Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1418

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 1418 จางจิ่วเซี่ยวยอมรับอาจารย์

ถ้าตามกำหนดการเดิม คือเดือน 3 ของปีหน้า ในเมื่อตอนนี้เป็นเพียงต้นเดือน 10 เขาก็ยังพอมีเวลาราว 5 เดือนในการเตรียมตัว ตอนนี้ระดับวรยุทธก็กำลังพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว คงไม่ยากสำหรับเขาที่จะก้าวขึ้นสู่การเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์เมื่อถึงเวลานั้น แต่หากการหมั้นหมายเกิดขึ้นตอนต้นปี เขาก็จะเหลือเวลาเตรียมตัวแค่ 2 เดือนเท่านั้น เวลาช่างกระชั้นเหลือเกิน!

C

เพิ่งจะครู่ก่อนนี่เองที่เขารู้ว่าตระกูลหลัวกักบริเวณลั่วชิง พริบตาต่อมา ตระกูลจางก็เลื่อนการประชุมประจำตระกูลเข้ามาอีก พวกเขารีบร้อนที่จะให้ลั่วชิงแต่งงานถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?

เจ้าพวกสารเลวหน้าไม่อาย!

จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียด ไฟโทสะโหมกระหน่ำอยู่ในหัวใจของเขา พร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกวินาที

นับตั้งแต่เขาทะลุมิติมายังโลกใบนี้ นอกจากเหตุการณ์ที่ลู่ชงเกือบถูกสังหารตอนที่พยายามเข้าช่วยเขา เขาก็ไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อน

ไม่น่าเชื่อว่าตระกูลนักปราชญ์หมายเลข 1 ของทวีปแห่งปรมาจารย์จะไม่ใส่ใจความรู้สึกของสาวน้อยคนหนึ่งและบังคับเธอให้เข้าสู่พิธีแต่งงาน วิธีการแบบนี้ต่างอะไรกับพวกโจรสลัด?

เขาไม่อยากทำให้อะไรๆ เป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่ควร แต่ในเมื่อพวกนั้นไร้ยางอายขนาดนี้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องยั้งมือแล้ว

“ปรมาจารย์จาง…” เห็นความพลุ่งพล่านของจางเซวียน เจี้ยนชิงเซินกับปรมาจารย์จานถึงกับงง

ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวนั้นมีสภาวะจิตที่หนักแน่น สามารถควบคุมตัวเองให้ยังคงสุขุมได้แม้ภูเขาจะถล่มลงต่อหน้า แต่ทำไมอยู่ๆ ชายหนุ่มถึงเกิดร้อนรนขึ้นมา?

เมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองพลั้งเผลอแสดงอารมณ์ออกไป จางเซวียนรีบระงับความโกรธและตอบว่า “ผมไม่เป็นไร”

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับเจี้ยนชิงเซิน “ผู้อาวุโสเจี้ยน คุณจะออกเดินทางไปตระกูลจางเมื่อไหร่?”

“ฮะ?” นึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะตั้งคำถามแบบนี้ เจี้ยนชิงเซินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะรีบตอบ “ผมเตรียมอสูรวิเศษบินได้เอาไว้แล้ว และตั้งใจจะออกเดินทางหลังจากนี้”

“ดีเลย ผมจะไปตระกูลจางกับคุณ” จางเซวียนพูดอย่างมุ่งมั่น

เมื่อได้ยินคำนั้น เจี้ยนชิงเซินสบตากับปรมาจารย์จาน สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วจนเขาตามไม่ทัน

เพิ่งครู่ก่อนนี้เองที่ชายหนุ่มพูดว่าเขาไม่คู่ควรกับความมั่นอกมั่นใจของเจี้ยนชิงเซิน แสดงความไม่เต็มใจอย่างเห็นได้ชัดที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความยุ่งยากเรื่องนี้ แต่ในชั่วพริบตา เขาก็ตอบตกลงที่จะตามไปตระกูลจางด้วย

“หลังจากใคร่ครวญแล้ว ผมรู้สึกว่าปูชนียสถานนักปราชญ์ของเรามีความจำเป็นที่จะต้องสั่งสอนตระกูลจางให้ได้บทเรียนบ้าง ศิลปะเพลงดาบน้ำไหลจะต้องได้รับความรุ่งโรจน์อย่างที่มันสมควรจะเป็น!” จางเซวียนประกาศพร้อมกับโบกมืออย่างวางมาด

พวกคุณตั้งใจจะจัดการประชุมเพื่อหารือเรื่องพิธีแต่งงานของลั่วชิงในต้นปีหน้าใช่ไหม?

เยี่ยมเลย…ผมจะป่วนเสียจนพวกคุณไม่มีเวลาที่จะจัดการประชุมทีเดียวแหละ!

“เอ่อ…” เจี้ยนชิงเซินประทับใจกับคำพูดของจางเซวียนมาก

พรจากสวรรค์เข้ามาหาตัวเขาเร็วกว่าที่คิด เขาไม่นึกเลยว่าจางเซวียนจะตอบรับข้อเสนอของเขารวดเร็วแบบนี้

เพียงแต่…เขาแข่งขันกับเซียนดาบชิงเหมิงเพื่อจัดการเรื่องความแค้นส่วนตัวระหว่างทั้งคู่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับศิลปะเพลงดาบน้ำไหลของปูชนียสถานนักปราชญ์?

แม้จะยังสงสัยอยู่ แต่เจี้ยนชิงเซินก็ปลาบปลื้มยินดีที่จางเซวียนจะร่วมทางไปกับเขา

ชายหนุ่มตรงหน้าเข้าถึงแก่นเพลงดาบถึง 2 รูปแบบแล้ว จึงเป็นไปได้ว่าความถนัดในศิลปะเพลงดาบของเขาอาจเหนือชั้นยิ่งกว่าเซียนดาบชิงเหมิงเสียอีก เมื่อมีชายหนุ่มไปด้วย เขาคงจะเล่นงานตระกูลจางและล้างความอับอายที่ต้องแบกรับมาตลอดระยะเวลาหลายปีนี้ได้

“ช่างเป็นเกียรติเสียจริงที่ปรมาจารย์จางเต็มใจจะไปตระกูลจางกับผม คุณสะดวกจะออกเดินทางเมื่อไหร่?” เจี้ยนชิงเซินถาม

“ผมขอเตรียมตัวสักหน่อย ออกเดินทางคืนนี้ก็แล้วกัน” จางเซวียนตอบ

หลัวชวนฉิงพูดไว้ว่ามีเรื่องจะคุยกับเขา และเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวกับลั่วชิง เขาจึงรู้สึกว่าควรอยู่ฟังหลัวชวนฉิงพูดเสียก่อนที่จะออกเดินทางไปตระกูลจาง

เจี้ยนชิงเซินถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับยิ้มเมื่อได้ฟังคำตอบของจางเซวียน “เยี่ยมเลย ผมจะรอคุณอยู่ที่บ้านพักของผมนะ มาพบผมเมื่อคุณพร้อมก็แล้วกัน!”

จางเซวียนพยักหน้ารับก่อนจะหันไปประสานมือให้ปรมาจารย์จาน “หัวหน้าจาน ผมขอตัวก่อน”

“ได้” รู้ดีว่าจางเซวียนตัดสินใจแล้ว ปรมาจารย์จานจึงไม่คิดจะเหนี่ยวรั้งชายหนุ่มไว้ เขาพูดต่อ “ถ้าตระกูลจางทำให้อะไรๆ ลำบากสำหรับคุณ บอกผมด้วยนะ วางใจเถอะว่าปูชนียสถานนักปราชญ์จะยืนอยู่ข้างคุณเสมอ”

จางเซวียนตอบรับด้วยรอยยิ้ม

เขาแอบคิดว่าปรมาจารย์จานคงจะพยายามยับยั้งเขา แต่เมื่อคิดอีกที ผู้ที่เป็นถึงรองหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์จะเป็นไอ้ขี้ขลาดที่หวาดกลัวปัญหาได้อย่างไร?

ในฐานะหนึ่งในกลุ่มอำนาจสาขาของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ หากปูชนียสถานนักปราชญ์ทำตัวเป็นไอ้ขี้ขลาดต่อหน้าตระกูลจาง ก็คงไม่คู่ควรที่จะได้มีเกียรติยศและสถานภาพที่โลกยกย่องอย่างในตอนนี้!

เมื่อตัดสินใจแล้ว จางเซวียนก็กล่าวอำลาและจากไป ไม่ช้าเขาก็มาถึงบ้านพัก

ทันทีที่ก้าวเข้าประตู ซุนฉางก็มาต้อนรับ

“นายน้อย จางจิ่วเซี่ยวอยู่ที่นี่ เขารอคุณมาสักพักใหญ่แล้ว”

“จิ่วเซี่ยว?” ผมจะไปหาเขา” จางเซวียนขมวดคิ้วแล้วรีบเดินเข้าสู่ห้องโถงใหญ่

เมื่อเข้าสู่ห้องโถง ก็เห็นจางจิ่วเซี่ยวกำลังเดินไปเดินมาด้วยสีหน้ากระวนกระวาย จากนั้นก็ดูโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นจางเซวียน เขารีบเดินเข้ามาหาและประสานมือให้ “ปรมาจารย์จาง!”

“เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการประชุมประจำตระกูลของคุณหรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

“คุณรู้ได้อย่างไร?” จางจิ่วเซี่ยวถึงกับชะงัก

“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนั้นเลย คุณมาที่นี่เพราะเหตุนั้นใช่ไหม?” จางเซวียนถาม

“ใช่ ผมมาเพื่อขอบคุณสำหรับคำชี้แนะที่คุณให้ผมตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่มีทางที่ผมจะมีคุณสมบัติเพียงพอจะได้เข้าร่วมการประชุมครั้งสำคัญแบบนี้หากปราศจากความช่วยเหลือของคุณ บอกตามตรงนะ ผมมาที่นี่เพื่อมากล่าวอำลา ตระกูลของผมส่งอสูรวิเศษมาแล้ว และมันก็กำลังรออยู่ข้างนอก เป็นไปได้ว่าผมคงจะไม่กลับมาที่ปูชนียสถานนักปราชญ์อีกจนกว่าจะถึงปีหน้า” จางจิ่วเซี่ยวพูด

ในฐานะสมาชิกของครอบครัวสาขา เขาไม่ควรจะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เข้าร่วมเหตุการณ์สำคัญของตระกูลจาง แต่ด้วยคำชี้แนะของจางเซวียน เขาจึงเข้าสู่ปูชนียสถานนักปราชญ์ได้สำเร็จ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับเชิญเข้าร่วมการประชุมของตระกูลด้วย

เนื่องจากกำหนดเวลาค่อนข้างกระชั้น เขาจึงรู้สึกว่าจะต้องมาเยี่ยมเยียนจางเซวียนเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อแสดงความขอบคุณก่อนที่จะจากไป เพราะถึงอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นเลยหากปราศจากความช่วยเหลือของอีกฝ่าย

“ครั้งล่าสุดที่เราพบกัน คุณก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ ทำไมจู่ๆ ถึงจะกลับตระกูลอย่างกะทันหันล่ะ?” จางเซวียนถาม

แม้ภายนอกเขาจะดูสุขุม แต่ในใจร้อนรนเต็มที เขาหวังว่าจะไม่ได้ยินคำตอบที่ตัวเองกำลังคิดอยู่

“บอกคุณตามตรงนะ ผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ผมแค่ได้รับคำสั่งให้ออกเดินทางวันนี้ พวกสมาชิกรุ่นเยาว์ที่ได้รับเชิญเข้าสู่การประชุมประจำตระกูลก็จะต้องกลับสู่ตระกูลภายในเวลา 1 เดือน เรื่องรายละเอียดนั้นผมไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนพวกเขากำลังจะจัดการคัดเลือกบางอย่าง ปรมาจารย์จาง คุณเองก็รู้ว่าผมไม่ได้มีสถานภาพสูงส่งนักในตระกูล เพียงเท่านี้ก็ถือว่าสวรรค์ประทานแล้วที่ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมประจำตระกูลด้วย พวกเขาไม่มีทางบอกเรื่องสำคัญที่เป็นความลับแบบนั้นกับผมหรอก” จางจิ่วเซี่ยวตอบอย่างกระอักกระอ่วน

ไม่ใช่เพราะเขาอยากปิดบังจางเซวียน แต่เขาไม่รู้เรื่องเหล่านั้นจริงๆ

“เอาเถอะ ผมเข้าใจ” จางเซวียนโบกมือ “ดูแลตัวเองให้ดีนะ บางทีผมอาจจะไปที่ตระกูลจางเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพบอะไร ก็บอกผมด้วยล่ะ!”

“ปรมาจารย์จาง คุณก็จะเข้าร่วมการประชุมประจำตระกูลด้วยหรือ?” จางจิ่วเซี่ยวถึงกับชะงัก

“ใช่ ผมจะมุ่งหน้าไปที่นั่นเพื่อจัดการบางเรื่อง” จางเซวียนตอบ “เรื่องนี้อาจสร้างความขุ่นเคืองให้กับตระกูลจาง แต่ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก”

เกรงว่าจางจิ่วเซี่ยวจะคิดว่าเขากำลังขอให้ทำตัวเป็นสปายให้ จางเซวียนจึงรีบให้ความมั่นใจว่าจะไม่เกิดเรื่องนั้น

“ปรมาจารย์จาง อย่าพูดแบบนั้นเลย เป็นเพราะคำชี้แนะของคุณที่ทำให้ผมมีวันนี้ ไม่อย่างนั้น ผมก็คงจะเป็นแค่คนหลงตัวเองคนหนึ่งเหมือนเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน!” จางจิ่วเซี่ยวอุทานอย่างร้อนรน

นี่คือความรู้สึกจากใจจริงของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะความใจกว้างของชายหนุ่มที่ถ่ายทอดความรู้อันล้ำค่าให้เขามากมาย อย่าว่าแต่เข้าเรียนในปูชนียสถานนักปราชญ์เลย เขาคงทำไม่ได้แม้แต่จะผ่านการทดสอบของจ้าวชิงโม่เสียด้วยซ้ำ!

ก็เพราะเหตุนี้ที่ทำให้เขามีความยำเกรงในตัวชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างมาก

“คุณมีน้ำใจมาก ในฐานะมิตรสหาย ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องช่วยเหลือกัน” จางเซวียนพูด

“ผมก็อยากเป็นสหายกับปรมาจารย์จาง แต่ผมรู้ว่าผมไม่ดีพอ ทั้งในแง่ของความปราดเปรื่อง ความรู้ หรือความสามารถในการหยั่งรู้ ผมอ่อนด้อยกว่าคุณทั้งนั้น อันที่จริง, ปรมาจารย์จาง ผมหวังว่าคุณจะรับผมเป็นศิษย์ของคุณ!” จางจิ่วเซี่ยวก้าวออกมาแล้วก้มศีรษะให้

นี่คือสิ่งที่เขาคิดมานานแล้ว

เพราะเขาได้คำชี้แนะของอีกฝ่ายทั้งในเรื่องศิลปะเพลงดาบและวรยุทธ จางเซวียนจึงถือได้ว่าเป็นกึ่งอาจารย์สำหรับเขา ในตอนนี้เมื่อเขากำลังจะจากไป เขาจึงไม่อยากเก็บกลั้นความรู้สึกนี้ไว้อีก

“คุณอยากให้ผมรับคุณเป็นศิษย์หรือ?” จางเซวียนนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคำนี้จากจางจิ่วเซี่ยว เขาตาโตด้วยความประหลาดใจ

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!