Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1257

I shall seal the heaven Chapter 1257

ตอนที่ 1257

เทศนาเต๋า

เมิ่งหรูพยักหน้าตอบรับคำพูดของเมิ่งฮ่าวด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็ตบไปยังถุงสมบัติ และอ๋าวเฉี่ยนก็บินออกมา มันแหงนหน้าขึ้นและแผดร้องคำราม กลายเป็นลำแสงสีแดงนำเมิ่งหรูห่างไกลออกไป

ด้วยการมีอ๋าวเฉี่ยนคอยปกป้องนาง ทำให้ไม่มีใครสามารถจะทำร้ายเมิ่งหรูได้ ขณะที่นางไปทำภารกิจ เมิ่งฮ่าวมองไปยังเครือญาติที่กำลังตื่นเต้นอยู่ในบริเวณนั้น จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แสงอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นในดวงตา เวลาคือสิ่งสำคัญ เมื่อเขากำลังจะช่วยเหลือสายโลหิตให้โดดเด่นขึ้นมา…เขาก็จะกระทำด้วยวิธีการที่พิเศษเฉพาะ

เมิ่งหรูและอ๋าวเฉี่ยนบินไปยังจุดศูนย์กลางทวีปของตระกูลเมิ่ง และเรียกให้สมาชิกสายโลหิตที่ต้องทำตามคำสั่งของสายโลหิตอื่นทั้งเก้าอย่างไร้ทางเลือกกลับมา

เวลาเดียวกันนั้น การเสียชีวิตไปอย่างน่าตกใจของผู้ฝึกตนทั้งหมดในสาขาย่อยของตระกูลสวี ก็ทำให้เกิดเป็นความปั่นป่วนโกลาหลในท่ามกลางผู้แข็งแกร่งอันทรงพลังของตระกูลสวี ที่อยู่ในคฤหาสน์บรรพชนของพวกมัน

คนทั้งหมดตกอยู่ในความกราดเกรี้ยว และในที่สุดเสียงเก่าแก่โบราณก็ดังก้องออกมาจากภายในคฤหาสน์บรรพชนตระกูลสวี

“สายโลหิตโสโครกคิดว่าจะกลับมามีชื่อเสียงเหมือนเดิม? ไปค้นหาผู้ร้ายและสังหารมัน! ถ้ามีใครมาขัดขวาง ให้สังหารพวกมันไปด้วย! อย่าลืมว่าพวกพิการชราเหล่านั้นไม่อาจจะทำอะไรกับพวกเจ้าได้!”

เสียงของมันดังก้องขึ้นมาคล้ายเสียงฟ้าคำราม ทำให้เกิดเป็นสีสันแวบขึ้นไปในท้องฟ้า และพื้นดินก็สั่นสะเทือน ทันใดนั้นลำแสงสิบกว่าสายก็พุ่งออกไป ตามติดไปด้วยเงาร่างอื่นๆ อีกนับร้อย ทั้งหมดนั้นมุ่งหน้าตรงไปยังตำแหน่งที่อยู่ของสายโลหิตท่านตา

ตระกูลสวีต่างก็รู้สึกเดือดดาลเกี่ยวกับสายโลหิตของพวกมันด้วยเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรออกมา พวกมันตัดสินใจโจมตีในทันที และกลิ่นอายอันน่ากลัวของพวกมันก็กระจายออกไปอย่างเข้มข้นจนน่าเหลือเชื่อนัก

เวลาเดียวกันนั้น ย้อนกลับไปในคฤหาสน์บรรพชนของตระกูลเมิ่งที่อยู่ตรงจุดศูนย์กลางของทวีป เสียงแผดร้องด้วยโทสะอีกเสียงก็ดังก้องออกมาจากลานบ้าน ซึ่งเมิ่งฮ่าวได้บดขยี้กระดูกของผู้ฝึกตนค้นหาเต๋าไปจนแหลกละเอียด มองเห็นชายชราสามคนอยู่ที่นั่น ใบหน้าถมึงทึงและดวงตาก็ลุกโชนขึ้นด้วยเพลิงโทสะ ด้านหลังเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของตระกูลพวกมันอีกสิบคน ต่างก็กระจายรังสีสังหารอย่างเข้มข้นออกมากันทั้งหมด

“ช่างบังอาจนัก! พวกมันไร้ประโยชน์ อ่อนแออย่างถึงที่สุด แต่ก็ยังกล้าที่จะก่อภัยพิบัติขึ้น นี่คือกลุ่มผู้ทรยศ พวกเรามาช่วยเหล่าฟูจัดการพวกกบฎเหล่านี้!” ด้วยเช่นนั้น ชายชราก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ติดตามมาด้วยสมาชิกในตระกูลมากมาย พวกมันทั้งหมดกลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ตั้งของสายโลหิตท่านตา

ไม่นานสายลมขนาดใหญ่ก็ปะทุขึ้น ทำให้ตระกูลเมิ่งที่กำลังตกต่ำลงปั่นป่วนวุ่นวายไปทั่ว ทั้งหมดนั้นก็เนื่องมาจากเมิ่งฮ่าว

ขณะที่เกิดเรื่องเหล่านั้นขึ้น เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนศิลาภายในบ้านของสายโลหิต ถูกห้อมล้อมด้วยสมาชิกสายโลหิตคนอื่นๆ แต่ละคนต่างก็มีท่าทางตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง และอยู่ในท่ามกลางการสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อดูดซับปราณเซียนเข้าไป ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสตรี ขณะที่คนทั้งหมดทำเช่นนั้น พื้นฐานฝึกตนก็เริ่มดีขึ้นอย่างช้าๆ

บุคคลที่นั่งใกล้กับเมิ่งฮ่าวมากที่สุดคือเด็กหนุ่มเยาว์วัยที่เขาเพิ่งจะช่วยเหลือมา เมิ่งหาน มันมักจะมองไปยังเมิ่งฮ่าวเป็นระยะ แววตาเต็มไปด้วยความเคารพและกระตือรือร้น

แต่ไม่ใช่มันเพียงคนเดียวเท่านั้น คนทั้งหมดในบ้านใหญ่หลังนั้นต่างก็มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยแววตาเดียวกัน ความกระตือรือร้นที่พวกมันรู้สึกได้กำลังลุกโชนขึ้นมาในแววตา ในที่สุดพวกมันก็มีความหวังขึ้นมาแล้ว บุคคลที่พวกมันกำลังมองดูอยู่นี้มีพื้นฐานฝึกตนที่สูงส่งกว่าตนเองมากมาย หลังจากที่ผ่านไปปีแล้วปีเล่า มันคือบุคคลแรก…ที่ผ่านเข้าไปในอาณาจักรเซียนได้

“ในการฝึกฝนพลังการฝึกตน ต้องผ่านสี่อาณาจักรคือ วิญญาณ, เซียน, โบราณ, เต๋า แต่ละอาณาจักรจะมอบพลังที่แตกต่างกันออกไป และอาณาจักรทั้งหมดก็ถูกแบ่งออกเป็นขั้นที่เล็กกว่า”

“ดูเหมือนว่าจะซับซ้อน แต่ต้องเดินไปทีละก้าว ยิ่งเดินไปไกลมากเท่าใด ก็จะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!”

“อาณาจักรวิญญาณถูกแบ่งออกเป็น ขั้นรวบรวมลมปราณ, พื้นฐานลมปราณ, สร้างแกนลมปราณ, วิญญาณแรกก่อตั้ง, ตัดวิญญาณ, ค้นหาเต๋า และเซียนอมตะ!”

“ข้าเห็นพวกท่านส่วนใหญ่อยู่ในขั้นสร้างแกนลมปราณ มีไม่กี่คนที่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ดูเหมือนว่าจะไม่มีผู้ฝึกตนตัดวิญญาณอยู่เลย…”

เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นมาอย่างเงียบๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะเต็มไปด้วยพลังแปลกๆ ขณะที่ดังก้องไปมาอยู่ในบ้านของสายโลหิต เครือญาติทั้งหมดของเขาก็รับฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

ญาติบางคนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาว่า “เมิ่งเฉินเกอเกอ อย่าลืมว่าเฉี่ยวเอ๋อร์เจี่ยเจีย (พี่สาวเฉี่ยวเอ๋อร์) อยู่ในขั้นตัดวิญญาณ และอวิ๋นเจี่ย (พี่สาวอวิ๋น) ก็เช่นกัน…”

“หงเจี่ย (พี่สาวหง) อยู่ในขั้นค้นหาเต๋า…”

เมิ่งฮ่าวพยักหน้าและกล่าวต่อไป

“ขั้นสร้างแกนลมปราณมุ่งเน้นไปที่การสร้างแกนขึ้นมาด้านใน สามารถใช้แกนนั้นเชื่อมต่อเข้ากับลมปราณที่บริสุทธิ์ของตนเอง เพื่อสร้างเป็นวิญญาณแรกก่อตั้งขึ้นมา…เมื่อข้าอยู่ในขั้นสร้างแกนลมปราณ ข้าใช้ธาตุทั้งห้าเป็นรากฐานของตนเอง สร้างเป็นแกนสีทองห้าธาตุ จากนั้นก็กลายมาเป็นวิญญาณแรกก่อตั้งห้าธาตุของข้า…”

“…ความหมายที่แท้จริงของตัดวิญญาณ ไม่ได้อยู่ที่วิญญาณ แต่อยู่ที่การตัด…”

“มีการตัดทั้งหมดสามครั้ง ซึ่งเป็นเต๋าด้วยเช่นกัน หลังจากผ่านสามตัดสามเต๋า ก็ต้องค้นหาคำตอบอยู่ภายในใจ เพื่อก้าวไปยังขั้นต่อไป, ค้นหาเต๋า!”

“สำหรับเซียนอมตะ จริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่เรียบง่าย พวกท่านไม่จำเป็นต้องวิตกเกี่ยวกับมัน แค่เดินตามรอยบรรพบุรุษ ก็จะกลายเป็นเซียนเทียมได้อย่างง่ายดาย!” เสียงเมิ่งฮ่าวดังก้องออกไป ขณะที่อธิบายถึงความหมายของอาณาจักรวิญญาณ กล่าวถึงรายละเอียดให้กับสมาชิกสายโลหิตทั้งหมดฟัง

พวกมันรับฟังด้วยความเบิกบานใจ มีอยู่หลายส่วนที่เดิมทีรู้สึกสับสน แต่ในตอนนี้กลับถูกอธิบายอย่างชัดแจ้ง ยิ่งไปกว่านั้นคำอธิบายของเมิ่งฮ่าวก็ลึกล้ำกว่าคำอธิบายใดๆ ที่พวกมันเคยรับรู้มาเมื่อในอดีต

เสียงของเมิ่งฮ่าวยังประกอบไปด้วยพลังแปลกๆ ด้วยเช่นกัน เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดเป็นเมล็ดพันธุ์อยู่ภายในร่างของเครือญาติเขาทั้งหมดอย่างช้าๆ มันคือเมล็ดเต๋า ไม่ใช่สายโลหิตแห่งเซียนเต๋าทุกชั้นฟ้า แต่เป็น…ความรู้แจ้งที่เมิ่งฮ่าวรวบรวมมาจากการฝึกตน จากประสบการณ์ที่เขาอยู่ในอาณาจักรวิญญาณ มันคือ…เมล็ดวิญญาณ!

พื้นฐานในอาณาจักรวิญญาณของเมิ่งฮ่าวพบเห็นได้ยากเช่นเดียวกับขนหงส์หรือเขากิเลนในอาณาจักรขุนเขาทะเล คงจะไม่พูดเกินจริงไปนักถ้าจะบอกว่าความเข้าใจในอาณาจักรวิญญาณของเมิ่งฮ่าว มากเกินกว่าคนอื่นๆ ทั้งหมด ไม่มีใครจะรวบรวมได้มากกว่านี้อีกแล้วในอาณาจักรนั้น และไม่มีใครจะเตรียมตัวได้มากกว่านี้ ที่จะกลายมาเป็นเซียนแท้ เขาทำให้ขุนเขาทะเลที่เก้าต้องสั่นสะเทือนไปทั่ว

เนื่องจากเช่นนั้น ทำให้คำอธิบายจากความเข้าใจของเมิ่งฮ่าวมีความลึกล้ำ สามารถจะอธิบายถึงความหมายที่ยากจะพรรณนาออกมาได้ให้กับคนทั้งหมดได้รับรู้

นอกจากนั้นปราณเซียนอันเข้มข้นในบริเวณนี้ก็มากเกินกว่าพลังลมปราณปกติทั่วไป ทำให้เครือญาติส่วนใหญ่ต่างก็จมอยู่ในความรู้แจ้งลึกลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ

ไว่ผอและไว่ซูกงของเมิ่งฮ่าว ต่างก็จ้องมองมาด้วยความตกตะลึงต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ จากนั้นความตื่นเต้นก็เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้า จิ้วจิ่วทั้งสองของเมิ่งฮ่าวก็มีใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น สิ่งทั้งหมดนี้ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มคนรุ่นเยาว์เท่านั้น แต่ปราณเซียนยังได้ช่วยให้พวกท่านฟื้นฟูร่างกายกลับคืนมาอีกด้วย

สตรีวัยกลางคนทั้งสาม ต่างก็ประสบกับเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน

เห็นได้ชัดว่า เครือญาติสายโลหิตทั้หมดที่อยู่รอบๆ เมิ่งฮ่าวกำลัง…เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างช้าๆ!!

เมิ่งฮ่าวมองไปยังคนทั้งหมดที่อยู่ในช่วงการรู้แจ้ง จนกระทั่งในที่สุดสายตาก็ตกกระทบไปบนร่างของเด็กหนุ่มเมิ่งหาน ซึ่งเขาช่วยชีวิตมาจากตระกูลสวี

จากสิ่งที่เมิ่งฮ่าวสามารถจะบอกได้ มันมีพรสวรรค์มากกว่าคนทั้งหมดในบริเวณนี้ ถึงแม้ว่าพื้นฐานฝึกตนของมันจะอยู่แค่ขั้นสร้างแกนลมปราณเท่านั้น แต่ก็เห็นได้ชัดว่ามันแทบจะทะลวงผ่านออกไปได้ทุกเมื่อ

ใบหน้าเมิ่งฮ่าวปรากฎเป็นรอยยิ้มขึ้น ตอนนี้เขาเชื่อมั่นว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปี สายโลหิตท่านตาน่าจะยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อีกครั้ง ทำให้จิตใจต้องพลุ่งพล่านขึ้นด้วยความตื่นเต้น ในตอนนี้เองที่จู่ๆ เมิ่งฮ่าวก็มองขึ้นไปในท้องฟ้า และแสงอันเย็นชาก็สาดประกายขึ้นในดวงตา

เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือขวาออกไป ทำให้กลุ่มด้วงสีดำลอยออกมาจากภายในถุงสมบัติ พวกมันบินออกไปยังที่ห่างไกล พร้อมกับกระจายกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมา

ในทันที ขณะที่พวกมันบินไป เสียงปะทุก็ได้ยินขึ้น เมื่อพวกมันกลายร่างเป็นภูติน้อยสีดำ ซึ่งมีฟันที่แหลมคมราวใบมีด

“วี๊…” ภูติเกราะดำกรีดร้องเป็นเสียงแหลมเล็ก ขณะที่พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

ตอนนี้ที่ด้านนอกของพื้นที่หนึ่งหมื่นจ้างซึ่งเมิ่งฮ่าวตัดออกมา ผู้ฝึกตนนับร้อยกำลังบินตรงมา กระจายกลิ่นอายอันน่ากลัวและรังสีสังหารออกมา ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำสิบกว่าคนมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในอาณาจักรโบราณ ถึงแม้ว่าผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดจะอยู่เพียงแค่ขั้นกลางอาณาจักรโบราณเท่านั้น แต่กลุ่มคนเช่นนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจจะดูแคลนได้ และประกอบไปด้วยกองกำลังครึ่งหนึ่งของตระกูลสวี

สามในสิบส่วนของกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในอาณาจักรเซียน และที่เหลือ…อยู่ในอาณาจักรวิญญาณ นอกจากนี้ตระกูลสวีคือหนึ่งในแปดตระกูลรองที่อยู่ในตระกูลเมิ่ง ซึ่งหมายความว่าเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะมีความแข็งแกร่งอย่างน่ากลัว แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกมันก็มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย

สิ่งที่พวกมันมองเห็นก็คือ พื้นดินขนาดใหญ่เต็มไปด้วยกลุ่มหมอกอย่างแน่นหนา และสามารถจะรับรู้ได้ว่าภายในกลุ่มหมอกนั้นคือเกราะป้องกันที่มองไม่เห็น ทำให้สายตาของผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลางที่มาจากตระกูลสวีต้องเบิกกว้างขึ้น อ้าปากค้าง และจิตใจก็เริ่มเต้นรัว

มันถามตนเองว่าสามารถจะสร้างเป็นเกราะป้องกันเช่นนี้ขึ้นมาได้หรือไม่ และขณะที่มองดูไปอย่างละเอียด ก็ตระหนักว่ากลุ่มหมอกที่อยู่ด้านในก็คือ…

“ปราณเซียน…ช่างมีปราณเซียนมากมายนัก มัน…มันเข้มข้นเป็นอย่างยิ่ง คล้ายกับว่านี่คือสถานที่จากโลกอื่น เหมือนกับเป็นโลกแห่งเซียน!”

“แต่…ใครจะทำเรื่องนี้ได้!?!?” ในท่ามกลางความตกตะลึงของมัน กลุ่มคนที่ด้านหลังส่วนใหญ่ก็มองไม่เห็นถึงร่องรอยใดๆ ยังคงเดือดพล่านอย่างน่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้

“กลุ่มคนตระกูลเมิ่ง ไสหัวออกมา!” กลุ่มคนตระกูลสวีที่ใจร้อนวู่วามบางคน ถือดีว่ามีพวกมาก ร้องตะโกนออกไป ทำให้ผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลางต้องการจะหยุดแต่ก็สายไปแล้ว สีหน้ามันต้องเปลี่ยนไปอย่างช่วยไม่ได้ ทันใดนั้นเสียงแหลมเล็กก็ดังก้องออกมาจากภายในกลุ่มหมอก

“วี๊…” หลังจากเสียงนี้ก็เป็นกลุ่มภูติน้อยสีดำขนาดใหญ่ เคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็วราวกับเป็นสายฟ้า ภูติน้อยแต่ละตัวกระจายเป็นแรงกดดันที่เทียบเท่ากับอาณาจักรโบราณขั้นกลางออกมา

“นั่นคือ…หนีเร็ว! รีบออกไปจากที่นี่!!” หนังศีรษะผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณขั้นกลางด้านชา ถึงแม้ว่ามันจะไม่เคยพบเจอกับภูติเกราะดำเหล่านี้มาก่อน แต่ก็พอจะบอกได้ว่าพวกมันมีความน่ากลัวแค่ไหน และจิตใจมันก็เต็มไปด้วยความรู้สึกถึงวิกฤตอันร้ายแรงอย่างสุดที่จะพรรณนาออกมาได้

มันรีบถอยไปทางด้านหลังในทันที แต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า กลุ่มคนร่วมตระกูลของมัน ไม่อาจจะมีปฏิกิริยาที่รวดเร็วพอ และถูกภูติน้อยเกราะดำกระโจนเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

เห็นได้ชัดว่าภูติน้อยไม่ต้องการจะครอบครองร่างกายของกลุ่มคนเหล่านี้ พวกมันแค่เจาะไชเข้าไปในร่างและเริ่มขบเคี้ยวอย่างรวดเร็ว เสียงแผดร้องโหยหวนดังก้องออกมาจากปากของผู้ฝึกตนตระกูลสวีในทันที

เกิดเป็นความปั่นป่วนขนาดใหญ่ขึ้น ขณะที่กลุ่มคนหนึ่งร้อยกว่าคนเริ่มแผดร้องออกมา จากนั้นร่างกายก็ระเบิดออกเป็นกลุ่มหมอกของเลือดเนื้อ สำหรับคนอื่นๆ ที่อยู่ในที่แห่งนั้น ใบหน้าพวกมันซีดขาวไร้สีเลือด และรีบหลบหนีจากไปในทันที

ในชั่วพริบตาภูติน้อยเกราะดำก็พุ่งออกมาจากภายในกลุ่มเลือดเนื้อ ด้วยสีหน้าที่ดุร้ายขณะที่พุ่งไปโจมตีอีกครั้ง เสียงแผดร้องโหยหวนดังก้องขึ้น

ขณะที่ผู้ฝึกตนนับร้อยถูกสังหารไป

ภูติน้อยเกราะดำราวกับเป็นยมทูตจากโลกันต์ ที่ออกมารวบรวมวิญญาณกลับไป

แม้แต่ผู้ฝึกตนตระกูลสวีที่อยู่ในอาณาจักรโบราณ ก็ยังไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้ ไม่ว่าพวกมันจะพยายามต่อสู้กลับไปอย่างไร ก็ต้องจบลงด้วยเสียงแผดร้อง ร่างกายพวกมันแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ภูติน้อยเกราะดำกัดกินร่างพวกมันจนเกลี้ยงเกลาจากด้านในออกมา

คนที่แข็งแกร่งมากที่สุดในกลุ่มพวกมัน คือชายชราอาณาจักรโบราณขั้นกลาง เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวขณะที่ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์และอาวุธเวทออกไปเพื่อปกป้องตนเอง แต่ก็ยังไม่ดีพอ ในที่สุดหนึ่งในภูติเกราะดำก็เจาะไชเข้าไปในร่างมัน จนต้องแผดร้องเป็นเสียงโหยหวนออกมา และจากนั้น…ก็ระเบิดออก

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแค่ชั่วเวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น ผู้ฝึกตนนับร้อยตกตายไป และอากาศก็คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต สำหรับภูติน้อยเกราะดำ พวกมันแสยะยิ้มอย่างโหดร้ายและส่งเสียงอย่างน่ากลัวออกมา

ในที่สุด พวกมันก็รวมตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นกลุ่มเมฆสีดำ หายกลับเข้าไปในกลุ่มหมอก

“วี๊…”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: