ตอนที่ 1428 แก่นเพลงดาบ 5 รูปแบบ
“เจี้ยนชิงเซิน เจ้าคนดื้อด้านนั่นหรือ? อ้อมเขาไปดีกว่า ถ้าต้องเผชิญหน้ากัน เราคงจะเสียเวลามาก ตอนนี้ผมอยากพบจางเซวียนเท่านั้น”
เซียนดาบชิงเหมิงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ได้สิ”
รู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเจี้ยนชิงเซินก็มีแต่จะขุดคุ้ยความขัดแย้งแต่เก่าก่อนออกมาและทำให้พวกเขาต้องเสียเวลา ชายวัยกลางคนจึงกระทืบเท้าเบาๆ
อสูรระดับเซียนบินได้ที่พวกเขาขี่อยู่มุ่งตรงเข้าสู่เมฆ หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย
ฮึ?
ในห้องโดยสารบนหลังอสูรเซียนประกายเมฆ เจี้ยนชิงเซินย่นหน้าผากเป็นร่องลึก
“มีอะไร?” จางเซวียนถาม
ในสถานการณ์ปกติ จะไม่มีใครเปิดใช้การรับรู้จิตวิญญาณตลอดเวลา เขาจึงไม่รู้ว่ามีอสูรระดับเซียนตัวหนึ่งมุ่งหน้าเข้าไปในหมู่เมฆ
“ดูเหมือนจะมีอสูรระดับเซียนบินได้ที่ทรงพลังตัวหนึ่งบินหนีไปจากเส้นทางของเรา” เจี้ยนชิงเซินส่ายหน้า “ก็ดี! มันไม่เห็นเราก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นเราคงจะต้องลำบาก”
ในฐานะหัวหน้าตระกูลจาง เซียนดาบชิงมีอสูรระดับเซียนอยู่ภายใต้การควบคุมหลายตัว และตัวที่เขากำลังขี่อยู่นั้นก็เป็นตัวที่เจี้ยนชิงเซินไม่รู้จัก แถมพวกเขายังอยู่ห่างกันพอสมควร เจี้ยนชิงเซินจึงระบุไม่ได้ว่าคนที่ขี่อสูรระดับเซียนอยู่นั้นเป็นใคร
แต่สิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจก็คืออสูรระดับเซียนที่เพิ่งผ่านไปตัวนั้นมีพละกำลังเหนือชั้นกว่าอสูรเซียนประกายเมฆที่เขากำลังขี่อยู่
การที่อสูรซึ่งมีพละกำลังแข็งแกร่งกว่าอ้อมและจากไปนั้นย่อมหมายความว่าอีกฝ่ายไม่รู้จักพวกเขา ไม่อย่างนั้นคงจะต้องเกิดการต่อสู้ขึ้น
แม้ตัวเขาจะมีวรยุทธระดับเซียนและสามารถบินหนีไปได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกลัวว่าจะร่วงลงสู่พื้น แต่ก็ยังเป็นการเสียเปรียบหากจะต้องต่อสู้กับอสูรระดับเซียนที่มีพละกำลังมากกว่ากลางอากาศ หากเป็นไปได้ การหลีกเลี่ยงการต่อสู้ย่อมเป็นวิธีที่ดีที่สุด
“โชคดีไป!” เมื่อเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เขาตัดสินใจไม่ให้ความสำคัญมากนักกับอสูรระดับเซียนที่เพิ่งผ่านไป เจี้ยนชิงเซินรีบสำรวจตำแหน่งของตัวเองและพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “เราอยู่ไม่ห่างจากตระกูลจางแล้วนะ แค่เร่งความเร็วขึ้นอีกนิด ก็จะไปถึงที่นั่นได้ในอีกครึ่งวัน!”
“ผู้อาวุโสเจี้ยน ในเมื่อเรากำลังจะไปประชันศิลปะเพลงดาบกับตระกูลจาง ไม่ทราบว่านักดาบผู้โดดเด่นของตระกูลจางเป็นใคร และพวกเขาทำความใจแก่นเพลงดาบชนิดไหน?” จางเซวียนถาม
รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เขาไม่คิดว่าจะมีนักดาบคนไหนในระดับวรยุทธเดียวกันที่จะรับมือกับเขาได้ แต่ตรวจสอบไว้ก่อนก็น่าจะดี เพราะถ้าเขาลงเอยด้วยการพ่ายแพ้ให้กับนักดาบระดับล่างๆ แล้วจะเอาหน้าที่ไหนไปท้าทายทายาทน้อยและแย่งชิงหลัวลั่วชิงมาจากงานแต่งงานของเธอ?
เขามีเป้าหมายเดียวสำหรับการเดินทางครั้งนี้ คือเพื่อคว้าชัยชนะ!
เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นไม่ได้
ต่อให้ทายาทน้อยปรากฏตัวในการประชุมของตระกูลจาง เขาก็จะทำให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงพละกำลังของเขา
“ตอนนี้ ในบรรดาทายาทรุ่นเยาว์ของตระกูลจาง ผู้ที่มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สุดในศิลปะเพลงดาบก็คือจางฉู่ เซียนดาบชิงเหมิงเคยให้คำชี้แนะเรื่องศิลปะเพลงดาบกับเขา” เจี้ยนชิงเซินคำราม “เขาคือชายหนุ่มที่เคยเข้ามาที่บ้านพักของผมมา ตั้งใจจะเข้าหอสมุด แต่ถูกผมไล่กลับไป”
“จางฉู่?” จางเซวียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
เขาเคยได้ยินเรื่องราวระหว่างจางฉู่กับเจี้ยนชิงเซินจากปากของสุ่ยเฉียนโหลว เพราะเหตุการณ์นี้ที่ทำให้เขาคิดไปว่าเจี้ยนชิงเซินมีนิสัยที่ค่อนข้างจะประหลาด
แต่เท่าที่ดูตอนนี้ ก็ชัดเจนว่าการที่เจี้ยนชิงเซินขับไล่จางฉู่ไปนั้นไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ ด้วยความขัดแย้งล้ำลึกระหว่างตัวเขากับหัวหน้าตระกูลจาง ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่พอใจเมื่อได้เห็นทายาทของตระกูลจางมาถึงประตูบ้านของตัวเอง
“ใช่แล้ว อันที่จริงแก่นเพลงดาบแบ่งออกเป็นได้ 5 รูปแบบ แก่นเพลงดาบของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบนั้นเป็นแก่นเพลงดาบที่เน้นการโจมตี ส่วนแก่นเพลงดาบของบรรพบุรุษหลิวสุ่ยเป็นแก่นเพลงดาบที่เน้นความแข็งแกร่งและการป้องกันตัว นอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมีแก่นเพลงดาบที่เน้นความคล่องแคล่ว เน้นความเร็ว และความว่างเปล่า” เจี้ยนชิงเซินอธิบายอย่างเคร่งครึม
“ความว่างเปล่า?” เมื่อได้ยินคำที่ไม่คุ้นหู จางเซวียนอดสงสัยไม่ได้
เขาพอจะเข้าใจว่าแก่นเพลงดาบที่เน้นความคล่องแคล่วและความเร็วนั้นเป็นอย่างไร แต่ความว่างเปล่าล่ะ?
“พูดตามตรงนะ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจชัดเจนนักเรื่องความว่างเปล่า ในตอนนี้ พอจะพูดได้ว่ามันเป็นตำนานในหมู่ผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ มีเรื่องร่ำลือกันว่าปรมาจารย์ขงเข้าถึงระดับนี้ในยุคสมัยของเขา และด้วยการกวัดแกว่งดาบเพียงเล็กน้อย แม้จะไม่รวดเร็วและแข็งแกร่งนัก แต่ด้วยปรากฏการณ์ที่อธิบายไม่ได้บางอย่าง เขาก็สามารถเอาชนะการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย” เจี้ยนชิงเซินอธิบาย
“ด้วยเหตุนั้น สิ่งที่ไม่ปรากฏจึงอาจเรียกได้ว่าเป็นความว่างเปล่า ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ในการจะเข้าถึงแก่นเพลงดาบแห่งความว่างเปล่า ผู้นั้นจะต้องหลอมรวมแก่นเพลงดาบทั้ง 4 แบบที่เหลือเข้าด้วยกัน แต่ลำพังแค่การจะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบเพียงรูปแบบเดียว นักดาบก็ต้องใช้เวลาและความพยายามแทบจะทั้งชีวิตแล้ว หากจะให้เข้าใจแก่นเพลงดาบทั้ง 4 แบบพร้อมๆ กัน พูดตามตรงนะ นอกเสียจากปรมาจารย์ขงแล้ว ผมไม่คิดว่าจะมีใครในโลกนี้ที่ทำได้!”
“ผมเข้าใจ” จางเซวียนพยักหน้า
เขาทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบได้ถึง 2 รูปแบบแล้ว และในแง่ของศิลปะเพลงดาบ ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเจี้ยนชิงเซิน แม้คำอธิบายของเขาจะดูคลุมเครือ แต่เขาก็ยังพอมองเห็นภาพว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร
แม้จะเป็นที่รู้กันว่าแกนเพลงดาบเป็นสุดยอดของศิลปะเพลงดาบในทวีปแห่งปรมาจารย์ แต่มันก็ได้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางแห่งนักดาบ ผู้ที่เข้าถึงแก่นเพลงดาบจะรู้สึกได้ ถึงขีดจำกัดของเส้นทางเพลงดาบของตัวเอง แต่ก็ยังมีสิ่งที่เป็นสุดยอดไปกว่านั้น เป็นไปได้ว่าแก่นเพลงดาบแห่งความว่างเปล่าน่าจะเป็นแนวคิดที่จะผลักดันคนเหล่านั้นให้ไปถึงจุดสุดยอด
“แก่นเพลงดาบที่ตระกูลจางเชี่ยวชาญเป็นพิเศษนั้นคือแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็ว ศิลปะเพลงดาบที่พวกเขาแสดงออกมาจะผลักดันความเร็วให้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด จนถึงจุดที่เวลาแทบจะหยุดนิ่ง ด้วยเหตุนี้ ศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางจึงเป็นที่ยำเกรงของผู้คนทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์”
“ความเร็วหรือ?” จางเซวียนหน้าตาเคร่งเครียด
สายเลือดพิเศษของตระกูลจางมีความสามารถในการควบคุมเวลา เขาเคยสัมผัสมาด้วยตัวเองแล้ว และแน่นอนว่ามันน่าทึ่งมาก
เป็นไปได้ว่าแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็วซึ่งพวกเขาทำความเข้าใจนั้นจะมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสายเลือดพิเศษของพวกเขา
อย่างที่มีคำกล่าวว่า ในบรรดาศิลปะการต่อสู้ทุกชนิดที่มีอยู่ในโลก มีแต่ความเร็วอย่างแท้จริงเท่านั้นที่ไม่อาจถูกโค่นล้มได้!
ความเร็วจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะตัดสินการแพ้ชนะในการต่อสู้
ยกตัวอย่าง อย่างเคล็ดวิชาดาบฟาดฟันทะเลอันทรงพลังของจางเซวียน ก็ต้องใช้การเตรียมตัวอย่างยาวนานกว่าที่จะสำแดงออกมาได้ ซึ่งหากคู่ต่อสู้ของเขาเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วพอ ก็เป็นไปได้ที่จะสามารถขัดขวางการเตรียมตัวของเขา
“อันที่จริง ความเร็วในศิลปะเพลงดาบนั้นสามารถทำลายขอบเขตของเวลาได้ ถึงขนาดที่ศิลปะเพลงดาบน้ำไหลไม่อาจยับยั้งเอาไว้ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ความพยายามใดๆ ที่จะตอบโต้ก็มีแต่จะสูญเปล่าเพราะความเร็วอันน่าทึ่งของพวกเขา นี่คือเหตุผลที่ทำให้บรรดาลูกศิษย์ของผมต้องพ่ายแพ้ยับเยินในการดวลครั้งที่แล้ว” เจี้ยนชิงเซินส่ายหน้า
ถึงเขาจะรู้ดีว่าพื้นฐานศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางเป็นอย่างไร แต่ก็ไม่อาจหาวิธีที่ชัดเจนที่จะทำลายมันได้
“ถ้าเป็นอย่างนั้น จะไม่หมายความว่าผมหมดหนทางเอาชนะหรือ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว แม้แต่คุณยังจนปัญญากับศิลปะเพลงดาบของตระกูลจาง ถึงผมจะแข็งแกร่งกว่าคุณเล็กน้อย แต่ผมก็คงไม่มีทางเอาชนะพวกเขาได้เหมือนกัน ใช่ไหม?
“การจะเอาชนะนั้นไม่ง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ นอกจากแก่นเพลงดาบแห่งความว่างเปล่าแล้ว แก่นเพลงดาบที่เหลืออีก 4 รูปแบบสามารถตอบโต้ซึ่งกันและกันได้ อาจจะเป็นเรื่องยากที่แก่นเพลงดาบอันแข็งแกร่งของคุณจะต้านทานความเร็วอย่างน่าทึ่งของตระกูลจาง แต่หากใช้มันพร้อมกับศิลปะเพลงดาบน้ำไหล ก็มีโอกาสที่คุณจะเอาชนะระดับความเร็วของแก่นเพลงดาบของพวกเขาได้!” เจี้ยนชิงเซินพูด
จางเซวียนขมวดคิ้วด้วยความสับสน
เมื่อครู่ก่อนนี้เองที่เขารู้สึกว่าการจะเอาชนะน่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะเขาต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการรวบรวมพลังเพื่อสำแดงเคล็ดวิชาดาบฟาดฟันทะเล แล้วศิลปะเพลงดาบน้ำไหลจะสร้างความแตกต่างอย่างไร?
“คุณน่ะถูกความคิดของตัวเองต้อนให้จนมุม!” เห็นอีกฝ่ายที่ปกติรอบรู้เกิดจะโง่งมขึ้นมาดื้อๆ เจี้ยนชิงเซินอดหัวเราะหึๆ ไม่ได้ “สำหรับศิลปะเพลงดาบน้ำไหลนั้น ด้วยตัวของมันเองไม่อาจต้านทานศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางได้นาน แต่สิ่งที่คุณต้องทำก็คือยื้อเวลาไว้ให้ได้สักหลายอึดใจ และตราบใดที่คุณรวบรวมพลังได้มากพอที่จะสำแดงเทคนิคสุดยอดของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบ คุณก็จะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย!”
“แก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็วนั้นน่าทึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะหักล้างไม่ได้ เมื่ออยู่ต่อหน้าพละกำลังของศิลปะเพลงดาบของคุณ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุณจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ได้สบาย!”
“เอ่อ…” จางเซวียนนัยน์ตาโตเมื่อนึกได้ เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
จริงด้วย! เขานึกภาพแก่นเพลงดาบ 2 แบบในลักษณะที่แยกออกจากกัน จึงไม่ทันนึกถึงจุดนี้
ขอแค่เขาใช้แก่นเพลงดาบทั้ง 2 แบบพร้อมๆ กันได้ พละกำลังที่ได้ก็จะพุ่งขึ้นสูงไปอีกระดับหนึ่ง
การป้องกันตัวอันเข้มแข็งของศิลปะเพลงดาบน้ำไหล…พลังทำลายล้างของศิลปะเพลงดาบฟาดฟันทะเล…
ขอแค่เขายื้อเวลาให้นานพอที่จะสั่งสมพละกำลังเพื่อสำแดงศิลปะเพลงดาบฟาดฟันทะเลได้ ต่อให้คู่ต่อสู้ของเขาจะรวดเร็วว่องไวสักแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีทางเอาชนะกระแสดาบฉีอันไม่หยุดยั้งของเขาได้แน่!



