือนรางกำลังอยู่ตรงจุดที่เขาเพิ่งจะลุกขึ้นมา ดูเหมือนว่าเงาร่างนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มหมอก แต่ดวงตาของมันก็แจ่มใสและเจิดจ้าเป็นสีแดงก่ำ กำลังจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว

“มันรู้สึกได้ว่าข้ากำลังเข้ามาใกล้มัน…ดูเหมือนว่าสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของมันจะต้องแข็งแกร่งมากเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็ดี ยิ่งมันแข็งแกร่ง ข้าก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นหลังจากที่ครอบครองร่างมัน ข้าถูกสะกดไว้ในที่แห่งนี้มานานมากแล้ว บัดซบ! ข้าต้องออกไปให้จงได้ ต่อให้ต้องสังหารไปตลอดทางก็ตามที!” เงาร่างนั้นพึมพำ บิดเบี้ยวไปมาจากนั้นก็แวบขึ้นจนกลายเป็นกลุ่มหมอกและหายไป

เมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด ความรู้สึกถึงวิกฤตอันร้ายแรงในโลกแห่งนี้ ทำให้ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม ขณะที่เคลื่อนที่ไป ก็มองไปรอบๆ ยังกลุ่มหมอกพร้อมกับดวงตาที่สาดประกายขึ้น

“สถานที่แห่งนี้อันตรายมากสำหรับข้าและคนอื่นๆ ที่เข้ามา การเกิดขึ้นของกลุ่มหมอกนี้…ก็หมายความว่าเวลาที่จะโจมตีได้มาถึงแล้ว!” ทันใดนั้นร่างเมิ่งฮ่าวก็แวบขึ้น มุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางของเสวียนเต้าจื่อและหงเฉินที่กำลังต่อสู้กันอยู่

ไม่นานนักเสียงระเบิดของการต่อสู้ก็ได้ยินมาจากเบื้องหน้า เสียงตวาดของเสวียนเต้าจื่อดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทาง และระลอกคลื่นแห่งวิชาเวทก็พุ่งกระจายออกไป แต่ก็ดูเหมือนว่ากลุ่มหมอกจะปกคลุมแสงสว่างทั้งหมดไป และเมิ่งฮ่าวก็ไม่อาจจะมองสิ่งใดๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ดวงตาก็ยังคงสาดประกายขึ้นด้วยความต้องการสังหารอย่างเข้มข้น

ในที่สุดเขาก็หลับตาลง ภาพเงาร่างสิบเก้าร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นในจิตใจ กระจายอยู่ในทั่วทุกทิศทาง และถูกห้อมล้อมด้วยโลกสีเทาแห่งนี้

เงาร่างเหล่านั้นคือกลุ่มที่ถูกควบคุมด้วยเวทเป็นตาย กลุ่มเงาร่างที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นมองเห็นได้ในจิตใจ และปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาตอนนี้

เมิ่งฮ่าวบินไปเงียบๆ ผ่านกลุ่มหมอกไปอย่างช้าๆ พุ่งผ่านเงาร่างในบริเวณนั้นไป และหลีกเลี่ยงเงาร่างแห่งความตายที่แข็งแกร่งมากที่สุดไป หลังจากสิบลมหายใจผ่านไป เขาพุ่งตรงไป มือขวากำเป็นหมัด พลังแห่งเซียนเต๋าทุกชั้นฟ้าปะทุขึ้นมาจากภายในร่าง รวมทั้งพลังจากกายเนื้อ ขณะที่เขาปลดปล่อยหมัดสังหารเทพออกไป

หมัดที่โจมตีไปนี้ ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าหงเฉินในทันที!

นางอยู่ในท่ามกลางวิชาเวทที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพื่อต่อสู้กลับไปยังเงาร่างแห่งความตายที่กำลังโจมตีมา ในท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อยของนาง

จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็ระเบิดเป็นพลังโจมตีมา ทำให้ใบหน้านางเต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนที่จะมีเวลาเพื่อวิเคราะห์ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น หมัดสังหารเทพก็กระแทกเข้ามายังร่างนางแล้ว

เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องออกไป ขณะที่หมัดนั้นกระแทกลงไปบนหน้าอกนาง ทำให้โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก ถอยโซเซไปทางด้านหลัง ดวงตาเบิกกว้างขึ้น และนางก็กรีดร้องออกมา “เมิ่งฮ่าว!”

ขณะที่นางถอยไปทางด้านหลังภายใต้พลังการโจมตีจากเมิ่งฮ่าว ก็หยิบเอาของวิเศษออกมา และเตรียมร่ายเวทเพื่อต่อสู้กลับไป แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นต่อจากนั้นก็คือวิหคยักษ์สีฟ้าพุ่งฝ่ากลุ่มหมอกเข้ามา กรีดเฉือนไปบนร่างนางด้วยกรงเล็บอย่างดุร้าย

เสียงระเบิดดังก้องออกไป และแม้แต่เสวียนเต้าจื่อก็ยังรู้สึกตกตะลึง มันหันร่างมาและกำลังจะเข้ามาช่วย แต่จู่ๆ เงาร่างแห่งความตายสิบกว่าร่างก็พุ่งทะยานมาขัดขวางมันไว้อย่างบ้าคลั่ง

“ไสหัวไป!” เสวียนเต้าจื่อร้องตวาดขึ้น

เวลาเดียวกันนั้น เสียงกรีดร้องของหงเฉินก็ได้ยินมาอีกครั้ง “ช่วยด้วย!” นางรู้สึกหวาดกลัว และไม่อาจจะมองเห็นว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นอยู่รอบๆ ตัว รีบถอยไปทางด้านหลัง หน้าอกแหลกเหลวเต็มไปด้วยโลหิต และศีรษะก็ถูกเจาะจนเป็นรูอยู่สามรู พร้อมกับของเหลวสีขาวแดงที่ไหลซึมออกมา

เมิ่งฮ่าวก็ไม่ได้ดีกว่ามากนัก โลหิตไหลซึมออกมาจากบาดแผลทั่วร่าง นอกจากนี้อาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ถูกรักษาจนหายสนิท และการพยายามสังหารหญิงชราไปก็ทำให้อาการบาดเจ็บเหล่านั้นกำเริบขึ้นมา แต่รังสีสังหารในดวงตาเมิ่งฮ่าวก็ไม่ลดน้อยลงไปแม้แต่น้อย และจริงๆ แล้วก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิม

ทันใดนั้นเมิ่งฮ่าวพุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ปลดปล่อยแก่นแท้แห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ออกไปยังหงเฉินที่กำลังล่าถอยหลบหนี

นางกัดฟันแน่น ขยับมือร่ายเวทเพื่อปลดปล่อยพลังแก่นแท้ออกไปทั่วทุกทิศทาง แต่เมิ่งฮ่าวก็อยู่ในตำแหน่งอื่นแล้ว กำลังปลดปล่อยสุดยอดสะพานออกไป นางแผดร้องออกมา ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ากำลังแตกร้าวออกเป็นชิ้นๆ ขณะที่พยายามหลบหนีต่อไป ตอนนี้เสวียนเต้าจื่อจัดการกับเงาร่างแห่งความตายที่ขัดขวางมันไว้ได้เรียบร้อยแล้ว และกำลังพุ่งตรงมายังคนทั้งสอง

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบประกายขึ้น ขณะที่ยกมือซ้ายขึ้นมา และกดผลเนี่ยผานลงไปบนหน้าผาก ทันใดนั้นความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัว พุ่งตรงไปยังหงเฉิน ทำท่าคว้าจับเพื่อเรียกกระจกทองแดงออกมา นกแก้วที่ถอนหายใจอย่างต่อเนื่องก็โผล่ออกมาด้วยเช่นกัน โดยไม่ลังเลมันร่วมมือกับเมิ่งฮ่าวกลายเป็นอาวุธสงครามไป

ทำให้พลังของเมิ่งฮ่าวพุ่งทะยานขึ้น กวัดแกว่งอาวุธสงครามกรีดเฉือนตรงไปยังหงเฉิน เสวียนเต้าจื่อกำลังแข่งกับเวลาพุ่งตรงมา แต่ก็เห็นได้ชัดว่าช้าเกินไปแล้ว ได้แต่แผดร้องคำรามออกมายังสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้

หงเฉินก็แผดร้องออกมาด้วยเช่นกัน ใช้พลังทั้งหมดเท่าที่นางสามารถจะรวบรวมขึ้นมาได้ เพื่อปกป้องตัวเอง แต่นางก็ได้รับบาดเจ็บจากเวทผนึกสวรรค์มาแล้ว และพื้นฐานฝึกตนก็ลดลงไป การโจมตีมาของเมิ่งฮ่าวก่อนหน้านี้ ทำให้นางคล้ายกับเป็นลูกธนูที่พุ่งออกไปจนสุดแรง เขาไม่สนใจต่อของวิเศษหรือความสามารถศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ที่นางใช้ต่อสู้กลับมาแม้แต่น้อย ใช้พลังทั้งหมดจากกายเนื้อที่สามารถจะรวบรวมได้ ส่งผลให้อาวุธสงครามกรีดเฉือนลงไปราวกับประกายแสงที่แวบขึ้น…

เสียงกรีดร้องเงียบหายไป ขณะที่ศีรษะของหงเฉินลอยออกไปจากลำคอ และร่างนางก็ล้มลงไป เมื่อแรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของนางกำลังจะหลบหนีจากไป อาวูธสงครามก็บดขยี้ลงไป และผู้ฝึกตนอาณาจักรเต๋าอีกคนก็ตกตายไปโดยเงื้อมมือของเมิ่งฮ่าว!

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากเมิ่งฮ่าว และใบหน้าก็ซีดขาว ของวิเศษและความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่หงเฉินใช้ออกมาเมื่อครู่นี้ ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาสาหัสมากขึ้น ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ พุ่งร่างออกไปยังที่ห่างไกล

“เมิ่งฮ่าว!!” เสวียนเต้าจื่อร้องตวาดขึ้น เกิดเป็นเสียงดังก้องเข้าไปในกลุ่มหมอก เต็มไปทั่วทั้งโลกแห่งนี้ ที่ห่างไกลออกไป กลุ่มคนตระกูลเมิ่งกำลังบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน ร่างกายเมิ่งเฉินปกคลุมไปด้วยโลหิตและกำลังลอยอยู่กลางอากาศ

หานชิงเหลยก็ตกอยู่ในกลุ่มหมอกด้วยเช่นกัน มุ่งหน้ามาด้วยความระมัดระวังตัวเหมือนเช่นเคย ผู้ติดตามของมันบางคนถูกสังหารไป และตัวมันก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อสามสิบสามนรกแห่งนี้

แต่กลุ่มคนเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้เพียงลำพัง ยังมีกลุ่มคนอื่นอีก ยิ่งไปกว่านั้นสามสิบสามนรกก็เพิ่งจะเปิดออกเท่านั้น ดังนั้นรอยแตกที่เรืองแสงยังไม่ได้เปิดออกทั้งหมด มีเพียงแค่สามถึงห้ารอยแตกเท่านั้น จึงมีผู้ฝึกตนแห่งพันธมิตรเทพสวรรค์บางส่วนที่อยู่ด้านนอก เลือกที่จะเข้ามาเสี่ยงอันตรายอย่างกล้าหาญ ถึงแม้ว่าจะมีจำนวนไม่มากนักก็ตามที

สองหรือสามในสิบส่วนของพวกมันเลือกที่จะผ่านเข้ามาในรอยแตกเรืองแสงเดียวกับเมิ่งฮ่าว

กลุ่มคนเหล่านั้นที่มีความกล้าหาญที่จะผ่านเข้ามา ก็เห็นได้ชัดว่ามีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่อ่อนแอ อย่างน้อยที่สุดพวกมันก็อยู่ในอาณาจักรโบราณขั้นสุดท้าย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งเสมือนเต๋าบางคนก็ยังพยายามที่จะมาค้นหาสิ่งของในตำนาน ที่ช่วยรักษาผู้ฝึกตนเสมือนเต๋าให้รอดพ้นจากความตายไปได้

ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าบางคนก็ผ่านเข้ามาในรอยแตกที่เรืองแสงนี้มากขึ้น

ดังนั้นเมื่อเสียงแผดร้องของเสวียนเต้าจื่อดังก้องออกไป ทำให้ผู้ฝึกตนอื่นๆ ที่อยู่ภายในกลุ่มหมอกต่างก็ได้ยินเสียงนั้น และจิตใจพวกมันก็เริ่มเต้นรัวขึ้นมา

เมิ่งฮ่าวกระอักโลหิตออกมากองโต แต่ก็มุ่งหน้าต่อไปด้วยความรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเก็บอาวุธสงครามไว้ รวมทั้งผลเนี่ยผาน ตอนนี้ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำไปโดยสิ้นเชิง แต่ปราณและโลหิตกลับพุ่งขึ้นมาอย่างเต็มกำลัง

เงาร่างที่ติดตามเมิ่งฮ่าวมาตลอดเวลา กำลังเฝ้ามองเขาอยู่ และยิ่งมีความละโมบอยากได้มากขึ้นไปเรื่อยๆ

เมิ่งฮ่าวกำลังบินตรงไป ดวงตาแดงก่ำ แต่ทันใดนั้นก็พุ่งเข้าไปยังเงาร่างแห่งความตาย

“ข้าไม่ได้ใช้เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตมานานแล้ว” เมิ่งฮ่าวพึมพำ

เงาร่างที่เบื้องหน้าเป็นผู้ฝึกตน เมื่อมันหันหน้ามามองเห็นเมิ่งฮ่าว ก็ส่งเสียงแผดร้องคำรามขึ้นขณะที่พุ่งตรงมายังเขา

เมิ่งฮ่าวไม่ได้วางเครื่องหมายผนึกเวทเป็นตายไปบนร่างมัน แต่กำลังพุ่งตรงไปและฟาดฝ่ามือออกไป ทันใดนั้นฝ่ามือของเขาก็กลายเป็นสีแดงโลหิต ตบลงไปบนเงาร่างนั้น ทำให้ร่างมันสั่นไปมา และจากนั้นก็เริ่มแห้งเหี่ยวลงไป ในชั่วพริบตาก็กลายเป็นเถ้าธุลีไป

กลิ่นอายสีเทาลอยตรงมายังเมิ่งฮ่าว หลอมรวมเข้าไปร่างและทำให้ร่างกายของเขาแห้งเหี่ยวลงไปมากขึ้นกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้ช่วยรักษาอาการบาดเจ็บแม้แต่น้อย

เมิ่งฮ่าวส่ายหน้าพุ่งตรงไป ไม่นานนักดวงตาก็แวบประกายขึ้น เขาพุ่งตรงไปราวกับเป็นสายฟ้า ขณะที่ผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้า

นี่คือหนึ่งในกลุ่มผู้ฝึกตนที่มาค้นหาและพยายามจะสังหารเมิ่งฮ่าว ในตอนนี้เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนักมันจึงต้องการจะจากไป มันกำลังมองไปรอบๆ ด้วยความระมัดระวังตัว ดังนั้นในทันทีที่เมิ่งฮ่าวเข้ามาใกล้ สีหน้ามันก็เปลี่ยนไป ก่อนที่จะทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ มือสีแดงเข้มของเมิ่งฮ่าวก็ยื่นตรงมา และกดลงไปบนศีรษะของบุรุษผู้นั้น

ก่อนที่มันจะทันได้แผดร้อง เมิ่งฮ่าวก็เอามือไปปิดปากบุรุษผู้นั้น ร่างกายมันสั่นสะท้านขณะที่แห้งเหี่ยวลงไป พลังชีวิต, เลือดเนื้อ, พื้นฐานฝึกตนและวิญญาณของมัน ต่างก็ถูกดูดซับออกไปในทันที

ตอนนี้ใบหน้าเมิ่งฮ่าวซีดขาวน้อยลงกว่าเดิม ในที่สุดในมือเขาก็ไม่มีอะไรเหลืออยู่อีกนอกจากเป็นซากศพที่แห้งกรัง ตกลงไปและกลายเป็นเถ้าธุลี เมิ่งฮ่าวเลียริมฝีปาก ดวงตากลายเป็นสีแดงเจิดจ้า มุ่งหน้าต่อไป

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: