Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 920

I Shall Seal The Heaven Chapter 920

ตอนที่ 920

ข้อยกเว้น!

“พลังแห่งเซียนแท้หนึ่งส่วน!? ช่างกระจ้อยร่อยนัก!” โดยไม่สนใจคนที่อยู่ทางด้านหลังโดยสิ้นเชิง เมิ่งฮ่าวยิ้มอย่างเย็นชาและกำหมัดต่อยออกไป ทำให้เสียงระเบิดดังก้องออกมา ขณะที่กระถางแตกกระจายไป หมัดนั้นพุ่งตรงไปยังฟางหงอย่างต่อเนื่อง

เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง โลหิตพ่นกระจายออกมาจากริมฝีปากของฟางหง ขณะที่นางรู้สึกเจ็บปวดเป็นสองเท่า หมัดของเมิ่งฮ่าวดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง และเส้นลมปราณของนางก็แตกกระจายไป ขณะที่ลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง ไม่ว่านางจะเป็นหญิงสาวหรือไม่ เมิ่งฮ่าวก็ยังคงเย็นชาเหมือนเช่นเคย

หลังจากที่ต่อยนางไปแล้ว เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่กำลังพุ่งตรงมาจากที่ห่างไกลด้วยสีหน้าที่เย็นชาราวน้ำแข็ง

“เจ้าเด็กน้อยฟางฮ่าว ช่างบังอาจนัก!” หกคนกำลังบินฝ่าอากาศมา สามในพวกมันเป็นชายชราผมขาวโพลนพร้อมกับพื้นฐานฝึกตนที่อยู่ในอาณาจักรเซียน หนึ่งคนอยู่ในวัยกลางคนซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีความแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆ และอยู่ในขั้นสูงสุดของอาณาจักรเซียน

ซึ่งเป็นคนที่เพิ่งจะพูดออกมาเมื่อครู่นี้

ที่อยู่ด้านหลังสามชายชราเป็นสองผู้ฝึกตนที่สวมใส่หน้ากาก หนึ่งคนได้ซ่อนพื้นฐานฝึกตนของมันไว้ ทำให้ไม่อาจจะมองเห็นได้ว่ามีความลึกล้ำมากแค่ไหน แต่ก็กระจายกลิ่นอายที่น่ากลัวและโดดเดี่ยวออกมาอย่างเข้มข้น ราวกับว่างานของมันในตระกูลฟางก็คือการสังหารผู้คน

คนสุดท้ายของคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นฟางอวิ๋นอี้!

มันเป็นคนที่ได้ร้องตะโกนให้เมิ่งฮ่าวยั้งมือ

สำหรับชายชราที่เพิ่งจะพูดไป มันมาปรากฏกายขึ้นที่ด้านข้างฟางหง ขณะที่คำพูดมันดังก้องออกมา มันรีบพยุงร่างนางขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และมอบเม็ดยาให้กับนางกลืนกินลงไป

ใบหน้าฟางหงซีดขาว และกำลังสั่นสะท้านไปทั้งร่าง โลหิตไหลซึมออกมาจากปาก ทำให้ยากที่จะกลืนเม็ดยาลงไปได้

“ท่านปู่ เส้น…เส้นลมปราณของข้า…” นางกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มอย่างขมขื่นออกมา

ชายชราเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเส้นลมปราณของฟางหงได้แตกกระจายไป และมันก็กล่าวตอบว่า “ไม่ต้องกังวล เหยียเยี่ยจะรักษาให้กับเจ้าเอง!” ด้วยเช่นนั้น มันก็หันหน้ามาจ้องเมิ่งฮ่าว ดวงตาสาดประกายด้วยรังสีสังหาร

“เจ้าช่างกล้าดีนัก! บังอาจมาสังหารผู้คนอยู่ในตระกูล! ไม่จำเป็นต้องส่งเจ้าไปยังห้องลงทัณฑ์ของตระกูล ข้าจะสังหารเจ้าในที่แห่งนี้และตอนนี้เอง!” ด้วยเช่นนั้น ชายชราอีกสองที่มาพร้อมกับมันก็เริ่มเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว

“จระเข้นั่นด้วย! สังหารมัน!” ผู้ฝึกตนสวมหน้ากากมุ่งหน้าตรงไปยังจระเข้ในทันที เฉินเหล่าถอยไปทางด้านหลังของฟางหงในทันที ด้วยสีหน้ากระวนกระวาย

รอยยิ้มอันเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฟางอวิ๋นอี้ ภายในใจมันกำลังยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดก็สามารถจะจัดการเมิ่งฮ่าวได้แล้ว ครั้งนี้มันรู้ว่าเมิ่งฮ่าวจะต้องถูกสังหารไปโดยไม่ต้องสงสัย

“ลิ่วเหยียเยี่ย (ท่านปู่หก) ใช่หรือไม่?” เมิ่งฮ่าวยืนอยู่บนพื้น ไม่สนใจสองชายชราที่เข้ามาใกล้เขาโดยสิ้นเชิง “ข้าขอถามท่าน ท่านเห็นข้าสังหารใครไปบ้างหรือไม่?” เขาตบไปที่ถุงสมบัติหยิบเอาเหรียญแสดงตัวตนออกมา

“ข้าคือหลานคนโตของสายโลหิตหลัก บิดาข้าคือฟางซิ่วเฟิง และผู้เฒ่าสูงสุดคือซานเหยียเยี่ย (ท่านปู่สาม) ของข้า ถ้าพวกท่านกล้าบังอาจมาสังหารข้า ก็จะเป็นการล่วงละเมิดกฎของตระกูล ใครก็ตามที่ละเมิดกฎของตระกูลจะต้องตาย!” ขณะที่เสียงของเมิ่งฮ่าวดังก้องออกไป สองชายชราที่กำลังเคลื่อนที่ตรงมาต้องหยุดชะงักนิ่งลงในทันที สีหน้าพวกมันเปลี่ยนไปด้วยความลังเล

“ข้ากำลังบินผ่านอากาศไปอยู่ดีๆ” เมิ่งฮ่าวกล่าวต่อด้วยเสียงราบเรียบ “แต่คนในตระกูลกลุ่มนี้ก็บอกให้ข้าทาสคนนอกมาสะกดข้าไว้ และหลังจากเห็นว่าข้าเป็นใคร พวกมันก็ไม่ยอมคารวะข้าด้วยความเคารพ เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่รู้กฎของตระกูล ดังนั้นข้าจึงต้องสั่งสอนพวกมันให้ได้รับบทเรียนไปบ้าง ลิ่วเหยียเยี่ย จู่ๆ สายตาท่านก็มีปัญหาขึ้นมา?” เขายืนอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าแข็งกระด้าง

“สังหารมัน!” ปู่ของฟางหงร้องตะโกนขึ้นเป็นครั้งที่สอง พร้อมกับแค่นเสียงอย่างเย็นชา เมื่อได้ยินคำพูดของมัน สองชายชราก็กัดฟันแน่นและมุ่งหน้าตรงมายังเมิ่งฮ่าวต่อไป

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป และรีบถอยไปทางด้านหลัง ก่อนที่สองชายชราจะทันเข้ามาใกล้ เขาก็ตบไปที่หน้าอกของตนเองด้วยฝ่ามือ ทำให้ต้องกระอักโลหิตออกมากองโต และจากนั้นก็ส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็เปิดถุงสมบัติออก ทำให้กล่องหยกที่ประกอบด้วยผลเนี่ยผานลอยออกมา

จากนั้นเขาก็ร้องตะโกนขึ้นอย่างสุดเสียง “เจ้าต้องการจะขโมยผลเนี่ยผานของข้า! ผู้เฒ่าสูงสุด! ซานเหยียเยี่ย! มีใครพยายามจะมาขโมยผลเนี่ยผานของข้า!”

ด้วยการใช้พลังทั้งหมดของพื้นฐานฝึกตนที่เขาสามารถจะรวบรวมขึ้นมาได้ ทำให้เสียงร้องนั้นดังก้องออกไปทั่วทุกทิศทาง

เมื่อผู้เฒ่าสูงสุดส่งผลเนี่ยผานให้กับเมิ่งฮ่าว มันได้สาบานว่าใครก็ตามในตระกูล กล้าบังอาจมาขโมยพวกมันไปจากเมิ่งฮ่าว ก็จะต้องถูกกำจัดไป ขณะที่เสียงของเมิ่งฮ่าวดังกระจายออกไปทั่วทั้งตระกูล หลายคนได้ยิน สองชายชราที่กำลังเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าวเพื่อจะสังหารเขาไป จู่ๆ ก็ต้องหยุดชะงักนิ่งและสีหน้าพวกมันก็สลดลง

แม้แต่สีหน้าของปู่ฟางหงก็ต้องหมองคล้ำลงไปเช่นเดียวกัน และมันก็กัดฟันแน่น

“ข้าเข้าใจแล้ว!” เมิ่งฮ่าวกล่าวต่อ พร้อมกับถอยไปทางด้านหลังในเวลาเดียวกัน ร้องตะโกนเป็นเสียงดังขึ้นมา “กลุ่มรุ่นเยาว์ในตระกูลของพวกเจ้าดึงข้าลงมาจากท้องฟ้า เพราะว่าพวกเจ้า…พวกเจ้าสุมหัวกับข้าทาสคนนอกเพื่อจะมาขโมยผลเนี่ยผานของข้า!!”

“เจ้าพวกตระกูลสารเลว! ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมเช่นนี้! พวกเจ้ากล้าดียังไงที่จะมาขโมยผลเนี่ยผานของข้า!”

“ผู้เฒ่าสูงสุด ช่วยข้าด้วย! ซานเหยียเยี่ย ถ้าท่านไม่แสดงตัวขึ้นให้เร็วกว่านี้ ผลเนี่ยผานของข้ากำลังจะถูกแย่งชิงไปแล้ว! ซานเหยียเยี่ย, ผู้เฒ่าสูงสุด ช่วยข้าด้วย!”

เสียงร้องตะโกนของเขาทำให้สามบุรุษหนุ่มที่มีพื้นฐานฝึกตนใกล้กับเซียนเทียม ต้องกระอักโลหิตออกมาอีกครั้งด้วยโทสะ

“หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!” ฟางหงร้องออกมา โลหิตไหลซึมออกมาจากปาก นางรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นเช่นเดียวกัน “พวกเราเห็นเจ้าบินมา และต้องการให้เจ้าลงมาที่ด้านล่างเท่านั้น! ไม่เคยคิดจะขโมยผลเนี่ยผานของเจ้า!”

“เจ้ามีปากที่แหลมคมนัก!” ปู่ของฟางหงแผดร้องคำรามออกมา “เจ้าไม่ใช่คนของตระกูลฟาง! ตาย!” ขณะที่มันเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว ก็ไร้วี่แววของผู้เฒ่าสูงสุดที่จะปรากฏกายขึ้นแต่อย่างใด

สายตาเมิ่งฮ่าวแวบแสงอันเย็นชาออกมา และเขาก็ยกมือขวาขึ้นไปในทันที กระถางสายฟ้าปรากฏขึ้น ในช่วงวิกฤตนี้เองที่เขามองไปยังฟางอวิ๋นอี้ และสีหน้ามันก็สลดลงในทันที

ตูม!

คนทั้งสองได้สลับตำแหน่งกันอย่างฉับพลัน และเมิ่งฮ่าวก็มองมาจากที่ห่างไกล ขณะที่ฝ่ามือของชายชราฟาดลงไปยังฟางอวิ๋นอี้ ซึ่งได้ส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจขึ้นมา

ชายชราดึงฝ่ามือกลับไปในเสี้ยวเวลาสุดท้าย จากนั้นก็หันหน้ามองไปยังเมิ่งฮ่าว มันกำลังจะพุ่งตรงไปที่เขาอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นลำแสงหลายสิบลำได้พุ่งฝ่าอากาศ มาจากทิศทางที่แตกต่างกัน

“ท่านลุงหก พี่ใหญ่ไว้วางใจให้ข้าดูแลความปลอดภัยของฮ่าวเอ๋อร์ ถ้าท่านกล้าแตะต้องมัน ข้าจะกวาดล้างสายโลหิตของท่านไปให้หมดสิ้น ถ้าสถานการณ์เลวร้ายมากที่สุด ข้าก็จะนำครอบครัวของข้าทั้งหมดไปอยู่กับพี่ใหญ่บนดาวหนานเทียน!” คนที่พูดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นสือจิ่วซู (อาสิบเก้า) ของเมิ่งฮ่าว ซึ่งมาหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว มองอย่างเย็นชาไปยังปู่ของฟางหง

อีกลำแสงได้พุ่งลงมา เป็นบุรุษวัยกลางคนสองคน ซึ่งได้ไปขัดขวางการโจมตีของผู้ฝึกตนที่สวมใส่หน้ากากซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับจระเข้ ช่วยให้มันรอดพ้นจากความตายไปได้อย่างหวุดหวิด

ในชั่วพริบตา สถานการณ์ทั้งหมดก็เปลี่ยนไป เมิ่งฮ่าวถูกห้อมล้อมไว้ด้วยผู้ฝึกตนหลายสิบคน แต่ชายชราที่สือจิ่วซูเรียกว่าลุงหก ก็มีผู้คนมาเข้าร่วมเพิ่มเติมไม่น้อยด้วยเช่นกัน

ขณะที่คนทั้งหมดเผชิญหน้ากันพร้อมที่จะต่อสู้ เสียงเก่าแก่โบราณของผู้เฒ่าสูงสุด จู่ๆ ก็ดังก้องออกมาจากส่วนลึกที่อยู่ภายในคฤหาสน์โบราณ

“พอได้แล้ว ฟางหง, ฟางเทา, ฟางไห่ และสหายที่เหลือ พวกเจ้าไม่เคารพต่อกฎแห่งผู้อาวุโส พวกเจ้าต้องถูกลงโทษในหลุมหลอมเพลิงเป็นเวลาสิบวัน!”

“ฟางฮ่าว ถึงแม้ว่าคนในตระกูลจะปฏิบัติต่อเจ้าด้วยความไม่เคารพ ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือด้วยความโหดเหี้ยมเช่นนั้น เจ้าจะต้องถูกลงโทษให้ไปอยู่ในหลุมหลอมเพลิงเป็นเวลาสิบวันด้วยเช่นกัน!”

“ให้ดำเนินการในทันที!”

ทันทีที่เสียงของผู้เฒ่าสูงสุดดังก้องออกมา ใบหน้าของฟางหงและคนอื่นๆ ต่างก็เริ่มซีดขาว หลุมหลอมเพลิงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอเวจี การต้องไปอยู่ในนั้นสิบวัน ก็เหมือนกับการถูกถลกหนังทั้งเป็น

สมาชิกของตระกูลที่อยู่ในบริเวณนั้น ทั้งสายโลหิตของเมิ่งฮ่าวและของลุงหก ไม่กล้าที่จะกล่าวอะไรออกมา ดวงตาของลุงหกแวบขึ้น และมันก็ยั้งคำพูดเอาไว้

แต่เมิ่งฮ่าวได้อ้าปากพูดขึ้นในทันที

“ซานเหยียเยี่ย, ผู้เฒ่าสูงสุด เอ่อ…น้ำยาวิญญาณสกัดของข้าเกือบจะเสร็จแล้ว! ข้าพร้อมที่จะดูดซับผลเนี่ยผานแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่มีเวลาที่จะไปยังหลุมหลอมเพลิง ถ้าท่านสามารถจะยกเว้นได้ ข้าก็จะยอมถูกลงโทษในภายหลัง ท่านคิดว่าอย่างไร?”

คำพูดของเมิ่งฮ่าวพบกับความเงียบอย่างถึงที่สุด ไม่มีใครกล้าจะโต้แย้งคำสั่งของผู้เฒ่าสูงสุดมาก่อน ฟางหงและคนอื่นๆ มองไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ในความคิดของพวกมัน เมิ่งฮ่าวช่างหน้าด้านอย่างแท้จริง แม้แต่ผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในบริเวณนั้นต่างก็อ้าปากค้างกับคำพูดของเขา

ฟางอวิ๋นอี้รู้สึกยินดี ภายในใจมันเริ่มหัวเราะเป็นเสียงดังขึ้น ในความเกลียดชังเมิ่งฮ่าวของมัน มันรู้สึกยินดีต่อคำพูดของเมิ่งฮ่าวที่ได้กล่าวกับผู้เฒ่าสูงสุด และแทบไม่อาจจะทนรอที่จะได้เห็นเมิ่งฮ่าวต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมานมากไปกว่านี้

“เงียบ!” สือจิ่วซูดุขึ้น สมาชิกของตระกูลทั้งหมดที่กำลังห้อมล้อมเมิ่งฮ่าวอยู่ ต่างก็รู้สึกว่าคำพูดของเขาช่างหยาบกระด้างและผลีผลามมากไป

“หือ?” ผู้เฒ่าสูงสุดกล่าวขึ้น มันไม่เคยคาดคิดว่าเมิ่งฮ่าวจะกล้าพูดขึ้นมา และเมื่อเสียงของมันดังก้องออกไป ก็ดูเหมือนว่าจะส่งผลให้เกิดความหนาวเย็นไปทั่วทั้งบริเวณนั้น แต่หลังจากที่ผ่านไปสองสามอึดใจ มันก็กล่าวขึ้นมาอีก และคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้คนทั้งหมดต้องอ้าปากค้าง

“ดีมาก การดูดซับผลเนี่ยผานเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด เมื่อเจ้ากระทำได้เสร็จสิ้น ก็ให้ไปยังหลุมหลอมเพลิงในทันที!”

“ขอบคุณมาก ซานเหยียเยี่ย” เมิ่งฮ่าวกล่าว ด้วยท่าทางซาบซึ่งใจเป็นอย่างยิ่ง คนทั้งหมดที่มองมา ต่างก็ตกตะลึงและมีสีหน้าแปลกๆ ในความทรงจำของพวกมัน ผู้เฒ่าสูงสุดมักจะแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ทำให้มันได้รับความเคารพจากคนในตระกูลมานานหลายปี

แต่ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ามันกำลังเข้าข้างเมิ่งฮ่าว

“นี่…คาดไม่ถึงว่าท่านผู้เฒ่าสูงสุดจะ…”

“มันเรียกท่านผู้เฒ่าสูงสุดว่าซานเหยียเยี่ย…เมื่อคิดไปแล้ว ท่านผู้เฒ่าสูงสุดก็เคยเป็นส่วนหนึ่งของสายโลหิตหลักมาก่อน!” ทันใดนั้น สีหน้าครุ่นคิดก็มองเห็นได้จากใบหน้าของพวกที่มองดูอยู่ สีหน้าของลุงหกเปลี่ยนไป และมันก็กัดฟันแน่น ในที่สุดก็แค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา สีหน้าดูน่ากลัวอย่างถึงที่สุด มันโบกสะบัดมือนำฟางหงจากไป

ขณะที่ฟางถูกนำตัวไป นางก็มองกลับมายังเมิ่งฮ่าว และต้องรำพึงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ต่อความน่ากลัวของเขา

“ผู้เฒ่าสูงสุดแสดงว่าเข้าข้างมันอยู่จริงๆ…”

บุรุษหนุ่มที่มีพื้นฐานฝึกตนที่ใกล้เคียงกับเซียนเทียม กำลังสั่นสะท้าน ขณะที่พวกมันประสานมือและโค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าว

“เกอ…” (พี่ชาย)

เมิ่งฮ่าวยิ้มออกมา จากนั้นก็หันหน้าไปประสานมือ แสดงความซาบซึ้งต่อสือจิ่วซู และคนอื่นๆ ที่เป็นสายโลหิตหลักของเขา คนทั้งหมดมองด้วยแววตาที่ให้กำลังใจมาที่เขา ขณะที่เมิ่งฮ่าวกลายเป็นลำแสงพุ่งจากไป

“เมื่อผู้เฒ่าสูงสุดมองไปยังเมิ่งฮ่าว ท่านก็ต้องคิดไปถึงท่านปู่ของเมิ่งฮ่าวอย่างแน่นอน คนทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และยังได้สนิทกันอีกด้วย!”

“ใช่แล้ว ผู้เฒ่าสูงสุดมักจะมีความแน่วแน่เด็ดเดี่ยว ในหลายร้อยปีที่ผ่านมา ท่านไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะเข้าข้างใคร ไม่เคยมีข้อยกเว้นแม้แต่ครั้งเดียว!”

“ฮ่าวเอ๋อร์คือดวงตะวันอันเจิดจ้าของตระกูลฟางอย่างแท้จริง การที่ผู้เฒ่าสูงสุดยินดีที่จะให้ข้อยกเว้นสำหรับมัน ก็แสดงให้เห็นถึงเรื่องนี้ดี!”

ขณะที่พวกมันพูดคุยกันไปมา เมิ่งฮ่าวก็หายลับตาไป

ในที่สุด เขาก็มาถึงถ้ำแห่งเซียนของตัวเอง

ทันทีที่เมิ่งฮ่าวย่างเท้าเข้าไปที่ด้านใน ดวงตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้น และสีหน้าอันน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ผู้เฒ่าสูงสุด ซานเหยียเยี่ย ทำไมเจ้าถึงอยากจะให้ข้าตายไปนัก…?”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: