ตอนที่ 1396 รองหัวหน้าปูชนียสถานปรากฏตัว
“เอ่อ…”
ผู้อาวุโสเก่อกับชายหนุ่มอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น
สถานการณ์นั้นเหนือกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
ถ้ารอยประทับของปรมาจารย์หยางอยู่ในร่างของซุนฉางจริงๆ ป้ายชื่อของเหล่าบรรพบุรุษที่มีพละกำลังต่ำกว่าปรมาจารย์หยางก็จะต้องร่วงลงมาเพื่อแสดงการทำความเคารพเขา
และเท่าที่พวกเขารู้ถึงพละกำลังของปรมาจารย์หยาง ก็มีเหล่าบรรพบุรุษของปูชนียสถานนักปราชญ์อยู่ไม่มากที่รับมือกับเขาได้ ถ้าซุนฉางเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางจริง พวกเขาคาดว่าป้ายชื่อประมาณครึ่งหนึ่งจะต้องร่วงลงมา เหลือไว้แต่เพียงผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถอย่างน่าทึ่งจำนวนหนึ่งและบรรดาหัวหน้าปูชนียสถานเท่านั้น
แต่แทนที่จะร่วงลงมา พวกมันกลับระเบิดทั้งหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ผู้อาวุโสเก่อมองแท่นป้ายชื่อที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างร้อนรน ราวกับพบเจอกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ พวกมันระเบิดอันแล้วอันเล่า ในช่วงเวลาเพียง 2-3 อึดใจ ก็กลายเป็นเศษไม้ที่ปลิวว่อนไม่เหลือสภาพเดิม
“โชคดีที่รูปปั้นของหัวหน้าปูชนียสถานยังคงอยู่ดี…” ผู้อาวุโสเก่อถอนหายใจอย่างโล่งอก
การที่ป้ายชื่อถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาเขาก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรูปปั้นของนักปราชญ์ขุยและคนอื่นๆ เขาคงจะต้องเจอปัญหาใหญ่แน่
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ รอยร้าวก็เกิดขึ้นบนรูปปั้นของหัวหน้าปูชนียสถานคนที่ 9 มันลุกลามไปใหญ่โต
ครืนนนน! ครืนนนน!
วินาทีต่อมาก็เหลือเพียงเศษซากอยู่บนพื้น
จากนั้นก็ราวกับเกิดโรคติดต่อ อาการแบบเดียวกันเกิดขึ้นกับรูปปั้นของหัวหน้าปูชนียสถานคนที่ 8 ตามมาด้วยคนที่ 7 และคนที่ 6…
แม้แต่รูปปั้นของนักปราชญ์โบราณโป๋ช่างก็ไม่รอดพ้นจากปรากฏการณ์ลึกลับนี้ มันแยกตัวออกเป็นสองส่วน เหลือไว้แต่เพียงรูปปั้นของปรมาจารย์ขงยืนนิ่งอยู่กับที่
ถึงตอนนี้ ผู้อาวุโสเก่อกับชายหนุ่มมึนจนคิดอะไรไม่ออก
หัวหน้าปูชนียสถานในแต่ละรุ่นถือเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นมาก ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของประสิทธิภาพการต่อสู้หรือความสามารถในการหยั่งรู้ พวกเขาไม่ได้เป็นรองเหล่าผู้อาวุโสของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่เลย!
โดยเฉพาะสำหรับนักปราชญ์โบราณโป๋ช่าง ในฐานะศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ขง เขามีวรยุทธในระดับที่ไม่มีรองประธานสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่คนไหนจะเทียบชั้นได้ แล้วทำไมพวกเขาจึงพากันแหลกสลายไปหมดเมื่อรับรู้ถึงตัวตนของปรมาจารย์หยาง?
ปรมาจารย์หยางมีพละกำลังมากขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
ถ้าเป็นอย่างนั้น ในฐานะผู้อาวุโสของปูชนียสถานนักปราชญ์ ผู้อาวุโสเก่อก็น่าจะได้รับข่าวดีแล้ว
ไม่ใช่แค่เพียง 2 คนที่อึ้งตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้แต่ตัวต้นเรื่องทั้งหมดคือซุนฉาง ก็อึ้งไปเช่นกัน
เขาคิดว่าคราวนี้คงถูกเปิดโปงแน่แล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแทน?
นายท่านไม่เคยประทับรอยแห่งพละกำลังไว้ให้เขา แต่นายน้อยเคยถ่ายทอดกระแสพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของเขามาก่อน โดยบอกว่ามันจะช่วยปกป้องเขาในยามที่เผชิญหน้ากับอันตราย เมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน เขาจึงพยายามขับเคลื่อนมันออกมา แต่ใครจะไปคิดว่าจะทำให้ป้ายชื่อระเบิดไปทั้งหมดแบบนี้?
ราวกับป้ายชื่อเหล่านั้นเจอกับบุคคลที่ไม่กล้าต่อกรด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นช่างพิลึกพิลั่นเหลือเกิน!
“คุณ…” ขณะที่ซุนฉางกำลังครุ่นคิดหนัก ก็เห็นผู้อาวุโสเก่อจ้องเขาด้วยสีหน้าที่พูดอะไรไม่ออก
“ทีนี้คุณเชื่อหรือยังว่าผมเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง?” เมื่อเห็นว่าในที่สุดเขาก็รอดปากเหยี่ยวปากกาได้หวุดหวิด ซุนฉางถอนหายใจเฮือกใหญ่ขณะชำเลืองผู้อาวุโสเก่ออย่างวางมาด ทำเหมือนว่าตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาแล้ว
“เอ่อ…” ผู้อาวุโสเก่อกำลังจะพยักหน้า ก็พอดีกับที่เกิดเสียงครืดคราดดังสนั่นขึ้น พริบตาต่อมา รูปปั้นปรมาจารย์ขงก็ประสานมือและโค้งคำนับให้อย่างงามราวกับเป็นมิตรสหายกัน
ครืดดดด!
จากนั้นรอยร้าวก็ปรากฏขึ้นบนรูปปั้นของปรมาจารย์ขง ใช้เวลาเพียงครู่เดียวมันก็ระเบิดเป็นชิ้นๆ และขณะที่ทุกคนคิดว่านี่คือเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดแล้ว ห้องรับรองอาจารย์ทั้งห้องก็เริ่มสั่นสะท้านไม่หยุด หลังคาร่วงลงมาใส่จนฟุ้งไปหมด
โครมมม!
ภายในไม่ถึง 2 อึดใจ อาคารโอ่อ่าสง่างามก็พังทลายกลายเป็นเพียงเศษซาก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ผู้อาวุโสเก่อกับชายหนุ่มมองหน้ากันอย่างคลุ้มคลั่ง
พวกเขาตั้งใจจะพาหมอนี่มาเพื่อตรวจสอบตัวตนว่ามีรอยประทับของปรมาจารย์หยางอยู่ในตัวเขาหรือไม่ แต่ใครจะไปคิดว่าห้องรับรองอาจารย์ทั้งห้องจะพังพินาศเป็นหน้ากลอง?
ห้องรับรองอาจารย์เป็นสถานที่ที่เจตจำนงของเหล่าบรรพบุรุษถูกเก็บรักษาไว้ ต่อให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเข้าโจมตีทุกห้องในปูชนียสถานนักปราชญ์ แต่ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่พวกมันจะทำลายห้องรับรองอาจารย์ได้สำเร็จ แต่แล้วเรื่องที่คาดไม่ถึงก็ทำให้มันพังทลายลง
คุณเป็นผู้แทนที่เทพเจ้าแห่งความวอดวายส่งมาทำร้ายพวกเราหรือ!
หลังจากมุดออกมาจากซากปรักหักพัง พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังอยู่กลางอากาศ เมื่อเงยหน้ามอง ก็เห็นร่างของคนหลายคนพุ่งตรงเข้ามา ผู้ที่นำหน้าคือชายชราคนหนึ่ง และเมื่อเห็นสภาพของห้องรับรองอาจารย์ เขาก็อ้าปากค้าง แทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น
เขาคือรองหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์, จานเทียนเฉิน
“ปรมาจารย์จาน…” เมื่อเห็นรองหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ลงมาดูด้วยตัวเอง ผู้อาวุโสเก่อรีบประสานมือและอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด
“ขณะที่ตรวจสอบรอยประทับ ป้ายชื่อทั้งหมดก็ระเบิดเป็นชิ้นๆ ทั้งปรมาจารย์ขงยังประสานมือและโค้งคำนับอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากผู้อาวุโสเก่อ ปรมาจารย์จานกับเหล่าผู้อาวุโสที่อยู่กลางอากาศต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
การที่ปรมาจารย์ขงโค้งคำนับให้ชายอีกคนหนึ่งราวกับเป็นมิตรสหายกัน…ตลกสิ้นดี!
ในโลกนี้จะมีใครกันที่คู่ควรกับการให้ครูบาอาจารย์ของโลกโค้งคำนับให้ราวกับเป็นเพื่อนสนิท?
“สิ่งที่ผมพูดเป็นความจริงทั้งหมด ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณจะทดลองดูอีกครั้งก็ได้เมื่อเราซ่อมห้องรับรองอาจารย์เรียบร้อยแล้ว” ผู้อาวุโสเก่อยืนยันอย่างร้อนรนเมื่อเห็นสายตาแคลงใจของอีกฝ่าย
“ห้องรับรองอาจารย์มีเจตจำนงของเหล่าบรรพบุรุษอยู่มากมาย คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีในการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเดิม” ปรมาจารย์จานส่ายหน้าและขมวดคิ้ว “ทำไมเราไม่ทำแบบนี้แทนล่ะ? พวกเราปิดกั้นวรยุทธของตัวเองไว้ชั่วคราวและใช้วิธีการของเราในการตรวจสอบสภาวะ ของพ่อบ้านซุนเพื่อตัดสินว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเหล่าบรรพบุรุษ จึงสามารถใช้วิธีเดียวกันตัดสินได้ว่ามีรอยประทับอยู่ในตัวซุนฉางหรือไม่ ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็จะได้รู้ด้วยว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น
“ก็ดี” ผู้อาวุโสเก่อพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มเลย!” ปรมาจารย์จานสั่งการ
บรรดาผู้อาวุโสรีบเข้าล้อมรอบซุนฉาง และด้วยการสะบัดข้อมือ ลำแสงก็ระเบิดออกจากมือของพวกเขา
ฟิ้วววว!
เหมือนอย่างคราวก่อน ลำแสงเข้าโอบล้อมร่างของซุนฉาง เกิดเป็นวงแสงที่อยู่รอบตัวเขา
พวกนี้ช่างไม่เรียนรู้อะไรเลย จริงๆ นะ? เมื่อเห็นฝูงชนยังคงยืนกรานจะตรวจสอบเขา ซุนฉางส่ายหน้าอย่างหมดปัญญา
เขาขับเคลื่อนพลังปราณที่นายน้อยถ่ายทอดให้ออกมาก่อนจะหันไปมองผู้อาวุโสคนหนึ่ง
พลั่ก!
เกิดเสียงกระตุกเบาๆ และผู้อาวุโสคนนั้นก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศ ก่อนจะลงมานอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นราวกับได้พบบางสิ่งที่น่าสะพรึง
จากนั้นซุนฉางก็หันไปมองผู้อาวุโสอีกคนหนึ่ง
พลั่ก!
ผู้อาวุโสคนนั้นร่วงลงมาจากกลางอากาศเช่นกัน
“เอ่อ…” ซุนฉางเกาหัวและหันไปมองผู้อาวุโสคนที่ 3
พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!
ไม่ว่าสายตาของซุนฉางจะจับอยู่ที่ไหน ผู้อาวุโสที่อยู่ตรงนั้นก็จะสูญเสียการควบคุมพละกำลังและร่วงลงมากองอยู่กับพื้น ในชั่วพริบตา ก็เหลือแต่ปรมาจารย์จานเท่านั้นที่ยังอยู่กลางอากาศ
“คุณ…” เห็นซุนฉางค่อยๆ หันหน้ามา ปรมาจารย์จานได้แต่ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูด ก็พลันเห็นร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา ร่างนั้นใหญ่เสียจนดูเหมือนจะปกคลุมโลกทั้งโลก หรือบางทีอาจจะเป็นโลกใบนี้, เป็นการสำแดงอำนาจสวรรค์
หัวใจของปรมาจารย์จานกระตุก เขาพบว่าพลังปราณของเขาใกล้จะสะดุด จากนั้นเขาก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศลงสู่พื้นดินโดยเอาหัวปักลงไป ทำให้เส้นผมมีฝุ่นผงติดอยู่เต็มไปหมด
เมื่อเห็นรองหัวหน้าปูชนียสถานและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ร่วงลงมาจากกลางอากาศ นัยน์ตาของผู้อาวุโสเก่อแทบปะทุออกจากเบ้า เขากัดฟันแน่นอย่างหวาดกลัวขณะมองชายร่างอ้วนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสงสัย
“พลังปราณของนายน้อยมีประโยชน์มากขนาดนี้เชียวหรือ?”
ขณะที่ฝูงชนทั้งตกตะลึงและหวาดกลัว ซุนฉางก็พบความสามารถใหม่ เขาขับเคลื่อนพลังปราณที่นายน้อยถ่ายทอดมาให้อย่างตื่นเต้นและกวาดสายตาไปยังฝูงชนอีกครั้ง
ปรมาจารย์จานกับคนอื่นๆ ตัวสั่นอยู่กับที่ เมื่อเจอเข้ากับการการกวาดสายตาอีกครั้ง พวกเขาก็สั่นอีก ซุนฉางอดรู้สึกไม่ได้ว่าสถานการณ์แบบนี้ช่างน่าสนใจเสียจริงๆ



