Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 489

I Shall Seal The Heaven Chapter 489

ตอนที่ 489

แปดเผ่าพันธมิตร

คำพูดเมิ่งฮ่าวทำให้ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้ง ที่อยู่รอบๆ ของเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ นั่งครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนที่แสงอันเย็นเยียบ จากนั้นก็เป็นรังสีสังหาร กระจายออกมาจากดวงตาพวกมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้อาวุโสซุน ซึ่งได้เลียริมฝีปาก ดวงตาสาดประกายโหดเหี้ยมดุร้ายออกมา

เมิ่งฮ่าวหลับตาลง จากนั้นก็ชี้นิ้วลงไปบนพื้น ทันใดนั้น ปราณอสูรก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นที่ราบ บิดเบี้ยวไปมาก่อตัวเป็นเงาร่าง ซึ่งไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นร่างอสูรของเมิ่งฮ่าว

เงาร่างภาพลวงตานั้นประกอบไปด้วยจิตสัมผัสของเมิ่งฮ่าว มันแวบขึ้นขณะที่ผ้าคลุมสีดำ ทันใดนั้นก็ปกคลุมไปรอบๆ ร่างนั้น ทำให้กลายเป็นบุรุษผ้าคลุมสีดำ

บุรุษผ้าคลุมสีดำลอยตัวอยู่ที่นั่นในอากาศ ยากที่จะจำแนกแยกแยะหน้าตาได้ เสียงของเมิ่งฮ่าวทันใดนั้นก็ได้ยินออกมาจากภายในผ้าคลุมศีรษะ “ทุกคนในเผ่าทั้งหมด รวมถึงร่างจริงของข้า ไม่ต้องขยับเคลื่อนที่ไปไหน ข้าจะส่งร่างจำแลงนี้มุ่งหน้าไปยังกลุ่มพันธมิตรนั้น”

ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่อยู่รอบๆ พยักหน้า ถึงแม้เมิ่งฮ่าวจะมีความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่แปลกๆ แต่พวกมันก็คุ้นเคยแล้ว สำหรับพวกมันเพียงคิดอย่างง่ายๆ ว่า เรื่องราวก็ควรจะเป็นเช่นนั้น

เงาร่างผ้าคลุมดำหันหน้าไปยังผู้อาวุโสซุน “ท่านได้ท่องเที่ยวไปทั่วในพื้นทีแถบนี้มาก่อน ผู้อาวุโสซุน ทำไมท่านไม่เป็นสหายร่วมเดินทางไปกับข้าสักเล็กน้อย?”

อาวุโสซุนสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ขณะที่มันลุกขึ้นมายืนและจากนั้นก็โค้งตัวลงคารวะ

หัวหน้าเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็ยืนขึ้นเช่นเดียวกัน มันหยิบเอาถุงสมบัติออกมายื่นส่งให้กับเมิ่งฮ่าว นี่เป็นถุงสมบัติที่ประกอบด้วยหินลมปราณบางส่วน และสิ่งของอื่นๆ ของเผ่า

ร่างอสูรผ้าคลุมสีดำของเมิ่งฮ่าวหันหลังและบินออกไปในท้องฟ้า ติดตามด้วยผู้อาวุโสซุน เพียงชั่วพริบตา พวกเขาก็กลายเป็นลำแสงหลากสีพุ่งจนหายลับตาไป

หลังจากที่ร่างอสูรจากไป เมิ่งฮ่าวซึ่งยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น ก็ลืมตาขึ้นมา

“พวกเราจะหยุดพักผ่อน และจัดระบบกันใหม่ในที่แห่งนี้สักหลายวัน” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ “หลังจากนี้ ไม่ว่าพวกเราจะเข้าร่วมการค้า หรือทำสงคราม ก็คงต้องขึ้นกับเจตจำนงของเผ่าแล้ว” เมื่อพิจารณาจากศักดิ์ฐานะของเขาภายในเผ่า คำพูดของเขาจริงๆ แล้วก็ถือว่าเป็นคำพูดของเผ่า

ผู้ฝึกตนวิญญาณแรกก่อตั้งที่อยู่รอบๆ พยักหน้า และเผ่าอีกาศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มก่อสร้างกระโจมอยู่ในบริเวณนั้น นี่เป็นครั้งแรกของการพักผ่อนอันยาวนานของพวกมัน ตลอดช่วงเวลาการอพยพ

ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างอสูรชุดคลุมสีดำของเมิ่งฮ่าว ได้บินผ่านอากาศของเขตภาคกลางทะเลทรายตะวันตกไปพร้อมกับผู้อาวุโสซุน

พวกเขาเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว ใช้การเคลื่อนย้ายทางไกลย่อยเป็นครั้งคราว ขณะที่มุ่งหน้าตรงไปยังกลุ่มพันธมิตรของแต่ละชนเผ่า

ไม่กี่วันหลังจากนั้น เมิ่งฮ่าวก็ถามว่า “ผู้อาวุโสซุน ท่านเคยมีคนรู้จักอยู่ในบริเวณนี้หรือไม่?” เขาพบว่าผู้อาวุโสซุนดูเหมือนจะคุ้นเคยกับเขตนี้เป็นอย่างมาก มันมักจะมองไปรอบๆ ยังภาพที่เห็นเป็นระยะ ด้วยสีหน้าโหยหา

ผู้อาวุโสซุนหัวเราะหึๆ ออกมา “ด้วยความสัตย์จริง เซิ่งจู่ต้าเหริน จริงๆ แล้วข้ามีศัตรูอยู่ในพื้นที่แถบนี้บ้างเมื่อหลายปีก่อน พวกมันไล่ล่าข้าไปรอบๆ พยายามจะสังหารข้า ทำให้ข้ามีความคุ้นเคยกับพื้นที่แถบนี้มากขึ้น” ผู้อาวุโสซุนมีรูปร่างผอมแห้งและตกกระ และมีหนวดเป็นตัวอักษร 八 (ปา = แปด) บนใบหน้าซีกซ้ายมีรอยแผลยาวลงมาจนถึงลำคอ ทำให้มันมีท่าทางน่ากลัวเป็นอย่างมาก

เมิ่งฮ่าวพยักหน้า และไม่ถามอะไรเพิ่มอีก คนทั้งสองบินผ่านอากาศกลายเป็นลำแสงต่อไปเวลาแวบผ่านไป พวกเขาเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ เดินทางเป็นเวลาสิบวัน ซึ่งถ้าใช้ยานบินก็คงต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน

อันที่จริง ที่ต้องใช้เวลานานเช่นนี้ก็เป็นเพราะผู้อาวุโสซุน ถ้าให้เมิ่งฮ่าวเดินทางตามลำพังด้วยการใช้ร่างอสูรนี้ ก็คงจะใช้เวลาเพียงแค่ห้าวันเท่านั้น

ในวันหนึ่ง บนบริเวณด้านหน้าขึ้นไปของพื้นที่ราบ กระโจมนับหมื่นเรียงรายกันเป็นรูปวงกลมอยู่รอบๆ เมือง พวกมันเกาะกลุ่มกันอย่างแน่นหนา ด้วยรูปแบบพิเศษซึ่งดูคล้ายกับเป็นค่ายกลเวทพร้อมกับพลังการป้องกัน

กระโจมนับหมื่นนี้ถูกจัดเรียงกันเป็นกลุ่ม สร้างเป็นรูปแบบที่แตกต่างกันแปดแบบคล้ายกับเป็นเครื่องหมายผนึก ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นตัวแทนของชนเผ่าที่แตกต่างกันทั้งแปด ซึ่งก่อตัวขึ้นเป็นพันธมิตรร่วมกัน

เมืองตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลาง จากตำแหน่งที่เขาอยู่ในอากาศ เมิ่งฮ่าวมองเห็นผู้ฝึกตนเดินเข้าออกอยู่เล็กน้อย ภาพที่เห็นทั้งหมดดูค่อนข้างมีชีวิตชีวา

เมื่อเมิ่งฮ่าวและผู้อาวุโสซุน อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งพันจ้าง เสียงของชายชราทันใดนั้นก็ดังขึ้นมาจากทิศทางของเผ่าพันธมิตร

“ยินดีต้อนรับสู่แปดเผ่าพันธมิตร พวกเราเป็นพันธมิตรที่รวมตัวขึ้นมาจากแปดเผ่าที่แตกต่างกัน และได้พักแรมอยู่บริเวณนี้มาแล้วห้าเดือน ตลอดช่วงเวลานี้ ห้ามบินเข้ามาในรัศมีหนึ่งพันจ้างทั่วทุกทิศทาง สหายเต๋า ถ้าพวกท่านมาเพื่อทำการค้า พวกเราก็ขอต้อนรับ”

ในขณะที่คำพูดได้ยินออกมา ชายชราทันใดนั้นก็ปรากฎขึ้นที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวและผู้อาวุโสซุน ใบหน้าของมันเป็นรอยดวงๆ ของจุดสีน้ำตาล มองมายังเมิ่งฮ่าวและผู้อาวุโสซุน จากนั้นก็กล่าวต่อไป “ข้าคือโอวอวิ๋นจื่อ สหายเต๋า พวกท่านดูไม่คุ้นหน้า ข้าขอถามว่าพวกท่านมาจากที่แห่งใด” หลังจากตรวจดูผู้อาวุโสซุน สายตาของมันก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่เมิ่งฮ่าว ครั้นแล้วม่านตามันก็หดเล็กลง

โอวอวิ๋นจื่ออยู่ในขั้นต้นวิญญาณแรกก่อตั้ง ดังนั้นการที่มันไม่อาจจะมองเห็นพื้นฐานฝึกตนของบุรุษเสื้อคลุมสีดำนี้ ทำให้จิตใจมันเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว

เมื่อเห็นว่าเมิ่งฮ่าวไม่คิดจะพูด ผู้อาวุโสซุนก็หัวเราะออกมา ประสานมือและกล่าวว่า “ข้าคือซุนต้าไห่ เผ่าของพวกเรากำลังอพยพมาจากเขตทางเหนือทะเลทรายตะวันตก และกำลังจะผ่านพื้นที่แถบนี้ พวกเราได้ยินมาว่าแปดเผ่าพันธมิตรได้สร้างเมืองอยู่ในบริเวณนี้ จึงได้ตัดสินใจมาซื้อสิ่งของที่จำเป็นบางอย่าง”

สายตาโอวอวิ๋นจื่อเลื่อนจากซุนต้าไห่ มองไปยังด้านหลังมันและเมิ่งฮ่าว แน่นอนว่ามองไม่เห็นอันใด สีหน้ามันเป็นปกติ ทันใดนั้นก็ยิ้มออกมา

“แปดเผ่าพันธมิตรยินดีต้อนรับสหายเต๋าทั้งหลาย ที่ต้องการจะมาทำการซื้อขาย ยินดีต้อนรับท่านทั้งสอง!” พร้อมกับเสียงหัวเราะ มันหันหลังและแสดงท่าทางเป็นมิตร คนทั้งสามพุ่งลงไปบนพื้น และเริ่มเดินตรงไปยังแปดเผ่าพันธมิตร

“การที่พวกท่านอพยพมาจากเขตทางเหนือของทะเลทรายตะวันตกจนมาถึงที่แห่งนี้ได้ ก็แสดงให้เห็นว่าเผ่าของพวกท่านต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน สหายเต๋าซุน”

“อ้าย มีเรื่องราวยุ่งยากมากมายอยู่ตลอดเส้นทาง และพวกเราก็ได้เผชิญพบกับหลายสิ่งหลายอย่าง แต่อย่าไปเอ่ยถึงมันเลย สหายเต๋าโอว จากที่เห็นแปดเผ่าพันธมิตรของพวกท่านดูเหมือนจะมีโอกาสสูงมากที่จะเข้าไปในดินแดนสีดำได้ ข้าขอแสดงความยินล่วงหน้าด้วย”

“ขอบคุณสำหรับคำพูดที่เป็นมงคลของท่าน สหายเต๋าซุน ขอถามว่าสิ่งของอะไรที่ท่านกำลังหาอยู่?”

“ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แค่เป็นสิ่งของที่จำเป็นเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้ามีฝูงสัตว์ปีศาจขาย ก็ยิ่งดีเลย”

หัวเราะและยิ้มแย้ม ซุนต้าไห่พุดคุยอย่างคลุมเครือกับโอวอวิ๋นจื่อ ขณะที่พวกเขาเดินไปด้วยกัน

ตลอดเวลา เมิ่งฮ่าวรักษาความนิ่งเงียบไว้ ปล่อยให้ซุนต้าไห่และโอวอวิ๋นจื่อพยายามค้นหาซึ่งกันและกันต่อไป

เมื่อพวกเขามาถึงสุดเขตของเผ่าพันธมิตร โอวอวิ๋นจื่อก็ยิ้มและประสานมือ มองไปขณะที่ซุนต้าไห่และเมิ่งฮ่าวเดินเข้าไปในเมือง จากนั้นสีหน้าดื้อดึงก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของมัน

ทันใดนั้น เสียงของบุรุษก็ได้ยินมา “พี่โอว สองคนนี้มีอะไรผิดปกติหรือไม่?”

อากาศกระเพื่อมขึ้นที่ข้างกายโอวอวิ๋นจื่อ ขณะที่บุรุษและสตรีปรากฎขึ้น คนทั้งสองต่างก็อยู่ในวัยกลางคน บุรุษสวมชุดยาวนักศึกษา และสตรีก็สวมใส่เสื้อคลุมยาวที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับของหญิงสาว

โอวอวิ๋นจื่อมองไปยังคนทั้งสอง จากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างช้าๆ “พวกมันบอกว่ามาจากเขตทางเหนือ ข้าสังเกตไม่เห็นสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับผู้ฝึกตนแซ่ซุน สำหรับบุรุษเสื้อคลุมสีดำข้างกายมัน ข้าไม่อาจเห็นระดับพื้นฐานฝึกตนของมัน ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นอายของมันก็เย็นชาและมืดมัว”

“เพื่อไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาดใดๆ ข้าคิดว่าพวกเราคงต้องปล่อยให้คนทั้งสองเดินไปตามเส้นทางของพวกมันและ…” ก่อนที่โอวอวิ๋นจื่อจะทันได้พูดจบ มันก็ถูกแทรกขึ้นมาอย่างหยาบคาย

“ไม่มีอะไรต้องกังวล” สตรีที่อยู่ในชุดเสื้อคลุมของหญิงสาวกล่าว “มันอาจจะเป็นปรมาจารย์ขั้นตัดวิญญาณ หรืออาจจะอยู่ในขั้นสุดท้ายวิญญาณแรกก่อตั้ง แค่มันคนเดียว ตาข่ายได้กางออกแล้ว ถึงเวลามันก็ไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้ คงไม่มีเหตุร้ายใดๆ เกิดขึ้น สหายเต๋าโอว ไม่จำเป็นต้องกังวลไป”

บุรุษที่ดูคล้ายนักศึกษาหัวเราะ และดวงตาก็สาดประกายเย็นเยียบ “มันเป็นแค่คนอันกระจ้อยร่อย พี่โอว ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ พวกเราจะวางแหไว้สักสองสามวัน จากนั้นเนื่องจากข้อตกลงของผู้อาวุโส พวกเราก็จะรวบมัน ถ้าคนทั้งสองมาจากเขตทางเหนือพร้อมกับชนเผ่าของพวกมันจริงๆ พวกเราก็จะจับได้ปลาตัวใหญ่แล้ว!”

บุรุษผู้นั้นหัวเราะ และสตรีนางนั้นก็กล่าวต่อ “เมื่อถึงเวลาที่รวบแห เผ่าของพวกมันก็จะปรากฎขึ้น และจะกลายเป็นกลุ่มคนแปดเผ่าพันธมิตรของพวกเรา ด้วยเช่นนั้น การพักผ่อนอยู่ที่นี่หลายเดือนของพวกเราก็คงจะไม่สูญเปล่า”

“ทั้งหมดนี้ต้องถือว่าพวกมันโชคร้าย! พวกมันไม่อาจจะตำหนิใครได้นอกจากตัวเอง!” ด้วยเช่นนั้น บุรุษและสตรีก็จากไป

โอวอวิ๋นจื่อขมวดคิ้ว หลังจากผ่านไปสักพัก มันก็ส่ายหน้า “บางทีข้าอาจจะคิดมากไปจริงๆ” ด้วยเช่นนั้น มันก็หันหลังและหายตัวไป

หลังจากที่ผ่านเข้าไปในเมือง เมิ่งฮ่าวและซุนต้าไห่ก็แยกย้ายกัน ซุนต้าไห่ได้ฝึกฝนการฝึกตนมาหลายปี มากประสบการณ์และชาญฉลาด มันเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการสอบถามข้อมูล และรวบรวมข่าวสารต่างๆ ด้วยความรอบคอบ ดังนั้นเมิ่งฮ่าวจึงตัดสินใจเดินไปทั่วเมืองตามลำพัง เมื่อเขามองเห็นผู้คนทั้งหมด และได้เห็นร้านค้าที่หลากหลายตั้งอยู่มากมาย เขาก็ประหลาดใจ

สถานที่แห่งนี้ค่อนข้างจะกว้างใหญ่ ถึงแม้ไม่อาจจะกล่าวได้ว่ามีของอยู่ทุกอย่าง แต่ก็มีสิ่งของที่แตกต่างกันมากมายให้เลือกซื้อ จากฝูงสัตว์ปีศาจ ไปจนถึงสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งเพียงตัวเดียว แม้แต่ร้านขายเม็ดยาปลอมก็ยังมี มีแม้แต่สิ่งของเวทยานบิน

โชคร้ายที่ไม่มีราคาติดไว้ มีแต่บอกว่าของเหล่านี้ต้องซื้อผ่านการประมูล แต่เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกได้ถึงความโอ่อ่าโอฬารของเมืองนี้ มีผู้ฝึกตนอยู่มากมาย ดูเหมือนเมืองนี้จะรองรับผู้คนได้ถึงหนึ่งหมื่นคน ทำให้เป็นสถานที่ค่อนข้างจะจอแจวุ่นวาย

ขณะที่เดินไป ม่านตาเมิ่งฮ่าวทันใดนั้นก็หดเล็กลง ขณะสังเกตเห็นสิ่งที่มองในครั้งแรกเป็นแค่อาคารอันเรียบง่าย แต่จริงๆ แล้วก็เป็นร้านค้าที่หรูหรา ร้านค้านี้เป็นร้านของภาพศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะ!

แต่ละชนเผ่าก็มีวิธีการประทับตราภาพศักดิ์สิทธิ์ที่แตกต่างกัน และสถานที่แห่งนี้ก็ได้ขายวิธีการที่หลากหลายนั้นด้วยราคาที่แตกต่างกัน ร้านนี้สร้างความสนใจให้กับเมิ่งฮ่าวในทันที

หลังจากที่ตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เขาก็พบว่าส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีราคาถูก และถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานเท่านั้น ไม่ได้ให้พลังในการทะลวงผ่านพื้นฐานฝึกตน

หลังจากที่มองไปรอบๆ สักพัก เขาก็รู้สึกว่าได้เข้าใจเมืองนี้มากขึ้นกว่าเดิม หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น เขาก็เดินไปได้เกือบครึ่งเมือง ทันใดนั้นก็มาหยุดอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง

เขาเพิ่งจะสัมผัสได้ถึงปราณอสูรได้กระจายออกมาจากร้านค้าในบริเวณนั้นเล็กน้อย หลังจากที่มองไป ก็บ่งชี้ได้ว่าเป็นร้านใด มันเป็นสถานที่ซึ่งขายเซิ่งจู่ภาพศักดิ์สิทธิ์!

บางทีอาจจะดีกว่านี้ถ้ากล่าวว่า นั่นเป็นสัตว์ปีศาจอันทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งสามารถเปลี่ยนให้กลายเป็นภาพศักดิ์สิทธิ์ได้!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย เขากำลังจะเข้าไปในร้าน แต่ทันใดนั้น ก็มีบุรุษมาปรากฎขึ้นที่ตรงหน้า มันสวมใส่ชุดที่คล้ายกับเป็นนักศึกษา นี่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นบุรุษที่เพิ่งจะพุดคุยกับโอวอวิ๋นจื่อก่อนหน้านี้

บุรุษผู้นั้นหัวเราะขึ้น และปิดกั้นเส้นทางเดินของเมิ่งฮ่าวไว้

“สหายเต๋า สิ่งของในร้านนี้จะถูกนำขึ้นไปประมูลในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ถ้าท่านต้องการพวกมัน ก็สามารถไปซื้อได้ในเวลานั้น”

เมิ่งฮ่าวมองดูบุรุษผู้นั้นด้วยสายตาที่สาดประกายความเย็นชาออกมา โดยไม่พูดจา เขาหันหลังและเดินจากไป

ม่านตาของบุรุษวัยกลางคนในชุดนักศึกษาหดเล็กลง เมื่อเมิ่งฮ่าวมองดูมัน มันก็ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์พยายามจะตรวจสอบเมิ่งฮ่าว แต่สิ่งทั้งหมดที่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์สามารถบอกได้ ที่เกี่ยวข้องกับบุรุษในชุดเสื้อคลุมสีดำก็คือระลอกคลื่นอันว่างเปล่า สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจจะผ่านทะลุเข้าไปด้านในได้ ไม่ได้แม้แต่น้อยนิด

“คนผู้นี้ช่างแปลกประหลาดนัก…” นักศึกษากล่าว ดวงตาหดเล็กลง

สีหน้าเมิ่งฮ่าวไม่เปลี่ยนไปขณะที่เขาเดินผ่านเข้าไปในเมือง แต่ลึกลงไปด้านในผ้าคลุมศีรษะ ดวงตาเขาสาดประกายด้วยความเย็นเยียบ

“สถานที่แห่งนี้ช่างน่าสนใจนัก ดูเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างต้องซื้อจากการประมูลเท่านั้น…ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติธรรมดา แต่ถ้าขบคิดให้รอบคอบ…”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: