Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 667

I Shall Seal The Heaven Chapter 667

ตอนที่ 667

แข่งขัน

บุรุษวัยกลางคนกำลังยิ้มอยู่ในตอนนี้

ขณะที่มันนำกลุ่มชายชราเจ็ดคนขึ้นมาบนชั้นสอง

ชายชราทั้งเจ็ดสวมใส่ชุดยาวที่ปักด้วยลายดอก เพียงมองแค่แวบแรก ใครก็บอกได้ว่าพวกมันเป็นผู้มีชื่อเสียงและไม่ใช่คนธรรมดา ดวงตาพวกมันสาดประกายเจิดจ้า และมีพื้นฐานฝึกตนที่ไม่ธรรมดา ทั้งหมดอยู่ในขั้นวงจรอันยิ่งใหญ่วิญญาณแรกก่อตั้ง ถึงแม้ว่าพวกมันกำลังยิ้มอยู่ แต่รอยยิ้มพวกมันก็เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสที่แข็งกร้าว

“สหายเต๋าทุกท่าน, เชิญ!” บุรุษวัยกลางคนกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ สีหน้ามันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ขณะที่นำชายชราทั้งเจ็ดขึ้นมายังชั้นสอง มันมองเห็นเมิ่งฮ่าวและเหวยหลี แต่หลังจากที่มองมา ก็ไม่สนใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง

เดิมทีซุนอวิ๋นเลี่ยงกำลังขมวดคิ้วอยู่ แต่เมื่อได้เห็นเจ็ดชายชรา ดวงตามันเริ่มแวววาวขึ้นมาในทันที หัวเราะเป็นเสียงดัง ลุกขึ้นยืนและรีบเดินตรงไปต้อนรับพวกมัน

“ที่แท้ก็คือจ่างกุ้ย (เจ้าของร้าน) ทั้งเจ็ดแห่งเมืองไห่เฉิงนี่เอง การมาเยือนของพวกท่าน ช่างสร้างสีสันให้กับร้านอันต่ำต้อยนี้ยิ่งนัก!” ซุนอวิ๋นเลี่ยงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ประสานมือและโค้งตัวลง

ชายชราทั้งเจ็ดต่างก็ยิ้มและประสานมือกลับไป

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าราบเรียบเหมือนเช่นเคย ขณะที่นั่งจิบน้ำชาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเหวยหลี หลังจากที่นางมองเห็นชายชราทั้งเจ็ด ม่านตาก็หดเล็กลงในทันที หันหน้ามาหาเมิ่งฮ่าว และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ผู้อาวุโส คนทั้งเจ็ดนี้เป็นจ่างกุ้ยที่มีชื่อเสียงอยู่ในเมืองไห่เฉิง พื้นฐานฝึกตนของพวกมันไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง และพวกมันก็มีหัวใจอสูรอยู่ในมือมากมาย…”

“ร้านแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรที่ตั้งขึ้นโดยสามสำนักในเมืองไห่เฉิงแห่งนี้ ไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ฝึกตนทั่วไปเป็นจำนวนมาก ร้านค้าต่างๆ ในเมืองก็มีข้อกำหนดที่เข้มงวด ทำให้พวกมันต้องแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกำหนดขึ้นเป็นรายปี”

“แน่นอนว่า สำหรับร้านค้าที่พวกมันเลือกจะค้าขายด้วย ก็ขึ้นกับอัตราการแลกเปลี่ยนของแต่ละร้านนั้นๆ ทั้งสามสำนักไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้…”

เมิ่งฮ่าวยกถ้วยชาขึ้น และจิบไปอีกหนึ่งคำ ดวงตาดูเหมือนจะมีกลุ่มเมฆอยู่เล็กน้อย ราวกับเป็นความว่างเปล่า ราวกับว่าเขากำลังใจลอย เหวยหลีไม่แน่ใจว่าเขาได้ยินคำพูดของนางหรือไม่

