Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 732

I Shall Seal The Heaven Chapter 732

ตอนที่ 732

เจ้าสำนักน้อยกลับมาแล้ว!

สายฝนที่ตกลงมาไม่ใช่เป็นเพราะว่ากลุ่มเมฆที่ทับซ้อนกันไปมาหลายชั้น จนทำให้เกิดเป็นแรงกดดันอันน่ากลัว แต่เป็นเพราะว่าการเดินทางผ่านไปของกลุ่มคน ที่พุ่งเจาะผ่านกลุ่มเมฆในท้องฟ้าอย่างดุร้าย ทำให้กลุ่มเมฆเหล่านั้นต้องแตกกระจายออก และกลายเป็นหยดน้ำฝนก่อนเวลาอันควร

ในตอนนี้สามผู้พิสดารค้นหาเต๋าขั้นสูงสุด กำลังพุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเมิ่งฮ่าว เป็นความรวดเร็วเช่นเดียวกับตอนที่พวกมันไปปรากฏกายขึ้น ใกล้กับทะเลสาบเต๋าโบราณในช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากที่เมิ่งฮ่าวก้าวเท้าเข้าไปในรถศึก

พวกมันไม่ได้เปิดเผยรูปร่างหน้าตาให้เห็น แต่กลิ่นอายของพวกมันก็ชัดเจนยิ่ง เพียงชั่วขณะพวกมันก็รับรู้ได้ถึงร่องรอยที่ผ่านไปของเมิ่งฮ่าว หลังจากนั้นพวกมันก็ไล่ติดตามเขาไปในทันที

แน่นอนว่า พวกมันไม่เคยจะคาดคิดว่าจริงๆ แล้วเมิ่งฮ่าว ได้ใช้บางสิ่งที่มีความรวดเร็วอย่างน่ากลัวเช่นรถศึกนี้

เมิ่งฮ่าวผลักดันให้รถศึกพุ่งไปอย่างรวดเร็วเท่าที่จะเป็นไปได้ เพียงชั่วพริบตา เขาก็อยู่ห่างไกลจากทะเลสาบเต๋าโบราณ และกำลังเข้าไปใกล้เขตชายแดนของสำนักเซี่ยเยา ในตอนนี้เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และพุ่งไปให้รวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม ที่ด้านหลัง เสียงกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าร้องได้ยินมา ขณะที่มือผอมแห้งสองข้าง กำลังฉีกอากาศออกให้กลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ชายชราเส้นผมสีแดงโผล่ออกมาจากภายใน

มันมีรูปร่างสูงใหญ่ และมีประจุไฟฟ้าปะทุขึ้นอยู่รอบๆ ร่างกาย เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ทันทีที่มันปรากฏขึ้น ราวกับว่ามันเป็นเทพเจ้า

ที่ด้านข้างทางขวามือของมัน รังสีกระบี่ปรากฏขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะสามารถตัดสวรรค์หั่นปฐพี ชายชราในชุดสีดำก้าวเท้าออกมาจากภายในรังสีกระบี่นั้น

ที่ห่างไกลออกไป ผู้ฝึกตนค้นหาเต๋าขั้นสูงสุดจากตระกูลหลี่ ซึ่งเป็นปรมาจารย์รุ่นสามของพวกมัน กำลังติดตามมา พร้อมกับเสียงกึกก้องคล้ายกับเสียงฟ้าผ่า พลังทั้งหมดของพื้นฐานฝึกตนมันได้แสดงออกมา ขณะที่มันบินมา ลูกทรงกลมของเปลวไฟอันน่ากลัวกระพริบไปมาอยู่รอบๆ ร่างมัน ส่องสว่างขึ้นไปในท้องฟ้า

เมื่อคนทั้งสามนี้ปรากฏขึ้น สีหน้าเมิ่งฮ่าวก็สลดลง พวกมันแต่ละคนมีพลังเทียบเท่ากับปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง ในตอนที่เขาได้ต่อสู้กับมันเมื่อหลายปีก่อน ทันทีที่คนทั้งสามปรากฏขึ้น รถศึกก็ส่งเสียงดังกระหึ่ม และสัตว์อสูรอันดุร้ายมากมายนับไม่ถ้วนก็โผล่ออกมา ทุกสิ่งทุกอย่างสั่นสะท้าน และเมิ่งฮ่าวก็พุ่งออกไปในที่ห่างไกล

เขาเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วเช่นนั้นจนหายลับไปในชั่วพริบตา สามผู้ฝึกตนค้นหาเต๋าเริ่มไล่ล่าตามเขาไป

ทันใดนั้น จากทิศทางอื่น ชายชราที่บ้าคลั่งบินอยู่ที่ด้านล่างของกลุ่มเมฆ หัวเราะอย่างคลุ้มคลั่งขณะที่สายฝนสาดซัดร่างกายมันจนเปียกชุ่ม

“ฮา ฮา ฮา! กลายเป็นเซียน…กลายเป็นเซียน…” เสียงหัวเราะอย่างโง่งมของมันดูเหมือนจะประกอบไปด้วยร่องรอยของความแจ่มใส ร่างกายมันแวบขึ้น และหายตัวไป

รถศึกของเมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่สามผู้ไล่ล่าติดตามมาก็เคลื่อนที่รวดเร็วราวกับเป็นสายฟ้า ขณะที่พวกมันข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกถึงอันตรายในจิตใจเมิ่งฮ่าวก็เริ่มเข้มข้นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รังสีสังหารก็มองเห็นได้ในดวงตาเขาด้วยเช่นเดียวกัน ตามมาด้วยความโหดเหี้ยมและโทสะ

แต่เขาก็ไม่ได้เชื่องช้าหรือหยุดลง พื้นฐานฝึกตนของเขาไม่อาจจะเทียบได้กับคู่ต่อสู้ขั้นสูงสุดค้นหาเต๋า และเขาก็ไม่ต้องการจะเสี่ยงในการที่จะต้องสูญเสียพื้นฐานเต๋าอันเป็นนิรันดร์ไป! แต่ถึงกระนั้น ช่องว่างระหว่างเขาและกลุ่มผู้ไล่ติดตามมาก็เริ่มหดเล็กลงไปอย่างต่อเนื่อง!!

“เร็วขึ้นอีก! ต้องไปให้เร็วกว่านี้!” เขาคิดพร้อมกับแผดร้องตะโกนอยู่ภายในใจ ที่ด้านหลัง สามผู้แข็งแกร่งค้นหาเต๋ายกมือขึ้น และชี้ตรงมายังทิศทางของเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้น เสียงแค่นอย่างเย็นชาก็ดังก้องออกมาจากด้านบนขึ้นไป

“ไสหัวไป!!” เป็นเสียงที่เก่าแก่โบราณ และเต็มไปด้วยความก้าวร้าวอย่างไร้ขอบเขต ทันทีที่เสียงนั้นดังก้องออกมา ท้องฟ้าก็กลายเป็นสีแดงเข้ม และพื้นดินก็กลายเป็นทะเลแห่งโลหิต ปรมาจารย์อสูรโลหิตจู่ๆ ก็ปรากฏกายขึ้นระหว่างเมิ่งฮ่าวและผู้แข็งแกร่งค้นหาเต๋า

คำพูดของมันกลายเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องออกไปทั่วทั้งสวรรค์ และเสียงเลื่อนลั่นก็ดังออกมาจากพื้นดิน ขณะที่ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นสีแห่งโลหิต เสียงกระหึ่มที่ดังขึ้นมาจากพื้นดิน กลายเป็นระลอกคลื่นที่กระแทกตรงออกไปยังสามผู้ฝึกตนที่ใกล้เข้ามา

ชายชราทั้งสามต่างก็ใช้วิธีการที่แตกต่างกัน ชายชราผมสีแดงยกมือขึ้น จากนั้นก็ตบฝ่ามือลงไป สายฟ้าสีแดงหนึ่งหมื่นสายฟาดลงมา แต่มันก็ถูกบังคับให้ต้องหยุดชะงักนิ่ง สีหน้าเปลี่ยนไป

ชายชราชุดเขียวจากสำนักอีเจี้ยนมีสายตาที่คมกริบราวกับเป็นกระบี่ อากาศรอบๆ ตัวมันส่งเสียงดังกระหึ่ม และจากนั้นก็แตกกระจายไป ขณะที่มันต้องหยุดชะงักในทันที

สำหรับปรมาจารย์รุ่นสามตระกูลหลี่ ซึ่งสวมใส่เสื้อผ้าลายปัก และมีเส้นผมสีขาวพริ้วไปมา ร่างมันกระจายพลังออกมา และภาพลวงตาของตะวันและจันทราก็หมุนวนอยู่รอบๆ ร่าง มันต่อสู้กลับไปยังการโจมตีของปรมาจารย์อสูรโลหิต แต่ก็ต้องส่งเสียงฮึดฮัดด้วยความไม่พอใจอยู่ในลำคอ ขณะที่มันต้องหยุดชะงักนิ่งไปด้วยเช่นเดียวกัน

เมิ่งฮ่าวถอนหายใจด้วยความโล่งอกออกมา จากนั้นก็เก็บรถศึกไว้ ไปยืนอยู่ที่ด้านข้างของปรมาจารย์อสูรโลหิต จ้องมองไปยังสามผู้ไล่ล่าติดตามมาอย่างเย็นชา

สายตาของสามชายชราเย็นชาขณะที่พวกมันมองไปยังปรมาจารย์อสูรโลหิต และจากนั้นก็เริ่มกล่าวขึ้น

“เซี่ยเยา, ส่งมอบวิญญาณเซียนแท้ออกมา!”

“มอบวิญญาณเซียนแท้ออกมา! ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป! เจ้าไม่อาจจะต่อสู้กับดินแดนด้านใต้ทั้งหมดได้!”

“นำมันออกมา และพวกข้าจะตัดสินกันในที่แห่งนี้ว่าใครจะได้มันไป อันที่จริง พวกเราสามารถจะนำมันมาแบ่งกันได้ เซี่ยเยา ให้คำตอบพวกข้ามา มิเช่นนั้น…”

แน่นอนว่า ภายในใจ คนทั้งสามต่างก็เกรงกลัวต่อปรมาจารย์อสูรโลหิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการต่อสู้ที่สำนักชิงหลัว

“มิเช่นนั้นอะไร…?” ปรมาจารย์อสูรโลหิตกล่าวตอบ

“มิเช่นนั้นเจ้าก็จะทำให้เกิดสงครามในดินแดนด้านใต้ทั้งหมด!”

“สำนักอีเจี้ยน, สำนักจินหาน, ตระกูลหลี่…และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักชิงหลัว ต่างก็ยินดีที่จะรวมพลังกันเพื่อบุกมายังสำนักเจ้า ถ้าเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้น สำนักเซี่ยเยาของเจ้าก็เตรียมตัวที่จะถูกกวาดล้างไปได้เลย!”

“พลังอันยิ่งใหญ่ทั้งสี่แห่งดินแดนด้านใต้ สามารถจะทำลายรากฐานของสำนักเซี่ยเยาได้อย่างง่ายดาย เซี่ยเยา อย่าได้ทำสิ่งที่จะนำมาซึ่งเป็นการกลบฝังตนเอง!”

เมื่อได้ยินทั้งหมดนี้ จิตใจเมิ่งฮ่าวก็เต้นรัว ถึงแม้ว่าเขาจะประเมินค่าของวิญญาณเซียนแท้ด้วยตนเองแล้ว แต่ก็ไม่เคยจะคาดคิดว่ามันจะมีค่ามาก จนสามารถไปกระตุ้นให้เกิดเป็นสงครามใหญ่ในดินแดนด้านใต้มาก่อน

เมิ่งฮ่าวมองไปยังปรมาจารย์อสูรโลหิต เขาไม่ต้องการให้วิญญาณเซียนแท้ที่เขาไขว่คว้ามาได้ ต้องทำให้คนทั้งหมดตกอยู่ในห้วงสงคราม “ท่านปรมาจารย์ ข้าจะ…”

“ไม่จำเป็นต้องกล่าวอันใด” ปรมาจารย์อสูรโลหิตกล่าวด้วยเสียงราบเรียบ “เจ้าคว้ามันไว้ได้ ดังนั้นมันก็เป็นของเจ้า วิญญาณเซียนแท้นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก แล้วเจ้าคิดจะส่งมอบออกไปได้อย่างไร?” จากนั้นสายตาของมันก็กวาดผ่านไปยังผู้ฝึกตนอีกสามคน และหัวเราะอย่างเย็นชาออกมา

“สำหรับพวกเจ้าทั้งสาม…ไสหัวไป!”

“เซี่ยเยา!” พวกมันตะโกนออกมา สีหน้าเปลี่ยนไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน และพวกมันก็จ้องนิ่งไปยังปรมาจารย์อสูรโลหิต ในที่สุด สายตาพวกมันก็แวบขึ้น หันหลังและหายตัวไป

“ท่านปรมาจารย์” เมิ่งฮ่าวกล่าว “ถ้าท่านต้องการวิญญาณเซียนแท้นี้ มันก็จะเป็นของท่าน…” จิตใจเขายังคงเต้นรัวอยู่เล็กน้อย ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักว่าปรมาจารย์อสูรโลหิตดูเหมือนค่อนข้างจะแตกต่างไปจากตอนที่เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้

“ไม่ต้องกังวล” ปรมาจารย์อสูรโลหิตกล่าว ส่ายหน้า “ข้าจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างเอง สำหรับวิญญาณเซียนแท้นั่น…มันไม่ค่อยมีประโยชน์มากนักสำหรับข้า ข้าเกรงว่ามันก็คงจะช่วยอาจารย์ของเจ้า ตานกุ่ย, ได้ไม่มากนักเช่นเดียวกัน ในวันข้างหน้า ลองให้มันศึกษาดูสักเล็กน้อย อาจจะช่วยได้บ้าง”

“อาจารย์ของข้า?” เมิ่งฮ่าวกล่าว อ้าปากค้าง แน่นอนว่า เขาไม่ได้รับรู้ถึงเรื่องราวการตัดวิญญาณและค้นหาเต๋าของตานกุ่ย

“เจ้าจะเข้าใจในรายละเอียดได้เองในภายหลัง” ด้วยเช่นนั้น ปรมาจารย์อสูรโลหิตก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ กวาดเมิ่งฮ่าวขึ้นและหายไปในอากาศ เมื่อคนทั้งสองไปปรากฏกายขึ้นใหม่ ก็กลับไปอยู่ในสำนักเซี่ยเยา

ทันทีที่ศิษย์สำนักเซี่ยเยามองเห็นเมิ่งฮ่าว พวกมันก็เริ่มพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“เจ้าสำนักน้อย!”

“เจ้าสำนักน้อยกลับมาแล้ว!”

“ขอคารวะ เจ้าสำนักน้อย!”

ผู้เฒ่าอสูรสวรรค์ลี้ลับและอีกห้าผู้เฒ่า ต่างก็บินลงมาจากยอดเขาของพวกมัน และเข้าเยี่ยมคารวะเมิ่งฮ่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ยินดีต้อนรับในการกลับมา เจ้าสำนักน้อย!”

บนยอดเขาห้า ชายชราหลังค่อมยิ้มและจากนั้นก็โค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าวพร้อมกับประสานมือ

หวังโหย่วฉายลุกขึ้นมายืน จากตำแหน่งที่อยู่ตรงปากทางเข้าหุบเขา และมองไปยังเมิ่งฮ่าว สวี่ชิงเป็นศิษย์พี่ของมัน และมันก็ได้เติบโตมาพร้อมกับเมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่าหวังโหย่วฉายจะดูน่ากลัวอันเนื่องมาจากสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงของมัน แต่บุคลิกพื้นฐานของมันก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อเมิ่งฮ่าวไม่อยู่ มันก็จะปกป้องหุบเขานี้ด้วยชีวิตของมัน สิ่งที่มันกำลังปกป้องเป็นความทรงจำของมัน และเป็นร่องรอยแห่งชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยสงบสุข เป็นสิ่งสุดท้ายที่ยังคงเหลืออยู่ภายในจิตใจมัน

สวี่ชิงเดินออกมาจากหุบเขาและส่งยิ้มขึ้นไปให้กับเมิ่งฮ่าว ซึ่งลอยตัวอยู่ด้านบน

เมื่อสายตาของนางสานประสบพบกับสายตาของเมิ่งฮ่าว ก็กลายเป็นความทรงจำที่จะคงอยู่ต่อไปตราบชั่วนิรันดร์

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: