Skip to content

Library Of Heaven’s Path 281

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 281 เมล็ดบัวแดงเดือด

“สำหรับผม ถ้าจะรักษาใคร คนไข้จะต้องสลบเสียก่อน ผมเข้าใจดีว่าคุณกังวลเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง และไม่ตำหนิคุณเลยที่ไม่เชื่อผม!” จางเซวียนส่ายหน้า

C

ฟังน้ำเสียงก็รู้ว่าอีกฝ่ายโมโหอย่างแน่นอน แถมยังไม่คิดจะช่วยเขาเลยด้วย กู้มู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันและส่งโทรจิตหาเขา “ศิษย์ปู่ อย่าเพิ่งไป! ที่สำนักงานใหญ่ส่งผมมาคัดสรรหัวหน้าคนใหม่และคลี่คลายสถานการณ์ที่นี่น่ะเป็นแค่เรื่องบังหน้า เรื่องจริงก็คือเมล็ดบัวแดงเดือดที่สาขานี้แก่จัดแล้ว!”

“เมล็ดบัวแดงเดือด?”

“ใช่แล้ว เมล็ดบัวแดงเดือดอยู่ลึกลงไปใต้ภูเขาไฟ มันดูดซึมเอาแร่ธาตุใต้พื้นผิวโลกเป็นอาหาร ถ้านักรบคนไหนได้ได้กินมันเข้าไป โอกาสที่เขาจะฝ่าคอขวดขั้นจื้อจุนไปได้ก็จะสูงขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์! ก็เพราะผมติดอยู่ที่คอขวดนี่แหละ ผมจึงถือโอกาสรับภารกิจนี้”

กู้มู่บอกทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง

“ผมรู้ดีว่า ด้วยพละกำลังของศิษย์ปู่ ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์เลย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็อาจจะเป็นประโยชน์กับลูกศิษย์ของคุณ ถ้าพวกเขาได้กินเข้าไป”

“มันเพิ่มโอกาสในการฝ่าด่านวรยุทธขั้นจื้อจุนได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์หรือ?”

จางเซวียนประหลาดใจมาก

การฝ่าด่านวรยุทธนั้นขึ้นอยู่กับความตั้งใจ ความศรัทธา การฝึกฝนที่เพียรสะสมมา และเทคนิควรยุทธ…ยาเป็นแค่ส่วนประกอบเท่านั้น และสมุนไพรส่วนมากก็ให้ผลในการช่วยยกระดับวรยุทธได้ไม่มากนัก

แต่เมล็ดบัวแดงเดือดเพิ่มโอกาสในการฝ่าด่านวรยุทธขั้นจื้อจุนได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจางเซวียนไม่ได้ยินเรื่องนี้จากตัวนักรบจื้อจุนเองล่ะก็ เขาคงไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริง

ถึง 20 เปอร์เซ็นต์จะดูเหมือนไม่มาก แต่แค่นี้ก็สามารถสร้างความอัศจรรย์ให้กับนักรบได้แล้ว คงจะมีนักรบมากมายยอมฆ่าแกงกันเพื่อให้ได้เมล็ดนี้มา

การสำเร็จวรยุทธจื้อจุนขั้นสูงสุดถือเป็นสุดยอดของนักรบ แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ปลายทาง ในโลกอันกว้างใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป ยังมีนักรบอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่มีวรยุทธสูงกว่านี้

ในเมื่อเมล็ดบัวแดงเดือดสามารถเพิ่มโอกาสในการฝ่าด่านวรยุทธได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มันย่อมจัดเป็นของล้ำค่า

จางเซวียนไม่คิดว่าจะมีของมีค่าขนาดนี้อยู่ในห้องโถงแห่งยาพิษ

“ได้ บอกความต้องการของคุณมา!”

รู้ว่าอีกฝ่ายใช้เรื่องนี้มากระตุ้นความสนใจของเขา จางเซวียนจึงหันมามองกู้มู่อีกครั้ง

“ผมแค่หวังว่าศิษย์ปู่จะช่วยรักษาสภาพร่างกายอันบอบช้ำของผม ส่วนเรื่องเมล็ดบัวแดงเดือด ผมต้องการแค่เมล็ดเดียวสำหรับการฝ่าด่านวรยุทธของผมเท่านั้น ที่เหลือผมมอบให้ศิษย์ปู่ทั้งหมด!”

กู้มู่พูด

เขารู้ดีว่าด้วยสภาพร่างกายที่เป็นอยู่ตอนนี้ ถึงจะได้กินเมล็ดบัวแดงเดือดก็ไม่มีทางที่จะฝ่าด่านวรยุทธได้ ในเมื่อเป็นแบบนั้น สู้แลกเมล็ดบัวที่เหลือกับการรักษาตัวจะดีกว่า

อีกอย่าง ถึงมันจะเป็นของดี แต่ก็ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ไม่อย่างนั้นหัวหน้าคนเก่าคงไม่ตายไปปุบปับแบบนั้น

คนอื่นๆคงจะไม่รู้สาเหตุการตายของหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษคนเก่า แต่กู้มู่รู้ดี ทางสาขาได้ส่งรายงานการเสียชีวิตของหัวหน้าไป และเขาก็ได้อ่านรายละเอียดของมันโดยบังเอิญ

ที่ร่ำลือกันว่าเขาตายเพราะอาการป่วยนั้นไม่ใช่เรื่องจริง อันที่จริงแล้วมันเป็นเพราะเมล็ดบัวแดงเดือดได้สุกเต็มที่ และระหว่างที่เข้าไปเก็บมัน หัวหน้าก็ถูกเปลวไฟปฐพีแผดเผาจนเสียชีวิตไป

ขนาดนักรบขั้นจื้อจุนยังถูกเปลวไฟเผาเป็นตอตะโก ก็เป็นธรรมดาที่กู้มู่จะอยากได้ความช่วยเหลือจากศิษย์ปู่ในการเก็บเมล็ดบัวนั้น

หลังจากใคร่ครวญแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะบอกเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้ และทำข้อตกลงกัน

กู้มู่รู้ดีว่าอีกฝ่ายคงจะตั้งใจรักษาเขาเป็นแน่หากได้รู้เรื่องนั้น

“ได้สิ!” จางเซวียนพยักหน้า

อันที่จริงเขาก็ตั้งใจจะรักษากู้มู่อยู่แล้ว มาตอนนี้ยิ่งมีของล่อใจเข้าไปอีก ก็ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องคว่ำข้อเสนอนั้น

“แล้ว…เราจะเริ่มเมื่อไหร่?”

เห็นอีกฝ่ายตอบตกลง กู้มู่ให้ดีใจนัก

“มีอะไรที่ต้องจัดเตรียมหรือเปล่า?”

“ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้น เริ่มตอนนี้ได้เลย!”

จางเซวียนโบกมือ

ยิ่งยื้อเวลาไปก็มีโอกาสที่สถานการณ์จะพลิกผันได้มากขึ้นเท่านั้น ทำให้เสร็จสิ้นไปเสียจะดีที่สุดกับเขา

“ตามนั้น!” เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพร้อมจะรักษาตอนนี้ กู้มู่ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ “ผมขอฝากตัวกับศิษย์ปู่ด้วย!”

จากนั้นเขาก็เงื้อมือ

ผัวะ!

เมื่อตบหัวตัวเองเรียบร้อย ร่างของเขาก็ชวนเซและทรุดฮวบลงกับพื้น

เห็นอีกฝ่ายตบหัวตัวเองสลบ จางเซวียนก้มลงมองผงตรึงวิญญาณที่อยู่ในมือ ในเมื่อไม่ต้องใช้แล้ว ก็ทำได้แค่เก็บมันเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติเหมือนเดิม

“เราตั้งใจจะใช้ผงนี้ ไม่นึกเลยว่าคุณจะสะเพร่ากว่าเซียนสมุนไพรเสียอีก…”

ผงตรึงวิญญาณที่สามารถทำให้ผู้คนสลบไสลได้นั้นมีประโยชน์มากกับ ‘วิธีการรักษาแบบพิเศษ’ ของเขา ก่อนที่จะออกมา จางเซวียนได้ร้องขอสิ่งนี้จากเซียนสมุนไพร

ผงตรึงวิญญาณมีราคาไม่แพง และเซียนสมุนไพรก็พร้อมจะทำตามความต้องการของจางเซวียนอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงให้มาถึง 20 ชุด

เขาตั้งใจจะทดสอบฤทธิ์ของผงนี้ แต่เพิ่งหยิบออกมา ฝ่ายนั้นก็ตบตัวเองสลบไปเสียก่อน

จะเร็วไปไหน!

แต่จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ถึงอย่างไรเขาก็สลบไปแล้ว สิ่งนี้ช่วยประหยัดแรงของจางเซวียนได้มาก

เขาเดินเข้าไปหากู้มู่ที่สลบเหมือด จางเซวียนสะบัดข้อมือ และเข็มเงินสองสามเล่มก็ปรากฏในฝ่ามือของเขา

รายละเอียดเรื่องสภาพร่างกายของกู้มู่ปรากฏขึ้นหมดแล้วตั้งแต่ตอนที่เขาโจมตีก่อนหน้านี้ จางเซวียนจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยอีก

ด้วยการกระดิกนิ้ว เข็มเงินก็ปักลงไปในร่างของกู้มู่ ท่วงท่าของจางเซวียนนุ่มนวลและลื่นไหลราวกับผีเสื้อ

สภาพร่างกายของกู้มู่นั้นต่างจากเซียนสมุนไพรมาก ร่างกายของเซียนสมุนไพรถูกสัญญาหนอนกู้ทำลายจนบอบช้ำ ทำให้สุขภาพของเขาทรุดโทรม ขณะที่กู้มู่ใช้ยาพิษเกินขนาดเพื่อกระตุ้นจุดชีพจรของเขาให้มีการเพิ่มระดับวรยุทธ ด้วยเหตุนั้นยาพิษจึงซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเขา และเข้าไปทำลายการทำงานของอวัยวะภายใน

เซียนสมุนไพรต้องการการฟื้นฟูจากพลังปราณเทียบฟ้า ส่วนกู้มู่ จางเซวียนต้องหาจุดที่พิษเข้าไปสะสมอยู่ให้ได้ แล้วส่งพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปชะล้างพิษนั้นออกจากร่างกาย

ซึ่งอันที่จริง การรักษากู้มู่นั้นง่ายกว่ารักษาเซียนสมุนไพรมาก

ฟิ้ววววววว!

พลังปราณเทียบฟ้าถูกส่งผ่านเข็มเงินเข้าไปยังจุดที่ยาพิษสะสมอยู่ ไม่ช้าก็มีเสียงเหมือนน้ำไหลดังมาจากร่างของกู้มู่ จากนั้น น้ำสีดำมืดก็ไหลออกจากนิ้วมือและนิ้วเท้าของเขา

“นี่คือยาพิษที่ซ่อนอยู่ในตัวหรือ?”

“มันถูกขับออกมาได้แบบนี้เลย?”

เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆถึงกับตาโต และไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

เพราะพวกเขาอยู่กับยาพิษทุกวี่วัน จึงรู้ดีว่าการขับพิษออกจากร่างกายนั้นยากเย็นแค่ไหน

รังสีพิษบางชนิด เมื่อซึมซาบเข้าไปในร่างกายแล้วจะไม่มีทางขับออกมาได้เลย ไม่ว่าจะกินสมุนไพรล้ำค่าแค่ไหน หรือนานเท่าไรก็ตาม

นั่นคือเหตุผลที่กูรูยาพิษมักมีอายุสั้น แม้ว่าจะเป็นที่ยำเกรงของคนทั่วไป อยู่ได้ 50 ถึง 60 ปีก็ถือว่ายาวนานแล้วสำหรับพวกเขา

แม้ผลกระทบเหล่านั้น มองเผินๆจะเห็นได้ไม่ชัดเจน แต่ก็มีปัญหาอยู่ภายในตัวของพวกเขามากมาย พิษร้ายที่พวกเขาต้องสัมผัสใกล้ชิดได้ซึมซาบเข้าไปในร่างกายและออกฤทธิ์จากภายใน

พวกเขาคิดว่าคงไม่มีทางรักษา นึกไม่ถึงเลยว่าศิษย์พี่ที่อยู่ตรงหน้าจะแก้ไขความบอบช้ำนี้ได้ง่ายๆ

ถ้าเขาขับพิษที่อยู่ในร่างของผู้แทนได้ง่ายดายขนาดนั้น ก็หมายความว่า เขาย่อมรักษาพวกเราได้เหมือนกันใช่ไหม?

เมื่อคิดได้แบบนั้น ก็พากันมองจางเซวียนด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย

จางเซวียนไม่รับรู้ว่าฝูงชนมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาจมดิ่งกับเรื่องที่อยู่ตรงหน้า เข็มเงินแต่ละเล่มถูกปักลงไปอย่างเหมาะเหม็งตรงจุดที่รังสีพิษซ่อนอยู่ เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งเขาก็ขยับมือ และเข็มเงินทั้งหมดก็ลอยกลับมาหาเขา

จากนั้น จางเซวียนก็ผายมือเป็นเชิงอวดผลงาน

กู้มู่ค่อยๆฟื้นคืนสติขึ้นมา

“เอ่อ…”

เมื่อลืมตา ก็รู้สึกได้ทันทีถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ร่างกายของเขายังได้รับผลกระทบจากรังสีพิษ เขารู้สึกเหมือนมีตุ้มน้ำหนักขนาดใหญ่ถ่วงร่างของเขาไว้ ทุกย่างก้าวและทุกท่วงท่าทำได้อย่างยากลำบาก แต่มาตอนนี้ เมื่อตุ้มถ่วงนั้นถูกกำจัดไปแล้ว เขารู้สึกตัวเบาเหมือนขนนก

ถึงยังไม่ต้องใช้พลังปราณตรวจสอบสภาวะของตัวเอง ก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายดึงเขาออกมาจากประตูนรกแล้ว

“ศิษย์ปู่ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม!”

แล้วกู้มู่ก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวในพละกำลังของอีกฝ่าย แต่มาจากความเคารพสูงสุดในความสามารถและความเอื้อเฟื้อของเขา

จางเซวียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “อาการของคุณหนักกว่าที่ผมคิดไว้ ต้องรักษาถึง 3 ครั้ง ปัญหาทั้งหมดจึงจะได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้น ยังไม่ต้องขอบคุณผมตอนนี้หรอก ไว้พูดตอนที่คุณหายดีแล้วก็ยังไม่สาย!”

จางเซวียนยังไม่ได้รับเมล็ดบัวแดงเดือดและก็ยังไม่พ้นอันตราย เขาจึงตัดสินใจหาแต้มต่อให้ตัวเองด้วยการกั๊กไว้ ยังไม่รักษาฝ่ายนั้นให้หายสนิทในครั้งเดียว เผื่อไว้ในกรณีที่เขาจะกลับคำพูดขึ้นมา

“ได้!”

กู้มู่รู้ว่าสภาพร่างกายของเขาฟื้นจากสภาวะที่ย่ำแย่ที่สุดแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าการรักษาคงจะต้องใช้เวลาหลายเดือน แต่กลับผิดความคาดหมาย อีกฝ่ายพูดว่ารักษาแค่ 3 ครั้งก็พอ เขาจึงได้แต่ทึ่งกับความสามารถของ ‘ศิษย์ปู่’ อีกครั้งหนึ่ง

“ในระยะนี้ สภาพร่างกายของคุณจะยังไม่แสดงปัญหาอะไรออกมา ผมจึงขอทำการรักษาอีกสองครั้งในภายหลัง ส่วนเรื่องเมล็ดบัวแดงเดือด ขอฝากคุณเป็นธุระให้ด้วย อีกอย่าง คุณก็เป็นผู้แทน เพราะฉะนั้นผมจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้!”

ทั้งพระเดชและพระคุณจะต้องถูกเลือกมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด จางเซวียนรู้ว่ากู้มู่ประทับใจในตัวเขามาก จึงไม่ห่วงแล้วว่าจะถูกฝ่ายนั้นโจมตีอีก เมื่อพูดจบเขาก็เดินไปนั่งที่ตำแหน่งกึ่งกลางห้อง

กู้มู่พยักหน้าก่อนจะหันไปทางเหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆ “นอกจากรองหัวหน้าและบรรดาผู้อาวุโส พวกคุณที่เหลือออกไปได้!”

“ขอรับ!”

ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่งของผู้แทน ไม่นานก็เหลือแต่ผู้อาวุโส 4 คนกับรองหัวหน้าทั้งสามอยู่ในห้อง

“ผมมาที่นี่เพื่อจัดการ 2 เรื่อง!”

กู้มู่มองไปรอบๆและสะบัดแขนเสื้อ

ถึงเขาจะทำตัวเป็นศิษย์น้องที่ว่านอนสอนง่ายต่อหน้าจางเซวียน แต่เรื่องจริงก็คือเขาเป็นนักรบจื้อจุนขั้นสูงสุดและกูรูยาพิษระดับ 3 ดาวขั้นสูงสุด การทำลายสาขานี้ให้พังพินาศเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขา

ด้วยพละกำลังนี้ทำให้เขามีอำนาจที่ยากจะหาใครเทียบ และไม่มีใครกล้าพูดถึงเขาลับหลัง

“ผู้แทน ได้โปรดพูดออกมาเถอะ!”

เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆคำนับ

“อย่างแรก ผมจะเลือกหัวหน้าคนใหม่ และอย่างที่สอง ผมมาที่นี่เพื่อเก็บเมล็ดบัวแดงเดือด ซึ่งตอนนี้น่าจะแก่จัดแล้ว!” กู้มู่พูด

“เมล็ดบัวแดงเดือด…”

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!