I Shall Seal The Heaven Chapter 779

0 Comments

ตอนที่ 779

ดินแดนทางเหนือปราชัย!

สวรรค์สะท้านปฐพีสะเทือน เสียงกระหึ่มราวกับเสียงฟ้าร้อง ดังก้องออกไปทั่วทั้งดินแดนด้านใต้ การระเบิดตนเองของหุ่นเชิดเซียนเทียม ไม่เพียงแต่จะทำให้ดินแดนด้านใต้สั่นสะเทือนเท่านั้น ระลอกคลื่นของอากาศยังได้กระจายออกไปทั่วทั้งทะเลทรายทางเหนือ และกลุ่มเมฆที่ด้านบนของดินแดนตะวันออกก็พลุ่งพล่านปั่นป่วน

ในเวลาเดียวกันนั้น ขณะที่พลังการทำลายล้างกวาดออกไปทั่วทั้งร่างเมิ่งฮ่าว ร่างกายเขาก็แวบขึ้นด้วยประกายสายฟ้า

เคลื่อนร่างย้ายตำแหน่ง!

ร่างเขาหายไป และเมื่อปรากฏขึ้นอีกครั้ง ก็ไปอยู่ในจุดที่บุรุษวัยกลางคนในชุดสีม่วงและมังกรวารีเคยอยู่มาก่อน ผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าจากดินแดนทางเหนือ ไปปรากฏกายขึ้นในตำแหน่งของเมิ่งฮ่าวเดิม มันไม่มีแม้แต่เวลาที่จะแผดร้องเป็นเสียงโหยหวนออกมา ก่อนที่พลังแห่งการทำลายล้างจะปกคลุมไปทั่วร่างมัน

เสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ดังเต็มอยู่ในหูของคนทั้งหมด แทบจะดูเหมือนว่าท้องฟ้ากำลังจะพังทลายและตกลงมา

ผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าถูกสังหารไปในทันที และเซียนรุ่งอรุณก็ถูกห่อหุ้มด้วยพลังแห่งการทำลายล้างนั้น แม้แต่เสียงหรือสัญญาณใดๆ ของนางก็ไม่อาจจะหลุดรอดออกมาได้

อย่างไรก็ตาม สะพานดอกปี่อ้านทั้งสองข้าง ที่ยืดยาวออกไปทั่วทั้งทะเลเทียนเหอกำลังสั่นสะท้าน ราวกับว่าพวกมันกำลังทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่บางส่วนของสะพานพังทลายลงไป กิ่งก้านเหล่านั้นกลายเป็นเถ้าธุลีไป

เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังก้องออกมาจากดอกปี่อ้าน ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง จนทำให้พื้นดินแตกร้าว ท้องฟ้าสั่นสะท้าน!

“เมิ่งฮ่าว!!”

ย้อนกลับไปในดินแดนด้านใต้ เมิ่งฮ่าวไปปรากฏกายขึ้นอยู่ที่ด้านข้างปรมาจารย์ซ่งในสนามรบ และร่างกายก็เต็มไปด้วยโลหิต

เพียงส่วนเดียวในร่างเขาที่ยังคงครบถ้วนสมบูรณ์ก็คือมือที่กำลังถือกระถางสายฟ้าอยู่ ร่างกายส่วนที่เหลือทั้งหมดฉีกขาดรุ่งริ่ง ผิวหนังเขาฉีกขาดหายไป และโลหิตก็แห้งกรัง มองเห็นได้ถึงอวัยวะภายใน และศีรษะครึ่งหนึ่งของเขาก็ถูกทำลายไป ถ้ามองไปแค่คร่าวๆ ก็ดูเหมือนว่าเขาได้ตายไปแล้ว

อาณาจักรความเป็นนิรันดร์ของเขาถูกใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังคงทำการฟื้นฟูตนเองอยู่ แต่กระนั้น มันก็ยังไม่อาจจะฟื้นฟูร่างกายเขาได้ บาดแผลเหล่านี้แม้แต่เม็ดยาที่มหัศจรรย์มากที่สุด ก็ยังไม่อาจจะช่วยรักษาได้!

พลังทำลายล้างอันมหาศาลได้กระแทกมาที่เมิ่งฮ่าว การที่เขายังไม่ตายไปในแรงระเบิดนั้น จริงๆ แล้วก็ถือว่าเป็นความโชคดีล้วนๆ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่ากระถางสายฟ้าที่ต่อต้านสวรรค์นั้นแล้ว เมิ่งฮ่าวก็คงต้องถูกทำลายไปอย่างแน่นอน!

แม้จะเป็นเช่นนั้น เมื่อเขาปรากฏกายขึ้นใหม่ สามผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าที่ยังเหลืออยู่ของดินแดนทางเหนือ ต่างก็อ้าปากค้าง และถอยไปด้านหลังอย่างไม่รู้สึกตัว พวกมันไม่กล้าจะพยายามหาโอกาสกระทำการเคลื่อนไหวใดๆ

ความโหดเหี้ยมดุร้ายในตอนแรกของเมิ่งฮ่าว, การระเบิดตนเองอย่างน่ากลัวของเขา, การกำจัดร่างจำแลงเซียนรุ่งอรุณ, การสังหารผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าได้อย่างง่ายดาย…ทั้งหมดนี้ทำให้นามอันน่ากลัวของเขา ได้ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของทุกๆ คน

เสียงพูดคุยดังขึ้นมาจากผู้ฝึกตนนับแสนแห่งดินแดนทางเหนือ

“มันยังไม่ตาย!!”

“ร่างกายมันบอบช้ำขนาดนั้น แต่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่!!”

ตานกุ่ยพุ่งตรงไปพร้อมกับเม็ดยา ขณะที่ปรมาจารย์ซ่งและปรมาจารย์จินหาน พุ่งเข้าไปที่ด้านข้างเมิ่งฮ่าว เพื่อคอยคุ้มครองป้องกันในทันที

“ฮ่าวเอ๋อร์!” ตานกุ่ยกล่าวอย่างรีบร้อน

สำหรับร่างจริงที่สองของเมิ่งฮ่าว มันมีท่าทางเซื่องซึมและหมองคล้ำ ถ้าเมิ่งฮ่าวตายไป…มันก็คงต้องตายไปด้วยอย่างแน่นอน

เมิ่งฮ่าวไม่อาจจะพูดออกมาได้ ดวงตาว่างเปล่า และสีหน้าก็มีท่าทางสับสน กลิ่นอายแห่งความตายหมุนวนไปรอบๆ ร่าง ราวกับว่าเขาอาจจะตกตายไปได้ทุกเมื่อ เขามีสติเหลืออยู่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น มองลงไปที่พื้นยังกลุ่มผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือที่ประหลาดใจกันอยู่

จากนั้น กระถางสายฟ้าก็แวบขึ้น และเขาก็หายตัวไป เมื่อปรากฏกายขึ้นใหม่ เขาก็สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกับหนึ่งในผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือ จากนั้นมือเขาก็ระเบิดออก ส่วนของร่างกายที่ยังเหลืออยู่อย่างครบถ้วน ก็คือศีรษะครึ่งส่วนของเขาเท่านั้น!

ขณะที่ศีรษะส่วนสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่ของเขาระเบิดออก กลายเป็นกลุ่มหมอกสีโลหิตตกลงไปบนพื้น กลุ่มหมอกนั้นไม่ได้จางหายไป แต่ทันใดนั้นก็ซึมเข้าไปในร่างของผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ผ่านเข้าไปในดวงตา, หู, จมูกและปากของมัน ผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือส่งเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวออกมา ร่างกายมันเริ่มบิดเบี้ยวไปมา เส้นเลือดสีเขียวโผล่ขึ้นมาบนหน้าผาก สีหน้ามันเต็มไปด้วยความประหลาดใจและหวาดกลัวอย่างที่สุด

“ไม่! ช่วยข้า…” ในท่ามกลางประโยคของมัน คำพูดถูกตัดขาดไป มันเริ่มเหี่ยวแห้งลงไป ขณะที่ปราณ, โลหิต, พื้นฐานฝึกตน และวิญญาณถูกดูดออกไปทั้งหมด

ขณะที่มันตายไป กลุ่มหมอกสีแดงจำนวนมาก โผล่ออกมาจากภายในร่างมัน จากนั้นก็กระจายออกเป็นสองสาย และกระจายออกไปอีกครั้ง

เสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจดังก้องออกมา ทำให้สนามรบเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว!

เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่หนึ่งในผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือคนแล้วคนเล่า แห้งเหี่ยวลงและตายไป กลุ่มหมอกโลหิตแยกออกจากสองส่วนเป็นสี่ส่วน จากนั้นก็แปด, สิบหก, สามสิบสอง, หกสิบสี่…สุดท้าย กระแสของกลุ่มหมอกโลหิตนับร้อยก็กระจายออกไป ไหลซึมเข้าไปในร่างนับร้อย ดูดพลังปราณ, โลหิต, พื้นฐานฝึกตน และวิญญาณของพวกมันไป จากนั้นกลุ่มหมอกก็กระจายออกไปอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงแค่พริบตา ก็มองเห็นกระแสของกลุ่มหมอกสีแดงนับพันเกิดขึ้น มันคือมาร, มารร้าย สามารถรับรู้หรือสัมผัสได้ขณะที่มันกระจายออกไป หลีกเลี่ยงจากผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ทั้งหมด และมองหาเพื่อกำจัดผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือเท่านั้น

สูงขึ้นไปในกลางอากาศเป็นสามปรมาจารย์ขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าจากดินแดนทางเหนือ สองชายชราที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกัน อยู่ในชุดสีดำและขาว ดูคล้ายกับผีดิบ อีกคนดูคล้ายกับบุรุษหนุ่ม ที่มีสัญลักษณ์เวทอันลึกลับหมุนวนไปมาอยู่รอบๆ กาย จากที่เห็นสัญลักษณ์เวทแต่ละชิ้นต่างก็ประกอบด้วยอาวุธชนิดต่างๆ พร้อมที่จะถูกปลดปล่อยออกมา

คนทั้งสามมองดูสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ด้วยความตกตะลึงโดยสิ้นเชิง หลังจากที่สบตากันไปมา พวกมันก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ใช้ความเร็วทั้งหมดที่สามารถรวบรวมได้ หลบหนีจากไปในทันที

พวกมันจะกล้าสู้ต่อไปได้อย่างไร?!

เซียนรุ่งอรุณตายไป จากผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าทั้งเจ็ด สี่คนตกตายไป สามคนถูกเมิ่งฮ่าวสังหาร ยิ่งไปกว่านั้นก็เห็นอย่างแน่ชัดว่าเมิ่งฮ่าว…ยังไม่ได้ตายไป!

ไม่มีทางที่พวกมันจะกล้าอยู่ต่อ นอกจากนี้ตานกุ่ยก็อยู่ในขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าแล้วในตอนนี้ เช่นเดียวกับปรมาจารย์จินหานและปรมาจารย์ซ่ง ทั้งสามคนนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้น และนี่ก็ยังไม่ได้พูดถึงร่างจริงที่สองของเมิ่งฮ่าวอีก ดูเหมือนว่ามันจะอ่อนแอ แต่ถ้าเมิ่งฮ่าวฟื้นฟูขึ้นมาได้ มันก็จะกลายเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งอีกคนหนึ่ง!

จึงไม่มีทางที่จะสู้ต่อไปได้อีก

การตายไปของร่างจำแลงเซียนรุ่งอรุณ ได้ปิดผนึกโชคชะตากองกำลังที่สองของดินแดนทางเหนือไปจนหมดสิ้น

สามผู้แข็งแกร่งขั้นสูงสุดค้นหาเต๋าที่ยังเหลืออยู่หลบหนีไป สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกมันก็คือ ไปสมทบกับกองกำลังที่สาม เพียงแค่นี้เท่านั้นพวกมันถึงจะกล้ามาเผชิญหน้ากับเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง

ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่มีโอกาสที่จะสังหารเมิ่งฮ่าวได้อีก…แต่มีความเสี่ยงมากเกินไป การหลบหนีจึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยมากที่สุด

สามผู้แข็งแกร่งค้นหาเต๋าที่กำลังหลบหนีไป ไม่สนใจผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือที่ยังคงเหลืออยู่นับแสนที่ด้านล่างแม้แต่น้อย สำหรับปรมาจารย์ซ่งและคนอื่นๆ ต่างก็ลังเลอยู่ชั่วขณะ ครุ่นคิดว่าจะไล่ติดตามพวกมันไปดีหรือไม่ สุดท้ายพวกมันก็ตัดสินใจว่าเมิ่งฮ่าวมีความสำคัญมากกว่า

ถึงแม้ว่าคนทั้งหมดจะไล่ติดตามพวกมันไปจนทัน แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

ตานกุ่ย และคนอื่นๆ สบตากันไปมา

“ไม่ต้องสอดมือเข้าไป” ตานกุ่ยกล่าว “พวกเรามาเริ่มสร้างเวทป้องกันเพื่อผนึกสถานที่แห่งนี้และปกป้องมันไว้!”

“นั่นเป็นการกระทำที่ถูกต้อง มันกำลังใช้เวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิตเพื่อฟื้นฟูตนเองอยู่! เริ่มกันเถอะ!” ทันใดนั้น คนทั้งหมดก็แยกย้ายกัน และเริ่มปิดผนึกสถานที่แห่งนี้ไป

ที่ด้านล่าง กลุ่มหมอกโลหิตโหมกระหน่ำ ตอนนี้มันได้แยกออกมากกว่าหนึ่งหมื่นกระแส ทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวพื้นดินเลือนลางไปทั่ว ผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือจำนวนมากกำลังถูกกลืนกิน มองไม่เห็นกระแสน้ำวนเวทยิ่งใหญ่อสูรโลหิต กลุ่มหมอกสีโลหิตไหลซึมเข้าไปในร่างผู้ฝึกตนเหล่านั้นโดยตรง พวกมันไม่อาจจะหลบหนีจากไปได้ ร่างกายพวกมันแห้งเหี่ยวลงไปอย่างรวดเร็ว ชะตากรรมของพวกมันถูกผนึกไว้ ปราณและโลหิต, พื้นฐานฝึกตน และวิญญาณของพวกมัน ต่างก็กลายเป็นเครื่องสังเวยที่มีชีวิต!

เสียงแผดร้องโหยหวนดังเต็มอยู่ในสนามรบ ตามมาด้วยเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้ตกตะลึงกันโดยสิ้นเชิง และรู้สึกประหลาดใจต่อสิ่งที่พวกมันกำลังมองเห็นอยู่

สิ่งที่พวกมันเห็นเป็นซากศพที่แห้งกรังนับไม่ถ้วน มีดวงตาปูดโปนและใบหน้าที่บิดเบี้ยว ราวกับว่าได้รับความเจ็บปวดอย่างสูงสุด

กลุ่มหมอกสีโลหิตขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดกระแสหนึ่งหมื่นสายนั้น ก็ก่อตัวเป็นแกนหลักตรงจุดที่เมิ่งฮ่าวได้ระเบิดขึ้นในตอนแรก สำหรับกลุ่มหมอก ดูเหมือนว่ามันได้ยืดขยายออกมาจากจุดศูนย์กลางของแกนหลักนั้น

ในที่สุด กลุ่มหมอกสีโลหิตก็หมุนวนอย่างเดือดพล่านอยู่รอบๆ แกนหลัก กลายเป็นสิ่งที่ดูคล้ายกับรังไหมอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีบางสิ่งที่คล้ายกับเป็นเสียงเต้นของหัวใจ ได้ยินขึ้นมาในทันที

ตึก ตัก!

ตึก ตัก!

ตึก ตัก!

ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจนั้น ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน ท้องฟ้ามืดสลัวลง ราวกับว่าทั่วทั้งโลกแห่งนี้กำลังถูกปกคลุมด้วยความดุร้ายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กลุ่มหมอกสีแดงอันไร้ขอบเขตดูเหมือนจะขยายตัวออกไปจากรังไหม ตอนนี้มีอยู่มากกว่าห้าหมื่นกระแสที่ม้วนกวาดไปมา ทำให้ผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือไม่มีทางที่จะหลบหนีจากไป

“ไมมม่!!”

“บัดซบ, ผู้ฝึกตนดินแดนด้านใต้! พวกเจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”

“สังหารพวกมัน! สังหารเจ้าสารเลวดินแดนด้านใต้เหล่านี้ไป ในขณะที่ยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง!”

ผู้ฝึกตนดินแดนทางเหนือที่มารุกรานดินแดนด้านใต้ เดือดพล่านด้วยความเกลียดชัง ส่งเสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดออกมา

ในเวลาเดียวกันนั้น ไกลออกไปในท่ามกลางหมู่ดาว ที่อยู่ด้านนอกดาวหนานเทียน มีแม่น้ำอันยิ่งใหญ่ซึ่งไม่มีผู้ฝึกตนคนไหนจะเคยพบเห็นมาก่อน กำลังไหลยาวออกไป

เพียงมองแค่แวบแรก ก็ดูเหมือนว่าแม่น้ำนั้นจะเต็มไปด้วยฟองและโคลนเลน แต่เมื่อมองดูให้ละเอียดก็จะเห็นได้ชัดมากขึ้น แม่น้ำนี้ถูกเรียกว่าแม่น้ำแห่งการลืมเลือน และต้นกำเนิดของมันก็คือขุนเขาที่สี่ มันกวาดออกไปทั่วทั้งจิ่วต้าซานไห่ (เก้าขุนเขาทะเลอันยิ่งใหญ่) คอยควบคุมวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่ และเป็นเส้นทางที่นำไปสู่ปรโลก

สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่ตายอยู่ในจิ่วต้าซานไห่ ถ้าวิญญาณไม่ได้กระจัดกระจายหายไป ก็จะเข้าไปในแม่น้ำนี้ และจะถูกนำไปยังขุนเขาที่สี่ หลังจากนั้นก็จะเริ่มเข้าไปสู่วัฏจักรแห่งการเกิดใหม่

มีวิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนอยู่ภายในแม่น้ำสายนี้ พวกมันส่วนใหญ่จะมองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ส่งเสียงคร่ำครวญและแผดร้องออกมา วิญญาณหลายดวงตะเกียกตะกายดิ้นรน ที่จะหลบหนีออกไปจากแม่น้ำ รวมทั้งสัตว์อสูรอันแข็งแกร่งและผู้ฝึกตนที่ทรงพลัง

ในบรรดาสัตว์อสูรอันดุร้ายจำนวนมากในแม่น้ำ หนึ่งในนั้นเป็นตัวลิ่นที่ปกคลุมเต็มไปด้วยหอกยาว มันมีความยาวถึงหนึ่งพันจ้าง และกำลังส่งเสียงแผดร้องด้วยความเดือดดาลอยู่ในตอนนี้

ร่างครึ่งตัวของมันจมอยู่ในแม่น้ำ และกำลังดิ้นรนอย่างเต็มกำลัง เมื่อไหร่ที่จมลงไปทั้งตัว มันก็จะสูญเสียสติสัมปชัญญะไป ขณะที่ดิ้นรนอย่างไม่คิดชีวิตอยู่นั้น ก็แผดร้องเป็นเสียงดังออกมา

“ข้าคือเซียนซานเสิน! (เซียนภูเขาเทพ) ท่านปู่ของข้าคือเต้าจู่ (มรรคาจารย์) ของเทือกเขาสายลมแห่งขุนเขาที่เจ็ด! พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรมาจับข้าเข้ามาในวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่นี้!!”

ขณะที่สัตว์อสูรนั้นแผดร้อง มันก็เริ่มโผล่ขึ้นมาจนแทบจะหลุดออกจากแม่น้ำได้แล้ว แต่ทันใดนั้นแม่น้ำก็เริ่มเดือดพล่าน ละอองน้ำพุ่งขึ้นไปในอากาศ จนยืดขยายออกไปเพื่อก่อตัวเป็นทะเล เสียงกระหึ่มได้ยินมา ขณะที่สัตว์อสูรเริ่มจมกลับลงไป เสียงแผดร้องโหยหวนดังก้องออกไปทั่วความว่างเปล่า ขณะที่สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กระแทกลงมา กลายเป็นวิญญาณไร้ร่างมากมายนับไม่ถ้วนหลอมรวมเข้าไปในแม่น้ำนั้น

ภาพที่เห็นนี้ทำให้วิญญาณสัตว์อสูรที่อยู่รอบๆ ทั้งหมด สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว และเต็มไปด้วยประหลาดใจ

ที่ห่างไกลออกไป มีชายชรานั่งตัวตรงลอยอยู่เหนือพื้นผิวของแม่น้ำ ห้อมล้อมด้วยเสียงเพลงที่ไพเราะของเต๋าอันยิ่งใหญ่ ทุกๆ ชิ้นส่วนวิญญาณของมันกระจายความเป็นเซียนออกมา และร่างกายมันก็เปล่งประกายอันเจิดจ้า กระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง ปกคลุมไปทั่วทั้งแม่น้ำอันกว้างใหญ่ มันดูคล้ายกับเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่ อยู่สูงเหนือแม่น้ำแห่งการลืมเลือน มันไม่สนใจน้ำนั้นซึ่งดูเหมือนว่าไม่อาจจะทำอะไรมันได้แม้แต่น้อย

“ข้าคือเต้าจู่จิ้งต้าเหนิงแห่งขุนเขาที่หก อายุขัยของข้าอาจจะสิ้นสุดไป แต่เมื่อในอดีต อายุขัยของเต้าจู่ในจิ่วต้าซานไห่ไร้จุดสิ้นสุด! ตอนนี้…เจ้ามีสิทธิ์อะไรที่จะลากข้าเข้ามาในวัฏจักรแห่งการเกิดใหม่, ขุนเขาที่สี่?!”

ฉับพลันนั้น ชายชราก็มองขึ้นไป ดวงตาดูคล้ายกับเป็นตะวันสองดวง วิญญาณใดๆ ก็ตามที่มันมองไป ก็จะเริ่มแผดร้องและแตกกระจายไปในทันที

——————-

หมายเหตุ : ตัวลิ่น ในภาษาจีนคือ 穿山甲 (ชวนซานเจี่ย) แปลว่า เกราะทะลวงภูเขา

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Battle Sun Chapter 41
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 40
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Battle Sun Chapter 39
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: