I shall seal the heaven Chapter 1251

ตอนที่ 1251

ลมโชยพัด…

“หนึ่งคนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณ หนึ่งคนอยู่ในขั้นกลางอาณาจักรโบราณ สองคนอยู่ในขั้นต้นอาณาจักรโบราณ ห้าคนอยู่ในขั้นสูงสุดอาณาจักรเซียน…ด้วยความแข็งแกร่งเช่นนี้ไปที่แห่งใดก็ไม่อาจจะดูถูกได้ สามารถเป็นผู้นำของสถานที่บางแห่งได้ ถ้าอยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้า พวกมันอาจจะได้ครอบครองตลาดบนดาวเคราะห์สักหนี่งดวง”

“แม้แต่การก่อตั้งสำนัก พวกมันก็สามารถจะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

เมิ่งฮ่าวมองไปยังพวกมันอย่างละเอียดมากขึ้น

“ที่สำคัญมากที่สุดก็คือ ค้นหาว่าพวกมันเป็นผู้ฝึกตนเร่ร่อนหรือไม่ นั่นคือสิ่งแรก อันดับสองพวกมันมาจากตระกูลเมิ่งหรือไม่? อันดับสาม…พวกมันปกปิดใบหน้าไว้ เพราะวิตกว่าจะมีคนใช้เวทเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่? หรือพวกมันคิดว่าจะไม่สังหารใคร? หรือว่าพวกมัน…ไม่กล้าสังหาร?!” สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งขณะที่ครุ่นคิด เขาไม่ใช่นักศึกษาหนุ่มเมื่อหลายปีก่อนโน้น ที่ไม่รู้ความใดๆ นอกจากการสอบเป็นขุนนางเท่านั้นอีกต่อไป

วิถีแห่งการฝึกตนช่างโหดร้ายเป็นอย่างยิ่ง ตอนที่อยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้า เขามีตระกูลฟางคอยสนับสนุนช่วยเหลือ แต่ในขุนเขาทะเลที่แปดแห่งนี้ เขาอยู่ตัวคนเดียวตามลำพัง เมื่อรวมเข้ากับความจริงที่ว่า สายโลหิตของท่านตาต้องการให้เขาไปช่วยดูแล ช่วยให้สายโลหิตนี้รุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง จึงทำให้จิตใจของเมิ่งฮ่าวยิ่งเย็นชาและดุร้ายมากขึ้นกว่าเดิม

นกแก้วบินมาเกาะอยู่บนไหล่เมิ่งฮ่าว เห็นได้ชัดว่าได้พบเจอกับความทรงจำที่น่ามหัศจรรย์ใจบางอย่างมา มันมักจะมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยหางตาอยู่เป็นระยะ รับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเขา ถึงแม้ว่าจะเลือนราง แต่ก็รู้ว่าแรงกดดันของโลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงเขาไป

ผีโต้งนอนอยู่ตรงหน้าเมิ่งฮ่าว ยืดตัวออกไปอย่างเกียจคร้าน อ๋าวเฉี่ยนกลับไปตัวเล็กอีกครั้ง ใช้อุ้งเท้าตบไปที่ผีโต้งเป็นระยะ เห็นได้ชัดว่าทั้งสองมักจะเล่นด้วยกันเป็นประจำ

หลังจากที่ผ่านไปนานสักพัก บุรุษชุดดำทั้งเก้าก็มองตากันด้วยความเข้าใจ จากนั้นก็เริ่มขยับมือร่ายเวท ทันใดนั้นเกราะป้องกันก็กระจายออกไป ปิดกั้นการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกไปโดยสิ้นเชิง จากนั้นรังสีสังหารก็สาดประกายขึ้นมาในดวงตาพวกมัน ขณะที่กลายเป็นลำแสงเก้าสายพุ่งตรงมายังเรือตระกูลเมิ่ง

เมิ่งฮ่าวหลับตาลง

เวลาผ่านไปไม่กี่อึดใจ หลังจากนั้นผู้พิทักษ์เต๋าของเมิ่งเต๋อ ที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ ก็ลืมตาขึ้นมาในทันที มีท่าทางวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง รีบพุ่งทะยานออกไปจากห้อง มองออกไปยังที่ห่างไกล

“กับดัก!! คุ้มครองเสาจู่!” ถึงแม้ว่ามันกำลังตะโกนออกไป แต่ก็บังคับให้เสียงยังคงอยู่แต่ในลำเรือเท่านั้น ทันใดนั้นสมาชิกทั้งหมดของตระกูลเมิ่งก็พุ่งทะยานออกมา

ชั่วขณะต่อมา เกราะป้องกันก็ส่องแสงระยิบระยับขึ้น ปกคลุมไปทั่วทั้งลำเรือ เมิ่งเต๋อรีบวิ่งออกมาพร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้านและใบหน้าที่ซีดขาว ตามมาด้วยสมาชิกตระกูลคนอื่นๆ อีกสิบกว่าคน พวกมันทั้งหมดยืนอยู่ที่นั่นด้วยความวิตกกังวล ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะมาคอยสังเกตดูว่าเมิ่งฮ่าวออกมาด้วยหรือไม่ คนทั้งหมดมองไปยังเก้าลำแสงที่เป็นริ้วยาวกำลังพุ่งมายังทิศทางนี้

ผู้ฝึกตนที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำ มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่ขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณ ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับผู้พิทักษ์เต๋าของเมิ่งเต๋อ สำหรับผู้ฝึกตนที่ติดตามมันมา ต่างก็มีพื้นฐานฝึกตนอยู่ที่อาณาจักรเซียน ซึ่งไม่คู่ควรให้เอ่ยถึง

แต่ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรโบราณขั้นต้นอีกสองคน ก็ทำให้สีหน้าของผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งต้องสลดลง

นอกจากผู้พิทักษ์เต๋าของเมิ่งเต๋อ ที่อยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณแล้ว คนทั้งหมดต่างก็อยู่ในอาณาจักรเซียน นอกจากสองคนที่อยู่ในอาณาจักรโบราณขั้นต้นแล้ว ก็ทำให้จำนวนผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณของฝั่งตระกูลเมิ่งมีน้อยกว่าฝั่งศัตรูหนึ่งคน

หนึ่งคนที่หายไป…คือคนที่สามารถจะต่อสู้กับผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลางของศัตรู!!

บางครั้งหนึ่งคนนั้นก็มีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการต่อสู้เช่นนี้ ซึ่งอาจจะเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะในตอนสุดท้ายได้เลย

“พวกมันแค่ผ่านทางมา?” เมิ่งเต๋อถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวอยู่ “ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน พวกมันจะกล้ามาโจมตีตระกูลเมิ่งได้อย่างไร?”

“เสาจู่ บุคคลเหล่านี้ไม่ได้แค่ผ่านทางมา” ผู้พิทักษ์เต๋าชรากล่าวขึ้นพร้อมขมวดคิ้ว มองไปยังเมิ่งเต๋อและแอบถอนหายใจ

“นั่นเป็นไปไม่ได้! พวกมันกล้าดีอย่างไร! พวกมันกล้าไม่เคารพต่อตระกูลเมิ่งได้อย่างไร? เมื่อข้ากลับไป ข้าต้องไปรายงานเรื่องนี้ต่อผู้เฒ่าสูงสุดอย่างแน่นอน และท่านก็ต้องกำจัดตระกูลของพวกมันไปทั้งหมด!!” เมิ่งเต๋อแผดร้องขึ้นมา

“หุบปาก!” ผู้พิทักษ์เต๋าชรากล่าวขึ้น เห็นได้ชัดว่ารู้สึกรำคาญ มันพยายามติดต่อกับตระกูลเมิ่งมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ มันรู้ว่าการสื่อสารถูกแทรกแซงแล้ว และรู้สึกค่อนข้างขมขื่นอยู่ภายในใจ โบกสะบัดชายแขนเสื้อออกไป ทำให้เรือสาดแสงอันเจิดจ้าขึ้นไปในอากาศ รวมเข้าด้วยกันเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่ ‘孟’! (เมิ่ง)

“สหายที่ด้านหน้า เรือลำนี้เป็นของตระกูลเมิ่ง โปรดเปิดทางให้ด้วย!” ผู้พิทักษ์เต๋าร้องตะโกนออกไป ด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะแข็งกร้าว มันรู้ถึงผลที่จะตามมาถ้าแสดงความอ่อนแอออกไป ดังนั้นจึงเกื้อหนุนคำพูดด้วยพื้นฐานฝึกตน ทำให้ดังก้องออกไปด้วยพลังจากวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณ

เงาร่างที่ใกล้เข้ามาทั้งเก้าไม่หยุดชะงักลงแม้แต่น้อย ดวงตาพวกมันสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหาร ขณะที่เข้ามาใกล้ตัวเรือ จากนั้นก็ขยับมือร่ายเวท ชี้นิ้วออกไป ทำให้ความว่างเปล่าที่อยู่รอบๆ ตัวพวกมันบิดเบี้ยวไปมา พร้อมกับขวานสงครามขนาดใหญ่ที่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

ขวานสงครามนั้นกระจายกลิ่นอายสีโลหิตอันน่ากลัวออกมา เต็มไปทั่วทั้งบริเวณนั้น ตวัดลงมายังเรือตระกูลเมิ่งในทันที ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องออกไป เมื่อกระแทกเข้ากับเกราะป้องกัน

เสียงแตกร้าวได้ยินออกมาจากเกราะป้องกัน ขณะที่เกิดเป็นรอยแตกร้าวพุ่งกระจายออกไป เสียงแตกร้าวนั้นดังก้องคล้ายกับเป็นระฆังมรณะเมื่อผ่านเข้าไปในหูของกลุ่มคนตระกูลเมิ่ง

เมิ่งเต๋อกำลังสั่นสะท้าน และสีหน้าก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว สมาชิกตระกูลคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลัง ต่างก็มีสีหน้าสิ้นหวังกันทั้งหมด แม้แต่ผู้พิทักษ์เต๋าของมันก็สั่นสะท้านด้วยเช่นกัน จากพลังโจมตีอันน่ากลัวที่คนทั้งเก้าร่วมมือกัน

เสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องขึ้น ขณะที่เกราะป้องกันของเรือระเบิดออกกลายเป็นเศษชิ้นส่วนที่ม้วนกวาดออกไปยังทุกสรรพสิ่ง

ผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งหลายคนแผดร้องออกมาด้วยความทุกข์ทรมาน ขณะที่เศษชิ้นส่วนอันแหลมคมของเกราะป้องกันแทงเข้าไปในร่างพวกมัน

เวลาเดียวกันนั้นบุรุษในชุดสีดำก็จ้องมองลงมาด้วยความต้องการสังหาร ขณะที่ผู้นำของพวกมันพุ่งตรงไปยังผู้พิทักษ์เต๋าชรา ในชั่วพริบตาคนทั้งสองก็ต่อสู้กันอย่างน่ากลัว ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องออกไป ตามมาด้วยระลอกคลื่นของวิชาเวท

สองผู้ฝึกตนขั้นต้นอาณาจักรโบราณ โจมตีไปยังสองผู้ฝึกตนตระกูลเมิ่งที่อยู่ในระดับเดียวกันในทันที ทำให้พวกมันไร้ทางเลือกนอกจากต้องต่อสู้กลับไปเท่านั้น ในที่สุดคนทั้งสี่ก็ต่อสู้กันอย่างวุ่นวาย ระเบิดพลังวิชาเวทออกไป ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องไปทั่ว

ผู้ฝึกตนฝั่งศัตรูอีกห้าคนที่อยู่ในขั้นสูงสุดแห่งอาณาจักรเซียน โจมตีไปยังผู้ฝึกตนที่เหลือของตระกูลเมิ่งในทันที ทำให้เกิดการสังหารขึ้นอย่างฉับพลัน และเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจก็ดังก้องไปทั่วทั้งลำเรือ

สำหรับบุรุษชุดดำคนสุดท้าย ซึ่งอยู่ในขั้นกลางอาณาจักรโบราณ มันลอยตัวอยู่เหนือลำเรือ มองไปยังเมิ่งเต๋อที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างเย็นชา

“พวกเจ้าต้องการอะไร!? ข้าจะให้ไปทั้งหมด! อย่าได้สังหารข้า ข้าคือเสาจู่แห่งตระกูลเมิ่ง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ที่ไหนในขุนเขาทะเลที่แปด พวกเจ้าก็ต้องตาย!” เมิ่งเต๋อแผดร้องขึ้น

“ตระกูลเมิ่งอาจจะตกต่ำลง แต่พวกเราก็ยังคงมีศักดิ์ศรี ถ้าพวกเจ้าต้องการเงินทอง ก็เอาไปเลย!” เมิ่งเต๋อหยิบถุงสมบัติโยนออกไปอย่างรวดเร็ว การตัดสินใจที่เด็ดขาดของมัน ทำให้สีหน้าเมิ่งฮ่าวต้องเปลี่ยนไป เขาเริ่มให้ความสนใจต่อเมิ่งเต๋อขึ้นเล็กน้อยในทันที

“มันไม่ได้ไร้ประโยชน์เท่าใดนัก” เมิ่งฮ่าวพึมพำ มองกลับไปยังบุรุษชุดดำ พร้อมกับดวงตาที่แวบประกายขึ้น ในตอนนี้เขาสามารถจะบอกได้ว่าคนทั้งเก้า…ไม่ใช่ผู้ฝึกตนเร่ร่อน!

ผู้ฝึกตนเร่ร่อนไม่อาจจะโจมตีมาอย่างพร้อมเพรียง หรือว่ามีความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่ร่วมมือกันได้เช่นนี้ ยิ่งไปกว่านั้นวิชาเวทและอาวุธเวทที่พวกมันใช้ออกมาก็ดูเหมือนว่าจะเหมือนกันทั้งหมด

“ถ้าพวกมันไม่ใช่ผู้ฝึกตนเร่ร่อน ก็หมายความว่าตระกูลเมิ่งยังคงแข็งแกร่งเพียงพอที่ทำให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัวได้ แต่ถ้ามีบางสำนักพยายามจะปล้นชิงตระกูลเมิ่ง ก็แสดงให้เห็นว่าถึงแม้พวกมันจะน่าหวาดกลัว แต่ก็เริ่มไม่เพียงพอแล้ว” เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว ยิ่งเขาเรียนรู้เกี่ยวกับตระกูลเมิ่งมากเท่าใด ก็ยิ่งตระหนักว่างานที่เขาต้องทำจะยุ่งยากลำบากมากแค่ไหน

ในตอนนี้เองที่เสียงแผดร้องอย่างโหยหวนที่ดังก้องอยู่บนลำเรือเริ่มจางหายไป นอกจากเมิ่งเต๋อแล้ว คนทั้งหมดตกตายไป

ตรงด้านนอกของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สองผู้ฝึกตนขั้นต้นอาณาจักรโบราณของตระกูลเมิ่งสบตากันด้วยใบหน้าที่ซีดขาว จากนั้นก็เริ่มหลบหนีจากไป

แต่ก่อนที่พวกมันจะทันไปได้ไกล ผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลางในชุดดำ ก็แค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็ไล่ตามไป ชั่วขณะต่อมาเสียงแผดร้องสองเสียงก็ดังก้องอยู่ในความว่างเปล่า หลังจากนั้นไม่นานบุรุษชุดดำก็กลับมา ถือศีรษะอยู่ในมือทั้งสองข้าง โยนลงไปบนลำเรือ

การต่อสู้ระหว่างสองผู้ฝึกตนในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณกำลังจะได้ข้อสรุปแล้ว ทันใดนั้นผู้พิทักษ์เต๋าของเมิ่งเต๋อก็แผดร้องขึ้นมา “พวกเจ้ายังสังหารไม่พอ!? ทรัพย์สมบัติอยู่นี่แล้ว แค่นำมันไปก็พอ ทำไมต้องสังหารพวกข้าด้วย?!?!”

แทบจะในทันทีที่มันพูดจบ บุรุษชุดดำที่อยู่ด้านบนก็ขยับมือร่ายเวท เพื่อเรียกขวานสงครามออกมาอีกครั้ง

สีหน้าผู้พิทักษ์เต๋าสลดลง ถึงแม้ว่ามันจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็เริ่มล่าถอยออกไป กระอักโลหิตออกมาและกลายเป็นลำแสงขณะที่พยายามจะหลบหนี ภารกิจของมันคือการปกป้องคุ้มครองเมิ่งเต๋อ แต่เพื่อเอาชีวิตรอด มันจึงต้องเลือกตนเองก่อน

แต่ก่อนที่มันจะทันได้ขยับตัวเคลื่อนไหว ก็มีใครบางคนแวบร่างมาอยู่ที่ด้านหลัง เป็นคนที่แม้แต่เมิ่งฮ่าวก็ยังไม่ได้สังเกตสนใจ จนกระทั่งช่วงเวลาก่อนที่มันจะลงมือ

และผู้พิทักษ์เต๋าก็ไม่ได้สังเกตเห็นแม้แต่น้อย ในทันทีที่บุคคลผู้นี้ปรากฏขึ้น นิ้วของมันก็แทงตรงเข้าไปที่ด้านหลังศีรษะของผู้พิทักษ์เต๋า เกิดเป็นเสียงปะทุขึ้น และแรงสั่นสะเทือนก็วิ่งผ่านไปทั่วร่างชายชรา จากนั้นศีรษะมันก็ระเบิดออก แรกก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์ของมันแตกกระจายไป เปลวไฟสีดำปกคลุมไปทั่วร่าง เผาไหม้ร่างมันไปอย่างรวดเร็ว ภายในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ก็กลายเป็นเถ้าธุลีไปโดยสิ้นเชิง

บุรุษชุดดำคนอื่นๆ หยุดชะงักในสิ่งที่พวกมันกำลังทำอยู่ในทันที และประสานมือเพื่อแสดงความเคารพ

เงาร่างที่มาใหม่นี้มีความสูงหนึ่งจ้างเต็ม (ประมาณ 3 เมตร) สวมใส่เสื้อคลุมยาวสีดำ มีหน้ากากสีขาวปกปิดใบหน้าไว้ หน้ากากนั้นถูกตกแต่งด้วยดวงตานับไม่ถ้วน ดูน่ากลัวอย่างถึงที่สุด

มันมองไปยังบุรุษชุดดำทั้งเก้าด้วยสายตาที่เย็นชา จากนั้นก็ก้าวเดินตรงไปบนลำเรือ โดยไม่พูดอะไรออกมา

เมิ่งฮ่าวยังคงนั่งอยู่ในห้อง เฝ้ามองดูเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตอนนี้เขามีสีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง เกิดความรู้สึกแปลกๆ กับคนผู้นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาเสื้อคลุมที่มันใช้ออกมา เป็นสิ่งที่เมิ่งฮ่าวไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นว่าสามารถจะบดขยี้พวกมันได้

“เท่าที่เห็น พวกมันไม่ได้มาปล้น…” เมิ่งฮ่าวคิด มองไปยังบุรุษชุดดำ ดวงตาสาดประกายขึ้นมาในทันที

สำหรับเมิ่งเต๋อ ร่างกายมันกำลังสั่นสะท้าน ถอยไปทางด้านหลังและหอบหายใจออกมาเวลาเดียวกันนั้น ในตอนนี้เองที่บุรุษชุดดำซึ่งอยู่ในวงจรอันยิ่งใหญ่อาณาจักรโบราณ ค่อยๆ ปลดผ้าคลุมหน้าลงมาอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าของมัน อย่างน่าตกใจยิ่ง…ใบหน้ามันดูเหมือนกับใบหน้าของผู้พิทักษ์เต๋าที่ตายไปแล้วโดยสิ้นเชิง!

บุรุษชุดดำคนอื่นๆ เริ่มเผยใบหน้าให้เห็นทีละคน ซึ่งดูเหมือนกับสมาชิกตระกูลเมิ่งที่ตายไปแล้วเหล่านั้น!

“พวกเจ้า…” ใบหน้าเมิ่งเต๋อซีดขาว ต่อให้มันโง่เขลามากไปกว่านี้ ก็ยังสามารถจะบอกได้ว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้น มันเริ่มถอยไปทางด้านหลังอย่างต่อเนื่อง รู้สึกหวาดกลัวจนสั่นสะท้าน ขณะที่พยายามจะติดต่อกับตระกูลเมิ่งอยู่ตลอดเวลา แต่ความพยายามของมันก็สูญเปล่าไร้ประโยชน์ใดๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น