ความยินดีเต็มอยู่ในจิตใจของซุนอวิ๋นเลี่ยง ขณะที่มันมองไปยังบุรุษวัยกลางคน และดวงตาก็สาดประกายด้วยความชื่นชม บุรุษวัยกลางคนมีท่าทางค่อนข้างจะตื่นเต้น และปฏิบัติต่อเจ็ดจ่างกุ้ยด้วยมารยาทอันดีอย่างถึงที่สุด

กลุ่มคนทั้งหมดหัวเราะ และพูดจาหยอกล้อกันไปมา ขณะที่เดินมายังบริเวณที่มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งอยู่ ซุนอวิ๋นเลี่ยงกำลังจะให้ผู้รับใช้ยกน้ำชามา แต่บุรุษวัยกลางคนก็ขมวดคิ้ว มองไปยังเมิ่งฮ่าวและเหวยหลี จากนั้นมันก็ส่งข้อความตรงไปยังซุนอวิ๋นเลี่ยง “ผู้อาวุโสซุน คนทั้งสองนี้เป็นใคร?”

“ลูกค้าที่มาถึงก่อนหน้านี้ เพื่อแลกเปลี่ยนหัวใจอสูร” ซุนอวิ๋นเลี่ยงตอบกลับไปด้วยวิธีการเดียวกัน

เมื่อได้ยินเช่นนี้ บุรุษวัยกลางคนก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ตอนแรกมันคิดว่าคนทั้งสองเป็นสหายกับซุนอวิ๋นเลี่ยง “ผู้อาวุโส, เจ็ดจ่างกุ้ยเป็นแขกอันทรงเกียรติ ควรจะให้ใครบางคนจากด้านล่าง มาดูแลสองคนนี้หรือไม่?”

ซุนอวิ๋นเลี่ยงลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็หันหน้าไปยังเมิ่งฮ่าว ประสานมือและกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“สหายเต๋า, ข้าต้องขอภัยเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องขอให้พวกท่านลงไปยังด้านล่าง ข้าจะให้คนมาช่วยท่านแลกเปลี่ยนหัวใจอสูร ดีหรือไม่?”

เมื่อได้ยินคำพูดของซุนอวิ๋นเลี่ยง กลุ่มเมฆในดวงตาเมิ่งฮ่าวก็จางหายไป และเขาก็วางถ้วยชาลง ทันใดนั้น หนึ่งในผู้รับใช้ก็ก้าวเท้าออกมาจากกลุ่มคนที่นำมาโดยบุรุษวัยกลางคน และเก็บถ้วยชาไปในทันที

เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว ลุกขึ้นมายืน มองไปยังซุนอวิ๋นเลี่ยงกล่าวว่า “ก็ดี ตอนนี้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่เท่าไหร่?”

“หกร้อยหินลมปราณต่อหนึ่งหัวใจอสูร” ซุนอวิ๋นเลี่ยงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นก็ประสานมือ และศิษย์สำนักหยางหุนเต้าก็ขึ้นมาจากชั้นล่างในทันที หลังจากที่โค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าวด้วยความเคารพ ก็ชี้ให้เมิ่งฮ่าวติดตามมันลงไปยังชั้นล่าง

เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมาเล็กน้อย และสีหน้าก็สงบนิ่ง ตอนแรกพวกมันนำชาของเขาไป และพยายามที่จะให้เขาจากไป ถ้าราคาที่พวกมันให้เขาเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เขาก็จะยอมรับเรื่องราวเหล่านี้ แต่พวกมันเสนอหินลมปราณที่มีจำนวนแตกต่างไปจากชายชราทั้งเจ็ด

เมิ่งฮ่าวยังคงยิ้มอย่างต่อเนื่อง นั่งกลับลงไป

ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้ซุนอวิ๋นเลี่ยงต้องขมวดคิ้วขึ้นในทันที ในความคิดของมัน การกระทำของเมิ่งฮ่าวไม่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง

บุรุษวัยกลางคนเริ่มมีท่าทางไม่อาจจะทนได้อยู่เล็กน้อย เท่าที่มันคิด หัวใจอสูรที่เมิ่งฮ่าวจะนำมาแลกเปลี่ยน อย่างมากที่สุดก็คงไม่เกินหนึ่งร้อยดวงอย่างแน่นอน มันกล่าว “สหาย, ร้านนี้เปิดโดยสำนักหยางหุนเต้า และข้าก็เป็นผู้คุ้มกันของสำนักนี้ นี่…ไม่ใช่สถานที่ที่ท่านจะมาสร้างความวุ่นวายได้ ท่านควรลงไปชั้นล่างด้วยตัวเอง ดีกว่าที่จะให้พวกเราช่วยพาไป”

มันได้เห็นผู้คนเช่นนี้มามากมาย เป็นผู้คนที่ไม่อาจจะเทียบได้กับเจ็ดจ่างกุ้ย แต่ละคนทั้งเจ็ดนี้มีหัวใจอสูรอยู่มากมาย และมันต้องใช้ความพยายามอย่างเหลือล้น เพื่อที่จะชักจูงให้พวกมันมายังที่แห่งนี้

“ก็ลองดู” เมิ่งฮ่าวกล่าวเสียงราบเรียบ

คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของซุนอวิ๋นเลี่ยงกลายเป็นเคร่งขรึมขึ้นในทันที บุรุษวัยกลางคนขมวดคิ้ว ทันใดนั้นก็ไม่มั่นใจว่าเมิ่งฮ่าวจริงๆ แล้วคือใคร

เจ็ดชายชราดูไม่ค่อยพอใจนัก พวกมันสามารถจะไปแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรที่ร้านใดก็ได้ ตามที่พวกมันต้องการ เหตุผลหลักที่พวกมันเลือกมาร้านนี้ก็เนื่องจาก ความขยันเอาใจใส่ที่บุรุษวัยกลางคนทุ่มเทให้กับพวกมัน แน่นอนว่าที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือว่า อัตราแลกเปลี่ยนของที่นี่ ดีกว่าอีกสองสำนักอยู่เล็กน้อย

นอกจากนี้ ผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลเมืองนี้ในตอนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเป็นหยางหุนเซิ่ง

ชายชราที่นั่งอยู่ตำแหน่งตรงกลางของคนทั้งเจ็ด กล่าวเสียงราบเรียบว่า “ผู้อาวุโสซุน, ผู้คุ้มกันโจว, พวกเราทั้งเจ็ดมีเวลาจำกัด ไม่อาจจะรอคอยได้นานนัก ทำไมพวกเราถึงไม่ทำการค้ากันในเวลาอื่น?”

คำพูดนี้ทำให้บุรุษแซ่โจวรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาในทันที มันกำลังจะบังคับให้เมิ่งฮ่าวออกไปด้วยกำลัง แต่ทันใดนั้นผู้อาวุโสซุนก็ก้าวเท้าตรงไป

“สหายเต๋า” มันกล่าวมองไปยังเมิ่งฮ่าว “หินลมปราณไม่ใช่ปัญหา เหล่าฟูเป็นผู้ตัดสินใจที่นี่ ดังนั้นถ้าจะให้ท่านเจ็ดร้อยหินลมปราณต่อหนึ่งหัวใจอสูร ท่านจะว่าอย่างไร?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ เมิ่งฮ่าวก็รู้สึกอึดอัดใจอยู่เล็กน้อย ยิ้มออกมา ลุกขึ้นมายืน และกำลังจะลงไปยังด้านล่าง แต่ทันใดนั้น ชายชราที่กำลังยืนอยู่ด้านขวามือสุดท่ามกลางกลุ่มคนทั้งเจ็ด ก็ส่งเสียงเยาะเย้ยออกมา

“กลายเป็นว่าใครๆ ก็แลกได้เจ็ดร้อยหินลมปราณ ถ้าเช่นนั้น ผู้คุ้มกันโจว พวกเราจะได้หินลมปราณเท่าไหร่กัน?”

ทันใดนั้น อีกหกชายชราก็เริ่มพยักหน้า ร้านค้าที่ดำเนินการโดยคนทั้งเจ็ดมีสำนักและตระกูลต่างๆ ของพวกมันหนุนหลังอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันก็ยังเป็นคนที่ชาญฉลาด ซึ่งแน่นอนว่าต้องคอยหาผลประโยชน์ในทุกๆ โอกาสที่พวกมันมองเห็น

“ถ้าคนผู้นี้แลกได้เจ็ดร้อยหินลมปราณ” ชายชราอีกคนกล่าว “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ควรจะได้อย่างน้อยก็แปดร้อยต่อหนึ่งหัวใจอสูร มิเช่นนั้นพวกเราก็คงจะยอมรับไม่ได้ ที่จะได้รับในอัตราเดียวกันกับลูกค้าขาจรทั่วไป ผู้พิทักษ์โจว นั่นก็คือคำสัญญาที่ท่านให้ไว้กับพวกเรา ใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง” ชายชราอีกคนกล่าว “ผู้พิทักษ์โจว เหตุผลที่พวกเราเรียกร้องหินลมปราณเพิ่มขึ้น ก็เป็นเพราะว่าพวกเราจะแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรจำนวนมากมาย จริงๆ แล้ว พวกเรามีหัวใจอสูรมากกว่าที่ร้านท่านทำการแลกเปลี่ยนที่ชั้นแรกในช่วงสองสามเดือนมานี้ ถ้าใครบางคนที่มีหัวใจอสูรไม่มากนัก แต่กลับได้อัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน แล้วพวกเราจะรักษาหน้าตาไว้ได้อย่างไร?”

สีหน้าซุนอวิ๋นเลี่ยงเปลี่ยนไป ขณะที่มันตระหนักว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้าย สำหรับผู้พิทักษ์โจว สีหน้ามันก็ดูค่อนข้างน่าเกลียดด้วยเช่นกัน ขณะที่จ้องไปยังเมิ่งฮ่าวและเหวยหลี

“ผู้อาวุโสซุน อันที่จริงนี่ก็ไม่ค่อยจะเหมาะสมนัก ใช่หรือไม่?” ชายชราอีกคนถาม

ซุนอวิ๋นเลี่ยงลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็แอบถอนหายใจออกมา แต่ก่อนที่มันจะทันได้อ้าปากพูด เมิ่งฮ่าวก็เริ่มกล่าวขึ้น

“พวกท่านมีหัวใจอสูรอยู่มากมาย?” เขาถามชายชราทั้งเจ็ด

“มากกว่าเจ้าแน่นอน ข้ามั่นใจ” ชายชราที่พูดคนแรกกล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น แค่เสียงเย็นชาและจากนั้นก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ “พวกท่านกล้าที่จะมาแข่งกันหรือไม่? ผู้แพ้ต้องมอบหัวใจอสูรทั้งหมดให้กับผู้ชนะ”

คำพูดของเมิ่งฮ่าวทำให้สีหน้าของเจ็ดชายชราเปลี่ยนไปในทันที พวกมันมองมายังเมิ่งฮ่าว และฉับพลันนั้น บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดขึ้นมา ซุนอวิ๋นเลี่ยงรีบก้าวเท้าตรงไป และประสานมือให้กับทั้งสองฝ่าย

“ท่านทั้งหลาย ไม่จำเป็นต้องมีโทสะ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้าเอง ที่ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เหมาะสม สหายเต๋า, นี่คือเจ็ดจ่างกุ้ย ซึ่งมีร้านค้าที่ใหญ่มากที่สุดในเมืองไห่เฉิง ทุกๆ ปี ร้านค้าเหล่านั้นจะมีการแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรจำนวนมากมาย”

“ขอให้ทุกท่านช่วยไว้หน้าซุนโหม่ว (ผู้แซ่ซุน) สักเล็กน้อย เลิกแล้วต่อกันเป็นอย่างไร?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าเมิ่งฮ่าวก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่เห็น อีกครั้งที่เขาแค่นเสียงเย็นชาออกมา แต่ครั้งนี้น้ำเสียงเขาอ่อนลงเล็กน้อย “เมื่อซุนจ๋างเหล่า (ผู้สูงวัยแซ่ซุน) กล่าวเช่นนี้ ข้าก็ขอจบเรื่องเพียงเท่านี้” ด้วยเช่นนั้น เขาก็หมุนตัวมุ่งหน้าตรงไปยังบันได

ดวงตาของเจ็ดชายชราสาดประกาย ขณะที่พวกมันจ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น หนึ่งในพวกมันก็แวบขึ้น และไปปรากฏกายขึ้นอีกครั้งอยู่ตรงหน้าเมิ่งฮ่าว ปิดกั้นเส้นทางเขาไว้ “รอสักครู่!”

“พวกท่านต้องการอะไร??” เมิ่งฮ่าวแผดร้องออกมา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสงสัย จากช่วงเวลาที่ยังเยาว์วัย เขาคุ้นเคยกับการหลอกลวงผู้คน ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ผ่านมานับร้อยปี ทำให้เขาคุ้นเคยกับการเสแสร้งได้เป็นอย่างดี นี่เป็นความสามารถที่ซึมลึกอยู่ในกระดูกของเขามานานแล้ว

ชายชราทั้งเจ็ดอาจจะชาญฉลาดและเจ้าเล่ห์ แต่ถ้าพวกมันคิดว่า จะสามารถเข้าใจเมิ่งฮ่าวได้จากการมองดูสีหน้าของเขา นั่นก็ไม่มีทางจะเป็นไปได้

ผู้พิทักษ์โจวหัวเราะเสียงเย็นชา ดวงตาเต็มไปด้วยการดูถูก

ซุนอวิ๋นเลี่ยงขมวดคิ้ว ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว และจากนั้นก็หันกลับไปมองเจ็ดชายชรา

ชายชราซึ่งปิดกั้นเส้นทางของเมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่น ดวงตาสาดประกาย ไม่พูดอะไรออกมา สำหรับชายชราอีกหกคน สีหน้าพวกมันดูตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทันใดนั้น หนึ่งในพวกมันก็กล่าวว่า “เจ้าบอกว่าต้องการจะแข่งขัน ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็มาแข่งขันกันเถอะ ผู้แพ้ต้องส่งมอบหัวใจอสูรทั้งหมดให้กับผู้ชนะ”

ซุนอวิ๋นเลี่ยง ประสานมือและโค้งตัวลงอีกครั้ง “เจ็ดจ่างกุ้ย สหายเต๋าท่านนี้มาแลกเปลี่ยนหัวใจอสูรเพียงเล็กน้อย มันอาจจะกล่าวคำพูดที่แหลมคมไปบ้าง แต่ขอวิงวอนให้เจ็ดจ่างกุ้ยช่วยไว้หน้าซุนโหม่วสักเล็กน้อย…”

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมา จากนั้นก็เดินอ้อมชายชราที่ปิดกั้นเส้นทางอยู่ ตามติดไปด้วยเหวยหลี มุ่งหน้าตรงไปยังบันได สำหรับรอยยิ้มอันเย็นชาที่บิดขึ้นมาตรงมุมปากของเขา ไม่มีใครมองเห็น

จากความคาดคิดของเมิ่งฮ่าว เจ็ดชายชราต้องตกหลุมพรางอย่างแน่นอน ตอนนี้จากการตรวจสอบข้อมูลของพวกมัน ชายชราเหล่านี้คงจะมั่นใจว่า ถึงแม้เมิ่งฮ่าวจะมีหัวใจอสูรอยู่มากมาย แต่ก็คงไม่อาจจะเทียบกับพวกมันได้อย่างแน่นอน

แน่นอนว่า เมิ่งฮ่าวแค่เดินลงไปยังบันไดขั้นที่หกเท่านั้น แต่สองในเจ็ดชายชราก็แวบขึ้นในทันที ไปปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าเขา ปิดกั้นเส้นทางไว้

“ปัญหาเกิดจากปาก” หนึ่งในสองชายชรากล่าว “เมื่อเจ้ายกเรื่องการแข่งขันขึ้นมา พวกเราก็มาแข่งกันเถอะ”

สีหน้าเมิ่งฮ่าวดูน่าเกลียด และยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ชั่วครู่ สีหน้าเขาเคร่งขรึม หมุนตัวเดินกลับขึ้นไปที่ชั้นสอง

ซุนอวิ๋นเลี่ยงยิ้มอย่างขมขื่น และมองเมิ่งฮ่าวด้วยแววตาขอโทษ สำหรับผู้พิทักษ์โจว สีหน้าเยาะเย้ยค่อนข้างมองเห็นได้ชัดเจนบนใบหน้ามัน

เมิ่งฮ่าวขบฟันแน่น มีท่าทางคล้ายกับพร้อมที่จะแตกหัก กล่าวว่า “พวกเราจะแข่งขันกันอย่างไร?”

หนึ่งในเจ็ดชายชราก้าวเท้าออกมา ด้วยสีหน้าที่สูงส่งดูมีสง่าราศี “เหล่าฟูคนเดียวก็เพียงพอแล้ว” มันกล่าวพร้อมกับยกถุงสมบัติขึ้นมา

“ภายในถุงสมบัตินี้มีหัวใจอสูรระดับต่ำอยู่ หนึ่งหมื่นสามพันดวง สหายเต๋า, เจ้ามีหัวใจอสูรอยู่เท่าไหร่?” ด้วยเช่นนั้น มันก็โยนถุงสมบัติไปยังผู้พิทักษ์โจว ซึ่งรับถุงสมบัตินั้นไว้และกวาดดูด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ มันพยักหน้า จากนั้นเพื่อให้แน่ใจว่ายุติธรรมเพียงพอ มันหยิบเอาแผ่นศิลาออกมา

เป็นแผ่นศิลาที่มีความสูงหนึ่งจ้าง และถูกแกะสลักเป็นรูปมังกรเก้าตัว เมื่อผู้พิทักษ์โจววางถุงสมบัติลงไปบนแผ่นศิลา มังกรตัวแรกก็เริ่มเรืองแสงขึ้น ทำให้ดูเหมือนแทบจะมีชีวิตขึ้นมา สำหรับมังกรตัวที่สอง มันเรืองแสงสามในสิบส่วน

“บนตาชั่งหัวใจอสูรเก้ามังกรนี้” ซุนอวิ๋นเลี่ยงกล่าว “มังกรแต่ละตัวเป็นตัวแทนของหัวใจอสูรระดับต่ำหนึ่งหมื่นดวง” ด้วยเช่นนั้น มันก็หยิบเอาแผ่นศิลาเช่นเดียวกันนี้ออกมาให้เมิ่งฮ่าวใช้

ชายชราที่แข่งขันกับเมิ่งฮ่าว พูดอย่างทะนงตัวว่า “ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะมีหัวใจอสูรอยู่มากมายเท่าใด, สหายเต๋า โปรดหยิบพวกมันออกมาเพื่อให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตา”

ชายชราอีกหกคน มองมายังเมิ่งฮ่าวด้วยรอยยิ้มอันลี้ลับ ดูเหมือนจะเชื่อมั่นต่อผลลัพธ์นี้โดยสิ้นเชิง

รอยยิ้มของผู้พิทักษ์โจวยิ่งกว้างมากขึ้น มันไม่ชอบหน้าเมิ่งฮ่าวมาตั้งแต่ตอนแรก และตอนนี้แววตาเยาะเย้ยของมันก็ยิ่งมองเห็นได้ชัดมากขึ้นกว่าเดิม มันแทบไม่อาจจะทนรอเพื่อดูปฏิกิริยาสีหน้าของเมิ่งฮ่าว จากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: