I Shall Seal The Heaven Chapter 568

0 Comments

ตอนที่ 568

คิดให้รอบคอบก่อนกระทำการใดๆ

เมิ่งฮ่าวนั่งขัดสมาธิ อยู่ที่ด้านบนสุดของยอดเขาลูกที่สี่ สวมใส่ชุดยาวสีขาว เขายกมือขึ้นมาลูบจมูกอยู่ชั่วครู่ รู้สึกราวกับว่าจู่ๆ ก็มีความทรงจำพุ่งขึ้นมาอยู่ในจิตใจ เป็นความทรงจำที่เลือนลางไม่เด่นชัดและไม่ใช่ของเขา ความทรงจำใหม่ที่เพิ่มขึ้นมานี้ ทำให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกปวดศีรษะ และเต็มไปด้วยความมึนงงอย่างรุนแรง

สายลมอันอ่อนโยนโชยพัดเส้นผม และทำให้เสื้อผ้าพริ้วเป็นระลอกคลื่น แต่เขาก็ยังไม่อาจจะขจัดความตื่นตระหนกที่เต็มอยู่ในจิตใจ และท่าทางเหม่อลอยที่เขารู้สึก อันเนื่องมาจากตัวตนใหม่ได้

หนึ่งในเจ็ดศิษย์ชั้นยอดอันยิ่งใหญ่!

เมิ่งฮ่าวจำได้ถึงสิ่งที่ฟางอวี๋เคยบอกไว้ว่า การได้ครอบครองตัวตนเช่นนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ในสำนักเซียนอสูร บุคคลที่มีศักดิ์ฐานะเช่นนี้ สามารถเรียกลมเรียกฝนได้ กล่าวได้ว่าสามารถที่จะก่อปัญหาสร้างความยุ่งยากได้มากมาย พวกมันอยู่เหนือศิษย์คนอื่นๆ ทั้งหมด สามารถที่จะกำหนดความเป็นตายให้ใครก็ได้!

จากเริ่มแรกของอาณาจักรเซียนอสูรโบราณจนกระทั่งถึงตอนนี้ ไม่มีใครเคยได้ครอบครองตัวตนที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน แม้จะเป็นคนเมื่อในอดีต ตัวตนที่สูงส่งมากที่สุดที่ได้ครอบครองก็คือ ศิษย์หลักเท่านั้น

แต่ในสายตาของตัวตนที่เมิ่งฮ่าวกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ ศิษย์หลัก…ก็เหมือนกับมดแมลงเท่านั้น!ตัวตนเช่นนี้มีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้น และไม่อาจจะครอบครองได้อย่างแท้จริง สำนักเซียนอสูรมีทายาทสืบทอด ซึ่งก็คือศิษย์ชั้นยอด และมีทั้งหมดเจ็ดคน

จริงๆ แล้ว ศิษย์ชั้นยอดเป็นตำแหน่งที่สูงกว่าผู้อาวุโสของสำนัก รองจากผู้เฒ่าสูงสุดและประมุขของยอดเขาต่างๆ เท่านั้น!

จิตใจเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ไม่เคยคาดคิดว่าจะโชคดีเช่นนี้ ตอนนี้เขาได้ครอบครองตัวตนที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีใครได้ครอบครองมาก่อนเมื่อในอดีต และไม่มีทางจะเกิดขึ้นอีกครั้งในอนาคต เป็นตัวตนที่เป็นหนึ่งไม่มีสอง!

ศิษย์ชั้นยอดแห่งยอดเขาลูกที่สี่, เคอจิ่วซือ!

“เห็นได้ชัดว่า บุคคลที่ข้าเห็นก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก…เคอจิ่วซือ!”

“แม้หลังจากที่สำนักเซียนอสูรถูกทำลายไป มันก็ยังไม่ตาย มันให้ข้าใช้ตัวตนของมัน แต่เพื่อจุดประสงค์ใดข้าอยากรู้นัก…?” ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกาย และรู้สึกว่าคอแห้งเป็นอย่างมาก

“ศิษยยยยย์พพพพพี่!!!!!!!” จากน้ำเสียงของนาง ก็ดูเหมือนว่าหญิงสาวนางนี้รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง เสียงที่แทบจะกลายเป็นการกรีดร้องของนางในตอนนี้ ในที่สุดก็มาขัดจังหวะการตกอยู่ในห้วงภวังค์ของเมิ่งฮ่าว เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังนาง

ดูเหมือนว่านางจะไม่พอใจปฏิกิริยาของเขาโดยสิ้นเชิง หญิงสาวนางนั้นกระทืบเท้า และจากนั้นก็หันหลังเดินจากไป

การจากไปของนางไม่ได้ทำให้เมิ่งฮ่าวรู้สึกกังวลขึ้นแม้แต่น้อย เขายังคงตกตะลึงต่อตัวตนนี้ หลังจากเวลานานผ่านไป เขาก็ถอนหายใจออกมาและมองไปรอบๆ

ยอดเขานี้มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าที่เขียวชอุ่ม ท้องฟ้าสีครามที่ด้านบนดูแทบจะคล้ายกับน้ำในทะเลสาบ อากาศก็เต็มไปด้วยปราณอันเข้มข้น มองเห็นศิษย์มากมายนับไม่ถ้วน กำลังนั่งเข้าฌาณ, ต่อสู้ และพูดคุยกัน ทั่วทั้งสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงของการทำกิจกรรมต่างๆ

สูงขึ้นไปในท้องฟ้า มังกรปีกวารีอันยิ่งใหญ่บินไปมา ทุกหนทุกแห่งที่พวกมันพุ่งผ่านไป เกิดเป็นสายลมพัดกระโชกขึ้น มีสัตว์เซียนนาๆ ชนิด โผบินไปมา ดูคล้ายกับเป็นสถานที่ของเทพเซียนอย่างแท้จริง

ที่ห่างไกลออกไป มองเห็นชายชราผู้หนึ่ง กำลังนั่งขัดสมาธิลอยตัวอยู่ในอากาศเหนือยอดเขาลูกที่สาม มันกำลังให้คำเทศนาเกี่ยวกับเต๋า และพูดเกี่ยวกับความจริงแท้ของคัมภีร์ต่างๆ

ทั้งหมดนี้ดูเหมือนกับภาพเลือนลางที่เขาเคยเห็นจากก่อนหน้านี้ ในตอนที่เข้ามายังอาณาจักรเซียนอสูรโบราณแห่งแรก สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ…ทันใดนั้นม่านตาเมิ่งฮ่าวก็หดเล็กลง

เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าที่อยู่สูงขึ้นไปในท้องฟ้า เป็น…ภูเขาที่พลิกกลับด้านสามลูก!

ภูเขาทั้งสามลูกนี้ดูเหมือนจะใหญ่กว่าดินแดนที่ด้านล่างทั้งหมด ถึงแม้จะมองมาจากที่ห่างไกล ก็ไม่อาจจะมองเห็นได้ทั้งหมด เส้นเถาวัลย์สีเขียวห้อยลงมาจากภูเขาทั้งสาม ดูคล้ายกับเป็นโลกทั้งสามของมันเอง

“นี่คือ…” เมิ่งฮ่าวไม่เคยเห็นอะไรที่เหมือนกับภูเขาทั้งสามลูกนี้ในอาณาจักรแห่งแรกมาก่อน เพียงมองแค่แวบแรก ก็ทำให้เขาต้องอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

หนึ่งในสามภูเขานั้น เป็นภูเขาน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง อีกหนึ่งดูคล้ายกับเป็นภูเขาไฟที่เต็มไปด้วยลาวา ภูเขาลูกที่สาม…เป็นสีแดงเข้ม ราวกับว่าเป็นภูเขาแห่งโลหิต!

เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้นลูบจมูกอีกครั้ง ภูเขาทั้งสามลูกนี้แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง เขามีความทรงจำที่ผสมคลุมเครือ ไม่อาจจะคิดอะไรออกมาได้ในตอนนี้ พึมพำกับตัวเองขณะที่มองออกไป

“สำนักเซียนอสูร…ข้าสงสัยว่าสิ่งที่คิดไม่ถึงได้เกิดขึ้น ก็เนื่องมาจากฐานะที่ข้าเป็นผู้ผนึกอสูร…? และข้าก็สงสัยด้วยเช่นกันว่า เยาปิงฮวงจ่ง (อาวุธอสูรหลุมฝังศพโดดเดี่ยว) ได้เกิดขึ้นในยุคนี้ด้วยหรือไม่?” แสงอันลี้ลับแวบขึ้นอยู่ลึกๆ ในดวงตาเมิ่งฮ่าว

“ศิษย์พี่ เกิดอะไรขึ้น? ท่านกำลังคิดทบทวนในสิ่งที่ทำลงไป?” เห็นได้ชัดว่า หญิงสาวที่จากไปก่อนหน้านี้ได้กลับมาใหม่ นางยืนอยู่ตรงหน้าเขา ดูเหมือนจะไม่ต้องการมายังที่แห่งนี้อยู่เล็กน้อย

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เพื่อรวบรวมความคิด กล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “คิดทบทวนในสิ่งที่ข้าทำ? ข้าไม่แน่ใจจริงๆ ข้าคิดว่ากำลังฝันไปเมื่อครู่นี้”

“ฝัน? เรื่องอะไร?” นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น

“ตอนที่ตื่นขึ้นมา ข้าก็จำไม่ได้แล้ว” เขากล่าว เมื่อเห็นว่าหญิงสาวกำลังจะสอบถามเพิ่ม เมิ่งฮ่าวก็มองไปยังนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม และกล่าวว่า “เจ้ากำลังจะบรรลุถึงจุดสำคัญในการฝึกตน ข้าคิดว่าเจ้าควรจะไปนั่งเข้าฌาณ”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็ทำให้ดวงตาหญิงสาวเบิกกว้าง “ท่านยังกล้ามาสอนข้า?! ท่านทำให้ตัวเองมีปัญหาใหญ่แล้วในครั้งนี้ ท่านประมุขส่งข้ามาที่นี่เพื่อถามท่านว่า จะยอมรับความผิดหรือไม่!”

ด้วยเช่นนั้น หญิงสาวก็ขยิบตาให้ และจากนั้นก็หันหลังจากไป

เมื่อได้เห็นหญิงสาวเดินจากไป เมิ่งฮ่าวก็ขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจถึงความหมายในคำพูดของนาง

“ฟางอวี๋กล่าวว่า เมื่อผู้คนเข้ามาในอาณาจักรที่สอง พวกมันจะไม่ตื่นขึ้นมาอย่างน้อยที่สุดก็สองสามชั่วยาม และบางครั้งก็อาจจะเป็นสองสามวัน”

“ในช่วงเวลาก่อนที่ทุกคนจะตื่นขึ้น ก็เห็นได้ชัดว่าข้าจะได้เปรียบเป็นอย่างมาก!” เมิ่งฮ่าวยกมือขึ้นลูบจมูก ขณะที่ไม่ได้คิดถึงสิ่งที่หญิงสาวเพิ่งจะกล่าวไปเมื่อครู่นี้ แต่คิดเกี่ยวกับโลกลวงตาในสมัยโบราณนี้แทน

“จากศักดิ์ฐานะของข้าในตอนนี้ ไม่มีใครในพวกมันจะสามารถเทียบกับข้าได้ ถ้าข้าไปค้นหาพวกมัน ก็สามารถทำให้พวกมันตายได้เพียงแค่ความคิดวูบเดียวของข้า!” แสงอันเย็นชาปรากฏขึ้นในดวงตา ด้วยสิทธิพิเศษของศิษย์ชั้นยอด ถึงแม้ความทรงจำในตอนนี้ยังคงสับสนวุ่นวายอยู่บ้างก็ตามที แต่เขาก็ยังสามารถรับรู้ได้

“โชคร้ายที่ข้าไม่มั่นใจว่าคนอื่นๆ เลือกร่างอาศัยเป็นใครบ้าง แต่ข้าก็รู้ว่าคนที่ได้ร่างอาศัยดีที่สุดก็คือตระกูลจี้ ซึ่งได้ร่างอาศัยเป็นศิษย์หลัก ถ้าเช่นนั้น…ข้าจะไปค้นหามัน และทำลายคนผู้นั้นไป!” ด้วยเช่นนั้นเมิ่งฮ่าวก็ยืนขึ้น แต่ทันทีที่เขาลุกขึ้นมายืน เสียงฟ้าผ่าก็เต็มอยู่ในท้องฟ้า ขณะที่สายฟ้าแปดสายพุ่งตรงมาที่เขา ทันใดนั้น พวกมันก็กระแทกเข้าไปในร่าง

สายฟ้าฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว ทำให้ทั่วทั้งร่างเมิ่งฮ่าวสั่นสะท้าน ขณะที่กระอักโลหิตออกมากองโต เขาล้มลงไปบนพื้นในทันที มีสีหน้าท่าทางตกใจ พลังอันรุนแรงของสายฟ้าช่างน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าโลกแห่งนี้จะเป็นแค่ภาพลวงตา แต่เขาก็ยังคงรู้สึกถึงจุดวิกฤตอันร้ายแรง จนทำให้ต้องอ้าปากค้าง

“เกิดอะไรขึ้น?!” เมิ่งฮ่าวคิด รีบมองขึ้นไปในท้องฟ้า ซึ่งยังคงมีสีครามเหมือนเช่นเดิม แต่…อาณาเขตรอบๆ ตัว เต็มไปด้วยศิษย์จากสำนักเซียนอสูรอยู่มากมาย บ้างก็เป็นมนุษย์, บ้างก็มีร่างกายเป็นอสูร พวกมันทั้งหมดมีสีหน้าแปลกๆ

บางคนยังมีท่าทางยินดีในคราวเคราะห์ของเขา บางคนก็มีท่าทางระงับโทสะอยู่ด้วยเช่นกัน ถึงแม้พวกมันจะหวังว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นก็ตามที พวกมันรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็แยกย้ายกันจากไป

เมิ่งฮ่าวอ้าปากค้าง มีบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง หลังจากที่ลังเลอยู่ชั่วครู่ เขาก็กัดฟันแน่น จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ฉับพลันนั้น กระถางทั้งเก้าใบที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มส่งเสียงหึ่งๆ ขึ้นมา โซ่แห่งสายฟ้าเก้าเส้นปรากฏขึ้น พันไปรอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ยกเขาขึ้นไปในอากาศ

หนังศีรษะเมิ่งฮ่าวเริ่มด้านชา สูงขึ้นไปในกลางอากาศ สายฟ้าแปดสายฟาดกระแทกลงไปบนร่างเขา โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก และใบหน้าก็ซีดขาว ในตอนนี้เองที่เขาสังเกตเห็นว่าศิษย์สำนักเซียนอสูรในบริเวณนั้นกำลังจ้องมองมา

แต่ละคนมีสีหน้าแปลกๆ บางคนดูเหมือนกำลังมีความยินดี บางคนก็มีท่าทางเหมือนได้ระบายโทสะออกมาได้บ้าง พวกมันทั้งหมดดูเหมือนจะค่อนข้างดีใจที่ได้เห็นเขาดิ้นรนอยู่ในสายฟ้า บางคนแทบจะมีท่าทางคล้ายกับกำลังจะปรบมือได้ทุกเมื่อ

“บัดซบ! นี่มันเรื่องอะไรกัน?!?! ข้าไม่ใช่เป็นศิษย์ชั้นยอด? กำลังเกิดอะไรขึ้น?!” ในตอนนี้เมิ่งฮ่าวก็เริ่มหวาดกลัวอย่างแท้จริง พลังของสายฟ้ารอบสองนี้ ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าร่างกำลังใกล้จะระเบิดออกไปได้ทุกขณะจิต

ทันใดนั้น เขาก็นึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวนางนั้นได้กล่าวอะไรไปเมื่อก่อนหน้านี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการคิดทบทวนเรื่องบางอย่างที่เขาได้ทำลงไป นางได้กล่าวด้วยเช่นกันว่า เขาได้ทำให้ตัวเองมีปัญหาใหญ่แล้ว ในตอนนี้เขามีปัญหาอยู่จริงๆ ดูเหมือนว่าเขากำลังถูกลงโทษอยู่!

ตอนนี้มีผู้ฝึกตนไม่น้อย กำลังเข้ามาใกล้ยอดเขาลูกที่สี่นี้ด้วยความรวดเร็ว

ผู้คนนับร้อยมาถึง พวกมันทั้งหมดดูท่าทางค่อนข้างกระวนกระวาย จนแทบจะเป็นความเจ็บปวดใจ เมื่อมองเห็นเมิ่งฮ่าว พวกมันทั้งหมดก็เริ่มพูดคุยกัน

“ศิษย์พี่, อย่าได้ต่อต้าน ท่านมีปัญหาใหญ่แล้วในครั้งนี้ ท่าน…ท่านยังคงไม่ยอมรับผิด…?”

“ใช่แล้ว ศิษย์พี่, ครั้งนี้ท่านประมุขมีโทสะขึ้นอย่างแท้จริง อ้าย, ท่านไม่ควรจะทำมันเลยจริงๆ ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าท่านจะกล้าขโมยของวิเศษล้ำค่าของยอดเขาลูกที่หก เพื่อนำไปมอบให้กับภูติสาวแห่งตระกูลจ้าว!”

“ไร้สาระ! เห็นได้ชัดว่าศิษย์พี่ถูกภูติสาวล่อลวง คนที่ผิดไม่ใช่ศิษย์พี่ แต่เป็นภูติสาวที่บัดซบนั่น!”

ขณะที่คำพูดของพวกมันดังลอยออกมา จิตใจเมิ่งฮ่าวก็หมุนคว้าง ทันใดนั้นความทรงจำก็เริ่มตื่นขึ้นมาในจิตใจ ตอนนี้ความทรงจำนั้นเด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม เมิ่งฮ่าวเข้าใจแล้วว่าเดิมที เคอจิ่วซือแห่งยอดเขาลูกที่สี่ ไม่ได้มีนามนี้ตั้งแต่แรก

บางคนอาจจะคิดทบทวนสามรอบก่อนที่จะกระทำการใดๆ แต่บิดาของเคอจิ่วซือ ได้เปลี่ยนนามของบุตรชายเป็นจิ่วซือด้วยโทสะ ซึ่งมีความหมายว่า ‘คิดเก้าครั้ง’ บิดามันหวังว่าการเปลี่ยนชื่อนี้จะคอยย้ำเตือนบุตรชาย ให้ครุ่นคิดอย่างรอบคอบในทุกๆ เรื่อง ก่อนที่จะกระทำการใดๆ

เห็นได้ชัดว่า ถึงแม้…มันจะเปลี่ยนนาม แต่ก็ไม่ได้มีผลใดๆ ต่อเคอจิ่วซือ ในสำนักเซียนอสูรเคอจิ่วซือเป็นคนที่ถูกตามใจจนเย่อหยิ่ง ซึ่งมักจะชอบอาละวาดเอาแต่ใจ ถึงแม้จะเปลี่ยนนามมันเป็นเคอจิ๋วไป่ว่านซือ (คิดเก้าล้านครั้ง) ก็ยังคงไม่อาจจะทำให้มันดีขึ้น

ถึงแม้มันจะเป็นศิษย์ชั้นยอด แต่ก็มีพื้นฐานฝึกตนที่ต่ำต้อยมากที่สุดในบรรดาศิษย์ชั้นยอดทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้น ในศิษย์ชั้นยอดทั้งหมดนี้ ก็มีมันเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่มักจะใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อเหลวแหลก ไม่มีแม้แต่คนเดียวในสำนักเซียนอสูรทั้งหมด ที่จะไม่รู้ว่ามันเป็นคนที่มีอารมณ์อันรุนแรง มักจะต่อสู้กับคนอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย กระทำตัวเป็นเผด็จการ และเป็นที่รู้จักกันในนามของอันธพาลอันดับหนึ่งแห่งสำนักเซียนอสูร

มันได้รับชื่อเสียงเช่นนั้นก็เนื่องมาจากว่า แค่นามเพียงลำพังของมันก็เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์สายนอกใดๆ ต้องคุกเข่าโขกศีรษะให้กับมัน แม้แต่ศิษย์สายในก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้ยินนามมัน และศิษย์หลักก็ยังต้องสั่นสะท้านอยู่ในใจ ศิษย์ชั้นยอดอื่นๆ ก็ต้องขมวดคิ้วเพราะตัวมัน และผู้อาวุโสทั้งหมดในสำนัก รวมถึงเจ็ดประมุขผู้ยิ่งใหญ่ ต่างก็รู้สึกปวดหัวในทันทีที่พวกมันได้ยินใครเอ่ยนามของมันขึ้น

ชีวิตของมันจนกระทั่งถึงตอนนี้ เต็มไปด้วยเหตุการณ์ที่ไร้สาระมากมายจนนับไม่ถ้วน สิ่งที่มันทำลงไปได้บังคับให้บิดาของมัน เคออวิ๋นไห่, ผู้ซึ่งเป็นปรมาจารย์และประมุขแห่งยอดเขาลูกที่สี่ ต้องมาคอยแก้ไขความผิดพลาดของมันอยู่ตลอดเวลา ปัญหาทั้งหมดนี้ทำให้สุดท้าย มันก็ถูกบิดาบังคับให้นั่งเข้าฌาณ

เมื่อสองสามวันก่อน มันได้ไปขโมยของวิเศษล้ำค่ามาจากยอดเขาลูกที่หก และส่งมอบให้กับบุคคลภายนอก ในที่สุดเรื่องนี้ก็ไปกระตุ้นโทสะสวรรค์ ถึงแม้จะเป็นบิดามัน ก็ยังไม่อาจจะทำอะไรได้ ต้องยอมลดศักดิ์ศรีลงอย่างช่วยไม่ได้ เพื่อทำให้เรื่องราวสงบลง

เมิ่งฮ่าวได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น ขณะที่โซ่สายฟ้าดึงเขากลับลงมายังจุดกลางพื้นอีกครั้ง หลังจากผ่านไปชั่วครู่ โซ่นั้นก็หายไป แต่เมิ่งฮ่าวก็รู้ดีว่าถ้าขืนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง การเคลื่อนไหวนี้ก็จะทำให้มีสายฟ้าฟาดลงมาอีก

“ท่านปรมาจารย์น้อย, ศิษย์พี่, ก็แค่ยอมรับความผิด อย่าได้เถียงหัวชนฝากับท่านประมุข…” ศิษย์คนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าเจ็บปวด ถึงแม้เคอจิ่วซือจะสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่ที่ด้านนอก แต่ในยอดเขาลูกที่สี่นี้ ก็ถูกมองเหมือนกับเป็นเด็ก ทุกคนมีความรู้สึกต่อมันอย่างลึกล้ำ

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: