ตอนที่ 272 ผมเข้าใจ
“คุณถามเขาหรือว่าจะสะดวกไหม…ถ้าเขาจะต้องสลบไปอีกรอบ?”
พ่อบ้านลู่กับโม่หยู่ถึงกับหน้าตาบูดเบี้ยว
เซียนสมุนไพรส่ายหัวดิก
ไม่มีใครอยากสลบแน่ จะให้ตอบออกไปได้อย่างไรว่าสะดวกใจที่จะสลบ?
แค่ได้ยิน เซียนสมุนไพรก็ต้องส่ายหน้าแล้ว เป็นเพราะสภาพร่างกายที่ง่อยเปลี้ยของเขาต่างหากที่ทำให้ต้องจำยอม
“นายแพทย์ไป๋ชาน เอ่อ…”
เห็นแววตาขัดขืนของนายท่าน พ่อบ้านลู่รีบเบรก แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เหมือนจะได้ข้อสรุป “โอ๊ยลืมซะเถอะ ถามไปก็ไม่ได้อะไร ผมทำเองแหละดีที่สุด!”
จากนั้นก็เงื้อมือ
ผัวะ!
เซียนสมุนไพรสลบไปอีกรอบ ทั้งๆที่น้ำตายังคลอ
ตบเซียนสมุนไพรสลบไปแล้ว จางเซวียนเพิ่งรู้สึกว่าพ่อบ้านลู่ยังพูดไม่จบ และกำลังมองเขาอย่างสงสัย “มีอะไรเหรอ?”
“ผม…เอ่อ…ไม่มีหรอก!”
พ่อบ้านลู่ฝืนยิ้ม
เขาตั้งใจจะหยุดอีกฝ่ายไว้เพื่อดูว่าพอมีหนทางอื่นที่จะรักษานายท่านโดยไม่ต้องทำให้เขาสลบหรือไม่ แต่ในเมื่อนายท่านก็วูบไปแล้ว พูดไปก็ไร้ประโยชน์
“เอาล่ะ ผมจะรักษาต่อนะ!”
เมื่อเซียนสมุนไพรสลบ หนังสือในหัวของจางเซวียนก็กระตุกอีกครั้ง และอัพเดทตำแหน่งของหนอนกู้
เมื่อแน่ใจตำแหน่งที่อยู่ของมันแล้ว จางเซวียนก็ปักเข็มเงินลงไปในร่างของอีกฝ่าย
“เฮ้ย? พลาด…”
จางเซวียนใช้พลังปราณตรวจสอบดู ก็รู้ว่าหนอนกู้หนีไปได้อีกครั้ง
“ดูเหมือนการฆ่าไอ้หนอนนี่จะยากกว่าที่เราคิด!” เขามีสีหน้าเคร่งเครียด
เขาคิดว่าด้วยการมีหอสมุดเทียบฟ้าคอยระบุตำแหน่งให้ การฆ่าหนอนไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่เท่าที่ดู เขาคงจะประเมินพวกมันต่ำไป
แม้การเหลื่อมเวลาระหว่างการพลิกหน้าหนังสือในหอสมุดกับการปักเข็มลงไป จะสั้นมาก แต่ก็เกินพอสำหรับหนอนกู้ที่จะหนีไปจากตำแหน่งเดิม
จางเซวียนแตะตัวราชาสมุนไพรอีกครั้ง และฝังเข็มลงไปอีก
ฉึก ฉึก ฉึก!
ด้วยการโจมตีหลายครั้งจากเข็มเงิน หนอนกู้ดูเหมือนจะรู้ตัวว่ามันตกอยู่ในอันตราย มันรีบหนีไปตามกระแสเลือดของฝ่ายนั้นอย่างรวดเร็ว
“ระบบไหลเวียนเลือดของร่างกายมนุษย์นั้นซับซ้อนมาก และยังมีเส้นเลือดฝอยอีกนับไม่ถ้วนกระจายไปทั่วร่าง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ต่อให้วิ่งไล่จับกันทั้งวันก็ไม่สำเร็จ เราจะต้องหาทางต้อนให้มันจนมุมเสียก่อน ถึงจะฆ่ามันได้!”
หลังจากที่ฝังเข็มลงไปอย่างรวดเร็วอีก 2-3 เล่ม จางเซวียนก็รู้ได้ว่าหนอนตัวนั้นเคลื่อนที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ แถมยังสะเปะสะปะจนจับทางไม่ได้ ความยุ่งยากนี้ทำให้หน้าผากของเขาย่นเป็นร่องลึก
“มันตายหรือยังนะ…”
หลังจากปักเข็มลงไปต่อเนื่องกัน 12 เล่ม ในที่สุดเขาก็ต้อนมันให้จนมุมได้ ขณะที่กำลังจะปักเข็มเล่มสุดท้าย ก็มีเสียงอ่อนระโหยโรยแรงดังขึ้น เมื่อหันไปมอง ก็เห็นว่าราชาสมุนไพรฟื้นขึ้นมา
การที่เขารู้สึกตัวในตอนนั้นทำให้หอสมุดเทียบฟ้าไม่สามารถอัพเดทตำแหน่งของหนอนกู้ได้
รู้ว่าไม่มีเวลาจะเสียแล้ว จางเซวียนไม่พูดให้มากความ เขาเงื้อมือและ ‘ผัวะ’ ทันที ฝ่ายนั้นสลบไปอีกรอบ
“แย่แล้ว! ไอ้บ้านั่นหนีไปได้อีก…”
ตอนที่หนังสือใช้เวลาอัพเดท หนอนกู้ก็หนีไปได้ จางเซวียนถึงกับเครียด
การที่เซียนสมุนไพรรู้สึกตัวขึ้นมาทำให้เลือดของเขาไหลเวียนเร็วขึ้น หนอนกู้จึงหนีจากวงล้อมของจางเซวียนไปได้
“บ้าเอ๊ย!”
นึกไม่ถึงว่าหนอนกู้จะฉลาดขนาดนี้ จางเซวียนเลิกคิ้วและหันไปทางพ่อบ้านลู่
“มานี่หน่อย นายท่านของคุณฟื้นเมื่อไหร่ จัดการให้เขาสลบนะ…”
เซียนสมุนไพรเป็นนักรบจงซรือขั้นสูงสุด ถึงจะถูกหนอนกู้ทรมานจนใกล้ตาย แต่กลไกการป้องกันตัวจากพลังปราณในร่างของเขายังทำงานอยู่ ทำให้เขาฟื้นจากการสลบได้เร็ว
ซึ่งในการตบเขาสลบ จางเซวียนก็ไม่ได้ออกแรงมากเกินไป เพื่อไม่ให้อาการของเซียนสมุนไพรที่ร่อแร่อยู่แล้วต้องแย่ลงอีก
แต่เพื่อป้องกันไม่ให้หนอนกู้หนีไปได้อีกครั้งหากเขารู้สึกตัวขึ้นมา เตรียมตัวไว้ก่อนจึงดีที่สุด
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจยืมมือพ่อบ้านลู่ ด้วยการมีใครคนหนึ่งคอยตบให้เซียนสมุนไพรสลบ จางเซวียนก็จะสามารถจดจ่อกับการฆ่าหนอนได้อย่างเต็มที่
“นายท่านฟื้นเมื่อไหร่ จัดการให้สลบ…”
พ่อบ้านลู่ตัวสั่นและแทบจะปล่อยโฮออกมา
ชายตรงหน้าคือนายท่านของเขา ถ้าเขาทำแบบนั้นลงไป ไม่อยากจะนึกเลยว่าชะตากรรมชนิดไหนที่จะรอเขาอยู่หากนายท่านเอาเรื่องขึ้นมา
“ผมขอปฏิเสธได้ไหม…”
“อย่าทำผมเสียเวลา ให้ไวเลย!”
เห็นอีกฝ่ายทำยึกยัก จางเซวียนขมวดคิ้ว “ถ้าไม่อยากช่วยชีวิตนายท่านของคุณล่ะก็ จะไม่ทำก็ตามใจ!”
“เอ่อ…”
ถึงอย่างไรพ่อบ้านลู่ก็รู้ว่าการช่วยชีวิตเซียนสมุนไพรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เขาจึงเดินเข้ามาและเงื้อมือเตรียมไว้
ขณะที่หัวใจแทบจะวาย โม่หยู่ก็พูดขึ้น “ปกตินายแพทย์มักจะใช้ผงตรึงวิญญาณเพื่อทำให้คนไข้สลบ สูดแค่อึดใจเดียวก็สลบไปได้นาน แถมไม่ต้องเจ็บตัวด้วย…มันจะใช้ได้ไหม?
“ผงตรึงวิญญาณ? มีของแบบนั้นด้วยเหรอ? ได้สิ ใช้ได้!”
เป้าหมายของเขาคือการทำให้อีกฝ่ายสลบ จะด้วยยาหรือด้วยการใช้กำลังก็ได้ทั้งนั้น
“ผงตรึงวิญญาณก็ใช้ได้?”
คำตอบของจางเซวียนทำให้พ่อบ้านลู่กับโม่หยู่ถึงกับน้ำตาไหลพราก
ผงตรึงวิญญาณเป็นยาขั้นพื้นฐานที่นายแพทย์ทั่วไปใช้กัน แม้แต่กับคนไข้ที่ปอดแหกที่สุดก็ใช้ได้ ไม่มีนายแพทย์คนไหนที่ไม่รู้จักมัน และพวกเขาก็มักจะพกยานี้ติดตัวไปทุกที่
แต่หมอนี่ไม่รู้จัก…
บ้าไปแล้ว!
ถ้าไม่ใช่เพราะความเก่งกาจอันสุดแสนจะน่าทึ่งที่เขากำลังแสดงอยู่ล่ะก็ คงจะต้องสงสัยแล้วว่าเป็นนายแพทย์จริงๆหรือเปล่า!
ไม่อย่างนั้น เรื่องง่ายๆแค่นี้ทำไมไม่รู้?
ถ้าจางเซวียนใช้ผงนี้เสียก่อนหน้า เซียนสมุนไพรก็คงไม่ต้องโดนตบกะโหลกถี่ขนาดนั้น ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ต่อให้เขารักษาหาย ก็เป็นไปได้ว่าเซียนสมุนไพรจะต้องกลายเป็นคนบ้องตื้น เพราะหัวถูกกระทบกระเทือนบ่อยครั้งเกิน…
“เรามียานั้นอยู่ ผมจะไปเอามาให้เดี๋ยวนี้แหละ…”
กลัวว่านายท่านจะถูกตบอีก พ่อบ้านลู่กระวีกระวาดออกไป
เซียนสมุนไพรต้องใช้ชีวิตอยู่กับยาสมุนไพร ซึ่งก็คงจะแปลกหากพวกเขาไม่มีสมุนไพรขั้นพื้นฐานตุนไว้ ไม่ช้าพ่อบ้านลู่ก็นำผงตรึงวิญญาณหลายถุงกลับมา
จางเซวียนหยิบถุงใบหนึ่งไปจ่อไว้ที่ปลายจมูกของเซียนสมุนไพร ไม่นานยานั้นก็ทำให้เขาหลับลึก และดูท่าจะไม่ฟื้นคืนสติได้เร็วนัก
“แหม มีของดีขนาดนี้ก็ไม่บอก น่าจะเอาออกมาใช้เสียแต่แรก!”
จางเซวียนมองหน้าพ่อบ้านลู่เมื่อเห็นว่ายานั้นได้ผลน่าทึ่ง
“เอ่อ…”
พ่อบ้านลู่ถึงกับเหวอ
ในฐานะนายแพทย์ ถ้าคุณถือเครื่องมือผ่าตัดเข้าไปในห้องผ่าตัด ก็เป็นธรรมดาที่ผมจะต้องเข้าใจว่าคุณชำนาญในการใช้มัน ใครจะไปคิดล่ะว่า…คุณไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามีดผ่าตัดหน้าตาเป็นอย่างไร…
โม่หยู่มองพ่อบ้านลู่อย่างเห็นใจ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอเคยชินกับพฤติกรรมแปลกประหลาดของจางเซวียนแล้ว เธอจะต้องคิดว่าเขาจงใจทำแน่
ผงตรึงวิญญาณทำให้เซียนสมุนไพรหลับลึก จางเซวียนจึงดำเนินการรักษาต่อไป เขาใช้มือข้างหนึ่งสัมผัสร่างของเซียนสมุนไพรไว้ ขณะที่มืออีกข้างหนึ่งฝังเข็มลงไปอย่างรวดเร็ว เพื่อต้อนให้หนอนกู้ที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าไปจนมุม
ครั้งนี้เขาทำสำเร็จ หนอนกู้หนีไปไหนไม่ได้
“ลุย!”
กระดิกนิ้วนิดเดียว เข็มเงินก็ถูกปักลงไปในร่างของเซียนสมุนไพร
ฉึกกกกก!
หนอนกู้กระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ในกระแสเลือดของเขา
“ตายซะ!”
กระดิกนิ้วอีกครั้ง พลังปราณบริสุทธิ์ก็พุ่งเข้าไปในร่างของอีกฝ่ายผ่านทางเข็มเงิน หนอนกู้กระเสือกกระสนฟาดงวงฟาดงาได้อีกครู่เดียวก็แน่นิ่งไป
ก็เหมือนกับสารพิษตกค้างอื่นๆ พลังปราณเทียบฟ้าที่บริสุทธิ์ราวกับน้ำสะอาดคือคู่ปรับตัวฉกาจของหนอนกู้ เมื่อโดนเข้าไปจังๆ เจ้าสิ่งมีชีวิตที่แสนจะทนทายาดนั้นก็ถูกบดขยี้และตายทันที
“ออกมา!”
จางเซวียนใส่แรงดันเข้าไปในกระแสเลือดของอีกฝ่าย แล้วตามด้วยพลังปราณอีกระลอกหนึ่ง จากนั้นทั้งเข็มเงินและหนอนกู้ก็กระเด็นออกมาพร้อมๆกัน
ตึ้ง! ทั้งคู่กองแหมะอยู่บนพื้น
“เจ้านี่หรือที่เรียกว่าสัญญาหนอนกู้?”
พ่อบ้านลู่กับโม่หยู่รีบเข้ามาดู
หนอนกู้ที่อยู่บนพื้นมีขนาดตัวพอๆกับหิ่งห้อย มีอักษรโบราณจารึกไว้บนลำตัวสีเขียวเข้มของมัน มันน่าขยะแขยงขนาดที่ทำให้ผู้พบเห็นเย็นเยือกไปถึงกระดูกสันหลัง
“เฮ่อ!”
จางเซวียนถอนหายใจเฮือก
ปัญหาหลักที่จู่โจมร่างกายของเซียนสมุนไพรคือหนอนกู้ตัวนี้ ในเมื่อมันออกมาจากร่างของเขาแล้ว อาการบอบช้ำก็คงจะฟื้นตัวได้ในเวลาไม่นานนัก
หลังจากเอาถุงที่บรรจุผงตรึงวิญญาณไว้ออกจากปลายจมูกของเซียนสมุนไพรได้ไม่นาน เขาก็ค่อยๆรู้สึกตัว
“นายท่าน…”
พ่อบ้านลู่ปรี่เข้ามา
“ผมต้อง…ต้องสลบไปอีกไหม?”
หลังจากฟื้นขึ้นมา เซียนสมุนไพรมองหน้าจางเซวียนและถึงกับปากสั่น
เขาแสนจะเข็ดเขี้ยวกับการถูกตบสลบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กลัวเหลือเกินว่าเมื่อฟื้นขึ้นมา จะมีมือเงื้อง่ารออยู่
“ไม่ต้องแล้ว หนอนกู้ถูกฆ่าตายแล้ว!”
พ่อบ้านลู่ชี้ไปที่หนอนบนพื้น
“ตายแล้ว?”
เซียนสมุนไพรถึงกับผงะ เขามองซากหนอนกู้บนพื้น หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
หลังจากที่ต้องทุกข์ทรมานกับสัญญาหนอนกู้ ความเป็นความตายของเขาดูจะไม่ใช่สิ่งที่เขาควบคุมได้อีกต่อไป เหตุผลที่สัญญาหนอนกู้ถูกนำมาใช้เรียกความไว้ใจจากอีกฝ่ายก็เพราะแม้แต่กูรูยาพิษที่เก่งกาจที่สุดก็ยังไม่สามารถรักษาได้ แต่นายแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าเขาฆ่ามันได้อย่างง่ายดาย ขนาดเขาได้เห็นเต็มสองตาก็ยังแทบไม่อยากเชื่อ
“นายแพทย์ไป๋ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม!”
เซียนสมุนไพรลุกขึ้นจากเก้าอี้ยาวและทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
ตอนแรก เขาคิดว่าคงเป็นโชคชะตาของเขาที่ต้องตายเพราะสัญญาหนอนกู้ ไม่นึกไม่ฝันว่าชายที่ยืนตรงหน้าจะช่วยชีวิตเขาไว้ได้!
เพื่อให้หายทุกข์ทรมาน อย่าว่าแต่สามครั้งเลย ต่อให้ต้องถูกตบสลบอีกเป็นสิบเป็นร้อยครั้ง ก็คุ้มค่าที่จะทน
“นายท่าน นาย…นายท่าน…”
เห็นเซียนสมุนไพรลุกขึ้นมาและคุกเข่าอยู่กับพื้น พ่อบ้านลู่ถึงกับลนลาน
นายท่านของเขาขยับตัวไม่ได้และพูดไม่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้ถึงกับลุกขึ้นยืนและคุกเข่าได้ด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่าร่างกายของเขากำลังฟื้นตัว
“เมื่อหนอนกู้ในตัวผมตายไป พละกำลังก็ค่อยๆกลับคืนมา แต่ความบอบช้ำภายในที่มันทิ้งไว้ยังไม่หายดี นายแพทย์ไป๋ ผมขอวิงวอนให้คุณช่วยรักษา…”
เซียนสมุนไพรปัดพ่อบ้านลู่ไม่ให้ช่วยพยุง เขาคุกเข่าต่อหน้าจางเซวียน



