ตอนที่ 637 หอสมุดติดเรต
นึกไม่ถึงว่าทั้งสถานภาพองค์หญิงและความสวยสดงดงามของเธอจะทำให้อีกฝ่ายเมินและเดินหนีแบบนั้น คนอย่างเขายังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า?
“ก็ได้ คุยกันตรงนี้ก็ได้!”
กลัวว่าหมอนั่นจะเดินหนีไปอีก องค์หญิงเฟยเอ๋อกัดฟันและส่งโทรจิต “ฉันไม่รู้ถึงความสามารถของคุณในการระบุเสาหินและแพ้พนัน ฉันไม่มีอะไรจะพูดและยอมรับเรื่องนั้น…แต่อยากท้าพนันอีกครั้งหนึ่ง คุณกล้ารับคำท้าไหม?”
หมอนี่ทำตัวน่าไม่อายขนาดนั้น ใครจะคิดว่าจะเป็นปรมาจารย์ผู้เก่งกาจ?
เธอยอมรับความพ่ายแพ้ในการพนัน แต่สิ่งที่ทำให้เธอโมโหคือข้อเรียกร้องของหมอนั่น
ถ้าเธอไม่รีบกำจัดสถานภาพ ‘เจ้านายกับคนรับใช้’ เสียเร็วๆ นี้ ใครจะรู้ว่าหมอนี่จะกำเริบหนักถึงขนาดสั่งให้เธอเสิร์ฟไวน์หรือนวดขาอีกหรือเปล่า?
ความหยิ่งผยองในฐานะองค์หญิงทำให้เธอไม่มีวันลดตัวลงไปทำอะไรแบบนั้น ต่อให้เป็นแบบนั้นจริง คงได้ฆ่าตัวตายทันที
“คุณยังคิดจะพนันกับผมอีก?”
เห็นแม่สาวคนนี้ไม่เลิกไม่รา ถึงขั้นจะท้าพนันอีกรอบ จางเซวียนหยุดกึกและหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าประหลาด “ในฐานะคนรับใช้ คุณมีสิทธิ์อะไรมายื่นข้อเสนอ? แล้วอีกอย่าง แน่ใจหรือว่ามีเงินมากพอจะทำอย่างนั้น?”
“คุณ…” องค์หญิงถลึงตาจ้องจางเซวียนอย่างเดือดดาล
ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่เป็นปรมาจารย์และชนะพนันกับเธอ เธอคงฆ่าเขาตายไปแล้ว
“เอาเถอะ ถ้าคุณไม่มีอะไรจะพูดอีก ผมต้องขอตัว นี่ก็ดึกมากแล้ว…ผมเหนื่อย ไม่มีเรี่ยวแรงจะมาเล่นกับคุณหรอก!”
จางเซวียนโบกมือและมุ่งหน้าไปยังที่พักของจักรวรรดิหงเฟิง แต่เดินไปได้แค่สองสามก้าว กลิ่นหอมอบอวลก็ลอยเข้ามาเตะจมูก องค์หญิงที่ 6 เข้ามาขวางไว้อีกครั้ง
ความโมโหทำให้เธอหายใจหอบจนหน้าอกกระเพื่อม เห็นได้ชัดถนัดตาผ่านชุดของเธอ
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”
เธอโบกมือและส่งกระแสพลังปราณสร้างกำแพงไว้
“แค่เพราะผมปฏิเสธคำท้า คุณถึงกับบังคับ เป็นคนรับใช้แท้ๆ ยังกล้าแตะต้องเจ้านาย คุณยังมีมารยาทอยู่ไหม?” เห็นอีกฝ่ายโมโหหนัก จางเซวียนได้แต่หัวเราะหึๆ
“ฉันให้หินวิเศษคุณไป 700 ก้อนเป็นค่าไถ่สำหรับ 10 วันแล้ว ตอนนี้ฉันไม่ใช่…คนใช้ของคุณ!”
องค์หญิงเฟยเอ๋อคำรามอย่างโกรธจัด “ถ้าคุณยั่วโมโหฉันอีกล่ะก็ ฉันเป็นศิษย์พี่ของคุณนะ แน่นอนว่ามีสิทธิ์สั่งสอนบทเรียนให้ศิษย์น้อง!”
10 อันดับแรกของผู้ชนะการประลองปรมาจารย์จะได้รับโอกาสเข้าศึกษาที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ในฐานะนักเรียนเกรด 2 องค์หญิงเฟยเอ๋อจึงถือเป็นศิษย์พี่ของจางเซวียน
ถ้าจะมองตามตรรกะนี้ เธอก็มีสิทธิ์สั่งสอนบทเรียนให้จางเซวียนได้
จากนั้นองค์หญิงก็ประกบฝ่ามือเข้าหากัน เธอโมโหเจ้าหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าอย่างหนัก
ถึงอย่างไรวันนี้ก็ต้องสั่งสอนให้หมอนี่รู้จักมารยาทเสียบ้าง!
ฟิ้ววววว!
ด้วยพละกำลังของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 สะพานจักรวาล พลังจิตวิญญาณที่อยู่โดยรอบดูจะเรียงตัวเป็นสะพานที่ขวางกั้นทั้งคู่ไว้จากโลกภายนอก
เธออับอายขายหน้าที่ต้องลงมือลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายหลังจากแพ้พนัน จึงปิดกั้นบริเวณนี้ไว้ไม่ให้ใครเห็น
“จะสั่งสอนบทเรียนให้ศิษย์น้องก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แต่…คุณแน่ใจนะว่าอยากทำแบบนี้?”
เห็นอีกฝ่ายปิดกั้นพื้นที่บริเวณนั้นไว้ จางเซวียนชำเลืองมองด้วยสายตาประหลาด
เพิ่งจะเมื่อครู่นี้เองที่เขาซ้อมนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องกลุ่มหนึ่งจนต้องเรียกหาพ่อแก้วแม่แก้ว ซึ่งแม่สาวคนนี้ก็รู้ดีว่าประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาเหนือชั้นกว่านักรบขจัดสิ่งมัวหมองทั่วไปมาก กล้าลงไม้ลงมือกับเขาทั้งที่ยังไม่แน่ใจแบบนี้ ช่างมั่นใจเสียเหลือเกิน!
“เลิกพล่ามได้แล้ว ฉันจะทำให้คุณยอมพนันกับฉันให้ได้!”
องค์หญิงเฟยเอ๋อตวาดกร้าวก่อนจะพุ่งฝ่ามือเข้าใส่จางเซวียน
ฟิ้วววว!
กระแสพลังปราณพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเธอ เกิดเป็นปราการที่มีลักษณะเหมือนร่มล่องหน ปิดกั้นทางหนีทีไล่ของจางเซวียนไว้หมด จะไปทางไหนก็ติดอยู่ในกำแพงพลังปราณ
เทคนิคการต่อสู้ระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง ปราการร่มทองคำ!
เทคนิคนี้ไม่เพียงแต่จะปิดกั้นพื้นที่ ยังสกัดกั้นพลังปราณของคู่ต่อสู้ได้ด้วย ทำให้ไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ทั้งยังมีอานุภาพโน้มน้าวจิตวิญญาณของอีกฝ่ายให้รู้สึกอ่อนแรงและเฉื่อยชาอย่างหนัก
ดูเหมือนเธอจะรู้ดีว่าศิษย์น้องคนนี้จะอ่อนนอกแข็งใน จึงสําแดงเทคนิคการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ต้น
“ฮ่าฮ่า!”
จิตวิญญาณของจางเซวียนได้รับการฝึกฝนวรยุทธจากศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้า ขนาดนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8 ยังรับมือกับจิตวิญญาณของเขาไม่ไหว แล้วเขาจะกลัวการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างไร?
จางเซวียนพลิกดูหนังสือที่หอสมุดเทียบฟ้าประมวลข้อบกพร่องของอีกฝ่ายเอาไว้ เขาส่ายหน้าและกระทืบเท้า
ตึ้ง!
แรงกระทืบนั้นทำให้เกิดรอยร้าวบนพื้นดิน ส่งผลให้องค์หญิงเสียการทรงตัว เป้าหมายของพลังจากฝ่ามือของเธอจึงพลาดไป เกิดเป็นช่องโหว่ให้จางเซวียนสวนกลับ
จางเซวียนขยับตัวเล็กน้อยและหลบฝ่ามือของอีกฝ่าย จากนั้นก็กำหมัดแน่นและสวนกลับทันที
แม้องค์หญิงจะเป็นนักรบสะพานจักรวาล แต่ก็อยู่แค่ขั้นต้น ประกอบกับพละกำลังของจิตวิญญาณและพลังปราณของจางเซวียนที่รวมกันก็เหนือกว่าเธอ ทำให้บอกได้ยากว่าใครจะชนะ
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะรับมือกับปราการร่มทองคำของเธอได้ด้วยการกระทืบเท้าเพียงครั้งเดียว องค์องค์หญิงเฟยเอ๋อถึงกับผงะ แต่ก็รีบตั้งตัวและสวนกลับกำปั้นของอีกฝ่ายด้วยฝ่ามือของเธอ
สู้กันชนิดที่เรียกว่าหัวชนฝา!
ในความเห็นของเธอ ต่อให้หมอนี่จะเก่งกาจแค่ไหน ก็เป็นแค่นักรบขจัดสิ่งมัวหมองขั้นสูงสุด ในฐานะนักรบสะพานจักรวาล เธอจะยอมแพ้ไม่ได้
ตึ้ง!
การปะทะกันของสองกำปั้นส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปทั่วร่างของจางเซวียน เขาต้องถอยไปหลายก้าวเพื่อรับแรงปะทะนั้น ส่วนองค์หญิงเฟยเอ๋อยังยืนอยู่ได้ แต่นัยน์ตาของเธอฉายความพรั่นพรึงสุดขีดราวกับเห็นผี
เธอได้ทุ่มพละกำลังลงไปเต็มพิกัด และคิดว่าแรงระดับนี้จะต้องทำให้หมอนั่นบาดเจ็บหรือกระเด็นไปไกลหลายสิบเมตร ใครจะคิดว่าเขาแค่ซวนเซนิดหน่อยหลังจากถอยไปหลายก้าว…
เขาเป็นนักรบขจัดสิ่งมัวหมองจริงๆ หรือเปล่า? ทำไมดูไม่อ่อนด้อยกว่าเธอซึ่งเป็นถึงนักรบสะพานจักรวาลขั้นต้นเลย?
ขณะที่องค์หญิงยังตกตะลึง จางเซวียนก็ส่ายหน้า
“ดูเหมือนจะได้เวลายกระดับเพลงหมัดเทียบฟ้าของเราเสียแล้ว…”
เพลงหมัดเทียบฟ้าเป็นศิลปะการต่อสู้ซึ่งไร้ที่ติและเหนือชั้นกว่าศิลปะการต่อสู้ขั้นเดียวกัน แต่ก็มีพละกำลังจำกัดเท่ากับระดับขั้นของหนังสือที่เขารวบรวมไว้
ถึงเขาจะใช้เพลงหมัดเทียบฟ้ารับมือกับเทคนิคการต่อสู้ระดับจิตวิญญาณขั้นต่ำได้อย่างง่ายดาย แต่หากต้องเจอกับเทคนิคต่อสู้การต่อสู้ระดับจิตวิญญาณขั้นสูง ก็ยังรับมือได้ยาก
ก็เหมือนกับการที่อัจฉริยะเกรด 1 สักคนทำคะแนนเต็มได้ทุกครั้ง แต่ก็คงไม่อาจสอบผ่านข้อสอบของเกรด 7 ได้
เทคนิคการต่อสู้เทียบฟ้านั้นจัดว่าไร้เทียมทานก็จริง แต่ก็มีข้อจำกัด โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับเทคนิคการต่อสู้ขั้นสูงกว่านั้น
ด้วยเหตุนี้ แม้จางเซวียนจะมีพละกำลังเหนือกว่าอีกฝ่าย เขาก็ยังต้องล่าถอย
แต่การปะทะที่ผ่านมาก็ทำให้เขาหยั่งถึงระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย…บอกได้อย่างมั่นใจว่าการที่องค์หญิงจะเอาชนะเขาก็ไม่ง่าย
“ฮึ่มมมม!”
เมื่อเห็น ‘ศิษย์น้อง’ ยังยืนไหว องค์หญิงคำรามกร้าวและพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
“ยัยคนนี้…”
การโจมตีของเธอรวดเร็วและหนักหน่วงกว่าเดิม แต่ก็สะเพร่ากว่าเดิมด้วย ราวกับเธอหน้ามืดตามัวแล้ว จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า เขาจับจ้องที่ข้อบกพร่องของอีกฝ่าย จากนั้นก็เงื้อฝ่าเท้าขึ้น และเตะพรวดเข้าไปที่ยอดอกของเธอ
“คุณ…หน้าไม่อาย!”
เห็นอีกฝ่ายโจมตีหน้าอกของเธอแบบนั้น องค์หญิงเฟยเอ๋อร้องลั่นด้วยแรงโทสะ เธอถอยกรูดไปโดยไม่รู้ตัว เปิดช่องให้จางเซวียนโจมตีเธอได้อีกครั้งหนึ่ง
ฟึ่บ!
ฝ่ามือของเธอที่ควรจะปะทะกับจางเซวียนกลับวืด องค์หญิงเหลียวซ้ายแลขวาด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มหายวับไปแล้ว
“อะไรกัน? หายไปไหน?”
ชั่วพริบตาเดียว อีกฝ่ายก็หายไปต่อหน้าต่อตา องค์หญิงชะงักและเหลียวซ้ายแลขวาอีกรอบ จากนั้นก็รีบหันหลังกลับไป แต่สายไปแล้ว
พลั่ก!
เท้าของอีกฝ่ายกระทบก้นของเธออย่างจังจนเจ็บหนึบ องค์หญิงร้องลั่นแล้วกระเด็นไปไกลกว่า 20 เมตร ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้น ความแรงของการตกลงมาทำให้เสื้อผ้าหรูหราของเธอฉีกขาด ใบหน้าเปื้อนโคลนมอมแมม
ตอนนี้ไม่ได้เหมือนองค์หญิงแล้ว เหมือนขอทานมากกว่า
“แก…” องค์หญิงคร่ำครวญ
เธอเป็นเจ้าคนนายคน ไม่มีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเธอหรือแสดงความกระด้างกระเดื่องแม้แต่น้อย แต่หมอนี่กลับเตะยอดอกของเธอจนกระเด็นไป และฉวยโอกาสเตะก้นของเธอตอนที่ปราการพลังปราณนั้นเกิดช่องโหว่…
สารเลว!
แกไม่รู้หรือไงว่าหน้าอกกับก้นของผู้หญิงน่ะเป็นที่ที่ไม่ควรแตะต้อง
แต่แกกลับแตะทั้งสองที่อย่างเต็มๆ …จะไร้ยางอายกว่านี้อีกได้ไหม?
อาการเจ็บแปลบที่ก้นทำให้เธอทั้งโกรธทั้งอับอาย หลังจากกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนได้ ก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง
คราวนี้ความโกรธของเธอแปรสภาพเป็นความคุ้มคลั่งไปแล้วเรียบร้อย
แต่ยังไม่ทันจะถึงตัวหมอนั่น เขาก็เตะสวนมาอีก
เห็นลูกเตะพุ่งตรงเข้ามา ริมฝีปากขององค์หญิงเฟยเอ๋อสั่นระริก
ตำแหน่งและจังหวะของลูกเตะนั้นพอดิบพอดีที่จะสกัดกั้นการโจมตีของเธอ ถ้าเธอออกตัวไป แน่นอนว่าต้องเจอเตะสวน
และที่สำคัญกว่านั้น…เป้าหมายของการเตะก็ยังเป็นหน้าอกของเธออยู่ดี!
“ไอ้ชั่วช้า!”
องค์หญิงเฟยเอ๋อกัดฟันกรอด และตบฝ่ามือกับพื้นดิน เธอใช้แรงตีกลับนั้นกระโจนขึ้นไปกลางอากาศ ขณะที่กำลังคิดว่าจะโจมตีต่อไปอย่างไร ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ก้น
“แก…”
ตุ้บ!
เธอถูกสอยไปคลุกฝุ่นอีกครั้ง คราวนี้ตกลงมาแรงกว่าเดิม เสื้อผ้าก็ขาดวิ่นหนักกว่าเก่า ใบหน้าผมเผ้าเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน
“แก…จะสู้ให้มันยุติธรรมหน่อยได้ไหม?”
องค์หญิงเฟยเอ๋อแทบปล่อยโฮ
เป็นผู้ชาย ทำไมทำกับผู้หญิงแบบนี้? เตะก้นฉันถึง 2 ครั้งซ้อน! ฉันจะมีหน้าไปมองคนอื่นอย่างไร?
เป็นถึงปรมาจารย์ มีมารยาท มีศีลธรรมสักนิดไหม?
“ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้ตั้งใจ…คุณจะเชื่อผมไหม?”
ขณะที่องค์หญิงร่ำๆ จะปล่อยโฮ จางเซวียนก็เหงื่อไหลท่วมตัว
ถึงเขาจะมีพละกำลังเหนือกว่าเธอ แต่ก็ยังเสียเปรียบเพราะวรยุทธที่อ่อนด้อยกว่า ทั้งความเร็วและการตอบสนองของเขาเทียบชั้นกับเธอไม่ได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเคลื่อนไหวไปตาม ข้อบกพร่องที่หอสมุดเทียบฟ้าระบุไว้ให้…
ซึ่งบริเวณที่หอสมุดเทียบฟ้าสั่งการให้เขาโจมตีก็เป็นหน้าอกและก้นของอีกฝ่ายเท่านั้น…
จางเซวียนเกาหัวอย่างกระอักกระอ่วน คราวนี้เขาใช้หอสมุดผิดที่หรือเปล่า? หรือบังเอิญไปเข้าหอสมุดติดเรตแทน?
“ก็ได้…ผมยอมพนันกับคุณ!”
จางเซวียนลำบากใจจนต้องถอนตัว
เขาควรยอมรับคำท้าพนันเสียดีกว่าสู้ต่อ ไม่อย่างนั้น อีกไม่นานเสื้อผ้าของอีกฝ่ายคงหลุดลุ่ยไปหมด แล้วเธอคงต้องเจ็บก้นจนเดินไม่ได้
หากใครต่อใครล่วงรู้เรื่องนี้ เขาคงอับอายขายหน้าจนขาดใจตาย
“พนัน…”
องค์หญิงเฟยเอ๋อปากสั่น น้ำตาไหลพราก
เอาเถอะ จะพนันหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้วล่ะ…



