I Shall Seal The Heaven Chapter 79

0 Comments

ตอนที่ 79

สังหาร!

“ยาพิษสี่เม็ด” เมิ่งฮ่าวกล่าว เสียงของเขาน่ากลัว และสีหน้าก็บิดเบี้ยว “ข้า, ผู้เยาว์รุ่นหลัง กังวลว่าถ้าข้ากลืนกินเม็ดยาพวกนี้ ข้าก็คงไม่อาจนำพวกท่านไปได้ ถ้ายาพิษมีผลขึ้นมา ข้าก็จะตายไป ถ้ามันไม่มีผลในทันที ผู้อาวุโสจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ข้าจะสามารถถอนพิษมันได้ในภายหลัง? หรือว่าพวกท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้?!”

“แน่นอนว่ามีวิธีขจัดพิษพวกนี้” ชายชราชุดยาวสีแดง จากสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) กล่าวด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก “ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ มันก็ขึ้นกับเจ้า” ในตอนนี้ มันได้ใช้กลยุทธ์ของเมิ่งฮ่าวจู่โจมกลับไปที่เขา ข้อยุติของเรื่องราวทั้งหมด ตอนนี้ก็ตกไปอยู่ที่เมิ่งฮ่าว

เขายืนอย่างเงียบๆ ชั่วครู่ ดังที่ชายชราได้พูด การเลือกว่าจะเชื่อหรือไม่ ได้ตกอยู่ที่เขาเพียงคนเดียวแล้วตอนนี้ โชคร้าย ถ้าเขาเลือกที่จะไม่เชื่อ สถานการณ์ในตอนนี้ก็จะไม่มีทางแก้ได้

สายตาของเมิ่งฮ่าวจ้องไปที่เม็ดยาทั้งสี่ เขาจำได้สามเม็ดจากสี่เม็ดนั้น “นี่คือ…เม็ดยาตะขาบมังกร เม็ดนี้ก็คือซากศพเยือกเย็น และนี่ก็เป็นเม็ดยาโลหิตเผาไหม้ สำหรับยาเม็ดนี้…”

เม็ดยาสามสีจากเทียนจีซ่างเหริน เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมันเลยในแผ่นหยกโบราณนั้น

“พลังฝึกตนของท่านปรมาจารย์เอกะเทวะ สูงส่งเทียบเท่าสวรรค์” เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตัวเอง “ท่านน่าจะรู้จักมัน” เขากัดฟันแน่น จากนั้นก็ยกมือขึ้น และใส่เม็ดยาเข้าไปในปากหนึ่งเม็ด ดูเหมือนมันจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ภายในเม็ดยานี้

และแน่ใจได้ว่า เมิ่งฮ่าวรู้สึกถึงความเจ็บปวดและถูกเผาไหม้เมื่อมันเลื่อนลงไปในลำคอ แต่ความเจ็บปวดนี้ก็ไม่ทำให้เขาลังเล บังคับตัวเองให้กลืนเม็ดยาทั้งหมดลงไปด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ขณะที่เขากำลังจะกลืนเม็ดยาที่ได้มาจากเทียนจีซ่างเหริน เขาก็มองไปที่ดวงตาของมัน

เทียนจีซ่างเหรินยิ้มอยู่ตลอดเวลา เมิ่งฮ่าวไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารู้ว่าเขาจำเป็นต้องกลืนยาเม็ดนี้ลงไป เพื่อคลายข้อสงสัยของทุกคน

ทันทีที่เม็ดยาของเทียนจีซ่างเหรินเข้าไปในปาก มันก็ละลายกลายเป็นน้ำ ซึมลงไปในเลือดเนื้อของเขา เมื่อได้เห็นเมิ่งฮ่าวกลืนเม็ดยาทั้งสี่เม็ดนั้นลงไป ก็ทำให้หลิวเต้าอวิ๋นรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง

ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณสิบคน หรือมากกว่านั้น มองเมิ่งฮ่าวด้วยสายตาแปลกๆ เมื่อได้เห็นความเด็ดเดี่ยวของเขา ก็ทำให้พวกมันรู้สึกว่าต้องระมัดระวังเขาให้มากกว่านี้

เมิ่งฮ่าวสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม มองไปที่เทียนจีซ่างเหรินโดยไม่พูดอะไร

“ไปกันเถอะ” หญิงชรากล่าวพร้อมกับพยักหน้า นางโบกนิ้วตรงไปที่เมิ่งฮ่าว จากนั้นร่างก็กลายเป็นลำแสงสายรุ้งพุ่งออกไป ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ก็ตามไปทีละคน

ดรรชนีที่นางโบกมา ทำให้ถุงเก็บสมบัติ ที่วางอยู่บนพื้น ตรงเท้าของเมิ่งฮ่าว ในทันใดนั้น ก็กลายเป็นวิญญาณแห่งสายหมอกอันน่าเกลียด ร่างของมันสั่นไหว ขณะที่พันไปรอบๆ ร่างของเมิ่งฮ่าว จากนั้นก็พาเขาพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า

หลิวเต้าอวิ๋นติดตามไป มองมาที่เมิ่งฮ่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ

“เจ้าต้องตาย!” มันพูดอย่างโหดเหี้ยม

เมิ่งฮ่าวไม่ตอบโต้ เขาแค่มองอย่างเย็นชาไปที่ ใบหน้าซึ่งแสยะยิ้มอย่างน่าเกลียดของหลิวเต้าอวิ๋น

“หลังจากที่เจ้านำ เหล่าปรมาจารย์พวกนั้นไปที่ถ้ำแห่งเซียน ก็แค่รอจนเจ้ากลับออกมา เจ้าก็ต้องตายอย่างแน่นอน ถึงเจ้าจะขจัดพิษไปได้ ข้าก็จะไม่ให้เจ้าหนีรอดจากไป ไม่มีที่ใดในแคว้นจ้าวแห่งนี้ ที่เจ้าจะหนีไปได้ อีกอย่าง เจ้าเป็นถึงศิษย์สายในของสำนักเอกะเทวะ แต่เจ้าก็นำคนไปสังหารปรมาจารย์ของสำนักตัวเอง ความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร?” คำพูดอาฆาตพยาบาทของหลิวเต้าอวิ๋น เต็มไปด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

“แล้วที่เจ้าสังหารซุนหัวเพราะหอกเงินเล่มนั้น รู้สึกอย่างไร?” เมิ่งฮ่าวพูดเสียงเย็นชา มองลงไปยังหลิวเต้าอวิ๋นที่ตามมาด้านล่าง พื้นดินผ่านใต้เท้าเขาไปอย่างรวดเร็ว นี่เป็นความเร็วที่เมิ่งฮ่าวไม่เคยบรรลุถึงขั้นนี้มาก่อน

จากคำพูดของหลิวเต้าอวิ๋น เมิ่งฮ่าวไม่ได้สนใจกับมันแม้แต่น้อย แต่คำพูดของเมิ่งฮ่าวได้กระแทกไปที่มันราวกับแทงลงไปในบาดแผลสดๆ ดวงตาของมันแดงก่ำ และมองไปที่เมิ่งฮ่าวด้วยความเกลียดชังอย่างรุนแรง มันอยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับซุนหัว เป็นความอัปยศมากที่สุดในชีวิตของมัน จริงๆ แล้ว เหตุการณ์นี้ได้ทำลายอนาคตอันรุ่งโรจน์ภายในสำนักของมันไป ตอนนี้ ดวงตาของมันเหมือนกับว่า จะมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมา กำหมัดจนแน่นขณะที่จ้องอย่างอาฆาตไปที่เมิ่งฮ่าว

เมื่อได้เห็นสีหน้าอันเรียบสงบของเมิ่งฮ่าว ก็สร้างความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย จนทำให้มันเกือบบ้าคลั่ง กำหมัดแน่นชกไปในอากาศที่ว่างเปล่า

มันหายใจแรง กัดฟันแน่น นานสักพัก ก่อนที่จะพูด “เจ้ากลืนยาพิษไปสี่เม็ด ข้าจะรอจนกว่ามันจะกำเริบขึ้นมา จนร่างของเจ้าเน่าเฟะ หัวใจถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ”

“วันนี้, เจ้าต้องตายใต้คมกระบี่ของข้า” เมิ่งฮ่าวพูดเสียงเย็นชา สุ้มเสียงไม่มีทั้งความยินดีหรือความโกรธ เขามองลงไปยังภูเขาอันแห้งแล้ง ที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้านล่าง จากนั้นก็มองไปที่ยอดสูงสุดของสี่ภูเขา ของสำนักเอกะเทวะที่อยู่ห่างไกลออกไป

“เจ้าโอ้อวดไปเถอะ” หลิวเต้าอวิ๋นพูดพร้อมหัวเราะเสียงเย็นเยียบ และน่ากลัว ดูเหมือนมันไม่ได้คิดจริงจังกับคำพูดของเมิ่งฮ่าวมากเท่าไหร่ “เจ้าจะทำมันด้วยตัวเอง? ข้าชักจะรอไม่ไหว ที่จะเห็นพิษในร่างเจ้ากำเริบแล้ว!”

หลังจากมันพูดจบ เสียงระเบิดก็ดังออกมา กลุ่มคนทั้งหมดได้มาถึงลานสีเหลี่ยมจัตุรัส ของสำนักเอกะเทวะ ซึ่งถูกทิ้งให้รกร้างวังเวง มีแต่ใบไม้แห้ง มูลนกต่างๆ และสัตว์อีกไม่มากนัก ซึ่งกระจายออกไปด้วยความหวาดกลัว

สายลมกรรโชกแรง ปรากฎขึ้นพร้อมกับการมาของบุคคลกลุ่มนี้ ม้วนกวาดพื้นของลานสีเหลี่ยมจัตุรัส ของสำนักสายนอกจนสะอาดเกลี้ยงเกลา เมื่อได้เห็นสถานที่นี้ สีหน้าของเมิ่งฮ่าวก็เปลี่ยนไปมาด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย

“รู้สึกอย่างไร ที่ได้เห็นสำนักตัวเองกลายเป็นเช่นนี้, เมิ่งฮ่าว?” หลิวเต้าอวิ๋นพูดเยาะเย้ย เมื่อมันพูด เมิ่งฮ่าวหันร่างมา และมองไปที่มัน รังสีสังหารพุ่งออกมาจากดวงตา เขาเริ่มขยับตัวได้แล้ว จึงยกมือขึ้น กระบี่บินห้าสิบเล่มก็ปรากฎ พุ่งตรงไปที่หลิวเต้าอวิ๋นในทันที

“ข้าคิดว่า สถานที่นี้ น่าจะเป็นหลุมฝังศพของเจ้า ได้เป็นอย่างดี”

ไม่มีลางบอกเหตุอะไรทั้งสิ้นว่าเมิ่งฮ่าวจะโจมตี แม้ในขณะที่คำพูดของเขากำลังดังออกมา กระบี่ก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของหลิวเต้าอวิ๋นเรียบร้อยแล้ว สีหน้าของมันเปลี่ยนไป ไม่เคยคิดว่าเมิ่งฮ่าวจะกล้าโจมตีมัน ในขณะที่มีเหล่าปรมาจารย์อยู่รายรอบ

มันพุ่งออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว กัดลิ้น และพ่นโลหิตออกมา พร้อมกับไข่มุก เป็นไข่มุกที่แตกต่างจากของวิเศษ ที่มันเคยใช้มาก่อน เมื่อไข่มุกเม็ดนั้นลอยออกมาจากปากของมัน ก็เริ่มส่องแสงแห่งรังสีสังหารออกมา กลายเป็นใบหน้าปีศาจสีดำอันน่าเกลียดน่ากลัว กระแทกไปที่กระบี่บินห้าสิบเล่มของเมิ่งฮ่าว

เสียงระเบิดดังสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณนั้น เมื่อใบหน้าปีศาจป้องกันกระบิ่บินส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ก็มีกระบี่บินหนึ่งเล่ม ส่งเสียงอันดุร้ายขณะที่แหวกฝ่าอากาศ และยังคงพุ่งตรงไปที่หลิวเต้าอวิ๋น

ใบหน้าของหลิวเต้าอวิ๋นบิดเบี้ยว มันรู้ว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายขั้นชี้เป็นชี้ตาย มันส่งเสียงกู่ร้องออกมา ยกแขนขึ้นมากันกระบี่ไว้ กระบี่แทงทะลุเข้าไปในหัวไหล่ด้านขวาของมัน ส่งผลให้โลหิตพุ่งกระจาย เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวก็ดังไปทั่ว ทั้งสำนักเอกะเทวะที่รกร้างวังเวง

ขณะที่กระบี่ได้แทงเข้าไปในหัวไหล่ของมัน ทันใดนั้นก็ระเบิดออก ทำให้แขนขวาของหลิวเต้าอวิ๋นหายไปในกลุ่มเมฆโลหิต เลือดพ่นกระจายออกมาจากปากของมัน และมันก็รีบถอยไปด้านหลัง สีหน้าซีดขาว และสายตาก็ส่องประกายความกลัว และความประหลาดใจออกมา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แค่ช่วงเวลาของประกายไฟเกิดขึ้น แขนขวาของมันก็ถูกทำลายไป และเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัวของมัน ก็ยังคงดังก้องไปทั่วในอากาศ ผู้ฝึกตนขั้นสร้างแกนลมปราณจากสามสำนักใหญ่ มองกลับมาทีละคน ดวงตาของพวกมันเย็นชา โดยเฉพาะคนที่มาจากสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก)

หลิวเต้าอวิ๋น ถอยหลังไป ส่งเสียงร้องดังออกมา

“ท่านปรมาจารย์, เจ้าผู้นี้…”

เมิ่งฮ่าวเดินตรงไป ด้วยสีหน้าเย็นชา ในขณะที่หลิวเต้าอวิ๋นกำลังพูดไม่ทันจบ เขาก็โบกสะบัดมือขวา และกระบี่บินร้อยเล่ม ก็ปรากฎขึ้น ทำให้ทั่วทั้งลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส เต็มไปด้วยพิรุณกระบี่จำนวนมากมาย ตกลงไปบนร่างหลิวเต้าอวิ๋น

ถึงมันจะอยู่ในระดับเก้า ขั้นรวบรวมลมปราณ แต่เมิ่งฮ่าวก็เช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น พลังการฝึกตนของเมิ่งฮ่าว ก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคัมภีร์สุดยอดวิญญาณ และก็มีแกนทะเลลมปราณสีทอง รวมถึงยังมีจิตสัมผัสอีกเล็กน้อยในจิตใจ เมื่อรวมกันแล้วก็มากพอที่จะบดขยี้หลิวเต้าอวิ๋น พิรุณกระบี่ส่งเสียงหวีดหวิวพุ่งผ่านอากาศลงมา หลิวเต้าอวิ๋นไม่มีแม้แต่เวลาที่จะพูด

เสียงระเบิดดังขึ้น และหลิวเต้าอวิ๋นก็พ่นโลหิตออกมาอีก แสงระยิบระยับส่องสว่างอยู่ตรงหน้ามัน ขณะที่มีดสั้นแก้วผลึกต่อต้านกระบี่บินทั้งร้อยเล่มของเมิ่งฮ่าว และแน่นอนว่า ได้ทำให้หลิวเต้าอวิ๋นบาดเจ็บมากขึ้น มันถอยออกไปไกลกว่าเดิม ร้องตะโกนออกมา

“ท่านปรมาจารย์, ช่วยข้าด้วย!”

“เมิ่งฮ่าว, ยั้งมือด้วย!” เสียงดังมาจาก ท่ามกลางผู้ฝึกตนสี่คน ขั้นพื้นฐานลมปราณ แห่งสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) พวกมันขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่า ไม่ต้องการให้เมิ่งฮ่าวสังหารหลิวเต้าอวิ๋น ที่เบื้องหน้าของคนทั้งหมด ร่างของพวกมันกลายเป็นลำแสง ขณะที่พุ่งตรงมา

“นี่เป็นเรื่องของข้าและมัน” เมิ่งฮ่าวกล่าว ไม่แม้แต่จะมองไปที่กลุ่มผู้ฝึกตน ขั้นพื้นฐานลมปราณสี่คนนั้น “ถึงพิษจะกำเริบในร่างข้าตอนนี้, ข้าก็จะสังหารเจ้าผู้นี้!” สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความต้องการสังหารอย่างเด็ดเดี่ยว

ผู้ที่เขาต้องการสังหาร คือหลิวเต้าอวิ๋น แห่งสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) แต่ก็มีคนอื่นในที่นี้ ที่มาจากสำนักอื่น แน่นอนว่าพวกมัน ต้องไม่ยอมยืนนิ่งเฉย มองดูเมิ่งฮ่าวถูกพิษกำเริบจนตายไป ก่อนที่จะเปิดถ้ำแห่งเซียนได้ พวกมันต้องไม่ยอมให้เรื่องเล็กๆ จากสำนักอื่น มาขัดเป้าหมายหลักของพวกมันเป็นแน่

คนอื่นๆ เหาะไปข้างหน้า ขวางทางกลุ่มผู้ฝึกตน ขั้นพื้นฐานลมปราณทั้งสี่ จากสำนักเฟิงหาน

“สหายเต๋าจาง, ไม่จำเป็นที่จะไปสนใจเรื่องเล็กน้อย ของผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมลมปราณ มา, มา, พวกเราไม่ได้เจอกันมานานหลายปี ทำไมเราถึงไม่มาคุยกันสักเล็กน้อยเกี่ยวกับวันเก่าๆ เหล่านั้น?”

“ใช่แล้ว ท่านพี่เฉิน, พวกเราไม่ได้เจอกันเกือบสามปี ข้ามีคำถามบางอย่าง เกี่ยวกับการฝึกตน ซึ่งหวังว่าจะขอความคิดเห็นได้จากท่าน”

ใบหน้าของผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณทั้งสี่ จากสำนักเฟิงหาน ซีดขาวลง เมื่อพวกมันได้ยินคำพูดเหล่านี้ ขณะที่กำลังจะพูดออกมา ทันใดนั้น หลิวเต้าอวิ๋นก็กรีดร้องอย่างหวาดกลัวออกมาอีกครั้ง

นิ้วของเมิ่งฮ่าวขยับเป็นรูปแบบการสร้างเวทอาคม และกระบี่บินสองร้อยเล่มก็เต็มอยู่ในท้องฟ้า ตกลงมาบนร่างของหลิวเต้าอวิ๋น ด้วยเสียงหวีดหวิวแหลมเล็ก

เมิ่งฮ่าวเดินตรงเข้าไปอีกหนึ่งก้าว และขยับรูปแบบการร่ายเวทอย่างรวดเร็ว เปลวไฟแห่งงูก็ปรากฎ ยาวมากกว่าสามสิบหกฉื่อ ส่งเสียงกระหึ่ม ทำให้ลานสี่เหลี่ยมจัตุรัสสั่นสะเทือนไปทั่ว

โลหิตพุ่งออกมาจากปากของหลิวเต้าอวิ๋น ขณะที่มีดสั้นแก้วผลึกของมัน แตกกระจายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย มันถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง ความสิ้นหวังเต็มอยู่ในดวงตา

อีกด้าน, ดวงตาของเมิ่งฮ่าวส่องประกายแห่งรังสีสังหาร และความมุ่งมั่น เขาลอยตรงไป และกระบี่ก็ปรากฎขึ้นในมือขวา มันก็คือกระบี่ไม้ และพุ่งตรงไปที่หลิวเต้าอวิ๋น ด้วยพลังที่ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งได้

“อย่ามาขวางทางข้า!” สีหน้าของผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณทั้งสี่เปลี่ยนไป พวกมันส่งเสียงกู่ร้อง และพยายามที่จะเข้าไปขวางกั้นเมิ่งฮ่าว

“เจ้าผู้นี้ พยายามที่จะสังหารข้ามาหลายครั้ง นี่เป็นความแค้นส่วนตัว ถ้าใครก็ตาม มาขวางทางข้า ข้าจะฆ่าตัวตาย ก่อนที่จะเปิดถ้ำแห่งเซียนของท่านปรมาจารย์!”

เมื่อเสียงของเขาดังออกมา เขาก็ไม่สนใจสี่ผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณโดยสิ้นเชิง พุ่งตรงไปยังหลิวเต้าอวิ๋นโดยไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น กระบี่ไม้ยื่นออกไป เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะสังหารมัน

“ท่านปรมาจารย์, ช่วยด้วย!!” หลิวเต้าอวิ๋นกรีดร้องเสียงโหยหวน ดูเหมือนว่าผู้ฝึกตนขั้นพื้นฐานลมปราณกำลังจะโจมตี แต่เมื่อได้ยินเสียงกระแอมไออันแหบแห้งดังขึ้น ซึ่งดังมาจากหญิงชราผู้นั้น

ความตกใจก็เต็มอยู่ในจิตใจของสี่ผู้ฝึกตนนั้น และพวกมันก็ยืนแน่นิ่งอยู่ในทันทีด้วยสีหน้าซีดขาว เสียงไอแห้งๆ นี้ ได้เจาะทะลวงเข้าไปในจิตใจของพวกมัน เหมือนกับสายฟ้าจากสวรรค์ ทำให้จิตใจของพวกมันหมุนคว้างไปมา

“นี่มันมากเกินไปแล้ว!” ชายชราใบหน้าสีแดงจากสำนักเฟิงหาน (สายลมยะเยือก) กล่าวขึ้น มันแค่นเสียงเย็นชา และความเย็นเยียบก็ปรากฎขึ้นในดวงตา พุ่งตรงไปที่เมิ่งฮ่าว

ขณะที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เทียนจีซ่างเหรินก็หัวเราะเสียงดังออกมา มันโบกสะบัดแขนเสื้อ ความเย็นเยียบที่กำลังพุ่งตรงไปที่เมิ่งฮ่าว ก็แตกก็เป็นเสี่ยงๆ ในทันที

“เจ้า!” ชายชราใบหน้าสีแดงพูดขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยโทสะ

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: