I Shall Seal The Heaven Chapter 666

0 Comments

ตอนที่ 666

มารดาแห่งดอกปี่อ้าน!

สิ่งที่เมิ่งฮ่าวมองเห็น

เป็นหนวดสีดำขนาดใหญ่ เรียบลื่นและเป็นเงาวาว แทบจะดูคล้ายกับแส้…ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนปลายของหนวดทุกเส้นเป็นใบไม้สีดำ

นี่ไม่ใช่หนวดของสัตว์อสูรบางอย่าง! มันเป็นกิ่งก้านของต้นไม้!!

คนอื่นๆ อาจะไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ของเขาเองนี้ ทันทีที่เมิ่งฮ่าวมองเห็นมัน เขาก็รู้ว่านี่…ก็คือ…

กิ่งก้านของดอกปี่อ้าน!!

จากกิ่งก้านเดียวนี้ ทำให้เมิ่งฮ่าวสามารถจะสรุปได้ว่า ลึกลงไปในความมืด ในความมืดที่ลึกที่สุดของทะเลเป็น…ดอกปี่อ้านขนาดใหญ่ที่ไร้ผู้ต่อต้าน!

สิ่งที่เขามองเห็นเป็นเพียงแค่กิ่งก้านเท่านั้น แต่มันก็สามารถยืดยาวออกมาจากส่วนลึกใต้ท้องทะเลได้ ทำให้เขาสามารถคาดคิดได้ว่า ลำต้นหลักของมันจะน่ากลัวและใหญ่โตมากแค่ไหน การเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าตกใจของมัน ก็ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องหอบหายใจออกมา ความเร็วเช่นนั้นสามารถเทียบได้กับรถศึกของเขา!

ยิ่งไปกว่านั้น เมิ่งฮ่าวก็รู้ว่าเหตุผลเดียวที่เขาสามารถหลบหนีจากมาได้ก็คือว่า ตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ห่างไกลจากพื้นผิวของทะเลมากนัก ถึงแม้จะดูเหมือนว่าเขาและกิ่งก้านของมันจะโผล่ออกมาจากน้ำทะเลในเวลาเดียวกันก็ตามที แต่ความเร็วของรถศึกก็ไม่อาจจะเทียบได้กับความเร็วอันน่าตกใจของดอกปี่อ้านได้

“มันมีสีมากมายเท่าใดกันแน่…?” เมิ่งฮ่าวคิดหอบหายใจออกมา ตอนนี้รถศึกได้ออกมาจากอาณาเขตสีดำของทะเล น้ำที่เบื้องล่างกลายเป็นสีน้ำเงินตามปกติ และที่เบื้องหน้า เขามองเห็นลมพายุ เมิ่งฮ่าวรู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับวงแหวนที่สาม และไม่ได้อยู่ห่างไกลมากนักจากเมืองไห่เฉิง

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ท้องฟ้าที่ด้านบนกำลังเปลี่ยนสี ขณะที่เขาเก็บรถศึกไว้ในถุงสมบัติ จากนั้นร่างก็แวบขึ้น ขณะที่มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองไห่เฉิง ด้วยความรวดเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมิ่งฮ่าวกลับเข้าไปในที่พักก่อนที่ท้องฟ้าจะสว่างจ้า นั่งลงขัดสมาธิ สีหน้าหมองคล้ำและไม่มั่นคง เหตุการณ์ของเมื่อคืนทำให้เขาต้องสั่นสะท้านขึ้นเล็กน้อย

“มังกรวารีนั่นเรียกตัวเองว่าปีศาจ มันต้องเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกเรียกว่าปีศาจทะเล”

“ทะเลสีดำนั่น ต้องเป็นวงแหวนที่สองแห่งทะเลเทียนเหอ…ข้าไม่เคยจะคาดคิดว่า…เจ้าดอกปี่อ้านที่น่ากลัวนั่น จะหลบซ่อนตัวอยู่ที่ก้นทะเลของวงแหวนที่สอง!”

“นั่นคือ…เซียนรุ่งอรุณ?”

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมดอกปี่อ้านภายในร่างข้าถึงได้เริ่มคลุ้มคลั่ง!”

“วงแหวนที่สามและสอง มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกัน? วงแหวนที่สามมีอสูรพร้อมกับดอกไป๋กู่ที่ผนึกไว้บนร่างพวกมัน วงแหวนที่สองมีปีศาจที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ และเซียนรุ่งอรุณที่น่าเกรงขาม!”

“และจากนั้นก็ยังมี หยินเติงซ่างเหริน (ผู้สูงส่งตะเกียงเงิน) มันอยู่ไหนกันแน่…? ในทะเลเทียนเหอมีความลี้ลับอยู่มากมาย ตอนแรกก็เป็นเรือยมโลกซึ่งเป็นเรือรบในสมัยโบราณ และตอนนี้เซียนรุ่งอรุณก็ปรากฏกายขึ้น!” เมิ่งฮ่าวครุ่นคิดต่อไปด้วยสีหน้าอันซับซ้อน แต่ในที่สุดดวงตาก็เริ่มสาดประกายเจิดจ้า

“เรื่องราวเริ่มมีความซับซ้อนและอันตรายมากยิ่งขึ้น ข้าต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้นกว่าเดิม เกี่ยวกับเรื่องของปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง ข้าอยากรู้นักว่าใครจะแข็งแกร่งมากกว่ากัน เซียนรุ่งอรุณ หรือปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง?” ทันทีที่คำถามนี้ผุดขึ้นมาในจิตใจ เขาก็รู้คำตอบ

“แน่นอนว่า ต้องเป็นเซียนรุ่งอรุณ!” ถึงแม้จะพิสูจน์ไม่ได้ แต่เมิ่งฮ่าวก็มั่นใจว่าเขาคิดถูกต้อง

เขาแอบถอนหายใจ จากนั้นก็หลับตาลง หยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ และเริ่มต้นเข้าฌาณ

ตอนนี้เป็นยามเช้าตรู่ และแสงตะวันก็สาดส่องลงไปบนทะเล น้ำที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับเป็นแก้วผลึกล้อมรอบอยู่ทั่วเมืองไห่เฉิง ซึ่งดูคล้ายกับเป็นสัตว์อสูรยักษ์ที่นอนหลับอยู่ จากนั้นก็เริ่มลืมตาตื่นขึ้นมา อย่างช้าๆ เมืองเริ่มเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและกิจกรรมต่างๆ

ผู้คนมากมายเข้ามาและจากไป ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีบ้านอยู่ในเมือง บางคนก็มาพักฟื้น หรือจัดหาสิ่งของ บางคนก็มาเพื่อขายหัวใจอสูร บางคนก็ออกจากเมืองเพื่อไปตามล่าหัวใจอสูร มีผู้คนอยู่ทั่วทุกที่

เมื่อเหวยหลีมาแสดงความเคารพ เมิ่งฮ่าวก็ลืมตาขึ้น หลังจากที่ล้างหน้าบ้วนปากเล็กน้อย เขาก็ให้เหวยหลีพาไปที่ร้านเกี่ยวกับเสื้อผ้าโดยเฉพาะ

ในที่สุด เขาก็สามารถปล่อยวางเรื่องราวที่น่ากังวลใจของเมื่อคืนได้ ความรู้สึกของการเป็นคนรวยเอาชนะทุกสิ่งได้อีกครั้ง เขายังได้คิดที่จะซื้อเสื้อผ้าให้กับเหวยหลีอีกด้วย

ถึงแม้ว่าเสื้อผ้านั้นจะมีคุณภาพดี แต่เมื่อเขาเห็นว่ามันดูไม่เข้ากับหน้ากากของนาง เขาจึงตัดสินใจที่จะประหยัดหินลมปราณไว้บางส่วน และไม่ซื้อเสื้อผ้าเหล่านั้นทั้งหมด

เหวยหลีรู้สึกผิดหวังอยู่เล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้าจะกล่าวอะไรกับเมิ่งฮ่าวโดยตรง นางได้แต่ติดตามไปอย่างหงุดหงิด ขณะที่เมิ่งฮ่าวกำลังโอ้อวดความร่ำรวย

ทุกคนในร้านต่างก็เกรงขามต่อกิริยาท่าทางที่อยู่เหนือคนอื่นของเมิ่งฮ่าว เขาเดินไปรอบๆ พร้อมกับผู้ติดตามที่ยาวเป็นหางว่าว ถ้าเขามองเห็นสิ่งที่ชื่นชอบ ก็เพียงแค่ชี้นิ้วไป ก็จะมีใครบางคนวิ่งออกมาห่อมันให้กับเขา

“รู้สึกว่าการเป็นคนร่ำรวยนี่มันดีจริงๆ” เขาคิด ออกจากร้านไป โดยที่ดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เขาสวมใส่ชุดยาวสีน้ำเงินราวกับท้องฟ้า และกระจายระลอกคลื่นของพลังเวทออกมา เมื่อแสงอาทิตย์ส่องมาบนเสื้อผ้าชุดนี้ มันก็จะมีความงดงามและดูประณีตมากยิ่งขึ้น

ชายแขนเสื้อปักเป็นรูปมังกรสีเงิน และวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาตัดเย็บเสื้อผ้าชุดนี้ ก็ทำมาจากอสูรทะเลอันน่าประทับใจ ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลาย โดยรวมแล้วก็ทำให้เมิ่งฮ่าวมีความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

เขายังได้ซื้อเข็มขัดสีทอง ซึ่งถูกตกแต่งด้วยสีม่วง รวมทั้งจี้หยก สิ่งของแต่ละชิ้นค่อนข้างจะมีราคาแพง เมื่อเขาเดินไปบนท้องถนน ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ต้องเหลียวมองดูเขาอย่างช่วยไม่ได้ เมิ่งฮ่าวถอนหายใจยาวออกมา ด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกล้ำ

เหวยหลีเดินติดตามอยู่ด้านหลัง ทำหน้ามุ่ยและจ้องไปที่แผ่นหลังเขา

“พวกเราไปซื้อถุงสมบัติกันเถอะ!” เขากล่าว โบกสะบัดชายแขนเสื้อ เหวยหลีแค่นเสียงเย็นชาออกมา ตอนนี้นางเริ่มคุ้นเคยกับเมิ่งฮ่าวแล้ว ความรู้สึกหวาดกลัวที่นางมีต่อเขาก่อนหน้านี้เหลืออยู่น้อยมาก ความรู้สึกประทับใจในส่วนลึกของจิตใจนางที่มีต่อเขาก็คือว่า เขาเป็นถุงเงินที่หยิ่งยโส

เมื่อเมิ่งฮ่าวก้าวเท้าเข้าไปในร้านที่ขายเกี่ยวกับถุงสมบัติ เสื้อผ้าเขารวมทั้งรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา และกิริยาท่าทางของคนรวย ทำให้คนทั้งหมดที่อยู่ในร้าน มองมาที่เขาด้วยสายตาเจิดจ้าในทันที พวกมันรู้ว่าลูกค้ามือเติบมาแล้ว และก็รีบเข้ามาต้อนรับเขาในทันที

เมิ่งฮ่าวมองไปรอบๆ และจากนั้นก็เอ่ยปากว่าต้องการจะซื้อถุงสมบัติสิบชิ้นอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่คนทั้งสองออกมาจากร้าน ความหวังเล็กๆ ก็แวบขึ้นมาในแววตาของเหวยหลี และนางก็รีบถามขึ้นในทันที “ผู้อาวุโส, ทำไมท่านถึงได้ซื้อมามากมายนัก?”

“เพื่อความสนุก!” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบด้วยความสัตย์ซื่อ

เหวยหลีอ้าปากค้าง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่าบุคคลที่อยู่เบื้องหน้านางในตอนนี้ ไม่ใช่บุคคลที่เคยช่วยชีวิตนางไว้ เขาดูเหมือน…เป็นคนละคนกันโดยสิ้นเชิง ถ้าเขาเป็นคนคนเดียวกัน แล้วทำไมถึงได้แตกต่างกันเช่นนี้?

เมิ่งฮ่าวกระแอมไอออกมา ค่อนข้างจะมีความสุขที่ได้เห็นอาการตกตะลึงของเหวยหลี เขาตบไปที่ถุงสมบัติ จากนั้นก็โบกสะบัดมือ และเงยหน้าขึ้นด้วยท่าทางที่เศรษฐีโจวเคยทำมาก่อน

“พวกเราไปซื้อแหวนเวทกันเถอะ!”

ในร้านขายแหวนเวท กิริยาท่าทางการเป็นคนรวยของเมิ่งฮ่าว ทำให้คนทั้งหมดในร้านตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง ทั้งลูกค้าและพนักงานต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน พวกมันอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ แค่อึดใจเดียว เขาก็ซื้อแหวนเวทสามร้อยวง

แหวนเวททั้งหมดนี้มีหน้าที่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น พวกมันสามารถระเบิดตัวเองได้

สิ่งที่ต้องทำก็คือ โยนแหวนออกไป และมันก็จะระเบิดขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ถ้ารวมพลังของการระเบิดสามร้อยชิ้นเข้าด้วยกัน ก็จะน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง แหวนเช่นนี้มีราคาแพงมาก และทางร้านก็มีไม่มากนัก แต่เมิ่งฮ่าวก็ตัดสินใจที่จะซื้อเท่าที่พวกมันมี

สุดท้าย เขาได้แต่ต้องถอนหายใจและจากไป ส่ายหน้าอยู่ตลอดเวลา เขามองไปรอบๆ เมืองไห่เฉิง ครุ่นคิดว่าไม่มีอะไรในที่แห่งนี้ ที่เขาไม่อาจจะซื้อได้

เมิ่งฮ่าวกระทำเช่นนี้ไปตลอดทั้งวัน โดยมีเหวยหลีนำทางไปรอบๆ ในที่สุดคำพูดก็เริ่มกระจายออกไป ผู้คนมากมายต่างก็พูดถึงผู้ที่ร่ำรวยเป็นอย่างมาก ได้มาปรากฏกายขึ้นในเมืองไห่เฉิง

ในที่สุด ยามสนธยาก็มาเยือน หลังจากที่เดินไปกับเมิ่งฮ่าวมาตลอดทั้งวัน เหวยหลีก็รู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย แต่จากสีหน้าเมิ่งฮ่าว ก็ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงตอนนี้ เหวยหลีได้แต่ยิ้มอย่างแห้งแล้งออกมา

“ผู้อาวุโส, ตอนนี้ท่านต้องการไปที่ใด?”

“พวกเราไปที่ร้านรับแลกหัวใจอสูรของหยางหุนเต้ากันเถอะ” เขากล่าว หนึ่งวันได้ผ่านไปพร้อมกับความสุขสำหรับเขา ในที่สุดเขาก็ได้เติมเต็มความต้องการที่จะมีชีวิตอยู่เหมือนกับเศรษฐีทั่วไป

เขาหวังว่าจะมีชีวิตเช่นนี้ต่อไปในวันข้างหน้า และเป็นความต้องการที่ออกมาจากจิตวิญญาณของเขา ซึ่งจะต้องเดินมุ่งหน้าต่อไปตามเส้นทางนี้

“ผู้อาวุโส ท่านเดินไปผิดทางแล้ว มันต้องทางนี้” เหวยหลีกล่าว มองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยท่าทางหัวเสียเล็กน้อย

เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักนิ่ง และจากนั้นก็หมุนตัวไป

เป็นเวลายามสนธยา และคนทั้งสองก็เดินเข้าไปในเมือง ภายใต้แสงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า เมิ่งฮ่าวสวมใส่ชุดยาวสีน้ำเงิน และนิ้วทั้งสิบก็สวมแหวนอยู่ เขาเดินตัวตรงและสูงสง่า ดูท่าทางน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเศรษฐีและเป็นที่เคารพของผู้คน

แต่ก็เห็นได้ชัดว่า เขาเพิ่งจะสะดุดกับความร่ำรวยเมื่อเร็วๆ นี้

ร้านแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรของหยางหุนเต้า ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองไห่เฉิง สิ่งปลูกสร้างของมันมีหน้าตาที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่ง มันมีสีขาวบริสุทธิ์และดูคล้ายกับหัวกระโหลก มีกลุ่มคนอยู่ไม่น้อยรวมตัวกันอยู่ที่ด้านใน

ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลาสายมากแล้ว แต่ผู้คนก็ยังคงเดินเข้าออกในร้านเพื่อแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรเป็นหินลมปราณ เพื่อใช้ในการฝึกตน

เมื่อเมิ่งฮ่าวเดินเข้าไป รูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับของเขา ก็ดึงดูดความสนใจคนอื่นๆ ในทันที

ทันใดนั้น ทุกคนก็เริ่มพูดคุยกัน

“คนผู้นั้นคือ…”

“ข้าเห็นมันตั้งแต่เมื่อเช้า มันเป็นเศรษฐีที่ข้าเพิ่งจะเล่าให้เจ้าฟัง มันไปยังศาลาแหวนเวท และซื้อแหวนเวทไปมากกว่าสามร้อยวงในช่วงอึดใจเดียว!”

“คือมันนั่นเอง! ข้าได้ข่าวว่า วันนี้ร้านค้ามากมายในเมืองไห่เฉิง ขายของได้จนหมดเกลี้ยง!”

“มันเป็นใคร? ทำไมถึงได้มีหัวใจอสูรมากมายเช่นนั้น?!”

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าเป็นปกติเหมือนเช่นเคย เข้าไปในร้านและมองไปรอบๆ ในที่สุดก็มองไปยังศิษย์ของหยางหุนเต้า เมื่อบุรุษผู้นั้นเห็นว่าเมิ่งฮ่าวกำลังมองมา มันรีบเดินเข้าไปใกล้ในทันที ประสานมือและโค้งตัวลง

“ขอคารวะผู้อาวุโส ท่านต้องการแลกหัวใจอสูรมากมายเท่าใด? ถ้าเป็นจำนวนเล็กน้อย ข้าก็ยินดีที่จะช่วยท่าน แต่ถ้าเป็นจำนวนมาก…ข้าสามารถนำท่านไปยังชั้นสอง จะมีผู้อาวุโสของสำนักคอยต้อนรับท่าน”

“ถ้าเช่นนั้นก็ชั้นสอง” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ

ดวงตาของศิษย์สำนักหยางหุนเต้าเริ่มสาดประกายเจิดจ้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ มันรีบส่งข้อความไปยังผู้อาวุโส ในเวลาเดียวกันก็นำเมิ่งฮ่าวตรงไปยังทางขึ้นบันได

ทุกคนมองไปยังเมิ่งฮ่าวและเหวยหลีด้วยความอิจฉา ขณะที่พวกเขาเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ทันทีที่ไปถึง ก็มีชายชราผมขาวเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม

“เหล่าฟู (ผู้ชรา) ซุนอวิ๋นเลี่ยง ขอต้อนรับสหายเต๋า” เมื่อมันเห็นเสื้อผ้าของเมิ่งฮ่าว และแหวนที่อยู่บนนิ้วของเขา มันก็รู้ว่าผู้ที่ต้องติดต่อด้วยนี้เป็นบุคคลแบบไหน รอยยิ้มของมันเริ่มกว้างมากขึ้น และกล่าวว่า “มา มา มา, โปรดติดตามข้ามา” มันนำเมิ่งฮ่าวไปที่เก้าอี้ หลังจากนั้นผู้รับใช้สองคนก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับถ้วยและกาน้ำชาเพื่อรินชาให้กับเขา

“นี่คือชาเทียนไห่ ซึ่งเป็นของพื้นเมืองประจำทะเลเทียนเหอ” ซุนอวิ๋นเลี่ยงอธิบายพร้อมรอยยิ้ม “มันเติบโตขึ้นในวงแหวนที่สองเท่านั้น และมีต้นกำเนิดเพียงแค่เจ็ดต้นเท่านั้น โปรดลองชิมดู สหายเต๋า ท่านคิดว่าอย่างไร?”

เมิ่งฮ่าวยิ้มให้ และยกถ้วยชาขึ้นมาเพื่อตรวจสอบน้ำชา จิบไปหนึ่งคำ หลังจากนั้นดวงตาก็เคลือบด้วยหมอกจางๆ และสีหน้าก็เริ่มเปล่งประกาย กลิ่นอายนักศึกษาทันใดนั้นก็เริ่มโดดเด่นขึ้นมา ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในรูปแบบของเศรษฐีผู้ร่ำรวย แต่ก็ยากที่จะปิดกั้นไว้ได้ แทบจะดูเหมือนว่า จู่ๆ เขาก็กลายเป็นคนละคนไป หลังจากที่ผ่านไปนานสักพัก เขาก็วางถ้วยชาลง กลุ่มหมอกในดวงตาจางหายไป และดวงตาทั้งคู่เริ่มเปล่งประกายด้วยความชื่นชม

“อาบไล้ไปด้วยจิตวิญญาณของอดีตและปัจจุบัน…ชาที่ดี!” เมิ่งฮ่าวกล่าว

ซุนอวิ๋นเลี่ยงยิ้มจนแก้มแทบปริ และแสงแปลกๆ ก็แวบขึ้นมาในดวงตาของมัน เพียงมองแค่แวบแรก มันก็บอกได้ว่าเมิ่งฮ่าวเป็นเศรษฐีใหม่ แต่เมื่อเขาพูดถึงน้ำชา ตลอดทั้งร่างของเขาก็กระจายแสงและบรรยากาศแห่งความสุขออกมา จนทำให้ชายชราต้องเกิดความสงสัยในวิจารณญาณของมันก่อนหน้านี้

เหวยหลีจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความตกตะลึง สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ทำให้นางคิดว่า กำลังติดตามอยู่กับคนละคนจากก่อนหน้านี้ขึ้นอีกครั้ง

ในตอนนี้เองที่ซุนอวิ๋นเลี่ยงถามขึ้นตรงๆ “สหายเต๋า, ท่านมาแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรในที่นี้มากเท่าใด? อัตราแลกเปลี่ยนของวันนี้คือ หัวใจอสูรระดับต่ำหนึ่งดวง แลกกับหินลมปราณระดับต่ำหกร้อยก้อน”

เมิ่งฮ่าวกำลังจะกล่าวตอบแต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าและคำพูดก็ได้ยินขึ้นมาจากขั้นบันไดของชั้นแรก

“ทุกท่านสบายใจได้ เมื่อข้า, โจวให้คำสัญญา ต้องไม่คืนคำอย่างแน่นอน ข้าจะให้หินลมปราณกับพวกท่านเจ็ดร้อยก้อน ต่อหัวใจอสูรระดับต่ำหนึ่งดวง”

เมื่อเมิ่งฮ่าวได้ยินเช่นนี้ เขาก็กัดปลายลิ้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตนเองเผลอพูดออกไป ยกถ้วยชาขึ้นและจิบไปหนึ่งคำ

ใบหน้าซุนอวิ๋นเลี่ยงบิดเบี้ยว และจ้องมองตรงไปยังขั้นบันได

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: