Skip to content

Library Of Heaven’s Path 386

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 386 หัวหน้าเหลี่ยว, ช่วยผมด้วย!

จางเซวียนไม่มีอาวุธสักอย่างอยู่ในแหวนเก็บสมบัติ เพราะอาวุธเดียวที่เขามีคือดาบที่ผู้อาวุโสแห่งดงอสูรมอบให้ ซึ่งเขาก็ให้จ้าวหย่าไปแล้ว

C

เห็นอีกฝ่ายชักอาวุธออกมา จางเซวียนหันขวับไปหาจ้าวหย่าและตะโกนทันที

“ดาบล่ะ?”

จ้าวหย่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ชักดาบของเธอออกมาและโยนให้อาจารย์หลิว

เธอไม่รู้ว่าทำไมอาจารย์หลิวถึงขอยืมดาบ แต่ในเมื่อตั้งใจมาช่วยเขา จึงไม่คิดอะไรมาก

ฟึ่บ!

ทันทีที่ดาบถูกชักออกจากฝัก แสงนวลตาก็แผ่ออกไปโดยรอบ และในวินาทีนั้น รูปลักษณ์ของจางเซวียนก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ดูเหมือนเขาได้หลอมรวมเข้ากับดาบในมือ รังสีที่ระเบิดออกมานั้นพุ่งลิ่วขึ้นไปถึงสวรรค์ ราวกับผ่าท้องฟ้าออกเป็น 2 ฝั่ง

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!

ดาบทุกเล่มที่อยู่บริเวณนั้นส่งเสียงกรุกกริกกรุ๊งกริ๊งออกมาราวกับทักทายผู้มีอำนาจของพวกมัน เสียงเหล่านั้นสอดประสานกันจนเกิดเป็นทำนองสดใสร่าเริง

“เสียงเรียกแห่งพงศ์พันธุ์ดาบ…สูงส่งกว่าจิตวิญญาณเพลงดาบเสียอีก มันคือหัวใจเพลงดาบใช่ไหม?”

“ทั้งที่อายุแค่ยี่สิบกว่า ประธานหลิวเข้าถึงหัวใจเพลงดาบแล้วหรือ?”

“ขะ-เขาทำได้อย่างไร?”

…..

ทุกคนตะลึงจนตัวสั่น ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่จางเซวียน

จิตวิญญาณแห่งอาวุธเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางยาวไกลที่นำไปสู่ความเชี่ยวชาญในอาวุธแต่ละชนิด ผู้ที่เข้าถึงระดับสูงกว่านั้นจะเรียกว่าเข้าถึงหัวใจของเพลงอาวุธ

หัวใจเพลงดาบ คือการที่ผู้หนึ่งเกิดความเข้าใจถึงขั้นตกผลึกในศิลปะเพลงดาบ แม้นักรบที่สำเร็จวรยุทธขั้นจื้อจุนก็ไม่อาจเข้าถึงการตกผลึกนั้นได้โดยง่าย แต่มันกลับปรากฏออกมาจากนักรบจงซรือขั้นสูงสุดที่อายุเพียงเท่านี้ แล้วจะไม่ให้ตะลึงได้อย่างไร?

หัวใจเพลงดาบ, การขับเคลื่อนดาบด้วยหัวใจ, ไปได้ทุกทิศทางตามใจปรารถนา ทุกการเคลื่อนไหวคือศิลปะเพลงดาบ

เมื่อเข้าถึงสภาวะนี้ จะไม่มีนักดาบในวรยุทธขั้นเดียวกันคนไหนที่เทียบเท่ากับเขาได้

“นั่นไม่ใช่หัวใจเพลงดาบ!”

ประธานเจียงแห่งสภาปรมาจารย์มาถึงพอดี เขาส่ายหน้า

คนอื่นๆอาจไม่ล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของประธานหลิว แต่เขารู้ดี ด้วยความปราดเปรื่องที่จางเซวียนมีและเคยแสดงออกมา ถ้าเขาปล่อยให้จางเซวียนถูกพวกตระกูลหลินฆ่า ทางสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ต้องกุดหัวเขาแน่

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรีบมาทันทีที่รู้ข่าว

แต่เมื่อเห็นจางเซวียนกำลังถือไพ่เหนือกว่า จึงตัดสินใจทำตัวเป็นผู้ชม

“ไม่ใช่หรือ?” ผู้อาวุโสจูถามอย่างสงสัย

เสียงเรียกแห่งพงศ์พันธุ์ดาบ, หมู่มังกรคำราม นั่นคือลักษณะเฉพาะของผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบ ก็ถ้าไม่ใช่ แล้วมันคืออะไร?

“มันขึ้นอยู่กับระดับความเข้าใจอันล้ำลึกที่ผู้นั้นมี หัวใจเพลงดาบมี 3 ขั้นคือขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง ผู้ที่เข้าถึงหัวใจเพลงดาบจะสามารถถ่ายทอดจิตวิญญาณเข้าไปในดาบ ทำให้มันหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นแขนอีกข้างหนึ่งของเขา! ถึงปรมาจารย์จางจะทำให้เกิดเสียงเรียกแห่งพงศ์พันธุ์ดาบขึ้นได้ แต่ก็ได้แค่ทำให้ดาบพวกนั้นเปล่งรังสี ยังไม่ได้เข้าถึงหัวใจเพลงดาบอย่างแท้จริง…”

ปรมาจารย์เจียงอธิบาย

หัวใจเพลงดาบก็มีขั้น มันบ่งบอกถึงจิตวิญญาณและหัวใจที่อยู่ภายในดาบ

แม้ความเข้าใจในเพลงดาบของจางเซวียนจะล้ำลึกถึงขั้นทำให้เกิดเสียงเรียกแห่งพงศ์พันธุ์ดาบขึ้นได้ แต่ความเข้าใจใน ‘หัวใจ’ ของมันยังคงอ่อนด้อย อันที่จริง เขายังไม่ได้สัมผัสมันเสียด้วยซ้ำ จึงยังไม่อาจเรียกได้ว่าเข้าถึงหัวใจของเพลงดาบอย่างแท้จริง

“ถ้าอย่างนั้น มันคือ…”

เมื่อได้ฟังปรมาจารย์เจียงอธิบาย ผู้อาวุโสจูก็ลังเลต่อ

ถ้านี่ไม่ใช่หัวใจเพลงดาบ แล้วจะเรียกว่า?

“สภาวะหัวใจเพลงดาบแบบไม่เต็มขั้น!”

ประธานเจียงตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เขาเข้าถึงหัวใจเพลงดาบแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของระดับวรยุทธ ทำให้ยังไม่อาจเข้าใจแนวคิดของมันได้ครอบคลุมทั้งหมด เมื่อไรก็ตามที่เขาฝ่าด่านวรยุทธได้ ไม่ช้า จะต้องเข้าถึงมันอย่างสมบูรณ์แน่ และเมื่อถึงเวลานั้น ก็จะเหนือชั้นกว่านักดาบคนไหนๆ!”

“ว่าแต่…เข้าถึงสภาวะหัวใจเพลงดาบแบบไม่เต็มขั้นได้ทั้งที่ยังไม่รู้ว่า ‘หัวใจ’ คืออะไร…เขาทำได้อย่างไรกัน?”

แม้จางเซวียนจะยังไม่ได้เข้าถึงหัวใจเพลงดาบอย่างเต็มขั้น แต่เท่าที่เป็นอยู่ก็มากพอจะทำให้ประธานเจียงอัศจรรย์ใจแล้ว

นักรบขั้นจื้อจุนมากมายทุ่มเทเวลาศึกษาค้นคว้า เพียงเพื่อจะมาจ่ออยู่หน้าประตูของการเข้าถึงหัวใจเพลงดาบเท่านั้น แต่เจ้าหนุ่มคนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหัวใจคืออะไร…แถมดาบที่ใช้ก็ไม่ใช่ของตัวเอง ก็ยังเข้าถึงสภาวะนี้ได้…

แค่คิด ก็มากพอที่จะทำให้ไปต่อไม่ถูกแล้ว

หากผู้ที่ร่ำเรียนเพลงดาบมาชั่วชีวิต แต่ก็ยังเข้าถึงหัวใจเพลงดาบไม่ได้มารู้เรื่องนี้เข้า จะท้อแท้จนขาดใจตายไปเลยหรือเปล่า?

“ช่างเป็นจิตวิญญาณเพลงดาบที่ทรงพลังเหลือเกิน…”

จ้าวหย่าไม่รู้ว่าหัวใจเพลงดาบคืออะไร แต่จิตวิญญาณเพลงดาบที่พุ่งออกมาจากตัวอาจารย์หลิวทำให้เธอตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับมีความกดดันหนักหน่วงพุ่งเข้าใส่

มันน่าสะพรึงกว่าจิตวิญญาณเพลงดาบที่เธอรู้จักหลายเท่า!

ผู้ที่เข้าถึงจิตวิญญานเพลงดาบอย่างลึกซึ้งย่อมสร้างความยำเกรงแก่ผู้ที่อ่อนด้อยกว่า

“การเสนอให้ใช้อาวุธจะเป็นการตัดสินใจที่โง่เง่าที่สุดเท่าที่คุณเคยทำ!”

จางเซวียนจับอาวุธไว้มั่นและหัวเราะหึๆ

เพลงหมัดเทียบฟ้าและศิลปะการใช้ขาเทียบฟ้ามีเพียงกระบวนท่าเดียว และสามารถสำแดงออกมาในระยะประชิดเท่านั้น แต่เพลงดาบเทียบฟ้านั้นต่างออกไป ด้วยการเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงดาบ ทุกท่วงท่าจะถือเป็นเพลงดาบไปในตัว!

ก่อนหน้านี้ ตอนที่ปะทะหมัดเข่าศอกกับอีกฝ่าย ด้วยพลังปราณอันหนักหน่วงของหลินโหลวเทียน จางเซวียนไม่สามารถตอบโต้ได้สบายนัก จึงได้แต่หลบไปมา แต่ตอนนี้ ดาบในมือทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป

เขาสามารถต่อสู้แบบทัดเทียมกับอีกฝ่ายได้แล้ว!

ฟิ้ววววว!

ด้วยการกระตุกเล็กน้อย แสงวาบจากดาบก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ รังสีเจิดจ้าแผ่ออกมา และพุ่งตรงเข้าหาหลินโหลวเทียน

“อะไรกัน!” หลินโหลวเทียนแผดเสียง

เมื่อครู่นี้ยังเอาแต่หลบ ทำให้การโจมตีของเขาพลาดเป้าไปหมด เขาคิดว่าการใช้อาวุธจะทำให้การบุกของเขาแม่นยำกว่าเดิม เท่ากับต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมและหมดทางหลบเลี่ยง…จะรู้ได้อย่างไรว่าหมอนั่นจะเข้าถึงหัวใจของอาวุธ!

ไอ้ฉิบหาย!

มันทำได้อย่างไร?

ขนาดเขาสำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งจื้อจุน ความเข้าใจในการใช้ดาบของเขายังไม่ถึงขั้นจิตวิญญาณเพลงดาบเสียด้วยซ้ำ ส่วนหัวใจเพลงดาบ ย่อมไม่ต้องพูดถึง!

หลินโหลวเทียนหน้าดำคร่ำเครียด และห่อตัวโดยอัตโนมัติเพื่อหลบรังสีจากดาบของอีกฝ่าย ขณะที่เขากำลังจะตอบโต้ ก็เห็นลำแสงสีขาวอีกลำหนึ่งพุ่งเข้าใส่ลำคอของเขา

“บรรลัยแล้ว!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหารเต็มเปี่ยมในการโจมตีนั้น หลินโหลวเทียนก็รู้ดีว่าคอต้องเหวอะแน่หากขืนเผชิญหน้ากับมัน เขาจึงกลิ้งตัวหลบโดยไม่ลังเล

ตึ้ง!

ดาบฉีพุ่งเข้าปะทะพื้นหินจนเกิดหลุมลึก หินแตกว่อนและกระจายไปทั่ว

“โว้ยยยยย!”

ไม่อยากจะเชื่อว่านักรบขั้นกึ่งจื้อจุนแบบเขาต้องถูกบีบให้กลิ้งหลบการโจมตี! หลินโหลวเทียนโมโหจนแทบคลั่ง เขาใช้มือยันพื้นไว้ขณะที่กำลังกลิ้งหลบเพื่อช่วยพยุงตัว แต่แล้วผมทุกเส้นบนหัวก็ตั้งชัน เขากลิ้งหลุนๆต่อไปไม่ยั้ง

ตูม!

หลุมลึกปรากฏขึ้นตรงบริเวณที่เขาอยู่เมื่อครู่

ด้วยการเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงดาบ ผู้นั้นจะสามารถทำให้ดาบเปล่งรังสีและปล่อยพลังปราณในรูปของดาบฉีออกมา ดาบฉีนั้นคมกริบอย่างยากจะหาอะไรเทียบ และจะไม่มีนักรบวรยุทธขั้นเดียวกันคนไหนทำลายล้างได้ ขนาดนักรบขั้นกึ่งจื้อจุนอย่างหลินโหลวเทียนก็ยังต้านทานมันไม่ไหว

ก่อนหน้านี้ เขาสามารถใช้พลังปราณอันล้ำลึกและและเข้มข้นกดดันให้จางเซวียนต้องรักษาระยะห่าง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าดาบฉีอันคมปลาบ เทคนิคนั้นก็ใช้ไม่ได้ หากเขาฝืนทำต่อก็มีแต่จะถูกตัดเป็นท่อนๆ

“หลิวเฉิน แก…”

ด้วยการถูกบีบให้ต้องกลิ้งไม่หยุด หลินโหลวเทียนทั้งกังวลและหงุดหงิด เขาคำรามกร้าว แต่ก่อนที่จะทันได้ทำอะไร อีกหนึ่งลำแสงของดาบฉีก็พุ่งตรงเข้าใส่

แคว่ก!

ครั้งนี้เขาตอบโต้ช้าไปนิดเดียว หลินโหลวเทียนรู้สึกเย็นวาบ เสื้อคลุมตัวหลวมของเขาฉีกขาดจากตรงกลาง ผมสองสามเส้นร่วงลงบนพื้น

เมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นจับขั้วหัวใจที่มาจากดาบฉี ก็รู้ได้ทันทีว่าตับไตใส้พุงของเขาจะต้องถูกตัดขาดแน่หากช้ากว่านี้อีกสักหน่อย เมื่อรู้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะพูดอะไร หลินโหลวเทียนก็กลิ้งต่อไป

…..

“ประหลาดจริงๆ พอใช้เพลงหมัด อาจารย์หลิวก็หลบอยู่นั่น ทำอะไรหัวหน้าหลิวไม่ได้เลย…แต่พอมาถึงเพลงดาบ หัวหน้าหลิวก็แทบจะยืนไม่ได้ ต้องกลิ้งหลบตลอด…”

“พวกตระกูลหลินมีชื่อเสียงในเรื่องศิลปะการใช้ดาบ และหัวหน้าตระกูลก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบที่มีชื่อเสียงในอาณาจักร…ส่วนประธานหลิวซึ่งเป็นแค่นายแพทย์และอาจารย์ธรรมดา ไม่มีดาบเป็นของตัวเองเสียด้วยซ้ำ! คิดดูสิว่าผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบกลับเก่งเพลงหมัด ส่วนนายแพทย์ที่ไม่มีดาบเป็นของตัวเอง กลับเชี่ยวชาญเพลงดาบ…”

“กลับตาลปัตรอะไรขนาดนี้…”

…..

ผู้ชมต่างมองหน้ากัน และจังงังไปกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ตระกูลหลินมีศิลปะเพลงดาบที่ตกทอดกันมาหลายร้อยปี และจัดเป็นศิลปะเพลงดาบขั้นสุดยอดของอาณาจักรเทียนหวู่ด้วย

ทุกคนคิดว่าประธานหลิวต้องไปไม่รอดแน่เมื่อเห็นหัวหน้าหลินชักดาบออกมา นึกไม่ถึงเลยว่าจะหักมุมขนาดนี้

ไม่น่าเชื่อว่าหลินโหลวเทียนผู้เชี่ยวชาญการใช้ดาบจะถูกกดดันจนต้องกลิ้งหลุนๆหลบ ตอบโต้อะไรก็ไม่ได้…

เขาจะเหยาะแหยะขนาดนี้เลยหรือ!

“หัวหน้าหลินน่ะไม่ได้เหยาะแหยะหรอก ประธานหลิวต่างหาก…ที่แข็งแกร่งมาก!”

อาจารย์ใหญ่เซี่ยมีสีหน้าทดท้อ “อันที่จริง ต่อให้เขาเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงดาบและหัวใจเพลงดาบแล้ว แต่ด้วยระดับวรยุทธแค่จงซรือขั้นสูงสุด ไม่มีทางที่เขาจะเปล่งประกายดาบฉีใส่ใครครั้งแล้วครั้งเล่าได้ อีกอย่าง ดาบฉีก็มีขีดจำกัดของมัน ยิ่งใช้มากเท่าไรก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังปราณมากขึ้นเท่านั้น!”

ผู้อาวุโสอีก 2-3 คนของโรงเรียนเทียนหวู่พยักหน้าเป็นเชิงเห็นพ้อง

ดาบฉีคือการเปล่งพลังปราณออกมา ยิ่งบุกมากก็ยิ่งสิ้นเปลืองพลังปราณมาก ทั้งยังทำให้พละกำลังในการโจมตีลดน้อยถอยลงด้วย

“ดูสิ ขนาดรุกหลายหนแล้ว ดาบฉีของเขาก็ยังเปล่งประกายและทรงพลังอยู่ หัวหน้าหลินทำอะไรไม่ได้เลย…แสดงว่าพลังปราณของเขาเข้มข้นและบริสุทธิ์มาก!”

อาจารย์ใหญ่เซี่ยอธิบายต่อไป “มีแต่ผู้ที่มีพลังปราณเข้มข้นถึงระดับหนึ่งเท่านั้น ที่จะสามารถเปล่งพลังดาบฉีออกมาได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่กลัวว่าพลังปราณของตัวเองจะเหือดแห้ง! และมีแต่ผู้ที่พลังปราณเข้าถึงความบริสุทธิ์ระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น ถึงจะสามารถป้องกันไม่ให้พลังปราณของตัวเองหมดลงกลางคัน เพื่อรักษาพละกำลังที่มีเอาไว้!”

“จริงด้วย!”

ฝูงชนต่างพยักหน้า

…..

ขณะที่ทุกคนเอาแต่อึ้งทึ่ง ดาบของจางเซวียนก็ร่ายรำอยู่กลางอากาศ

“หัวหน้าหลิน คุณบอกว่าจะดวลกับผมโดยใช้อาวุธไม่ใช่หรือ? แล้วเอาแต่กลิ้งอยู่แบบนั้น หมายความว่าอย่างไร?”

จางเซวียนตวาดกร้าวด้วยสีหน้าของผู้ผดุงความยุติธรรม “คุณกล้าเผชิญหน้ากับผมไหม?”

พลั่ก!

เมื่อได้ยินคำนั้น ความเดือดดาลก็เข้าโถมทับหลินโหลวเทียนอีกครั้ง ทำให้เขาปะทะเข้ากับหอกฉี หลินโหลวเทียนกระอักเลือดออกมาทันที

ไอ้สารเลว!

เขาเพิ่งพูดคำนี้ไปเมื่อครู่ แล้วมันก็เอามาย้อน!

เผชิญหน้าอะไร?

จะให้ลงนรกหรือ!

ฉันไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะต้านทานดาบฉีของแกแล้ว จะให้เผชิญหน้าหาอะไร?

ในการใช้หมัด เขาสามารถกดดันให้อีกฝ่ายต้องหลบเลี่ยงไม่หยุด ไม่กล้าแม้จะเผชิญหน้า แล้วมันเรื่องอะไรเขาถึงไปเสนอให้ใช้อาวุธ? สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายชัดๆ

คิดดูสิว่า นักรบหมายเลขหนึ่งของอาณาจักรเทียนหวู่ ผู้สำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งจื้อจุน ถูกกดดันจนต้องกลิ้งหลุนๆไปกับพื้น!

“หัวหน้าเหลี่ยวกับเซียนสมุนไพร รีบทำอะไรสักอย่างเถอะ…ถ้าคุณฆ่าไอ้หมอนี่ได้ ผมจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของคุณทุกอย่าง แถมให้เป็นสองเท่าเลยด้วย!”

เมื่อเวลาผ่านไป หลินโหลวเทียนก็รู้ตัวว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ไม่ช้าเขาคงตายเพราะดาบฉีแน่ เมื่อทนไม่ไหวแล้วจึงพูดออกไป

บรรดาผู้อาวุโสในตระกูลก็ล้วนง่อยหงิกไม่มีเหลือ ความหวังสุดท้ายของเขาอยู่ที่หัวหน้าเหลี่ยวจากห้องโถงแห่งยาพิษกับเซียนสมุนไพรเท่านั้น

ในฐานะหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ เหลี่ยวฉวินคือผู้เชี่ยวชาญการใช้ยาพิษที่สังหารได้แม้กระทั่งนักรบที่มีวรยุทธเหนือกว่า ถ้าเป็นหัวหน้าเหลี่ยว ดาบฉีของประธานหลิวก็ทำอะไรไม่ได้!

“ได้สิ จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีนะ ผมจัดการหมอนั่นให้เอง!”

เมื่อได้ยินคำมั่นสัญญาของอีกฝ่าย เหลี่ยวฉวินก็พยักหน้าอย่างพอใจและก้าวออกมา

“หัวหน้าเหลี่ยว? เซียนสมุนไพร? หรือพวกเขาคือ…เซียนสมุนไพรแห่งเมืองบัวแดงและหัวหน้าเหลี่ยวฉวินจากห้องโถงแห่งยาพิษ?”

ใครสักคนตะโกนขึ้นมา

ทุกคนหน้าซีดไปทันที ความอลหม่านเกิดขึ้นอีกครั้ง

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!