I Shall Seal The Heaven Chapter 990

0 Comments

ตอนที่ 990

เทพปะทะเซียน!

เมิ่งฮ่าวชำเลืองมองไปยังคนทั้งสาม ถึงแม้ว่าเขาจะผงะไปเล็กน้อยจากการปรากฏกายขึ้นของหวังเถิงเฟย แต่ก็ยังคงเลือกที่จะกล่าวคำพูดเช่นนั้นออกมา

สีหน้าของผู้มาใหม่ทั้งสามไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อยกับคำพูดของเขา สำหรับจี้ยิน แม้แต่ใบหน้านางก็ยังไม่อาจจะมองเห็นได้

“พี่เมิ่ง ท่านอาจารย์ของข้ามาจากเซียนกู่เต้าฉ่าง…” โจวสุ่ยพูดขึ้นพร้อมกับมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า แต่จิตใจกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ก่อนที่มันจะทันได้กล่าวจบ เมิ่งฮ่าวก็มองไปยังมันด้วยสีหน้าที่เย็นชา

เขาไม่กล่าวอะไรออกมาอีก แต่เดินตรงไป วิญญาณเซียนสามสิบสามดวงระเบิดพลังออกมา และชีพจรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดก็โคจรหมุนวน พุ่งขึ้นไปด้วยพลังอันน่าตกใจ ทันใดนั้นเขาก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าโจวสุ่ย ต่อยหมัดออกไป

ดวงตาโจวสุ่ยแวบขึ้นด้วยความเย็นเยียบ ขณะที่ขยับมือร่ายเวทด้วยมือขวา พลังของมันพุ่งขึ้นทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไป เมื่อพลังที่เทียบเท่ากับหนึ่งร้อยสี่สิบชีพจรระเบิดขึ้น วิญญาณเซียนของมันก็ปรากฏขึ้น และในเวลาเดียวกันนั้น ประจุของเปลวไฟก็ปรากฏขึ้นที่ด้านบนศีรษะของมัน ภายในเปลวไฟนั้นกระจายเป็นเสียงของการท่องสวดคัมภีร์ออกมา ทันใดนั้นกลิ่นอายของโจวสุ่ยก็เหนือกว่าของจ้าวอีฝาน

มันร่ายเวทจบลงอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็ฟาดฝ่ามือออก ไปปะทะกับพลังของเมิ่งฮ่าว

เกิดเป็นเสียงระเบิดขึ้น และสีหน้าของโจวสุ่ยก็สลดลง ขณะที่มันสั่นสะท้านไปทั้งแขน ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็ปลดปล่อยพื้นฐานฝึกตนออกมาอย่างเต็มกำลัง หลังจากที่เสียงฉีกขาดได้ยินมา เสียงสวดท่องคัมภีร์ก็ยิ่งดังมากขึ้นไปอีก

“เวทเต๋าเก้าวัฎจักร!” ทันทีที่เสียงของโจวสุ่ยดังก้องออกไป เสียงสวดท่องคัมภีร์ที่ดังออกมา ได้กลายเป็นระลอกคลื่นแปลกๆ ที่ลดพลังการโจมตีของเมิ่งฮ่าวลง ติดต่อกันไปเก้าครั้ง หลังจากที่ลดลงไปเป็นครั้งที่เก้า การโจมตีนั้นก็ถูกฝ่ามือของโจวสุ่ยทำลายลงไปได้อย่างง่ายดาย

สีหน้าเมิ่งฮ่าวสงบนิ่งเหมือนเช่นเคย ขณะที่มองไปยังโจวสุ่ย

“สหายเต๋าเมิ่ง นี่คือการโจมตีอย่างเต็มกำลังของผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียน?” มันถามเสียงราบเรียบ แต่ลึกลงไปในจิตใจมันกำลังตกตะลึง เมื่อได้เห็นสิ่งที่เพิ่งจะเกิดขึ้นนี้ และรู้สึกได้ด้วยตนเองว่ากำลังสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ

“ถ้านั่นคือสิ่งที่ท่านมีทั้งหมด ครั้งนี้ก็มาดูกันว่าจะเหมือนกับการโจมตีของข้าหรือไม่” ด้วยเช่นนั้น เสียงกระหึ่มก็ดังก้องออกมาจากร่างกายมัน ขณะที่…มังกรเซียนเก้าสิบเก้าตัวจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นอยู่รอบๆ ตัวมัน

มังกรเซียนแผดร้องคำราม ทำให้เกิดเป็นสีสันแปลกๆ แวบขึ้นไปในอากาศ และสวรรค์ก็สั่นสะท้าน ภาพที่เห็นนี้ทำให้เหล่าผู้ฝึกตนในขุนเขาทะเลที่เก้าต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน

“เก้าสิบเก้าจุดชีพจร!!”

“เซียนกู่เต้าฉ่างช่างปกปิดได้อย่างลึกล้ำนัก! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกมันจะมีศิษย์ที่มีชีพจรเซียนถึงเก้าสิบเก้าจุด!!”

“ห่างจากหนึ่งร้อยแค่จุดเดียวเท่านั้น ดูเหมือนว่าโจวสุ่ยไม่ค่อยจะยินดีนักที่ต้องมาต่อสู้กับเมิ่งฮ่าว ถ้าเซียนกู่เต้าฉ่างได้มอบชีพจรเซียนนั้นให้กับมัน มันก็จะมีอยู่หนึ่งร้อยจุดแล้วในตอนนี้!!”

ดวงตาโจวสุ่ยแวบขึ้น ขณะที่มังกรทั้งเก้าสิบเก้าตัวแผดร้องคำราม และวิญญาณเซียนของมันก็ปรากฏขึ้น ขณะที่ระลอกคลื่นของเวทเต๋าเก้าวัฎจักรกระจายออกไป มันก็สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และสิ่งที่ดูดซับเข้าไปคือปราณแห่งฟ้าดินจากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว

หลังจากที่สูดเข้าไปหนึ่งลมหายใจ ชีพจรเซียนของมันก็เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังขึ้น จำนวนมังกรเริ่มมีเพิ่มมากกว่าเก้าสิบเก้าตัว ในที่สุดก็เป็นหนึ่งร้อย, หนึ่งร้อยแปด, หนึ่งร้อยสิบห้า, หนึ่งร้อยยี่สิบเจ็ด, หนึ่งร้อยสามสิบหก…จนกระทั่งมีทั้งหมดหนึ่งร้อยสี่สิบแปดตัว!

ภาพที่เห็นนี้ทำให้คนทั้งหมดตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง กลิ่นอายของโจวสุ่ยพุ่งทะยานขึ้นไปในท้องฟ้า ภายในดวงตาของมันปรากฏเป็นแสงอันเย็นชาขึ้น ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าวและร้องตะโกนขึ้น “หนึ่งลมหายใจ สังหารสามซากศพ!”

ดวงตาของโจวสุ่ยแวบขึ้นด้วยรังสีสังหาร มันรู้ว่าไม่มีความหวังที่จะเอาชนะเมิ่งฮ่าวได้ แต่ก็ยังคงหวังว่าจะสามารถต่อสู้กับเขาได้อย่างสูสี และพิสูจน์ว่ามันคือผู้ถูกเลือกที่แท้จริงของขุนเขาทะเลที่เก้า!

ขณะที่มันร้องตะโกนออกมา กลิ่นอายก็พุ่งขึ้นไป และชีพจรเซียนของมันก็ทำให้เกิดเป็นเส้นใยแห่งปราณเซียนก่อตัวขึ้นมา กลายเป็นกระแสของกลุ่มควันสีขาวขนาดใหญ่พุ่งตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

เป็นแค่กระแสเดียวเท่านั้น แต่ก็กระจายกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมา จนดูเหมือนว่าจะสามารถสังหารใครก็ตามที่อยู่ในอาณาจักรเซียนได้ คนทั้งหมดในขุนเขาทะเลที่เก้าต่างก็รู้สึกแปลกใจไปตามๆ กัน

มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สีหน้ายังคงราบเรียบเหมือนเช่นเคย ซึ่งก็คือเมิ่งฮ่าวนั่นเอง ปากของเขาบิดขึ้นเป็นรอยยิ้มอันเย็นชา ขณะที่ชีพจรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุด ได้ทำให้พลังเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามส่วนหลอมรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นหนึ่งหมัด ซึ่งสามารถถือได้ว่านี่คือเวทลับจากการยืนกรานเต๋าของตนเอง เมื่อบรรลุกลายเป็นเซียนแท้

อีกครั้งที่หนึ่งหมัดพุ่งฝ่าอากาศไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อเมิ่งฮ่าวทำการต่อสู้จากก่อนหน้านี้ อาจจะดูเหมือนว่าเขาได้ใช้พลังทั้งหมดจากชีพจรเซียนออกมา อย่างไรก็ตามจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ใช้ทักษะความสามารถใดๆ ที่จะโจมตีออกไปเลย เขาพึ่งพาเพียงแค่พลังของกายเนื้อเท่านั้นในการบดขยี้คนทั้งหมดไป

ตอนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้เวทลับเซียนแท้ รวมพลังของชีพจรเซียนทั้งหมดให้กลายเป็นหนึ่งเดียว…เพื่อส่งไปยังการโจมตีของอาณาจักรเซียนแท้

หนึ่งหมัดทำให้เกิดเป็นสายลมอันรุนแรงจนดวงดาวต้องสาดประกายขึ้น อย่างน่าตกใจยิ่ง ตะเกียงวิญญาณมากมายได้ปรากฏขึ้นรอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว ทำให้โจวสุ่ยต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ดวงตามันเบิกกว้าง และในขณะที่ความประหลาดใจไหลบ่าท่วมท้นอยู่ในจิตใจ หมัดของเมิ่งฮ่าวก็กระแทกลงไปยังกระแสกลุ่มควันของมัน

เกิดเป็นเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกไป ขณะที่กลุ่มควันพังทลายลงไปในทันที โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของโจวสุ่ย และร่างกายมันแทบจะระเบิดออกไป มันร้องตะโกนขึ้นเป็นเสียงดัง ใช้เวทเต๋าเก้าวัฎจักรออกมา แต่หลังจากที่ลดพลังลงไปได้เก้าครั้ง มันก็ยังคงลอยละลิ่วปลิวไปทางด้านหลัง ราวกับเป็นว่าวที่ถูกตัดสายป่าน โลหิตไหลซึมออกมาจากทั่วทั้งร่างจนกระทั่งชุ่มโชก กลิ่นอายมันอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด และเปลวไฟแห่งพลังชีวิตของมันก็ริบหรี่จนแทบจะดับลงไป

“เจ้า…” มันกล่าวขึ้นด้วยใบหน้าที่ซีดขาว หนังศีรษะด้านชา แรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่างจนถึงจุดที่ชีพจรเซียนทั้งหมดของมันกำลังจะพังทลายลงไป ในท่ามกลางความประหลาดใจนี้ สีหน้าหวาดกลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมัน โดยไม่ลังเลมันหยิบเอาแผ่นหยกออกมาและบดขยี้ไป เคลื่อนย้ายทางไกลตัวเองออกไปในทันที

ขุนเขาทะเลที่เก้าตกอยู่ในความเงียบอย่างน่ากลัว ขณะที่จิตใจของคนทั้งหมดกำลังฉายซ้ำภาพการโจมตีของเมิ่งฮ่าวจากเมื่อครู่นี้

“นั่นคือ…พลังแห่งผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียน?!?!”

“แข็งแกร่ง! ช่างแข็งแกร่งนัก!! การโจมตีนั่นเทียบได้กับอาณาจักรโบราณเลยทีเดียว!!”

“การโจมตีนั้น…แม้แต่คนที่อยู่ในอาณาจักรโบราณซึ่งมีตะเกียงวิญญาณดับไปแค่ดวงเดียว…ก็ยากที่จะต่อต้านได้!!”

ขุนเขาทะเลที่เก้าสั่นสะเทือน ขณะที่เมิ่งฮ่าวหันหน้ามองไปยังหวังเถิงเฟยและจี้ยิน

จี้ยินมีใบหน้าที่เคร่งขรึมขึ้น ถอยไปทางด้านหลังตรงไปยังประตูเคลื่อนย้ายทางไกล เห็นได้ชัดว่านางตัดสินใจที่จะไม่โจมตีไปยังเมิ่งฮ่าว ราวกับนางตระหนักได้ว่าเมิ่งฮ่าวในตอนนี้ เป็นผู้ที่คนอื่นๆ ในอาณาจักรเซียนไม่อาจจะต่อสู้ด้วยได้

ดวงตาฝานตงเอ๋อร์เบิกกว้างขึ้น และใบหน้าของหลี่หลิงเอ๋อร์ก็ซีดขาวราวกระดาษ จ้าวอีฝานกำลังยิ้มอย่างขมขื่นออกมา สำหรับไท่หยางจื่อและกลุ่มคนที่เหลืออีกสิบกว่าคนจากก่อนหน้านี้ ทั้งหมดกำลังถอนหายใจออกมา

ในตอนนี้พวกมันรู้ว่าก่อนหน้านี้…เมิ่งฮ่าวแค่ต่อสู้เพื่อให้คุ้นเคยกับพื้นฐานฝึกตนของตัวเองเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงปล่อยให้พวกมันโจมตีมา แต่ตอนนี้…เขาไม่จำเป็นต้องกระทำเช่นนั้นอีกแล้ว ถ้าพวกมันพยายามจะโจมตีไปที่เขาอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คงจะแตกต่างไปเป็นอย่างมาก

เมิ่งฮ่าวคือคนที่ไม่อาจจะไปตอแยด้วยได้!

หวังเถิงเฟยมองขึ้นไป และดวงดาวบนหน้าผากของมันก็กระพริบแสงขึ้นมา ขณะที่ก้าวเดินไปข้างหน้า

“เมิ่งฮ่าว ข้าจะไม่รบกวนเวลาเจ้า หนึ่งหมัด ขอแค่หนึ่งหมัดเท่านั้น!” ดวงตามันแวบขึ้นด้วยความมุ่งมั่น มันได้เฝ้ารอคอยเวลานี้มาอย่างยาวนาน และในความเป็นจริงแล้ว คนทั้งสองก็ต้องยอมรับว่าได้รู้จักกันมาเป็นอย่างดี ถึงเรื่องราวรายละเอียดเมื่อในอดีตของกันและกัน

เมิ่งฮ่าวมองไปยังหวังเถิงเฟย เขายังคงตกตะลึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่า หวังเถิงเฟยยังคงมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคิดว่าเขาเคยเห็นมันตายไป ด้วยมือของปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวังด้วยสองตาของตัวเอง

หวังเถิงเฟยรู้ดีถึงสิ่งที่เมิ่งฮ่าวกำลังสงสัย จึงได้กล่าวอธิบายขึ้นมาเองด้วยเสียงแผ่วเบา “ปรมาจารย์รุ่นสิบช่วยข้า”

เมิ่งฮ่าวมองกลับไปยังหวังเถิงเฟยอย่างเงียบๆ และจิตใจก็เต็มไปด้วยความรู้สึกอันซับซ้อน ขณะที่นึกย้อนไปถึงการพบกันครั้งแรกของคนทั้งสองเมื่อหลายปีก่อนโน้น เห็นได้ชัดว่าหวังเถิงเฟยได้เห็นแล้วว่ามังกรปีกวารี กลายมาเป็นหนึ่งในชีพจรเซียนของเขา

“ดี!” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับพยักหน้าให้

ดวงตาหวังเถิงเฟยสาดประกายขึ้นด้วยความต้องการต่อสู้ ขณะที่มองไปยังเมิ่งฮ่าว พลังของมันเริ่มพุ่งขึ้นไป มันไม่มีเวทลับ และจำนวนชีพจรเซียนที่มันเปิดได้ ก็ไม่อาจจะถือได้ว่าโดดเด่นเป็นพิเศษสำหรับยุคปัจจุบันนี้

แต่มันก็มีทรัพยากรอันลึกล้ำบางอย่างที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยปรมาจารย์รุ่นสิบตระกูลหวัง มันมีพื้นฐานสมบูรณ์ของเมิ่งฮ่าวด้วยเช่นกัน รวมทั้งพลังสายโลหิตที่ได้มาในตอนที่กลายเป็นเซียนแท้

พลังสายโลหิตนั้นเป็นสิ่งที่น่าตกใจยิ่ง แม้แต่ในตระกูลหวังก็ตามที นั่นเป็นเพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็นได้!

มันคือพลังแห่งเทพ!

ในตระกูลหวัง พลังสายโลหิตของหวังเถิงเฟยนี้ คือพลังแห่งเทพ!

สิ่งที่มันเดินไป ไม่ใช่เส้นทางของเซียนอมตะ วิถีทางของมัน…คือเส้นทางแห่งเทพ!

การต่อสู้นี้ คือการต่อสู้ระหว่างเทพและเซียน!

หวังเถิงเฟยแหงนหน้าขึ้นและกู่ร้องออกมา เสียงแตกร้าวกระจายออกไปจากร่างกายมัน และในชั่วพริบตา…มันก็มีขนาดใหญ่โตขึ้นจนกระทั่งสูงถึงสิบจ้าง, หนึ่งร้อยจ้าง, หนึ่งพันจ้าง…ดูน่าตกใจยิ่งโดยสิ้นเชิงสำหรับใครก็ตามที่มองมา และบริเวณรอบๆ ตัวมันก็เต็มไปด้วยรอยแตกแยกออกไปในทันที

มันยังคงมีขนาดใหญ่โตขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความรวดเร็วอย่างบ้าคลั่ง ภายในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจ มันก็ไปอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าว กลายเป็นยักษ์ที่มีความสูงถึงสองพันจ้าง!

ทันทีที่ยักษ์นี้ปรากฏกายขึ้น จิตใจเมิ่งฮ่าวก็สั่นสะท้าน และทำให้เขาต้องคิดย้อนกลับไปในตอนที่มองเห็นภาพในวิหารพิธีเต๋าเซียนโบราณ ซึ่งในภาพนั้นเขาได้มองเห็นยักษ์ เป็นยักษ์ที่ดูเหมือนกับหวังเถิงเฟยโดยสิ้นเชิง!

ทั้งสองต่างก็มีผิวหนังที่แน่นหนา ถูกปกคลุมไปด้วยสัญลักษณ์เวท และทั้งสองต่างก็มีดวงดาวอยู่บนหน้าผาก สิ่งที่แตกต่างกันก็คือว่ายักษ์ในภาพที่เขาเคยเห็นมีดวงดาวมากกว่าหวังเถิงเฟย!

ผู้ฝึกตนทั้งหมดที่มองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน หวังเถิงเฟยแผดร้องคำราม ทำให้จิตใจของคนทั้งหมดที่ได้ยินเกิดเป็นความรู้สึกถึงห้วงบรรพกาลที่ปั่นป่วนวุ่นวาย มือขวาของมันกำเป็นหมัด และต่อยตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

หมัดนี้พุ่งออกไปราวกับเป็นดาวตกขนาดยักษ์ มุ่งหน้าตรงไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความรวดเร็วอย่างน่าตกใจยิ่ง

สีหน้าเมิ่งฮ่าวเต็มไปด้วยความจดจ่อ เขาตระหนักดีถึงบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษเฉพาะเกี่ยวกับหวังเถิงเฟย รับรู้ได้ถึงความสามารถศักดิ์สิทธิ์แปลกๆ ที่หวังเถิงเฟยใช้ออกมา อันที่จริงเขาเคยพบเห็นความสามารถศักดิ์สิทธิ์ที่แปลกๆ ของตระกูลหวังนี้ ตอนที่อยู่บนดาวหนานเทียนมาแล้ว อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยคาดคิดว่าหวังเถิงเฟยจะมีโลหิตที่ประกอบไปด้วย…พลังแห่งเทพเช่นนี้มาก่อน!

“ปรมาจารย์รุ่นแรกของตระกูลหวังจะมีความแข็งแกร่งมากมายเท่าใดกันแน่?” เมิ่งฮ่าวคิด ไม่รู้ว่าปรมาจารย์ตระกูลหวังมีชีวิตอยู่ในยุคไหน ตอนนี้เขารู้สึกอยากรู้อยากเห็นเป็นอย่างยิ่งเกี่ยวกับมัน แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะมาขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ กำมือขวาเป็นหมัดจนแน่น ทำให้เกิดเป็นเสียงปะทุดังก้องออกไป จากนั้นก็ปลดปล่อยเวทลับของตนเอง ทำให้ชีพจรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดหลอมรวมเข้าด้วยกันกับพลังของกายเนื้อเซียนแท้

ราวกับว่ากายเนื้อของเขาในตอนนี้มีพลังเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบสามเท่า และขณะที่เขาต่อยหมัดออกไป ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวรอบๆ ตัวก็แตกกระจายไป พลังที่อยู่ในหมัดนั้นทำให้จิตใจของเหล่าผู้ฝึกตนที่มุงดูอยู่ทั้งหมดต้องสั่นสะท้าน

ในชั่วพริบตา เมิ่งฮ่าวก็ลอยขึ้นไปปะทะกับหมัดของหวังเถิงเฟย เมื่อคนทั้งสองกระแทกเข้าหากัน เสียงระเบิดขนาดใหญ่ก็ดังก้องออกไป ดวงดาวพังทลายลงและสวรรค์ก็มืดสลัวไป คลื่นเสียงขนาดใหญ่ดังกระจายออกไปในทั่วทุกทิศทาง

โลหิตกระจายออกมาจากปากของหวังเถิงเฟย ขณะที่มันโซเซถอยไปทางด้านหลัง ร่างกายที่ใหญ่โตของมันหดขนาดเล็กลงอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ถอยออกไปมากกว่าสิบก้าว มันก็กลับมามีขนาดเป็นปกติเท่าเดิม ใบหน้าซีดขาว กระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง มือขวาของมันแหลกละเอียดไปโดยสิ้นเชิง มองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าว

“ข้าจะต้องเอาชนะเจ้าให้ได้สักวันหนึ่ง!” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่นอย่างน่าเหลือเชื่อ จากนั้นก็หันร่างกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง และกลายเป็นลำแสงพุ่งจนหายลับตาไป

เมิ่งฮ่าวยืนอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ค่อยๆ ลดกำปั้นลงมา และพบว่าแขนกำลังสั่นไปมา พลังกระแทกของหวังเถิงเฟยประกอบไปด้วยพลังสะกดข่มที่สามารถจะทำลายทุกสรรพสิ่งไปได้ เมิ่งฮ่าวมองกลับลงไปยังมือของตนเอง และมีรอยแผลเหลืออยู่บนมือข้างนั้น

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับผู้ถูกเลือกเหล่านี้

“พลังเทพ…” เมิ่งฮ่าวคิด ดวงตาแวบขึ้นด้วยความมุ่งหวัง

“ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องสะสางเรื่องส่วนตัวแล้ว…” เขามองลงไปยังดาวตงเซิ่ง และฟางเว่ยซึ่งกำลังลอยตัวอยู่ที่นั่นในกลางอากาศ อีกครั้งที่สายตาของคนทั้งสองสบประสานกัน

“ฟางเว่ย!” เขากล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา พุ่งลงไปยังดาวตงเซิ่ง ภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนกของคนทั้งหมด!

“ฟางฮ่าว!” ดวงตาของฟางเว่ยสาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่มันเริ่มบินขึ้นไปพบกับเมิ่งฮ่าว

บนพื้นด้านล่าง ดวงตาของฟางซิ่วซานแวบขึ้นด้วยแสงอันดุร้ายดูน่ากลัว ปู่ของฟางเว่ยหรี่ดวงตาลง ในมือของมันเป็นแผ่นหยกที่ถูกเตรียมพร้อมไว้เพื่อทำลายไปในช่วงที่ถูกพบเห็น

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่ามันจะรู้สึกลังเล เมื่อไหร่ก็ตามที่มันบดขยี้แผ่นหยกนั้นไป…ก็ไม่อาจจะหวนคืนกลับได้อีกแล้ว

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 212
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 211
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: