ตอนที่ 130 ครอบครัวของคุณสบายดีไหม?
หัวราชสีห์แหลกไม่มีชิ้นดี เสียงแตกดังเคร้งก้องกังวานราวกับเสียงระฆัง ทำให้ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องเหลียวมอง
“เกิดอะไรขึ้น ใครทุบหัวราชสีห์ของท่านหลิงน่ะ? นี่มัน…”
“หมอนั่น…เขาป่วยรึเปล่า?”
“ราชสีห์หยกนี่เป็นของรักของหวงของท่านหลิงนะ กล้าดีอย่างไรถึงบังอาจมาทำลาย ท่าทางหมอนั่นคงอยากตายแน่ๆ!”
ฝูงชนที่เดินไปมาอยู่ในนั้นต่างตกตะลึง
หน่วยตรวจการจำนวนหนึ่งเข้าควบคุมพื้นที่ และมองสถานการณ์ที่เห็นตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา
ราชสีห์หยกสองตัวนี้เป็นสมบัติล้ำค่าของท่านหลิงเทียนหยู่ นอกจากจะมีมูลค่าหลายล้าน ก็ยังหาไม่ได้อีกแล้วในท้องตลาด แล้วหมอนี่ใช้กำปั้นต่อยมัน…
โคตรบ้าเลย นี่แกอยากตายขนาดนั้นเลยหรือ?
“อย่าปล่อยให้หนีไปได้นะ จับมันไว้! ท่านหลิงจะให้รางวัลคนที่จับตัวมันได้!”
หลังจากอึ้งตะลึงไปชั่วขณะ หัวหน้าหน่วยตรวจการก็ตะโกนว่า “อยู่นี่!”
ไม่มีการลังเล หน่วยตรวจการเข้าห้อมล้อมซุนฉางเหมือนฝูงหมาป่า ต่างถลกแขนเสื้อและหักข้อนิ้วเป็นการเตรียมพร้อม
“เร็วไปหน่อยไหม?” ซุนฉางไม่คิดว่าจะถูกล้อมอย่างรวดเร็วขนาดนี้ เขาจนมุมอยู่ตรงนั้นก่อนที่จะหันกลับไปหาเจ้านายได้ด้วยซ้ำ กลัวจนหน้าถอดสี เขาละล่ำละลัก “เอ่อ…ให้ผมอธิบายก่อนนะ อันที่จริงแล้ว…”
“ไม่มีอะไรต้องพล่ามแล้ว จัดการมันเลย!”
“ไว้คุยทีหลัง ตอนนี้เล่นงานมันก่อน!”
สิ้นเสียงคำราม หมัดนับไม่ถ้วนก็ถูกประเคนใส่ซุนฉาง
กล้าดีอย่างไรมาทำลายราชสีห์หยกต่อหน้าต่อตา!
“ผม…” ซุนฉางเมาหมัดและแทบกระอักเลือดด้วยความเคียดแค้น
ผู้อาวุโส ไหนท่านบอกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี ที่แท้ท่านก็เป็นไอ้ขี้โกงสินะ…
สำหรับเรื่องนี้ อันที่จริงก็ไม่อาจกล่าวหาหน่วยตรวจการว่าทำการรุนแรงเกินกว่าเหตุได้ พวกเขาถูกว่าจ้างให้มาคลี่คลายความขัดแย้ง รวมถึงพิทักษ์รักษาทรัพย์สินและวัตถุมงคลของห้าง ราชสีห์หยกเป็นของรักของหวงของท่านหลิง ซึ่งตัวหนึ่งถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตา ถ้าท่านหลิงพิโรธขึ้นมาล่ะก็ พวกเขาจะถูกไล่ออกกันหมด คงจะแปลกอยู่ถ้าพวกเขาไม่แค้นเคืองแทน!
“ฮึ?”
จางเซวียนกำลังจิบชารอให้ซุนฉางกลับมา แต่ผ่านไปครู่ใหญ่ก็ไม่มีใครกลับมาเสียที เขาหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหา และทันใดนั้นตาก็แทบปะทุ
เฮ้ย นี่มันเร็วไปไหม!
คนเหล่านั้นไม่ได้รายงานท่านหลิงก่อนลงมือเคลียร์สถานการณ์หรือ?
ทำไมถึง…เข้าตะลุมบอนโดยไม่สืบสาวราวเรื่องเสียก่อน?
“ถ้าเราไปตรงนั้น ก็ต้องโดนไปด้วยแน่ๆ…” จางเซวียนนั่งบื้อ อ้าปากค้าง
บ้าไปแล้ว! ถึงเจ้านั่นไม่ได้ปวกเปียกนัก แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรับมือคนกลุ่มใหญ่ขนาดนั้น น่าจะดีที่สุดถ้าเขาจะทำเป็นไม่รู้จักเสีย
“ผู้อาวุโส…” เห็นเจ้านายของตัวเองหลบสายตา ซุนฉาง ซึ่งตอนนี้น่วมเละ ถึงกับสะอื้น
ผู้อาวุโส ท่านเพิ่งรับรองเป็นมั่นเหมาะว่าผมจะสบายดีไม่ใช่หรือ?
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ!”
ขณะที่หน่วยตรวจการกำลังเมามันกับการซ้อมซุนฉาง เสียงตวาดอย่างทรงอำนาจก็ดังขึ้น ชายกลางคนมาดภูมิฐานคนหนึ่งเดินพรวดพราดเข้ามา
เมื่อมาถึงทางเข้าและเห็นหัวราชสีห์แตกกระจายเกลื่อนพื้น มุมปากของเขากระตุก เห็นได้ชัดว่าเจ็บปวดหัวใจเหลือแสน
นายใหญ่แห่งห้างหุ้นส่วนเทียนหวี่ หลิงเทียนหยู่!
หลังจากหัวราชสีห์ถูกทำลาย มีคนแจ้นไปบอกเขา แต่เขาก็ไม่อาจรุดมาได้ทันท่วงที
“เกิดอะไรขึ้น?” หลิงเทียนหยู่มองหน่วยตรวจการณ์ด้วยสายตาเย็นชา
“ท่านหลิง เรากำลังเดินตรวจตราอยู่ตอนที่เจ้านี่ทำลายหัวราชสีห์ของท่านหลิงในหมัดเดียว หลังจากนั้นเขาพยายามหนี แต่พวกเราจับไว้ได้…” หัวหน้าหน่วยตรวจการเดินเข้ามาตรงหน้าและรายงานอย่างรวบรัด
“หมอนี่รึ?”
เจตนาสังหารปรากฏขึ้นในสายตาของหลิงเทียนหยู่ขณะที่เขาเดินไปหาซุนฉาง
ณ เวลานี้ ซุนฉางน่วมเละหมดสภาพ เสื้อผ้าขาดไม่มีชิ้นดี แต่โชคยังดีที่เขาพอจะปิดป้องใบหน้าไว้ได้
“ซุนฉาง?” หลิงเทียนหยู่เอ่ยชื่อเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น และพูดต่อ
“ถ้าแกหาเหตุผลดีๆให้ฉันไม่ได้ ฉันจะจับแกโยนลงน้ำให้เป็นอาหารปลาเสียเดี๋ยวนี้!”
“ผม…” ซุนฉางตัวสั่นด้วยความกลัว หลังจากอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง เขากัดฟันตอบ “เจ้านายสั่งให้ผมทำ!”
“เจ้านายของแกรึ นี่แกริอ่านรับใช้ใครตั้งแต่เมื่อไหร่?” หลิงเทียนหยู่ชะงัก
ในฐานะนายใหญ่ของห้างหุ้นส่วน เขาไม่มีเวลาว่างมากพอจะมาใส่ใจเรื่องราวเล็กๆของคนที่ไม่ได้สลักสำคัญ แม้เมื่อวานซุนฉางจะสร้างข่าวใหญ่เรื่องขายสำนักงาน มันก็ยังไม่ใหญ่โตพอที่คนระดับเขาจะลดตัวลงมาสนใจ
“ผมพบเจ้านายของผมเมื่อวานนี้ นั่น เขานั่งอยู่ตรงนั้น!” ซุนฉางชี้มือไป
“ฮึ?”
หลิงเทียนหยู่ขมวดคิ้ว เขามองเห็นจางเซวียนนั่งหันหลังให้ อ้อยอิ่งจิบชาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความชุลมุนที่เกิดขึ้น
“ท่านผู้อาวุโส!”
หลังได้รับโอกาสให้อธิบายว่าเจ้านายของเขาเป็นผู้บงการ ซุนฉางถอนหายใจอย่างโล่งอกและเดินไปหาจางเซวียน
“คุณใช่ไหมที่สั่งให้เจ้านั่นทำลายราชสีห์ของผม?”
หลิงเทียนหยู่เดินไปหาจางเซวียน เขาขมวดคิ้วและจ้องหน้าจางเซวียนอย่างเลือดเย็น
เห็นแล้วว่าหลิงเทียนหยู่มายืนตรงหน้าและพูดด้วย แต่จางเซวียนก็ยังจิบชาอย่างสบายใจ เมินท่านหลิงโดยสิ้นเชิง
“บังอาจ!”
“กล้าดีอย่างไรไม่ตอบคำถามท่านหลิง แกนี่รนหาที่ตายแล้ว!”
“สั่งลูกน้องให้ทำลายหัวราชสีห์ของท่านหลิง แกชะตาขาดแน่…”
เมื่อเห็นชายผู้นั้นเมินเฉยต่อคำถามของท่านหลิง ไม่แม้แต่จะยืนขึ้นต้อนรับ บรรดาหน่วยตรวจการก็เดือดดาลขึ้นอีก หมอนี่มาจากไหนกัน นี่ไม่ใช่ที่ที่แกจะมาลอยหน้าลอยตาแบบนี้ คิดว่าพวกเราไม่กล้าสังหารแกหรือ?
“ขอทราบชื่อเสียงเรียงนามหน่อยได้ไหม คุณสั่งให้ลูกน้องทำลายราชสีห์หยกของผมทำไมกัน?”
หลิงเทียนหยู่เป็นชายผู้ผ่านโลกมามาก เขาโบกมือเพื่อสยบความอลหม่านของฝูงชนที่อยู่รายรอบ
“นั่งก่อน” จางเซวียนจิบชาต่อ ไม่แม้แต่จะมองหลิงเทียนหยู่
ซุนฉางรีบวิ่งมารินชาถ้วยใหม่ให้เขา
เมื่อเห็นกิริยานั้น หลิงเทียนหยู่ก็เดือดดาลขึ้นอีก ใบหน้าของเขาเคียดขึ้งอย่างน่าหวาดกลัว
กิริยาของอีกฝ่ายหนึ่งบ่งบอกระดับของการให้เกียรติเขา เขาได้รับเกียรติให้นั่งจิบชาด้วย แต่ไม่มีเกียรติพอที่อีกฝ่ายจะรินชาให้!
เขาสร้างห้างหุ้นส่วนเทียนหวี่ขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรง จนกลายเป็นองค์กรทรงอิทธิพลในอาณาจักรเทียนเซวียน แม้แต่นายกรัฐมนตรียังต้องให้เกียรติเขา ไม่มีการแสดงกิริยายโสโอหังใส่ คนที่กล้าปฏิบัติต่อคนระดับเขาเยี่ยงนี้ถือว่ากล้าดีเกินไปแล้ว!
แต่ถึงเดือดดาลเพียงไร เขาก็พยายามข่มใจไว้
การที่อีกฝ่ายโอหังขนาดนี้ทั้งๆที่รู้ภูมิหลังของเขา แปลว่าคนคนนั้นต้องมีที่มาที่ไป ถ้าเขาควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ คงไม่ปั้นห้างหุ้นส่วนเทียนหวี่มาได้ใหญ่โตขนาดนี้
“ผมอยากได้เหตุผลที่ฟังขึ้น!” หลิงเทียนหยู่หรี่ตาและนั่งลงฝั่งตรงข้าม
จางเซวียนยังมีทีท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดิม ดื่มชาอย่างสงบราวกับไม่มีใครอยู่ตรงหน้า
ชานั้นร้อนลวกปากและเขาก็จิบอยู่อย่างนั้นเป็นนาที จนกระทั่งอีกฝ่ายดูจะหมดความอดทน จางเซวียนวางถ้วยลงช้าๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองหลิงเทียนหยู่
ฝ่ายนั้นอยู่ในวัยสี่สิบกลางๆ ดวงตาสีดำสนิททำให้ดูมีอำนาจ เมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็เห็นได้ชัดว่านี่คือบุคคลผู้ประสบความสำเร็จ
จางเซวียนไม่พูดอะไร เขาหันไปมองซุนฉาง
“ผู้อาวุโส นี่คือนายใหญ่ที่นี่ ท่านหลิงเทียนหยู่!” มีหรือที่ซุนฉางจะไม่เข้าใจนัยของจางเซวียน เขารีบออกมาแนะนำฝ่ายนั้น
“อ้อ!” จางเซวียนตอบรับ จากนั้นหยิบกาน้ำชาขึ้นมาแล้วค่อยๆรินชาลงในถ้วย “หลิงเทียนหยู่…”
“ครอบครัวของคุณสบายดีอยู่หรือ?”



