Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 303

I Shall Seal The Heaven Chapter 303

ตอนที่ 303

สายโลหิตแห่งตระกูลจี้

“ฉื่อชิง!” ดวงตาหลี่เต้าอีสาดประกายเจิดจ้า มันคุ้นเคยกับฉื่อชิง ย้อนกลับไปยังเขตตะวันตกของดินแดนด้านใต้ มันเคยได้ต่อสู้กับนาง

ในช่วงการต่อสู้นั้น มันได้ประสบความพ่ายแพ้!

หลังจากนั้น มันก็สามารถทะลวงผ่านเข้าไปยังขั้นสร้างแกนลมปราณ แต่ความพ่ายแพ้ในวันนั้นก็ทำให้มันมีโทสะเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้เห็นฉื่อชิงอีกครั้งในตอนนี้ ก็ทำให้ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเย็นชา รังสีสังหารสาดประกายอยู่ด้านใน มันยกมือขึ้น พลังของสร้างแกนลมปราณกระจายออกมา

สีหน้าฉื่อชิงไม่เคยเปลี่ยนไปจากความเย็นชา ดวงตาสาดประกายขณะที่ปราณสีขาวกระจายออกมาจากร่าง กลายเป็นเส้นใยพุ่งตรงไปยังหลี่เต้าอี

เสียงระเบิดดังก้องออกไปในทันที เมิ่งฮ่าวหลับตาลง เขาเพ่งสมาธิไปที่การโคจรหมุนวนพลังลมปราณอย่างเต็มที่ เสาแห่งเต๋าต้นที่สามเริ่มหลอมละลาย ส่งปราณม่วงกระจายไปทั่ว ร่างกายเขาซึมซับมันไว้ ตลอดทั้งร่างเมิ่งฮ่าวกลายเป็นสีม่วงในตอนนี้

ฉื่อชิงและหลี่เต้าอีกำลังต่อสู้กันด้วยเวทอาคม เห็นได้ชัดว่าฉื่อชิงเป็นฝ่ายได้เปรียบ อันที่จริง ในแง่ของพื้นฐานฝึกตน นางได้หลอมรวมเข้ากับเฟิ่งจู่ต้าเหริน ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่หลี่เต้าอีจะมาเปรียบเทียบกับนางได้ โดยหลักแล้วนางอยู่ในระดับของปรมาจารย์สำนัก

แต่ถึงแม้ฉื่อชิงจะพยายามหลอมรวม นางก็ไม่อาจจะทำได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ตอนนี้นางสามารถใช้ได้เพียงแค่หนึ่งส่วนของพลังทั้งหมด แม้จะเป็นจำนวนเล็กน้อยเพียงเท่านี้ นางก็ยังคงอยู่เหนือหลี่เต้าอีอยู่ดี

ไม่ว่าหลี่เต้าอีจะใช้วิธีการอะไรขณะที่คนทั้งสองต่อสู้กัน สีหน้าฉื่อชิงก็ยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม ถ้านางออกห่างจากเมิ่งฮ่าว และใช้วิชาเวททั้งหมดที่มีเพื่อจัดการหลี่เต้าอี นางก็สามารถโค่นมันลงได้อย่างง่ายดาย

แต่นางไม่ต้องการเสี่ยงเช่นนั้น นางกังวลว่าถ้านางติดอยู่ในการต่อสู้โดยสิ้นเชิง หลี่เต้าอีก็อาจจะใช่เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง หรืออาจมีคนอื่นมาส่งผลกระทบต่อพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าว

ขณะที่คนทั้งสองต่อสู่กัน เสาแห่งเต๋าต้นที่สองของเมิ่งฮ่าวก็เริ่มหลอมละลาย และหลังจากที่มันหายไป เดิมทีในช่วงลมหายใจเข้าออกสิบครั้ง แกนมังกรปีกวารีที่กำลังอยู่ในทะเลแกนปราณของเขา ทันใดนั้น มันก็เคลื่อนที่เข้าไปในกลุ่มหมอกสีม่วง

แกนอสูรนั้นมีขนาดเล็ก หลังจากที่มันหลอมรวมเข้าไปในหมอกสีม่วง กลุ่มหมอกลูกทรงกลมขนาดเล็กก็เริ่มหมุนวนด้วยความเร็วมากกว่าเดิม เห็นได้ชัดว่ามันเริ่มแข็งตัวกลายเป็นแกนในตอนนี้

ในเวลาเดียวกันนั้น ที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก จี้หงตงบินมาด้วยความเร็วสูงสุด หลับตาลงสูดลมหายใจโคจรลมปราณ พุ่งตรงมาด้านหน้า

ใบหน้ามันซีดขาว เห็นได้ชัดว่ามันได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ต่อสู้กับหญิงสาวแซ่ฟาง แต่ก็สลัดหลุดจากนางมาได้ มันมาอยู่ที่นี่แล้วในตอนนี้ แสงเจิดจ้าเข้มข้นสาดประกายออกมาจากภายใต้เปลือกตาของมัน

“ถ้าไม่ได้เรียนรู้การเจาะทะลุสัมผัสเซียน และปราณเซียนตามที่ท่านปรมาจารย์ได้เอ่ยถึง ข้าก็ไม่แน่ใจว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นจะทำได้อย่างไร แต่ก็ไม่เป็นไร ด้วยพื้นฐานฝึกตนของมัน คงไม่อาจจะดูดซับได้อย่างรวดเร็ว ตราบเท่าที่ข้าสามารถสังหารมัน ข้าก็จะเอาปราณเซียนนั้นมาและดูดซับมันเข้าไป เมื่อไหร่ที่ข้าทำได้ ข้าก็จะถูกเลื่อนจากระดับขั้น ให้กลายเป็นสมาชิกแนวหน้าของตระกูลได้อย่างแท้จริง!” เมื่อมันมาถึงจุดนี้ ก็ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นถึงความมุ่งหวังอันเข้มข้น

ทันใดนั้น มันก็หันหน้า และมองไปยังเมิ่งฮ่าว “พบเจ้าแล้ว!” มันกล่าว บินตรงไปที่เขา

ขณะที่เมิ่งฮ่าวในตอนนี้ เสียงปะทุได้ยินอยู่ภายในร่าง กลุ่มหมอกลูกทรงกลมสีม่วง ภายในทะเลแกนปราณกำลังหดตัวลง ขณะที่เป็นเช่นนี้ มันก็เริ่มแข็งตัวมากขึ้น กระจายแสงสีม่วงอันเจิดจ้าออกมา ขณะที่กลุ่มหมอกเข้มข้นด้านนอกเริ่มก่อตัว

เมื่อไหร่ที่มันแข็งตัวอย่างสมบูรณ์ แกนสีม่วงก็จะถูกสร้างขึ้น พื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวก็จะพุ่งทะยานสูงขึ้น หลุดจากขั้นพื้นฐานลมปราณ เข้าไปสู่ขั้นสร้างแกนลมปราณ และอยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอันแข็งแกร่งได้อย่างแท้จริง!

หนึ่งส่วน, สองส่วน, สามส่วน…การหมุนวนของกลุ่มหมอกลูกทรงกลมสีม่วงภายในร่างเขาเริ่มช้าลง เริ่มแข็งตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และหดตัวลงเช่นเดียวกัน จนมีขนาดเท่ากำปั้น

อีกไม่นานก่อนที่แกนสีม่วงจะเริ่มปรากฎขึ้นอย่างแท้จริง ในตอนนี้ เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ถึงการกระเพื่อมของพลังพุ่งผ่านไปทั่วร่าง เป็นพลังที่แข็งแกร่งมากเกินกว่าพลังใดๆ ที่เขาเคยรู้สึกได้มาก่อน

นี่ไม่ใช่แกนสีม่วงธรรมดา แต่เป็นการก่อตัวขึ้นมาจากเสาแห่งเต๋าของพื้นฐานสมบูรณ์ทั้งสิบต้น ในตอนที่มันปรากฎขึ้น ก็จะกลายเป็นแกนสีม่วงที่ทรงพลังมากที่สุด ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบหมื่นปี ของประวัติศาสตร์สำนักจื่อยิ่น

ระดับของพลังเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ผสมรวมกับแกนอสูรของมังกรปีกวารี แกนสีม่วงก็จะยิ่งแข็งแกร่งอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ไม่มีใครในสำนักจื่อยิ่น จะเคยได้สัมผัสถึงระดับพลังเช่นนั้น แม้แต่จื่อตงเจินเหริน ในตอนที่ท่านอยู่ในขั้นสร้างแกนลมปราณ ก็ไม่เคยบรรลุถึงระดับที่น่าประหลาดใจเช่นนี้

นอกจากนั้น…แกนสีม่วงของเมิ่งฮ่าว ก็ก่อตัวขึ้นมาจากการช่วยเหลือของลมหายใจแห่งปราณเซียน แกนนี้…เป็นบางสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในสำนักจื่อยิ่น, ดินแดนด้านใต้, ทะเลทรายตะวันตก, ทะเลทรายทิศเหนือ หรือแม้กระทั่งดินแดนตะวันออก!

สี่ส่วน, ห้าส่วน, หกส่วน…เมิ่งฮ่าวรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของกลุ่มหมอกสีม่วงภายในร่างเขาเริ่มเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น ร่างกายแข็งแกร่งมากขึ้น อาณาเขตของจิตสัมผัสก็ขยายออกไปไกลมากขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ทั้งหมดในทันใด

ในตอนนี้เองที่เมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น ก็มองเห็นจี้หงตงด้วยจิตสัมผัสของเขา มันเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว หนึ่งลมหายใจ มันยังอยู่ในที่ห่างไกล ไม่นานหลังจากนั้น มันก็มาถึงเมิ่งฮ่าวและคนอื่นๆ

ในเวลาเดียวกับที่จี้หงตงปรากฎขึ้น เสียงระเบิดก็ดังก้องไปทั่วในอากาศ หลี่เต้าอีกระอักโลหิตออกมา ขณะที่มันโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว ไปยืนอยู่ข้างกายจี้หงตง จ้องมองไปยังฉื่อชิงด้วยแววตาอาฆาต

ใบหน้าฉื่อชิงซีดขาวลงเล็กน้อย แต่สีหน้าก็ยังคงเย็นชา ขณะที่นางมองไปยังจี้หงตง

“ทำได้ดีมาก, หลี่เต้าอี” จี้หงตงกล่าวเสียงราบเรียบ “ข้าจะแจ้งเรื่องนี้ให้กับตระกูลของข้า และบอกว่าตระกูลหลี่ของเจ้าได้กระทำความดีความชอบไว้”

“ไม่ต้องเกรงใจ, นายน้อยจี้ เป็นเกียรติของข้าที่ได้ช่วยเหลือตระกูลจี้ นายน้อยจี้ โปรดให้ข้านำหญิงสาวนางนี้ไป นางได้โจมตีข้ามาแล้วสองครั้ง และวันนี้ข้าจะทำให้นางเข้าใจว่า อะไรคือความหมายของคำว่า มีชีวิตอยู่เลวร้ายกว่าตกตายไป!” ความมักมากในกามอันต่ำช้าสาดประกายอยู่ในดวงตา มันชอบหญิงสาวอันเย็นชาเช่นนี้

“จงทำตามที่เจ้าปรารถนา” จี้หงตงกล่าวตอบเสียงราบเรียบ มันชำเลืองไปยังฉื่อชิง จากนั้นก็มองมาที่เมิ่งฮ่าว ซึ่งยังคงนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่

เมื่อได้เห็นพื้นฐานฝึกตนของเขา และได้เห็นว่าเขากำลังก่อตัวแกนปราณ ทำให้แววดูถูกเย้ยหยันปรากฎขึ้นในดวงตาของมัน

“ถ้าฟางหยูไม่ได้ปรากฎขึ้น ข้าก็คงจะถูกเจ้าหลอกไปแล้ว เมื่อเจ้ามีปราณเซียนอยู่ในร่าง ข้าก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องสังหารเจ้า และเอามันออกมาจากซากศพของเจ้า” ด้วยเช่นนั้น มันก็ก้าวเท้าตรงมา พลังมหาศาลกระจายออกมาจากร่าง ภาพลวงตาปรากฎขึ้นที่ด้านหลังของมัน เป็นภาพของภูเขา,แม่น้ำและดินแดนอันกว้างใหญ่ มันเป็นภาพแปลกๆ ดูราวกับว่ามันเป็นองค์จักรพรรดิ และดินแดนแห่งนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในอาณาจักรของมัน

ขณะที่มันก้าวเท้าตรงมา กลุ่มหมอกสีม่วงภายในร่างเมิ่งฮ่าว ก็รวมตัวกันได้แปดในสิบส่วน และกำลังอยู่ในช่วงเก้าในสิบส่วน กลิ่นอายอันทรงพลังที่อยู่ในร่างเขา ไม่ได้กระจายออกมาแม้แต่น้อย แต่มันประดังพรั่งพรูไปทั่วร่าง

ฉื่อชิงสายตาแข็งกร้าว จากนั้นก็เดินไปอยู่ตรงด้านหน้าเมิ่งฮ่าว เพื่อสกัดกั้นจี้หงตง

“ช่างไม่รู้จักประมาณตนนัก!” จี้หงตงกล่าวพร้อมแค่นเสียงเย็นชา มันเดินไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว ภาพขนาดใหญ่ของภูเขาแม่น้ำที่ด้านหลังของมัน ทันใดนั้น ก็ขยายตัวออกไป กลายเป็นแรงกดดัน กดทับลงไปบนตัวฉื่อชิง

นี่คือแกนปราณที่ปรากฎขึ้นมาของจี้หงตง ภูเขาและแม่น้ำทำให้มันดูเหมือนเป็นองค์จักรพรรดิ ใบหน้าฉื่อชิงซีดขาวภายใต้แรงกดดันนั้น ดวงตานางจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นสีดำปกคลุมไปทั่วทั้งสีขาวในดวงตาของนาง ใครก็ตามที่มองมายังดวงตาคู่นี้ ก็จะเห็นเพียงความว่างเปล่าที่เป็นสีดำสนิท

ทันใดนั้น กลุ่มควันที่กระจายออกมาจากร่างของนาง ไม่ได้เป็นสีขาวอีกต่อไป แต่เป็นสีดำ เส้นใยสีดำโผล่ออกมา กลายเป็นใบหน้าปีศาจที่ดุร้าย ใบหน้านั้นรวมเข้ากับใบหน้าของนางกลายเป็น…หงส์ดำ!

มันพุ่งตรงไปยังเจตจำนงที่แปลงร่างเป็นภูเขาและแม่น้ำในทันที

ดวงตาจี้หงตงหดเล็กลง ตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้น เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว โลหิตกระจายออกมาจากปากของฉื่อชิง นางโซเซถอยไปด้านหลัง จากนั้นก็คว้าจับเมิ่งฮ่าว เป็นการคว้าจับที่เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่นางนำเขามาจากภูเขาต้าชิง จับเขาไว้ที่ด้านข้าง พุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

ใบหน้านางซีดขาว โลหิตไหลซึมออกมาจากมุมปาก เมื่อครู่นี้ นางได้ใช้พลังของเฟิ่งจู่ต้าเหริน พลังที่ยังไม่ได้เป็นของนางโดยสมบูรณ์ ทำให้นางต้องบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด

นางยินดีที่จะเสี่ยง แต่ในความเป็นจริง นางไม่อาจจะใช้พลังได้มากนัก เพียงแค่ส่วนน้อยของมัน

ในเวลาเดียวกับที่นางหลบหนีจากไปพร้อมกับเมิ่งฮ่าว จี้หงตง ก็มีใบหน้าซีดขาว มองลงไป หยิบเอาจี้หยกที่แตกหักออกมาจากหน้าอกของมัน

ใบหน้ามันดูน่าเกลียด ดวงตาเต็มไปด้วยรังสีสังหาร เช่นเดียวกับความประหลาดใจ

“เมื่อครู่นี้ นางได้ระเบิดพลังที่เหมือนกับขั้นวิญญาณแรกก่อตั้งออกมา นางยังได้ทำลายหยกช่วยชีวิตของข้าไป… กลิ่นอายของหญิงสาวนางนี้…น่าสนใจนัก มันต้องเป็นพลังของวิญญาณไร้ร่าง ตอนนี้ข้าอยากจะเห็นนักว่า วิญญาณไร้ร่างของดินแดนด้านใต้ กล้าแสดงตัวต่อหน้าข้า, จี้หงตงแห่งตระกูลจี้ได้อย่างไร ใครกันที่บังอาจโจมตีข้า!?” รอยยิ้มอันโหดเหี้ยมปรากฎขึ้นบนใบหน้า ขณะที่มันพุ่งไล่ตามไป

หลี่เต้าอีติดตามไป แอบถอนหายใจอยู่ด้านใน ตอนนี้มันรู้ว่าฉื่อชิงไม่ได้ใช้พลังของนางอย่างเต็มที่ ในช่วงที่คนทั้งสองได้ต่อสู้กัน ถ้านางใช้ มันก็คงตายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

“เห็นได้ชัดว่า นางไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ตอนที่โจมตีมาเมื่อครู่นี้ นั่นคงทำให้นางต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างใหญ่หลวง…”

เมิ่งฮ่าวไม่ได้มองเห็นว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่จากจิตสัมผัส เขาจึงรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งหมด อันที่จริง เขาเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ได้ชัดเจนกว่าใช้ดวงตาจริงๆ ดู เขาเห็นโลหิตของฉื่อชิง เห็นนางเสี่ยงชีวิต

เขารู้สึกเจ็บปวดราวหัวใจถูกแทง คลื่นแห่งโทสะพุ่งขึ้นมาในจิตใจ ในตอนที่นางกระอักโลหิตออกมาเป็นครั้งที่สาม กลุ่มหมอกสีม่วงในร่างเมิ่งฮ่าวก็รวมตัวกันเก้าในสิบส่วน อีกไม่นานก็จะสิบส่วนสมบูรณ์

“ศิษย์พี่” เขากล่าว ลืมตาขึ้นมา “วางข้าลงเถอะ”

ฉื่อชิงไม่พูดจา นางไม่สนใจเขา พุ่งตรงไปด้วยความรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้

เขามองไปที่นาง ความอบอุ่นเติมเต็มอยู่ในดวงตา

ทันใดนั้น เสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมเล็กก็ได้ยินมา ขณะที่จี้หงตงปรากฎกายขึ้น ตอนนี้ กำแพงในบริเวณนั้นได้พังทลายลงเป็นชิ้นๆ มากเกินกว่าครึ่ง อีกไม่นานก่อนที่กำแพงจะหายไปโดยสิ้นเชิง

เมื่อจี้หงตงโผล่ออกมา ความมุ่งมั่นก็ปรากฎขึ้นในดวงตาฉื่อชิง นางโบกสะบัดมือซ้าย ร่างกายก็สั่นสะท้าน ขณะที่กลุ่มควันสีดำจำนวนมากมายมหาศาลพุ่งออกมา ก่อตัวเป็นร่างหงส์สีดำ เต็มไปด้วยวิญญาณไร้ร่างมากมายจนนับไม่ถ้วน เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังเต็มอยู่ในบริเวณนั้น ขณะที่มันพุ่งตรงไปยังจี้หงตง

“เจ้าตาบอดหรือไร?!” จี้หงตงกล่าวพร้อมแค่นเสียงเย็นชา “เจ้ากล้าโจมตีสายโลหิตของตระกูลจี้จริงๆ?!” มันพุ่งตรงมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลังเลใดๆ

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: