Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1236

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1236 ผมจะทำให้คุณสำลักด้วยคำพูดของผม!

ร่างสูงเพรียวยืนจังก้าอยู่กลางอากาศ สีหน้าของเขายังดูเป็นปกติ แต่นัยน์ตานั้นมีประกายสุกสว่างราวกับดวงดาว

C

การปรากฏตัวของเขาให้ความรู้สึกของความทรงพลัง มีผู้คนมากมายที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าเขา แต่ชายผู้นี้มีแรงกดดันบางอย่างที่แผ่ออกมา ทำให้ฝูงชนรู้สึกว่าพวกเขากำลังเผชิญกับพลังจากสวรรค์

การต่อต้านเขาคงไม่ต่างอะไรกับการทำร้ายโลกที่ทุกคนอาศัยอยู่ และนั่นจะเป็นโชคชะตาของผู้ที่โง่เขลา

“ปรมาจารย์จาง”

“อาจารย์ใหญ่จางอยู่ที่นี่แล้ว!”

“ในที่สุด!”

ซ่งเชากับคนอื่นๆ กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น ทุกคนนัยน์ตาแดงก่ำ

ความกดดันที่พวกเขารู้สึกตลอด 2-3 วันที่ผ่านมานั้นมากมายเสียจนแทบจะรู้สึกว่าตัวเองบี้แบนไป

โชคดีเหลือเกินที่อาจารย์ใหญ่ของพวกเขากลับมาได้ทันเวลา

ด้วยการมาถึงของเขา เหล่าสมาชิกแก๊งชวนชวนและยอดขุนพลต่างก็ได้พบจุดหมายและทิศทางของตัวเอง

“คุณคือจางเซวียนหรือ?” ปรมาจารย์ซ่งจ้องหน้าจางเซวียนพร้อมขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด “มาได้เสียที อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาคุณ”

“ในฐานะปรมาจารย์ คุณไม่สามารถควบคุมลูกศิษย์ให้อยู่ในระเบียบ ปล่อยให้เขาทำอะไรตามอำเภอใจ และทำลายกฎเกณฑ์ที่สภาปรมาจารย์ตั้งขึ้นด้วยความยากลำบาก คุณคงเข้าใจนะว่าอาชญากรรมครั้งนี้มันหนักหน่วงแค่ไหน ผมคงไม่ต้องอธิบายให้คุณฟังหรอก ใช่ไหม?”

“จากการทำความดีที่ผ่านมาของคุณและข้อเท็จจริงที่ว่าคุณไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนตอนที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ผมก็จะให้คุณพ้นจากข้อสงสัย ขอแค่คุณใจแข็งพอที่จะลงโทษคนเหล่านี้เพื่อยืนยันคุณค่าของตัวเอง ผมก็จะขอกับทางสภาปรมาจารย์ให้ยกประโยชน์ให้กับคุณ”

เจตนาเบื้องต้นของปรมาจารย์ซ่งในการสั่งประหารซุนฉางกับคนอื่นๆ ก็เพื่อล่อให้หลิวหยางออกมา แต่ใครจะไปคิดว่ากลับกลายเป็นจางเซวียน แต่ถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ยังถือว่าใช้ได้

การเลี้ยงดูแต่ไม่สั่งสอนถือเป็นความผิดของบิดา และการสั่งสอนแต่ไม่ควบคุมให้เข้มงวดก็ถือเป็นความผิดของอาจารย์!

แม้จะเป็นหลิวหยางที่สังหารฉู่เถียนฉิง แต่จางเซวียนก็มีความผิดที่ไม่สั่งสอนค่านิยมที่ถูกต้องให้กับศิษย์สายตรงของเขา เอาแต่สอนเทคนิคการต่อสู้และเทคนิควรยุทธ เรื่องนี้ถือเป็นต้นตอของปัญหา ดังนั้นเขาจึงต้องแสดงความรับผิดชอบ

พูดกันตามตรง ถึงจางเซวียนจะต้องรับโทษในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ร้ายแรงนัก แต่หลิวหยางถึงกับสังหารฮ่องเต้ของจักรวรรดิอันทรงเกียรติ สภาปรมาจารย์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ยาแรง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด จางเซวียนอาจถูกถอดถอนใบอนุญาตปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวของเขาเลยก็ได้!

แต่อันที่จริง เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่ปรมาจารย์ซ่งอยากเห็น ถึงอย่างไร ลำพังแค่วีรกรรมของจางเซวียนในการเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนก็เกินพอที่จะประกาศแล้วว่าเขาเป็นผู้มีความปราดเปรื่อง และคนๆ นี้จะกลายเป็นเสาหลักของสภาปรมาจารย์ต่อไปในอนาคต ตราบใดที่ชายหนุ่มเต็มใจที่จะรับผิดและแก้ไขให้ถูกต้อง ตัดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับพ่อบ้านผู้สร้างปัญหาและเหล่ากูรูยาพิษเสีย ก็ยังจะพอไกล่เกลี่ยกันได้

“คุณต้องการให้ผมสังหารซุนฉางและคนอื่นๆ เพื่อยืนยันความถูกต้องของตัวผมอย่างนั้นหรือ? ช่างกล้าพูดนะ!” จางเซวียนหรี่ตา

“คุณตั้งใจจะป่วนการประหารเหมือนกับพวกนั้นหรือไง?” ได้ยินเสียงเป็นปฏิปักษ์ของชายหนุ่ม ปรมาจารย์ซ่งหน้าตาเคร่งเครียด “คุณลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์? ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว คุณคือแบบอย่างของโลกใบนี้ คนอย่างคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรตามอำเภอใจ เห็นแก่ความปราดเปรื่องและการกระทำความดีที่ผ่านๆ มา ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย อย่าปล่อยให้โอกาสที่ผมมอบให้คุณในครั้งนี้ต้องสูญเปล่า”

“คุณเก็บโอกาสไว้กับตัวเถอะ!” เห็นปรมาจารย์ซ่งทำท่าราวกับว่าการให้เขาสังหารซุนฉางนั้นเป็นความปรานีสูงสุด จางเซวียนก็ไม่อยากจะพูดอะไรอีก

ครู่ต่อมา รังสีปั่นป่วนรุนแรงก็ระเบิดออกจากตัวของจางเซวียน มันพุ่งทะลุเมฆ

“คุณคิดว่าคุณจะข้ามหัวผมไปได้เพียงเพราะผมให้เกียรติคุณอย่างนั้นหรือ?” ปรมาจารย์ซ่งตวาดกร้าวขณะยกมือขึ้น

อีกฝ่ายเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวซึ่งดูเหมือนจะมีความปราดเปรื่องอยู่สักหน่อย เขาลงทุนถึงขนาดยอมช่วยเหลือแล้ว แต่หมอนี่ก็ยังเชิดใส่ความปรารถนาดีของเขา ราวกับไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย หยิ่งผยองนัก! ช่างหยิ่งผยองเสียจริงๆ !

จางเซวียนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาเดินไปที่แท่นประหาร “ให้เกียรติ? ไม่ต้องหรอก! ผม, จางเซวียน ไม่ต้องการการให้เกียรติจากใคร!”

ตอนนี้เขาโกรธจนบอกไม่ถูก

เมื่อไม่นานมานี้ ประธานโกว เถียนฉิงและปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวอีก 7 คนได้เสียชีวิต ซึ่งในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว ปรมาจารย์ซ่งควรจะเข้ามาสืบสวนเรื่องนี้

แต่เขากลับละเลยเรื่องสำคัญมากมายและเลือกที่จะมาวุ่นวายกับเรื่องเล็กน้อย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีจุดที่น่าสงสัยอีกมากมายที่แม้แต่ปรมาจารย์ซ่งเองก็ไม่รู้มาก่อน อย่างเช่นการที่จู่ๆ ฉู่เถียนฉิงก็จับตัวหลิวหยางไป และปรมาจารย์อู๋ได้สั่งการผู้อาวุโสคนหนึ่งให้จับตาฉู่เถียนฉิงอย่างใกล้ชิดด้วย

ผู้ที่มีความละเอียดลออมากกว่านี้คงจะสั่งการให้มีการสอบสวนและรอให้ปรมาจารย์อู๋กลับมาก่อน เพื่อจะได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก่อนจะทำการตัดสิน แม้จะมีแรงกดดันจากเหล่าข้าราชบริพารและขุนนาง แต่ในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว ปรมาจารย์ซ่งควรจะระงับความเคลื่อนไหวของคนเหล่านั้นเอาไว้ก่อน

มันเรื่องอะไรที่ทางสำนักงานใหญ่ถึงส่งคนไม่ได้เรื่องแบบนี้มา?

“บังอาจนัก! จางเซวียน อย่าคิดว่าคุณจะสามารถทำอะไรได้ตามใจเพียงเพราะคุณเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนได้สำเร็จนะ ผม, ซ่งชวน เป็นปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว เป็นผู้แทนที่ทางสำนักงานใหญ่ส่งมารับมือกับความวุ่นวายที่นี่ ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวผู้อยู่ในสังกัดสภาปรมาจารย์ คุณกล้าพูดและกระทำการไม่เคารพแบบนี้ได้อย่างไร? ลืมมารยาทที่คุณควรทำในฐานะปรมาจารย์ไปแล้วหรือ?” ปรมาจารย์ซ่งตวาดอย่างโกรธจัด

เขาได้ยินมาว่าจางเซวียนเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน ซึ่งตัวเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับว่าชายหนุ่มเป็นอัจฉริยะตัวฉกาจ และนี่คือเหตุผลที่แม้ตัวเขาจะเป็นคนเข้มงวดและไม่เคยยืดหยุ่นกับเรื่องใดๆ แต่ก็ยังเลือกที่จะให้โอกาสเป็นพิเศษสำหรับชายหนุ่มคนนี้

การที่ชายหนุ่มจะไม่รับความหวังดีของเขาก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับฝ่าฝืนมารยาทที่ควรกระทำและปฏิบัติตัวต่อเขาอย่างกระด้างกระเดื่อง เรื่องนี้ยอมรับไม่ได้!

“มารยาท? ผมไม่อยู่ในอารมณ์จะสนใจเรื่องนั้นหรอก ทั้งหมดที่ผมรู้ก็คือทุกคนที่อยู่บนแท่นประหารในตอนนี้ไม่สมควรตาย!” จางเซวียนคำรามเสียงเย็นขณะที่เดินเข้าหาแท่นประหาร

“ไม่ใช่หน้าที่ของคุณที่จะมาตัดสินว่าใครสมควรตายหรือไม่ ลำพังแค่ความผิดที่พวกเขาสังหารฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิอันทรงเกียรติและสร้างความตื่นตระหนกรวมถึงความปั่นป่วนไปทั่วทั้งเมืองก็เกินพอที่จะทำให้ถูกตัดหัวเป็นพันครั้งแล้ว! ในฐานะปรมาจารย์ คุณควรจะรู้เรื่องนี้ดี!” ปรมาจารย์ซ่งพลิกฝ่ามือ และใบมีดประหารที่ลอยอยู่เหนือซุนฉางกับกูรูยาพิษคนอื่นๆ ก็ลอยขึ้นสู่กลางอากาศอีกครั้ง ดูเหมือนพร้อมจะบั่นคอทุกคนที่อยู่ด้านล่าง

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

ใบมีดประหารราว 100 เล่ม แตกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะกระจายออกไปโดยรอบ

“บังอาจนัก! สุดท้ายผมก็รู้แล้วว่าทำไมสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนอันสงบสุขถึงต้องเจอปัญหาครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากที่คุณมาถึง เป็นความจริงที่ยาพิษเพียงหยดเดียวทำให้ข้าวต้มเสียไปทั้งหม้อ จางเซวียน, กฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์ไม่มีความหมายกับคุณเลยหรือ? เพียงแค่คุณมีความปราดเปรื่องมากกว่าคนอื่นอยู่สักหน่อย ก็ไม่ได้หมายความว่า” ปรมาจารย์ซ่งโมโหจนแทบจะระเบิดออกมาเดี๋ยวนั้น

ชัดเจนว่าชายหนุ่มมาที่นี่เพื่อขัดขวางการประหารเช่นเดียวกัน!

“หุบปากซะ”

แม้ท้องฟ้าจะแจ่มใส แต่สายฟ้าฟาดก็ส่งเสียงครืนๆ จนหนวกหู จางเซวียนยืนอยู่ห่างจากปรมาจารย์ซ่งไม่ถึง 10 เมตร เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมกริบ บ่งบอกถึงความพร้อมที่จะจัดการกับใครก็ตามที่เข้าเล่นงานเขา

“คุณ” ได้ยินชายหนุ่มบอกให้เขาหุบปาก ปรมาจารย์ซ่งตัวสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไหลพล่านไปตามเส้นเลือด เขากำลังจะพูดจาเชือดเฉือนอีกฝ่าย ก็พอดีกับที่เสียงของจางเซวียนดังขึ้น

“คุณจะมาพูดกับผมเรื่องกฎระเบียบ? เรื่องมารยาท? ก็เอาเถอะ อยากทำอะไรก็ทำไป ขณะที่ตัวผม, จางเซวียน กำลังสืบเรื่องการฆาตกรรมในสภาปรมาจารย์และเปิดโปงการจัดฉากของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น คุณกำลังทำอะไร?”

“ขณะที่ผมดำดิ่งลงไปในบึงแห่งทุ่งหญ้าทิศเหนือที่แสนอันตรายเพื่อตามล่าฮ่องเต้ฉิงเทียนไม่ให้เขาเอาชีวิตผู้บริสุทธิ์ได้อีก คุณทำอะไร?”

“ขณะที่ผมถ่ายทอดความรู้ให้เหล่าปรมาจารย์และยอดขุนพลเพื่อลดปริมาณผู้บาดเจ็บล้มตายในการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น คุณทำอะไร?”

“ในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว แทนที่จะสืบเสาะหาความจริงเบื้องหลังความตายของเหล่าปรมาจารย์ คุณกลับวางเฉยและทำหูหนวกตาบอดต่อทุกสิ่ง เลือกวิธีที่ง่ายดายที่สุดสำหรับตัวเอง เพราะฉะนั้น บอกมาสิ คุณมีสิทธิ์อะไรที่จะมาตัดสินผมกับคนของผม?”

บึ้มมมม!

เสียงของจางเซวียนดังไปทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน พร้อมๆ กับเสียงสายฟ้าฟาด ราวกับสวรรค์ตอกย้ำความโกรธแค้นของเขา

รังสีอันชอบธรรมที่จางเซวียนแผ่ออกมามีความสง่างาม ส่งเสริมคำพูดของเขาจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

“คุณ” ปรมาจารย์ซ่งหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเดือด แต่ก็สำลักจนไม่อาจพูดอะไรออกมา ดูเหมือนเขาพร้อมจะระเบิดได้ทุกวินาที

แต่จางเซวียนไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาขัดคำพูดของปรมาจารย์ซ่งขึ้นอีก

“ฉู่เถียนฉิงเลือกเข้าข้างเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ทำไมคุณถึงไม่สืบเสาะเรื่องนั้น?”

“เถียนชิงเป็นตัวโคลนของฮ่องเต้ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ ทำไมคุณถึงไม่สืบเสาะเรื่องนั้น?”

“ประธานโกวละเลยความรับผิดชอบของเขาและปล่อยกิจการงานทุกอย่างของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนให้อยู่ในมือของเถียนฉิง ส่งผลให้สภาปรมาจารย์เสื่อมลงทุกวันๆ ทำไมคุณถึงไม่สืบเสาะเรื่องนั้น?”

“ผมควรจะบอกคำตอบให้กับคุณไหม? เป็นเพราะคุณไม่ใส่ใจอะไรเลย คุณปล่อยให้ตัวเองโง่เง่า จงใจทำหูหนวกตาบอดต่อเรื่องสำคัญและเลือกที่จะใช้ความพยายามของคุณไปกับการต้อนพ่อบ้านของผมและกูรูยาพิษกลุ่มหนึ่งให้จนมุม ซ่งชวน, ผมอยากถามคุณว่านี่คืออำนาจที่สภาปรมาจารย์มีให้คุณหรือ?”

“ปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวเขาทำตัวกันแบบนี้หรือไง?”

“ผม” ปรมาจารย์ซ่งอยากจะปฏิเสธข้อโต้แย้งของจางเซวียน แต่อีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด

“เหตุผลที่ปรมาจารย์ขงก่อตั้งสภาปรมาจารย์ขึ้นก็เพื่อนำความรู้และความกระจ่างมาสู่มวลมนุษย์ ทำให้พวกเขามีสถานภาพสูงขึ้น เขากลายเป็นบุคคลที่ทุ่มเทความเชื่อและชีวิตให้กับการสั่งสอนผู้อื่น และนั่นคือเหตุผลที่สุดท้ายเขาได้การยอมรับจากผู้คนนับไม่ถ้วนให้เป็นครูบาอาจารย์ของโลก!”

“ความหมายที่อยู่เบื้องหลังการมีอยู่ของสภาปรมาจารย์ก็คือการเผยแพร่ความยิ่งใหญ่ของปรมาจารย์ขงและนำสติปัญญาเข้าสู่หัวใจของมวลมนุษย์ ในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว ทำไมคุณถึงไม่บอกผมว่า ศิษย์สายตรงของผม, หลิวหยาง ซึ่งเป็นเพียงนักรบที่ยังไม่สำเร็จวรยุทธระดับเซียนด้วยซ้ำ จะสังหารนักรบระดับกึ่งการละทิ้งช่องว่างอย่างฉู่เถียนฉิงได้อย่างไร?”

“ถ้าฉู่เถียนฉิงถูกสังหารได้อย่างง่ายดายโดยศิษย์สายตรงของผม แปลว่ามีอะไรอยู่เบื้องหลังการมีอยู่ของจักรวรรดิฉิงหย่วนหรือเปล่า?”

“อย่ามากล่าวอ้างว่าเป็นเพราะกูรูยาพิษใช้ยาพิษ ผมได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองแล้ว และเป็นที่ยืนยันได้ว่าพวกเขาใช้แค่ผงลมโชยแตกซ่านเท่านั้น”

“เมื่อ 20 ปีก่อน เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นใช้ผงลมโชยแตกซ่านเพื่อเข้าโจมตีจักรวรรดิฉิงหย่วน จนเกือบจะทำให้จักรวรรดิล่มสลาย นอกจากความจริงที่ว่าฉู่เถียนฉิงกลายเป็นหุ่นเชิดของฮ่องเต้ฉิงเทียนและจะต้องมียาถอนพิษอยู่กับตัว หลังจากความผิดพลาดเมื่อ 20 ปีก่อน คุณคิดว่าทางราชวงศ์จะไม่เตรียมการป้องกันอะไรไว้เลยหรือ?”

“เอ่อ”

ความโกรธเกรี้ยวของปรมาจารย์ซ่งเปลี่ยนไปเป็นงุนงงและพรั่นพรึง เขาตัวสั่นไม่หยุดกับคำพูดของจางเซวียน

ส่วนจางเซวียนก็สะบัดแขนเสื้ออย่างหงุดหงิดและพูดต่อ “ความตายของฉู่เถียนฉิงนั้นมีเรื่องน่าสงสัยมากมาย แต่คุณไม่คิดจะสืบเสาะอะไรเพื่อค้นหาความจริงเลย เรื่องนี้ใช้ไม่ได้!”

“คุณปล่อยให้ตัวเองโอนอ่อนไปกับคำพูดของเหล่าขุนนางและข้าราชบริพาร เลือกที่จะทำตามความต้องการของพวกเขาแทนที่จะตัดสินอย่างยุติธรรม เรื่องนี้เป็นความโง่เง่า!”

“ในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว คุณละเลยสิ่งที่สภาปรมาจารย์ควรปฏิบัติและส่งผลถึงความตายของปรมาจารย์มากขึ้นอีก เรื่องนี้ถือว่าคุณจัดลำดับความสำคัญผิด!”

“คุณจัดการให้หัวหน้าแผนกและเหล่ายอดขุนพลของสภายอดขุนพลถูกกักขังโดยไม่ได้ไตร่ตรอง ใช้สถานภาพของคุณในฐานะผู้แทนสำนักงานใหญ่กดข่มการออกความเห็นของพวกเขา ถือเป็นการดูถูกโครงสร้างของสภาปรมาจารย์ และนี่เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด!”

“ใช้ไม่ได้ โง่เง่า จัดลำดับความสำคัญผิด และใช้อำนาจในทางที่ผิด” จางเซวียนเอาสองมือไพล่หลังแล้วเลิกคิ้ว “ซ่งชวน คุณยังมีหน้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวอีกหรือ?”

“ผม” พลั่ก!

ปรมาจารย์ซ่งหน้าแดงก่ำ เลือดกระอักออกจากปาก เขายืนโงนเงนอยู่ชั่วขณะหนึ่งและเกือบจะล้มพับลงไปกับพื้น

“เฮ้ย”

“เขาทำให้ปรมาจารย์ซ่งกระอักเลือดได้เพียงแค่ใช้คำพูดหรือ?”

ซ่งเชากับคนอื่นๆ กลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะมองหน้ากันด้วยใบหน้าซีดเผือด

เพื่อยับยั้งการประหาร พวกเขาต้องหารือและขัดเกลาแผนการกันอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อมาถึงเวลาจริง ต่างคนต่างก็ทำอะไรไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าปรมาจารย์ซ่ง หากต้องต่อสู้กับอีกฝ่ายจริงๆ ล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะต้องถูกเขี่ยออกไปแน่

ต่างคนต่างคิดว่าทุกอย่างจบสิ้นแล้วเมื่อมังกรขนาดมหึมาที่พวกเขาสร้างขึ้นถูกทำให้พ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดาย แต่ใครจะไปคิดว่าจางเซวียนจะปรากฏตัวขึ้นในตอนนั้นพอดี และไม่ต้องทำการโจมตีอะไรเลย เขาทำให้ปรมาจารย์ซ่งกระอักเลือดได้เพียงแค่คำพูดของเขาเท่านั้น

“เทคนิคการใช้ปากของนายน้อยน่ะไร้เทียมทานมาก!” ซุนฉางที่ถูกมัดไว้พึมพำขณะจ้องภาพที่อยู่ตรงหน้า

“เทคนิคการใช้ปาก? แค่ก แค่ก!” คำพูดประหลาดนั้นทำให้ผู้อาวุโสฉู่สำลัก “ผู้มีพระคุณ ตอนนี้เราควรทำอย่างไร?”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่หรือ? นายน้อยจะต้องมาช่วยเราแน่ ต่อให้เขาไม่มาช่วย ก็ยังมีนายท่านอีก พวกเขาจะไม่ทนเห็นผมต้องเคราะห์ร้าย ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย” ซุนฉางตอบพร้อมกับหาว

ตลอด 2-3 วันที่เขาถูกกักขัง นอกจากจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ยังดูเหมือนจะอ้วนขึ้นเสียด้วยซ้ำ

เพราะเขาเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกฝนวรยุทธ จึงถือโอกาสใช้เวลาพักช่วงสั้นๆ ระหว่างการถูกสภาปรมาจารย์กักขังเสียเลย

“ผู้มีพระคุณของเราช่างไม่หวาดกลัวอะไรเอาเสียเลย” เมื่อได้ยินคำพูดและการแสดงออกของซุนฉาง ผู้อาวุโสฉู่ถึงกับพูดไม่ออก ในเวลาเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมผู้มีพระคุณที่อยู่ตรงหน้าเขาคนนี้ถึงดูจะแตกต่างจากคนที่เขาเคยพบมาก่อน?

ผู้มีพระคุณที่เขารู้จักนั้นเป็นคนเก่งกาจ ตัดสินใจแน่วแน่ และฉลาดมาก เขายังสามารถวางตัวสุขุมอยู่ได้แม้ในสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามหรือเป็นอันตรายอย่างที่สุด ในขณะที่ผู้มีพระคุณคนที่อยู่ตรงหน้าเขานั้น

ขณะที่ถูกกักตัวอยู่ในสภาปรมาจารย์ เขาก็กินอาหารที่เตรียมไว้สำหรับ 5 คนและหลับสบาย ไม่ว่าจะดูอย่างไรสองคนนี้ก็ไม่น่าจะเป็นคนเดียวกัน

แต่ก็ไม่ต้องสงสัยว่าผู้มีพระคุณของเขาเป็นบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ

แม้จะถูกกักขังไว้ในสภาปรมาจารย์ อาจเสียชีวิตได้ทุกขณะ แต่ก็ยังวางเฉยอยู่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันไปอย่างปราศจากความหวาดกลัวใดๆ มีผู้คนไม่มากนักในโลกที่จะมีประสาทแข็งขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุด ผู้อาวุโสฉู่ก็รู้ตัวดีว่าตัวเขาไม่ใช่

บางที นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ผู้ก่อตั้งเลือกผู้มีพระคุณของพวกเขาตั้งแต่แรก!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!