Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 890

I Shall Seal The Heaven Chapter 890

ตอนที่ 890

ต่อสู้กับศัตรูอันน่ากลัว!

การเดินทางอยู่ในความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขตนี้ แตกต่างไปจากการเดินทางอยู่ในเศษซากเซียน ในที่แห่งนี้เมิ่งฮ่าวต้องพบเจอกับสภาวะไร้น้ำหนักอย่างรุนแรง ที่แห่งนี้แตกต่างไปเป็นอย่างมาก

แต่ด้วยพื้นฐานฝึกตนของเขา ทำให้เมิ่งฮ่าวสามารถจะปรับตัวและค้นพบจุดศูนย์กลางของแรงดึงดูดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาสามารถจะเดินทางต่อไปได้อย่างมั่นคง

“ข้าสามารถจะเดินทางไปในท่ามกลางหมู่ดาวด้วยพื้นฐานฝึกตนนี้ได้จริงๆ” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาสาดประกาย เขาไม่อาจจะหายใจเข้าไปได้ แต่สำหรับผู้ฝึกตนแล้ว เพียงแค่โคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตนก็เพียงพอแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งที่อยู่นอกร่างกายมายังชีพตนเอง

เมิ่งฮ่าวแตะไปที่ถุงสมบัติหยิบเอาแผ่นหยกที่บิดามอบให้ออกมา หลังจากที่กวาดไปมาด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ดึงแผนที่ออกมาและหาตำแหน่งของดาวตงเซิ่งได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเขารู้ตำแหน่งของตนเองและเทียบระยะห่างระหว่างสองตำแหน่งนี้ เขาก็ตระหนักว่า…ถึงแม้จะดูไม่ไกลมากนัก แต่ตำแหน่งของเขาในตอนนี้ก็อยู่ห่างไกลอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ

เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตนเองอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็เก็บแผ่นหยกไว้ และมุ่งหน้าต่อไป ขณะที่เดินทางไป เขาก็ปลดปล่อยวิชาเวทและความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมาเป็นระยะ เพื่อให้ตนเองคุ้นเคยกับการต่อสู้ในท่ามกลางหมู่ดาวมากขึ้น

ไม่กี่วันหลังจากนั้น ขณะที่เมิ่งฮ่าวเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เขาเพิ่งจะสัมผัสได้ว่าร่างจำแลงโลหิตที่เขาทิ้งไว้ในยานบินได้หายไปแล้ว

“พวกมันต้องมุ่งหน้าตรงมาหาข้าอย่างแน่อน!” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาแวบขึ้นด้วยความต้องการสังหาร

ในเวลาเดียวกันนั้น ตรงตำแหน่งอื่นในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว สองบุรุษชุดดำลอยตัวอยู่ที่นั่น กำลังขมวดคิ้วอยู่ พวกมันสวมใส่ชุดเดียวกันกับบุรุษชุดดำจากก่อนหน้านี้ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ใช่กลุ่มคนทั้งสิบที่เคยปรากฏตัวขึ้นก่อนหน้านี้

ที่เบื้องหน้าพวกมันเป็นเศษซากของยานบิน ก่อนหน้านี้มองเห็นร่างคนอยู่ภายในนั้น แต่ตอนนี้ได้หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แต่เพียงคราบโลหิตเท่านั้น หลังจากนั้นก็กลายเป็นกลุ่มหมอกและจางหายไป

“ช่างเป็นเด็กสารเลวที่เจ้าเล่ห์นัก” บุรุษหนึ่งในสองกล่าวขึ้น “คาดไม่ถึงว่าอายุมันยังไม่มาก แต่ก็มีอุบายที่ลึกซึ้งอยู่ไม่น้อย”

“มันเป็นแค่ผู้ฝึกตนในอาณาจักรวิญญาณเท่านั้น” อีกคนกล่าวตอบ “ถึงแม้ว่ามันจะเทียบได้กับเซียนเทียม โดยมีพลังของเซียนแท้อยู่ถึงสี่หรือห้าในสิบส่วน ก็คงไม่อาจจะไปได้ไกลมากนัก ต้องเป็นเรื่องยากสำหรับมันที่จะเดินทางไปในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนี้ พวกเราแยกย้ายกันไปตามหามัน ยังคงมีเวลาที่จะไล่ล่ามัน!”

หลังจากที่สบตากัน บุรุษทั้งสองก็แยกย้ายออกไปค้นหาในสองทิศทางที่แตกต่างกันด้วยสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของพวกมัน

คนทั้งสองนี้อยู่ในขั้นสูงสุดของอาณาจักรเซียน แต่พวกมันก็ไม่อาจจะเปิดชีพจรได้ถึงแปดสิบจุดได้ จริงๆ แล้วก็มีเพียงแค่เจ็ดสิบจุดหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย ทำให้พวกมันเป็นเซียนขั้นเจ็ด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของพวกมัน

เมิ่งฮ่าวมีสีหน้าที่เคร่งขรึมขณะที่เร่งความเร็วต่อไป ขณะที่เริ่มคุ้นเคยกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวนี้มากขึ้น เขาก็เร่งความเร็วขึ้นไป ในที่สุดความแตกต่างระหว่างการเดินทางไปบนพื้นดินและการเดินทางไปในห้วงอวกาศเช่นนี้ ก็มีความต่างกันแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ไม่ใช่ใครก็ตามที่สามารถจะทำได้เช่นนี้ แต่จากสิ่งทั้งหมดที่เมิ่งฮ่าวเคยพบเจอมา ทำให้เป็นเรื่องธรรมดาที่เขาสามารถจะปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

“ไม่รู้ว่าพวกมันทำการแทรกแซงขั้นตอนการเคลื่อนย้ายทางไกลในตอนแรกได้อย่างไร แต่ก็แสดงให้เห็นว่าพวกมันช่างแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง” เมิ่งฮ่าวคิด

“ถ้าสือจิ่วซูไม่ได้ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ของท่านออกมา พวกมันอาจจะสามารถตรึงท่านไว้ได้ จากนั้นก็มาจัดการข้าซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน!”

“ใครกันแน่ที่ต้องการสังหารข้า?” เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว รังสีสังหารแวบขึ้นมาในแววตา

“หรือว่าจะเป็นผู้ถูกเลือกเหล่านั้นที่ข้าสะกดข่มพวกมันไว้ตอนที่อยู่บนดาวหนานเทียน? หรือว่าจะเป็นตัวตนของฟางมู่ถูกเปิดเผยออกมา?”

“ยังมีความเป็นไปได้อื่นๆ อีก ที่ศัตรูจะไล่ตามมาและทำลายยานบินนั้นไปเพื่อกำจัดพยานรู้เห็น บางทีพวกมันอาจจะไม่ได้มุ่งเป้ามาที่ข้าก็เป็นได้” เมิ่งฮ่าวไม่มีทางจะมั่นใจได้อย่างแท้จริง แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อีกอย่างที่เขาต้องครุ่นคิดอย่างเงียบๆ…แต่ก็เป็นคำตอบที่เขาไม่กล้าจะคิดไปถึงแม้แต่น้อย จึงต้องเพ่งสมาธิไปที่การเคลื่อนที่ต่อไปด้วยความรวดเร็วสูงสุด

เจ็ดวันผ่านไป ในช่วงเวลานั้นบุรุษชุดดำทั้งสองยังคงค้นหาไปรอบๆ บริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ฝึกตนชุดดำอีกคนมาถึงทำให้กลายเป็นสามคน ถึงแม้ว่าพวกมันจะร่วมมือกันค้นหา แต่ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ใดๆ

ในที่สุด พวกมันก็กลับมารวมตัวกันเพื่อร่วมปรึกษาหารือ

“บัดซบ! เจ้าเด็กนั่นมีปีกงอกออกมาบินหนีไปแล้ว? ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มีร่องรอยของมันเหลืออยู่เลย!”

“บางทีมันอาจจะมีสิ่งของเวทที่ช่วยให้มันมีชีวิตอยู่เป็นเวลานานในท่ามกลางหมู่ดาว พวกเรามาค้นหากันให้กว้างมากขึ้น พวกเราต้องตรึงมันไว้และสังหารมันไปให้จงได้!”

“เมื่อไหร่ที่พวกเราหาเจ้าเด็กสารเลวนั่นพบ มันต้องตายไปอย่างแน่นอน!”

คนทั้งสามมุ่งหน้าออกไปยังทิศทางที่แตกต่างกัน เพื่อทำการค้นหาในระยะที่กว้างมากขึ้นกว่าเดิม

หนึ่งในพวกมันกำลังค้นหามายังบริเวณที่เมิ่งฮ่าวอยู่

ไม่กี่วันต่อมา ขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งต่อไปเรื่อยๆ แต่ทันใดนั้น สีหน้าก็สลดลง รังสีสังหารระเบิดออกมาจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับไป และพบว่ามีผู้ฝึกตนชุดดำหนึ่งคนกำลังพุ่งฝ่าความว่างเปล่าใกล้เข้ามา

บุรุษชุดดำนั้นมีใบหน้าที่ไร้ความรู้สึก มองเห็นแสงแห่งความดุร้ายแวบขึ้นมาในดวงตาที่เย็นชาของมัน ก่อนที่จะใกล้เข้ามา เสียงของมันก็ดังก้องขึ้น

“พวกเราประเมินเจ้าต่ำเกินไป ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมาได้ไกลถึงเพียงนี้” มันกล่าวขึ้นขณะที่เข้ามาใกล้ พลังของเซียนขั้นที่เจ็ดระเบิดออกมา และรูปปั้นขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังมัน

รูปปั้นนั้นมีความสูงถึงเจ็ดพันจ้างและเป็นสีดำสนิท มีรูปร่างหน้าตาที่น่ากลัวเหมือนกับบุรุษชุดดำโดยสิ้นเชิง

มันไม่ใช่เซียนแท้ เป็นแค่เซียนเทียม แต่ถึงแม้จะเป็นเซียนเทียมที่บรรลุถึงขั้นเจ็ด และเปิดชีพจรได้เจ็ดสิบจุด ก็ยังคงมีพลังอันน่าตกใจ ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างไปจากเมิ่งฮ่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตกใจและหวาดกลัว ขณะที่เริ่มถอยไปทางด้านหลัง

“จะ-เจ้า…ต้องการอะไร?!” เมิ่งฮ่าวร้องตะโกนออกมาเป็นเสียงดัง ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ข้ามาจากตระกูลฟาง! บิดาข้าคือฟางซิ่วเฟิง! เจ้ากล้ามาสังหารข้า!?” แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็นว่าสายตาเขาจริงๆ แล้วกำลังวัดระยะห่างระหว่างตนเองและคู่ต่อสู้อยู่

ดวงตาบุรุษชุดดำสาดประกายด้วยความดุร้าย มันไม่กล่าวตอบ แต่เข้ามาใกล้มากขึ้น ยกมือขวาขึ้นไปในอากาศ ดวงตาของรูปปั้นที่อยู่ด้านหลังมันสาดประกายขึ้นมา และยื่นมือที่ใหญ่โตของมันตรงมายังเมิ่งฮ่าว เห็นได้ชัดว่าตั้งใจที่จะบดขยี้เขาให้ตายไปในการโจมตีแค่เพียงครั้งเดียว

เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักนิ่งราวกับว่ากำลังหวาดกลัวจนตัวนิ่งแข็งไป ปล่อยให้ฝ่ามือยักษ์นั้นฟาดลงมาที่เขา ในเวลาเดียวกันนั้นบุรุษชุดดำก็เข้ามาใกล้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มันอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งร้อยจ้างแล้ว

ทันใดนั้นดวงตาเมิ่งฮ่าวก็แวบรังสีสังหารขึ้น หนึ่งร้อยจ้างนี้ใกล้พอที่เขาจะปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์บางอย่างออกมาได้ เขายื่นมือขวาออกไป และชี้ไปยังคู่ต่อสู้ ทันใดนั้นเวทผนึกอสูรรุ่นแปดก็ถูกปลดปล่อยออกไป ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวบิดเบี้ยวไปมา และบุรุษในชุดดำก็หยุดชะงักนิ่งอยู่กับที่ในทันที

โลหิตเริ่มไหลซึมออกมาจากดวงตา, จมูก, หูและปากของเมิ่งฮ่าว ซึ่งเป็นผลสะท้อนของการใช้เวทผนึกนี้ไปบนร่างคนที่มีพื้นฐานฝึกตนสูงกว่าตัวเองเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สีหน้าเขาก็ไม่มีความเจ็บปวดให้มองเห็น มีแต่ความต้องการสังหารเท่านั้น สีหน้าเขาเริ่มดุร้ายมากขึ้นไปเรื่อยๆ

ในช่วงเวลาเดียวกับที่คู่ต่อสู้ถูกตรึงแน่นอยู่กับที่ เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดชายแขนเสื้อ ลำแสงสีดำลอยออกมาพร้อมกับพลังอันน่าประหลาดใจ ขณะที่จระเข้ปรากฏขึ้น อย่างน่าตกใจยิ่ง จระเข้ตัวนี้สามารถเทียบได้กับเซียนขั้นเจ็ดด้วยเช่นกัน ในทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นก็ฟาดหางออกไป เสียงระเบิดได้ยินมาขณะที่ดวงตาของบุรุษชุดดำเบิกกว้าง และโลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปากมัน เพราะว่ามันอยู่ใกล้กับเมิ่งฮ่าวมาก จึงไม่มีทางที่จะหลบหนีไปได้ ได้แต่ต้องทนรับการฟาดลงมานั้นอย่างไร้ทางเลือก และจากนั้นก็พุ่งถอยหลบหนีไปทางด้านหลัง จระเข้ที่กราดเกรี้ยวพุ่งโถมติดตามไป และพวกมันก็เริ่มต่อสู้กันไปมา

“บัดซบ!” บุรุษชุดดำกล่าวขึ้น ใบหน้าซีดขาว ตอนนี้มันตระหนักแล้วว่าได้ประเมินคู่ต่อสู้ต่ำมากเกินไป และถูกหลอกไปอย่างง่ายดาย การต่อสู้ยังไม่ทันเริ่มขึ้น มันก็ได้รับบาดเจ็บไปแล้ว ทำให้รังสีสังหารเริ่มเดือดพล่าน มันกำลังจะโจมตีกลับไป แต่เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือออกไปในท่าคว้าจับ ทันใดนั้นหอกยาวก็ปรากฏขึ้น ตัวหอกถูกสร้างขึ้นมาจากต้นเจี้ยนมู่ และคมหอกเป็นกระดูก ขณะที่เขายกมันขึ้นมา ภาพแห่งธรรมก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง และพื้นฐานฝึกตนของเขาก็ระเบิดออกมา ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะปกปิดไว้ ดังนั้นในชั่วพริบตา ภาพแห่งธรรมของเขาก็มีขนาดสูงขึ้นถึงสี่พันจ้าง

ทันทีที่ภาพแห่งธรรมปรากฏขึ้น สีหน้าของบุรุษชุดดำก็เปลี่ยนไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ จากรายงานที่มันได้รับมา คู่ต่อสู้ของมันมีพลังเทียบเท่ากับสามถึงห้าในสิบส่วนของเซียนแท้เท่านั้น แต่ตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเผชิญหน้ากับเซียนขั้นสี่ และยิ่งน่าตกใจเป็นอย่างมากเมื่อคิดว่าเป้าหมายของมัน…เห็นได้ชัดว่ายังไม่ได้อยู่ในอาณาจักรเซียน

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจู่ซ่าง (นายท่าน) ถึงได้สั่งว่าเด็กผู้นี้ต้องตายไป มันฉลาดและเจ้าเล่ห์อย่างน่าเหลือเชื่อ ยังมีพื้นฐานฝึกตนที่ต่อต้านสวรรค์อีกด้วย! ต้องไม่ปล่อยให้มันมีชีวิตรอดจากไปได้!” จิตใจบุรุษชุดดำเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เมิ่งฮ่าวเข้ามาใกล้ รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตา ที่ด้านหลังภาพแห่งธรรมของเขาพุ่งตรงมา ในเวลาเดียวกันนั้น เวทกลืนภูเขาก็ถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้ภูเขานับไม่ถ้วนปรากฏขึ้น จากนั้นก็เชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อก่อตัวเป็นเทือกเขา บดขยี้ลงมาบนร่างของบุรุษชุดดำ

สีหน้าบุรุษชุดดำสลดลง ขณะที่มันเตรียมตัวจะต่อสู้กลับไป จระเข้ก็ส่งเสียงแผดร้องและพุ่งตรงไปที่มันอีกครั้ง บุรุษชุดดำที่ได้รับบาดเจ็บจึงถูกบังคับให้ต้องล่าถอยออกไปอีกครั้ง

เสียงกระหึ่มได้ยินขึ้น และโลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปากมัน แต่ในตอนนี้บุรุษชุดดำคนที่สองจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้น เคลื่อนที่ตรงมาด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ในชั่วพริบตามันก็มาอยู่ที่ด้านบน เสียงระเบิดดังก้องออกมาจากหน้าอกของเมิ่งฮ่าว ซึ่งได้ยุบตัวลงไปในทันทีอย่างน่าตกใจ ลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลังราวกับเป็นว่าวที่ถูกตัดสายป่าน โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก

ไม่ว่าพื้นฐานฝึกตนของเมิ่งฮ่าวจะอยู่ในขั้นที่ต่ำกว่าบุรุษชุดดำคนที่สองเป็นอย่างมากก็ตามที ถึงกระนั้นมันก็ยังโจมตีมาอย่างเต็มกำลัง แต่เมื่อมันมองเห็นเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความแปลกใจขึ้นในทันที

“ยังไม่ตายไป?” ร่างกายมันแวบขึ้นขณะที่โจมตีไปยังเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง

หน้าอกเมิ่งฮ่าวเจ็บปวดขึ้นอย่างรุนแรง และโลหิตก็พ่นออกมาจากปากอย่างต่อเนื่อง หน้าอกเขากลายเป็นก้อนเนื้อที่เลอะเลือน แต่ดวงตาสาดประกายด้วยรังสีสังหาร อาณาจักรความเป็นนิรันดร์กำลังรักษาเขาอยู่ในตอนนี้ แต่ขณะที่เป็นเช่นนั้น เมิ่งฮ่าวก็ตระหนักว่าบุรุษชุดดำคนที่สามได้ปรากฏขึ้นในที่ห่างไกลออกไป

“พวกมันมีทั้งหมดสามคน!” เมิ่งฮ่าวคิด ประกายแสงที่แทบจะมองไม่เห็นแวบขึ้นมาในดวงตา สะกดข่มพลังที่กำลังฟื้นฟูร่างกายของอาณาจักรความเป็นนิรันดร์ไว้ชั่วคราว กลายเป็นวิหคยักษ์สีทองหลบเลี่ยงบุรุษชุดดำคนที่สองไป เสียงระเบิดดังก้องออกมา และเมิ่งฮ่าวก็กลายร่างกลับมาเป็นมนุษย์เหมือนเดิม โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก บุรุษชุดดำคนที่สองขมวดคิ้ว และจากนั้นก็พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าวอีกครั้ง ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ

อย่างไรก็ตาม เมื่อบุรุษผู้นั้นเกือบจะมาถึงร่างเขา ฉับพลันนั้นเมิ่งฮ่าวก็ยกมือขวาขึ้นมา ซึ่งมีกระถางสายฟ้าปรากฏอยู่ ประจุไฟฟ้าเต้นไปมา และเสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมา ขณะที่เขาหายตัวไป สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกับบุรุษชุดดำคนที่สาม

การสับเปลี่ยนตำแหน่งโดยกระทันหันนี้ได้ทำให้บาดแผลของเมิ่งฮ่าวกำเริบขึ้น โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปาก ขณะที่เขาพุ่งถอยไปทางด้านหลังด้วยความร้อนใจ ดวงตาของบุรุษชุดดำคนที่สามแวบแสงเจิดจ้าขึ้น

“ของวิเศษอันล้ำค่า!”

แสงแห่งความโลภมองเห็นได้ในแววตาของบุรุษชุดดำคนที่สองด้วยเช่นเดียวกัน มันและบุรุษชุดดำคนที่สามใช้พลังของเซียนขั้นเจ็ดออกมาอย่างเต็มกำลังแทบจะในเวลาเดียวกัน สำหรับพวกมันแล้ว ถึงแม้จะสังหารเมิ่งฮ่าวได้ไม่ง่ายดายนัก แต่ก็ยังคงสามารถจะทำได้ พวกมันใช้พลังทั้งหมดที่สามารถจะรวบรวมขึ้นมาได้ กลายเป็นลำแสงพุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวด้วยความรวดเร็ว

พวกมันดูคล้ายกับเป็นเส้นใยแห่งแสงที่แวบผ่านอากาศไป ราวกับเป็นลูกธนูที่หลุดออกมาจากแหล่ง ในชั่วพริบตา ก็อยู่ห่างจากเมิ่งฮ่าวเพียงแค่สิบจ้างเท่านั้น

“ตาย!” ผู้ฝึกตนคนที่สองกล่าวขึ้นด้วยเสียงเย็นชา รังสีสังหารในดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น และทันใดนั้น ร่างเขาก็แยกออกเป็นสอง ขณะที่ร่างจริงที่สองปรากฏขึ้น ร่างจริงที่สองก้าวตรงไปและกางมือออกเป็นวงกว้างเพื่อปิดกั้น เมื่อร่างจริงที่สองปรากฏขึ้นมาช่วย เขาก็ตบไปที่ถุงสมบัติเพื่อหยิบเอาตะเกียงสัมฤทธิ์ออกมา

ทันทีที่ตะเกียงสัมฤทธิ์ปรากฏขึ้น เปลวไฟจางๆ ก็แวบขึ้นมาอยู่ภายใน และกลิ่นอายอันน่ากลัวก็ระเบิดออกไป สีหน้าของบุรุษชุดดำทั้งสองคนสลดลงไปโดยสิ้นเชิง

 

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: