Home Novel Novel Action I Shall Seal The Heaven Chapter 934

I Shall Seal The Heaven Chapter 934

ตอนที่ 934

หายใจรดต้นคอ

ทันทีที่ฟางเว่ยก้าวเข้าไปในเขตความสูงหนึ่งหมื่นจ้าง กลุ่มคนตระกูลฟางก็เริ่มตื่นเต้นขึ้น

“หนึ่งหมื่นจ้าง! เว่ยกงจื่อคือคนแรกที่บรรลุถึงหนึ่งหมื่นจ้างในครั้งนี้!”

“มันแน่นอนอยู่แล้ว เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน เว่ยกงจื่อก็เกือบจะอยู่ในอาณาจักรเซียนแล้ว และสุดท้ายก็ไปได้มากกว่าสองหมื่นสามพันจ้าง!”

“หลังจากที่ฝึกฝนมาอีกหนึ่งร้อยปี เว่ยกงจื่อต้องไปได้ไกลกว่าห้าหมื่นจ้างอย่างแน่นอน!”

เสียงพูดคุยดังก้องขึ้น เมื่อตอนที่มันถือกำเนิดขึ้นมา ฟางเว่ยไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจอยู่ในตระกูลฟาง ซึ่งจุดศูนย์กลางนั้นเดิมทีเป็นของเมิ่งฮ่าว

อย่างไรก็ตาม ในอีกร้อยปีหลังจากที่บิดามารดาเมิ่งฮ่าวพาเขาออกไปจากดาวตงเซิ่ง ฟางเว่ยก็ค่อยๆ กลายเป็นจุดสนใจ และในที่สุดก็กลายเป็นผู้นำในรุ่นเดียวกันของตระกูล

ด้วยศักดิ์ฐานะและตำแหน่งเช่นนั้น รวมทั้งการที่บิดาและปู่ของมันคือผู้นำของสายโลหิตรอง ทำให้ฟางเว่ยกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในรุ่นของมัน

หลังจากที่บรรลุถึงเขตความสูงหนึ่งหมื่นจ้าง ฟางเว่ยก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เสียงแตกร้าวได้ยินมาจากภายในร่างกายมัน ขณะที่แสงตะวันอันไร้ขอบเขตอาบไล้ไปทั่วร่าง เมื่อมันมองลงไป ก็เห็นคนทั้งหมดอยู่ที่ด้านล่างตัวเอง ถึงแม้ว่าสีหน้ามันจะราบเรียบเหมือนเช่นเคย แต่ในจิตใจมันรู้สึกราวกับว่ากำลังเหยียบย่ำโลกอยู่ รู้สึกภาคภูมิใจที่คนทั้งหมดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมัน

“จากด้านบนนี้ พวกมันคล้ายกับมดแมลง”

“มันคือโชคชะตา ข้าคือคนแรกที่บรรลุถึงจุดหนึ่งหมื่นจ้าง ดังนั้นข้าจึงถูกลิขิตให้กลายเป็นผู้นำ ข้าจะปล่อยให้คนทั้งหมด…ตกอยู่ที่ด้านหลังภายใต้เงาของข้าตลอดไป”

“นั่นเป็นเพราะว่าข้าใช้พื้นฐานฝึกตนไปเพียงแค่สามในสิบส่วนเท่านั้น เพื่อบรรลุถึงจุดหนึ่งหมื่นจ้างนี้” ฟางเว่ยยิ้มและหลับตาลง หลังจากที่ผ่านไปสองสามอึดใจ มันก็ลืมตาขึ้น พื้นฐานฝึกตนพุ่งขึ้นไป เกิดเป็นลมพายุขึ้นอยู่ที่รอบๆ ตัว ใครก็ตามที่มองมาจะต้องสั่นสะท้านใจไปตามๆ กัน

ลมพายุนั้นเริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปสามอึดใจ ฟางเว่ยก็พุ่งสูงขึ้นไป ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น มันเร่งความเร็วขึ้น ขณะที่บินสูงขึ้นไปในท้องฟ้า ในชั่วพริบตา มันก็อยู่สูงขึ้นไปมากกว่าเดิมอีกสามพันจ้าง จากนั้นก็หกพันจ้าง ในช่วงเวลาสูดลมหายใจเข้าออกหนึ่งครั้ง อย่างน่าตกใจยิ่ง มันไปอยู่ที่ความสูงหนึ่งหมื่นห้าพันจ้าง

มันไม่ได้หยุดอยู่ที่นั่น ยังคงมุ่งหน้าต่อไป พื้นฐานฝึกตนของมันพุ่งขึ้นมา แสงสีทองปกคลุมอยู่รอบๆ ตัว และกลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งขึ้นไปจนถึงความสูงที่หนึ่งหมื่นแปดพันจ้าง

จากตำแหน่งนั้น มันมองลงไปยังพื้นดินทั้งหมด และจิตใจก็ยิ่งเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างเข้มข้นมากขึ้น

กลุ่มคนตระกูลฟางทั้งหมดที่อยู่ด้านล่าง ต่างก็มองขึ้นไปด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ไท่หยางจื่ออยู่ในอันดับสองที่ความสูงหนึ่งหมื่นจ้าง ที่ด้านหลังมันคือฝานตงเอ๋อร์และโจวซิน ซึ่งบรรลุถึงความสูงหนึ่งหมื่นจ้าง แทบจะในเวลาเดียวกัน

ไท่หยางจื่อส่งเสียงกู่ร้องที่ยาวนานออกมา ขณะที่แสงตะวันปกคลุมอยู่รอบๆ ตัว มันดูคล้ายกับเป็นดวงตะวันเอง กำลังต่อสู้อยู่กับแสงเจิดจ้าของดวงตะวันในท้องฟ้า เปลวไฟที่ไร้รูปร่างปกคลุมอยู่รอบๆ ตัว และน่าตกใจยิ่ง…ที่มันก็ทำเช่นเดียวกับฟางเว่ย พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ความสูงหนึ่งหมื่นห้าพันจ้าง ทำให้เกิดเป็นความสนใจขึ้นอย่างมากมาย

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น ฝานตงเอ๋อร์และโจวซินก็ปลดปล่อยพื้นฐานฝึกตนออกมาด้วยเช่นกัน สำหรับผู้ถูกเลือกเช่นนี้ การบรรลุถึงจุดหนึ่งหมื่นจ้างเป็นแค่การอุ่นเครื่องเท่านั้น หลังจากที่เริ่มคุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวแล้ว…พวกมันก็สามารถจะได้ครอบครองโชควาสนาที่แท้จริง!

ยิ่งพวกมันพุ่งสูงขึ้นไปมากเท่าใด ก็จะยิ่งได้ครอบครองโชควาสนามากขึ้นเท่านั้น!

ฝานตงเอ๋อร์ถูกห้อมล้อมด้วยทะเลเวท ซึ่งดูเหมือนจะม้วนกวาดนางขึ้นไป ขณะที่ทะเลนั้นพุ่งสูงขึ้น จนไปถึงเขตความสูงหนึ่งหมื่นหกพันจ้าง ในเวลาเดียวกันนั้น ไท่หยางจื่อ ถึงแม้ว่าจะมีวิธีที่พิเศษ แต่ก็เริ่มตกอยู่ที่ด้านหลังแล้ว

โจวซินจากสำนักกระบี่ไท่สิง ถูกห้อมล้อมด้วยลำแสงกระบี่ขณะที่มันพุ่งสูงขึ้นไป บรรลุถึงจุดที่อยู่ระหว่างฝานตงเอ๋อร์และไท่หยางจื่อ

จากนั้นก็เป็นหลี่หลิงเอ๋อร์, หวังมู่, ซ่งหลัวตาน และซุนไห่ พวกมันทั้งหมดบรรลุถึงจุดหนึ่งหมื่นจ้าง จากนั้นก็ปลดปล่อยพื้นฐานฝึกตนออกมา และเริ่มพุ่งสูงขึ้นไป

การพุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วของผู้ถูกเลือก ทำให้กลุ่มคนตระกูลฟางที่อยู่ด้านล่างต้องตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง พวกมันรู้ว่าในอนาคตผู้ถูกเลือกเหล่านี้ จะต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ทรงพลังมากที่สุดในขุนเขาทะเลที่เก้าอย่างแน่นอน

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าพวกมันต้องรอคอยโชคชะตาเซียนแล้วละก็ ไม่ว่าคนใดในพวกมันก็สามารถจะผ่านเข้าไปในอาณาจักรเซียนได้มานานแล้ว พวกมันสร้างพื้นฐานและเตรียมตัวมานานหลายปี เมื่อไหร่ที่พวกมันหลอมรวมเข้ากับต้นเถาวัลย์ประกายเซียน ก็จะสามารถพุ่งเข้าไปในจุดสูงสุดของอาณาจักรเซียนได้ในทันที

“หนึ่งหมื่นจ้างเป็นแค่ก้าวแรกของพวกมันเท่านั้น หลังจากนั้นพวกมันก็จะปลดปล่อยพื้นฐานฝึกตนและใช้พลังอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้!”

“โชคดีจริงๆ ที่เว่ยกงจื่อของตระกูลฟางพวกเราอยู่ในอันดับแรก!”

“ด้วยการมีเว่ยกงจื่ออยู่ ผู้ถูกเลือกคนอื่นๆ ทั้งหมดจากขุนเขาทะเลที่เก้าจะต้องเกรงกลัวต่อตระกูลฟางเป็นแน่!”

ในเวลาเดียวกันนั้น เมื่อผู้ถูกเลือกเริ่มพุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า เมิ่งฮ่าวก็พุ่งขึ้นไปเป็นครั้งที่แปด จากนั้นก็เก้าและสิบ

แปดพันจ้าง, เก้าพันจ้าง, หนึ่งหมื่นจ้าง!

เมิ่งฮ่าวเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ หนึ่งพันจ้างต่อการเคลื่อนที่หนึ่งครั้ง ไปเข้าร่วมกับกลุ่มคนที่อยู่ในเขตความสูงหนึ่งหมื่นจ้างอย่างรวดเร็ว ที่นั่นเขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และมองลงไปยังพื้นดินที่เล็กลงไปเรื่อยๆ ด้านล่าง เขามองเห็นคฤหาสน์โบราณ และดินแดนที่กว้างใหญ่รอบๆ บริเวณนั้น รวมทั้งเทือกเขาที่เป็นแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาด้วยเช่นกัน

แสงตะวันตรงจุดนี้ช่างร้อนแรงและเข้มข้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เพียงพอที่จะหลอมละลายผู้ฝึกตนอาณาจักรวิญญาณให้กลายเป็นไอไปได้ แต่แน่นอนว่ามันยังไม่เพียงพอที่จะ…ป้องกันไม่ให้เมิ่งฮ่าวพุ่งต่อขึ้นไปได้

ขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าไป ความร้อนก็หลอมรวมเข้าไปในร่างกาย เหงื่อจำนวนมากไหลออกมาจากร่าง แต่ละหยดได้นำสิ่งปฏิกูลจากภายในร่างออกมาด้วย

ร่างเมิ่งฮ่าวค่อยๆ เริ่มโปร่งแสงขึ้นอย่างช้าๆ และกายเนื้อก็เริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น

เขากำมือเป็นหมัด เสียงแตกร้าวของนิ้วมือดังขึ้นมา ขณะที่รู้สึกว่าร่างกายกำลังเริ่มมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

“การอุ่นเครื่องได้จบลงแล้ว ตอนนี้…ถึงเวลาที่จะระเบิดมันออกมา!” พร้อมกับดวงตาที่สาดประกาย เขาสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ จากนั้นพื้นฐานฝึกตนก็เริ่มพุ่งขึ้นไป และทันใดนั้นก็ระเบิดเป็นพลังออกมา กระแสน้ำวนก่อตัวอยู่รอบๆ ร่างในชั่วพริบตา

กระแสน้ำวนกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง กลายเป็นสิ่งที่คล้ายกับหลุมดำขนาดใหญ่ ซึ่งได้ดูดซับแสงและความร้อนทั้งหมด ให้หลอมรวมเข้ามาอยู่ภายในร่างเมิ่งฮ่าว ทันใดนั้นเขาก็พุ่งขึ้นไปด้วยความรวดเร็วสูงสุดในทันที

ภาพที่เห็นนี้ช่างน่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง ทำให้กลุ่มคนตระกูลฟางมากมายนับไม่ถ้วนทั้งหมดที่อยู่ด้านล่างต้องอ้าปากค้างไปตามๆ กัน

พวกมันมองไปขณะที่เมิ่งฮ่าวพุ่งขึ้นไปคล้ายกับเป็นลูกธนูที่หลุดออกจากแหล่ง ไม่มีอะไรจะสามารถมาขวางทางเขาได้ ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ จะสามารถมาสกัดกั้นเขาได้ เสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่เขาบรรลุถึงเขตความสูงหนึ่งหมื่นสามพันจ้าง, หนึ่งหมื่นห้าพันจ้าง, หนึ่งหมื่นแปดพันจ้าง…

เมิ่งฮ่าวพุ่งผ่านหลี่หลิงเอ๋อร์และคนอื่นๆ พุ่งผ่านไท่หยางจื่อ, ฝานตงเอ๋อร์และโจวซินไป ขณะที่ทำเช่นนั้น ดวงตาพวกมันก็เบิกกว้าง จากนั้นเขาก็พุ่งสูงขึ้นไปอีก

ในชั่วพริบตาเขาก็บรรลุถึงเขตความสูงสองหมื่นจ้าง!

การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้เกิดเป็นระลอกคลื่นแห่งความตกตะลึง กระจายไปทั่วทั้งกลุ่มคนของตระกูลฟางที่อยู่ด้านล่าง ดวงตาพวกมันเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่อยากจะเชื่อ และเสียงอุทานอย่างแหบแห้งก็ได้ยินออกมา

“นั่น…นั่นเป็นไปไม่ได้!”

“มันระเบิดความเร็วขึ้นหลังจากเขตความสูงหนึ่งหมื่นจ้าง พุ่งขึ้นไปอีกหนึ่งหมื่นจ้างในชั่วพริบตา! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฟางฮ่าว…จะน่าตกใจได้เช่นนี้!”

“มันคือหลานคนโตของสายโลหิตหลัก ฟางฮ่าว! ในตอนที่มันยังอยู่ในตระกูล ฟางเว่ยไม่มีความสำคัญใดๆ ฟางฮ่าวคือผู้ถูกเลือกที่แท้จริงของตระกูลฟาง!”

ในท่ามกลางเสียงเอะอะจากกลุ่มฝูงชน แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นที่เมิ่งฮ่าวได้พุ่งผ่านเขตความสูงสองหมื่นจ้าง ไปอยู่ในระดับเดียวกับฟางเว่ย!

ฟางเว่ยตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง แต่ในที่สุดสีหน้าก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันทำให้พื้นฐานฝึกตนพุ่งขึ้นมา ไม่ออมพลังใดๆ ไว้ ขณะที่บินสูงขึ้นไป แทบจะหายใจรดต้นคอกับเมิ่งฮ่าว

ในเวลาเดียวกันนั้น ฝานตงเอ๋อร์และคนอื่นๆ ที่อยู่ใกล้นาง ต่างก็มองไปด้วยความตกตะลึง จากนั้นพวกมันก็ผลักดันพื้นฐานฝึกตนของตัวเองให้พุ่งขึ้นมามากขึ้น บินสูงขึ้นไปมากกว่าเดิม หลี่หลิงเอ๋อร์และผู้ถูกเลือกทั้งหมดก็เป็นเช่นเดียวกัน ต้องขอบคุณสำหรับแรงกระตุ้นจากเมิ่งฮ่าว ผลักดันให้พวกมันทั้งหมดต้องพุ่งสูงขึ้นไป

ตูมมมมม!

จากพื้นดิน ดูคล้ายกับสำแสงมากมายกำลังพุ่งฝ่าอากาศไป ที่อยู่สูงขึ้นไปมากที่สุดคือสองลำแสงซึ่งเป็นเมิ่งฮ่าวและฟางเว่ย ยากที่จะบอกได้ว่าใครอยู่ด้านหน้าใครอยู่ด้านหลัง

ย้อนกลับไปยังฝานตงเอ๋อร์และโจวซิน คนทั้งสองกำลังพุ่งตามขึ้นไป หลี่หลิงเอ๋อร์ตามมาติดๆ สำหรับไท่หยางจื่อ โชคดีที่มันมีวิชาพิเศษเฉพาะ ทำให้สามารถติดตามไปได้

สำหรับคนอื่นๆ ทั้งหมด ไม่มีใครอยู่ห่างออกไปทางด้านหลังมากนัก และกำลังพยายามอย่างหนักที่จะไล่ตามขึ้นไป

“เพิ่งจะผ่านไปแค่หนึ่งชั่วยามเอง แต่ปรากฏการณ์ของตงเซิงจือหยางในแต่ละครั้ง ก็จะคงอยู่นานไปถึงสามสิบหกวัน!”

“คนเหล่านี้ช่างบ้าคลั่งนัก!! ดูนั่น! ฟางฮ่าวกำลังหายใจรดต้นคอฟางเว่ยแล้ว!”

“พวกมันไม่ได้บ้า นั่นเรียกว่ากำลังแข่งขันกัน!”

กลุ่มฝูงชนที่ด้านล่างรู้สึกว่าจิตใจกำลังสั่นสะท้าน ฟางซียังคงอยู่ที่ตำแหน่งที่สูงขึ้นไปไม่กี่ร้อยจ้าง แต่ถึงแม้จะอยู่ที่นั่น ก็เป็นเรื่องยากสำหรับมันที่จะดูดซับความร้อนและแสงตะวันเข้าไปได้ แต่มันก็ยังคงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

มันมองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าวที่กำลังพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ และสีหน้ามันก็มีความกระตือรือร้นอย่างถึงที่สุด

“ท่านต้องขึ้นไปได้สูงกว่าฟางเว่ยอย่างแน่นอน!”

ในคฤหาสน์โบราณ ผู้อาวุโสตระกูลฟางทั้งหมด ต่างก็มองขึ้นไปในท้องฟ้า เฝ้าดูขณะที่ผู้ถูกเลือกใช้วิธีการต่างๆ เพื่อเข้าต่อสู้แข่งขัน ใบหน้าของผู้เฒ่าสูงสุดไร้ความรู้สึก แต่กลับกันบิดาและปู่ของฟางเว่ย ซึ่งอยู่ห่างจากผู้เฒ่าสูงสุดไม่ไกลมากนัก มีท่าทางเคร่งขรึมขึ้นเป็นอย่างมาก

สำหรับกลุ่มคนทั้งหมดของสายโลหิตหลักต่างก็รู้สึกตื่นเต้นกันเป็นอย่างยิ่ง

กลุ่มคนในแผนกเต๋าแห่งการปรุงยายิ่งมีความตื่นเต้นมากกว่าผู้ใด คนทั้งหมดเฝ้ามองไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก

“นั่นคือนักปรุงยาฟางฮ่าว!” กลุ่มคนร้องตะโกนขึ้นมา ตอนนี้มีนักปรุงยาระดับแปดสิบกว่าคน ที่อยู่ในเขตภูเขาด้านในกำลังให้ความสนใจต่อเหตุการณ์นี้อย่างใกล้ชิด พวกมันกำลังยิ้มออกมาขณะที่มองไป แต่ในเวลาเดียวกัน มือก็ไม่หยุดการเคลื่อนไหว ขณะที่ทำการปรุงเม็ดยาไปอย่างต่อเนื่อง

สำหรับแผนกเต๋าแห่งการปรุงยาแล้ว ปรากฏการณ์ของตงเซิงจือหยาง เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปรุงเม็ดยาธาตุไฟ!

ผู้เฒ่าโอสถนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาพร้อมกับเซียนเขาเดียว อย่างน่าตกใจยิ่ง มองเห็นเปลวไฟเจ็ดสีอยู่บนฝ่ามือของท่าน ภายในนั้นเป็นเม็ดยาที่กำลังก่อตัวขึ้นมา

ถ้าเมิ่งฮ่าวอยู่ที่นั่น เขาก็จะจดจำได้ในทันทีว่าเม็ดยาที่กำลังถูกปรุงขึ้นมานี้ ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็น…เม็ดยาวิญญาณตะวันทุกชั้นฟ้า!

สูงขึ้นไปในท้องฟ้า แสงตะวันมีความเข้มข้นอย่างถึงที่สุด ยิ่งอยู่สูงขึ้นไป ก็จะยิ่งถูกเผาไหม้ให้กลายเป็นจุลไปได้ สีหน้าฟางเว่ยเคร่งขรึมขึ้นขณะที่มันปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา แต่มันก็ยังไม่อาจจะพุ่งผ่านเมิ่งฮ่าวไปได้ ในตอนนี้ไม่มีใครในคนทั้งสองจะอยู่เหนือกว่าอีกคนได้

สองหมื่นสองพันจ้าง, สองหมื่นสี่พันจ้าง, สองหมื่นหกพันจ้าง, สองหมื่นแปดพันจ้าง…

ในตอนนี้เองที่ฟางเว่ยแค่นเสียงเย็นชาออกมา ร่างกายมันสั่นสะท้านอยู่ชั่วขณะ และจากนั้นก็ระเบิดแสงสีทองขึ้นมาในทันที ภายในแสงสีทองนั้น ดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นทองคำไปโดยสิ้นเชิง ในเวลาเดียวกันนั้นภาพแห่งธรรมของมันก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง และฉับพลันนั้นมันก็พุ่งขึ้นไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ

“ข้ามักจะเป็นคนที่เจ้าหวังว่าจะเก่งกว่าให้จงได้!” มันกล่าวขึ้น ขณะที่เมิ่งฮ่าวได้ยินคำพูดนั้น ฟางเว่ยก็พุ่งผ่านเขาไป ในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ ฟางเว่ยก็บรรลุถึงเขตความสูงสามหมื่นจ้าง!

แต่จากนั้น ภาพแห่งธรรมของเมิ่งฮ่าวก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังเช่นเดียวกัน และความเร็วของเขาก็พุ่งขึ้นไปเป็นหลายเท่าเช่นเดียวกัน เขาพุ่งขึ้นไปจนถึงตำแหน่งความสูงสามหมื่นจ้างเช่นเดียวกับที่ฟางเว่ยได้มาถึงก่อนหน้านี้!

“เจ้าคิดว่าตนเองสูงส่งเกินไปแล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยเสียงราบเรียบ

ทันทีที่ฟางเว่ยไปถึงเขตความสูงสามหมื่นจ้าง มันก็หยุดชะงักลง มองไปยังเมิ่งฮ่าวอย่างลึกซึ้งชั่วขณะ จากนั้นก็ไม่สนใจเขาอีก นั่งลงเข้าฌาณไป

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเปลี่ยนไป ขณะที่ตระหนักว่าท้องฟ้าที่ความสูงสามหมื่นจ้างไม่ได้เป็นสีฟ้า แต่แทบจะเป็นสีม่วง ยิ่งไปกว่านั้น…แสงตะวันก็ยังได้เป็นสีม่วงไปด้วยเช่นเดียวกัน!

เห็นได้ชัดว่าที่ความสูงสามหมื่นจ้างคือจุดแบ่งเขต เมิ่งฮ่าวลังเลอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็นั่งลงขัดสมาธิและเริ่มสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ กระแสน้ำวนก่อตัวขึ้นมาอยู่รอบๆ ร่าง ขณะที่เขาเริ่มดูดซับความร้อนอย่างที่ยากจะอธิบายออกมาได้ของดวงตะวันสีม่วงเข้าไป

กายเนื้อของเมิ่งฮ่าวในตอนนี้เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก!

เห็นได้ชัดว่าเขาเกือบจะทะลวงผ่านจุดวิกฤต ก้าวเข้าไปใกล้กับการมีกายเนื้อเซียนแท้แล้ว!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: