Skip to content

Library Of Heaven’s Path 788

Library Of Heaven's Path
BC

ตอนที่ 788 การแพร่กระจายของสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิด

แม้แต่นายแพทย์ระดับ 7 ดาวก็จนปัญญาในสถานการณ์แบบนี้ แต่สำหรับจางเซวียนนั้นแตกต่างออกไป

C

เพราะเขามีความสามารถในวิถีทางของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ หากจำเป็นจริงๆ เขาก็สามารถถอดจิตของเธอออกมาบ่มเพาะโดยตรงได้ ก่อนจะส่งกลับเข้าสู่กายเนื้อดังเดิม

แต่ด้วยสภาพร่างกายอ่อนแอของเว่ยหรูเหยียน หากเขาถอดจิตของเธอออกมา ก็มีโอกาสที่ร่างกายของเธอจะหมดสภาพและเสียชีวิตไป ดังนั้นจึงต้องเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย

“สมุนไพร? สมุนไพรอะไรที่นายน้อยต้องการ?” เว่ยชางเฟิงถามอย่างร้อนรน “บอกชื่อมาเลย ผมจะหามาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ก็ยอม!”

“ผมก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะต้องเป็นตัวไหน แต่สมุนไพรที่ว่าน่ะ อย่างน้อยจะต้องเป็นสมุนไพรขั้นเซียนและมีฤทธิ์บ่มเพาะจิตวิญญาณ ทั้งยังต้องสดใหม่ คือยังมีชีวิตอยู่ด้วย ผมต้องการยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่!” จางเซวียนตอบ

“สมุนไพรขั้นเซียนที่ยังมีชีวิตอยู่? ยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่, ยะ-ยาเม็ดเกรด 7?” เว่ยชางเฟิงถึงกับหน้าซีด

ถ้าเป็นสิ่งอื่น ด้วยความแข็งแกร่งของนักรบระดับเซียนแบบเขา และอิทธิพลในฐานะที่เป็นเจ้าของห้างสารพันจิตวิญญาณ การจะได้มาย่อมไม่ใช่เรื่องยาก ตราบใดที่เขาทุ่มเททรัพย์สินเงินทองทั้งหมดลงไป แต่ทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่หามาได้ยากมาก

เรื่องการมีเส้นสายว่าเขาจะหามันมาได้หรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็น แต่เป็นไปได้ว่าสองสิ่งนี้ ต่อให้ทั่วทั้งเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนก็อาจไม่มี!

ถ้าเป็นในโอกาสอื่น เขาอาจจะเดินทางไปยังจักรวรรดิขั้นสูงกว่าเพื่อเสาะแสวงหาของเหล่านี้ได้ แต่ตอนนี้อาการของเว่ยหรูเหยียนไม่เอื้อให้เขามีเวลามากขนาดนั้น

“แค่สมุนไพรที่ยังมีชีวิตอยู่ก็เพียงพอจะบำรุงจิตวิญญาณอันอ่อนแอของเธอแล้ว ส่วนยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่นั่นน่ะ ผมเชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินชื่อมาก่อน ตราบใดที่ไม่แตะต้องระบบการทำงานพื้นฐานของร่างกาย ผู้นั้นก็สามารถหายได้แม้จากบาดแผลที่สาหัสด้วยการกินยานี้ และนั่นรวมถึงแขนขาที่อ่อนแรงด้วย! ยานี้มีประสิทธิภาพมากในการบำบัดร่างกายที่อ่อนแอ” จางเซวียนอธิบาย

ยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นพลังชีวิตภายในร่างกายมนุษย์ ทำให้แม้แต่แขนขาที่อ่อนแรงก็สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม

เมื่อดูจากสภาพร่างกายของเว่ยหรูเหยียนที่ใกล้จะหยุดทำงานเต็มทีแล้วนั้น ก็มีแต่ยาเม็ดที่ว่าที่จะสามารถบรรเทาอาการของเธอได้

ยาชนิดอื่นที่มีฤทธิ์อ่อนกว่านั้นไม่น่าจะช่วยอะไรเธอได้เลย

“สมุนไพรระดับเซียนที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น ผมพอจะหาได้ในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน แต่ผมจะไปหายาเม็ดเกรด 7 ได้ที่ไหน?” เว่ยชางเฟิงกำหมัดแน่นอย่างเคร่งเครียด

แม้สมุนไพรจะหายากแค่ไหน ก็ยังต้องมีผู้ปลูกอยู่บ้าง ตราบใดที่เสนอราคาให้สูงพอ การจะได้มันมาก็คงไม่ยากเกินไป

แต่ส่วนยาเม็ดเกรด 7 นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหาได้ที่นี่

“อือ” จางเซวียนก็ขมวดคิ้ว

แม้แต่นักปรุงยาผู้เก่งกาจที่สุดในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนก็เป็นนักปรุงยาระดับ 6 ดาวเท่านั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะหลอมยาเม็ดเกรด 7 ได้สำเร็จ แถมยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่ยังถือเป็นยาเม็ดเกรด 7 ขั้นสูงด้วย

“สำหรับตอนนี้ ขอผมดูก่อนว่าพอมีวิธีทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรงขึ้นได้บ้างหรือเปล่า” จางเซวียนส่ายหน้าและหันกลับไปมองเว่ยหรูเหยียน

ในเวลานี้ เขากำลังคิดว่าจะลองใช้พลังปราณเทียบฟ้าบ่มเพราะร่างกายของเธอดูก่อน

พลังปราณเทียบฟ้ามีความสามารถในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็ว แม้จางเซวียนจะยังไม่เคยทดลองว่ามันสามารถกระตุ้นแขนขาที่อ่อนแรงได้หรือไม่ แต่มันก็สามารถรักษาบาดแผลแทบทุกชนิดได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

หากมันพอจะใช้งานแทนยาเม็ดปรับสภาพขนานใหญ่ได้ ก็จะได้ทุ่นแรงไป ไม่ต้องไปตามหายาเม็ดเกรด 7 นั้น

ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงแนบข้อมือของเขากับข้อมือของเว่ยหรูเหยียน และปล่อยกระแสพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปในร่างของเธอ

ทางเดินพลังปราณของเธอถูกปิดกั้นไว้หรือ?

จางเซวียนคิดว่าเขาจะสามารถส่งกระแสพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปในร่างของเธอเพื่อกระตุ้นพลังชีวิตได้ แต่ใครจะรู้ว่าเขาจะเจอกับการปิดกั้นทันทีที่ปล่อยกระแสพลังปราณเข้าไป?

เขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าทางเดินพลังปราณของเธอเหมือนกับอุโมงค์ที่ถูกปิดตาย ไม่มีทางเชื่อมต่อกับทางเดินเส้นอื่นๆ ได้

จางเซวียนถอนข้อมือกลับอย่างจนปัญญา

นี่ต้องเป็นผลกระทบจากการที่เธอถูกนักรบขั้นเซียนโจมตีเมื่อครั้งที่ยังเป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดา ด้วยกลไกการป้องกันตัวเองของร่างกาย ร่างกายของเธอจึงปิดกั้นทางเดินพลังปราณโดยอัตโนมัติเพื่อสกัดกั้นความบอบช้ำ ซ้ำเธอยังตกอยู่ในสภาพนี้นานเกินไป จึงอันตรายมากหากจะพยายามเปิดทางเดินพลังปราณของเธอตอนนี้ โดยเฉพาะเมื่อเธอกำลังสลบไสลไม่ได้สติด้วย

จางเซวียนพยายามประมวลสถานการณ์อย่างคร่าวๆ

บางทีเราควรจะลองดู!

แม้ความพยายามครั้งแรกจะไม่เป็นผล แต่จางเซวียนก็ไม่หมดหวัง เขาสะบัดข้อมือและนำกล่องเข็มเงินออกมา

ฟึ่บ!

ด้วยการสะบัดมือเล็กน้อย เข็มเงินก็พุ่งเข้าปักที่จุดชีพจรต่างๆ บนร่างของเว่ยหรูเหยียน จางเซวียนปล่อยกระแสพลังปราณเทียบฟ้าเข้าสู่ร่างของเธอโดยใช้พวกมันเป็นสื่อกลาง

“เยี่ยมเลย ใช้การได้!”

ทันทีที่พลังปราณเทียบฟ้าซึมซาบเข้าไปในร่างของเว่ยหรูเหยียน ใบหน้าซีดเผือดของเธอก็ค่อยมีเลือดฝาดขึ้น

“มันได้ผล” เว่ยชางเฟิงตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

เมื่อเห็นว่าได้ผล จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาถ่ายทอดกระแสพลังปราณเข้าไปในร่างของเธออย่างต่อเนื่องโดยผ่านทางเข็มเงิน

แต่ขณะที่จางเซวียนกำลังจะบังคับให้พลังปราณเทียบฟ้าของเขาไหลเวียนทั่วร่างของเว่ยหรูเหยียนเพื่อฟื้นฟูมัน เขาก็พลันรู้สึกถึงบางอย่าง จนต้องเลิกคิ้วด้วยความหวาดระแวง

“ไม่ใช่สิ มีบางอย่างไม่เข้าท่าแล้ว!”

เขารีบถอนเข็มเงินออก แต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น ใบหน้าของสาวน้อยก็พลันซีดเผือดไปอีกครั้ง ร่างของเธอสั่นสะท้านไม่หยุด

“บ้าจริง!”

จางเซวียนรีบดึงเข็มเงินออกจากร่างของเว่ยหรูเหยียนอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

แต่มันก็สายไป ราวกับถูกวางยาพิษ ฟองสีขาวไหลซึมออกจากมุมปากของเธอ และหลังจากสั่นสะท้านอยู่อีกครู่หนึ่ง ร่างของเธอก็นิ่งสนิท

“ตะ-ตายแล้ว?” เว่ยชางเฟิงรีบเข้ามาดูอาการของลูกสาว และเมื่อเห็นว่าชีพจรของเธอไม่เต้นแล้ว นัยน์ตาของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธจัด

เขาคิดว่านายน้อยจะสามารถช่วยชีวิตลูกสาวของเขาได้ จึงฝากความหวังสุดท้ายเอาไว้ เขาถึงกับรีบไปตามหานายน้อยเพื่อขอความช่วยเหลือ ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะทำให้ลูกสาวของเขาต้องตาย!

ในตอนนั้น ความหวังสุดท้ายที่มีอยู่ดับวูบไป ความโกรธเกรี้ยวอย่างบ้าคลั่งเข้ากลบความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของเขาจนหมดสิ้น

“เฮ้ย” จางเซวียนก็แทบบ้ากับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้า

พลังปราณเทียบฟ้าไม่เคยทำให้เขาผิดหวังมาก่อน ทำไมคราวนี้ถึงทำให้เว่ยหรูเหยียนต้องเสียชีวิต?

“ต้องเป็นผลจากสภาวะกายพิษแต่กำเนิดของเธอแน่” จางเซวียนมีสีหน้าเคร่งเครียด

สภาวะกายพิษแต่กำเนิดของเธอคงจะปะทะกับพลังปราณเทียบฟ้าของเขา ทำให้เกิดการตีกลับ

ในตอนนี้สภาพร่างกายของเว่ยหรูเหยียนก็อ่อนแอมาก แล้วเธอจะต้านทานผลกระทบของแรงตีกลับนั้นได้อย่างไร? เมื่อเจอกับภาวะนั้นเข้าไป เธอจึงหมดลมหายใจเฮือกสุดท้าย

เราสัญญากับเว่ยชางเฟิงไว้ว่าจะรักษาลูกสาวของเขาให้ได้ แต่ช่างโชคร้ายเสียเหลือเกิน จางเซวียนถอนหายใจเฮือก

แม้เว่ยชางเฟิงจะทำอะไรจางเซวียนไม่ได้เพราะมอบจิตวิญญาณให้เขาไปแล้ว แต่เรื่องจริงก็คือจางเซวียนได้ให้สัญญาไว้ว่าจะรักษาลูกสาวของเขา

เพิ่งเมื่อครู่นี้เธอยังหายใจอยู่เลย ถึงแม้จะร่อแร่ก็เถอะ แต่ระหว่างการรักษาของเขา เธอก็เสียชีวิต

มันอาจเป็นอุบัติเหตุและความโชคร้าย แต่ไม่มีทางที่ใครจะรับสภาพแบบนี้ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเว่ยชางเฟิงที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อรักษาลูกสาวของตัวเอง

เราต้องช่วยชีวิตเธอให้ได้!

ไม่ว่าจะทำเพื่อเว่ยชางเฟิง เพื่อชื่อเสียงของเขา หรือเพื่อตัวเว่ยหรูเหยียนเอง จางเซวียนก็ไม่อาจปล่อยให้สาวน้อยตายไปง่ายๆ แบบนี้ เขาจึงทาบนิ้วลงบนชีพจรของเธออีกครั้งเพื่อประมวลหนังสือเล่มใหม่

ในชั่วพริบตา เขาก็อ่านหนังสือจนจบเล่ม

จางเซวียนสูดหายใจลึกและสั่งการ “เฟิงน้อย ออกจากห้องไปสักครู่ก่อน!”

“ออกจากห้อง?” เว่ยชางเฟิงมีสีหน้าไม่สู้ดี

“ใช่แล้ว เธอยังไม่ตาย แค่ดำดิ่งลงสู่ภาวะโคม่าอย่างรุนแรงเพราะแรงตีกลับจากการปะทะกันของพลังงาน ผมต้องใช้ศาสตร์ลับของผมเพื่อช่วยชีวิตเธอ ต้องขอให้คุณออกจากห้องไปสักครู่” จางเซวียนโบกมือเร่งให้เขาออกไปเร็วๆ

“เอ่อ” เว่ยชางเฟิงหน้าตาเหยเกอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ยินคำนั้น

หัวใจของเธอหยุดเต้นไปแล้ว ตัวก็เริ่มจะแข็ง คุณเรียกแบบนี้ว่าโคม่าหรือ?

คุณคิดว่ากำลังหลอกใครอยู่?

“เร็วเข้า! ถ้าไม่อยากเห็นเธอตาย ออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้!” จางเซวียนคำรามลั่น

“ก็ได้” เห็นนายน้อยโมโหเดือด แม้เว่ยชางเฟิงจะยังไม่พอใจ แต่เขาก็เดินออกจากห้องแล้วปิดประตู

ถึงอย่างไรนี่ก็คือฟางแห่งความหวังเส้นสุดท้าย เขาได้แต่ภาวนาให้สิ่งที่จางเซวียนพูดเป็นเรื่องจริง

เมื่อเว่ยชางเฟิงออกไปแล้ว จางเซวียนระบายลมหายใจยาวและทรุดตัวลงนั่งกับพื้น

เขาได้ใช้หอสมุดเทียบฟ้าตรวจสอบอาการของเว่ยหรูเหยียนเมื่อครู่ และรายละเอียดที่ได้มาก็คือเว่ยหรูเหยียนไม่ได้อยู่ในภาวะโคม่าอย่างรุนแรง แต่เธอตายไปแล้วจริงๆ !

แต่ถึงแม้เธอจะใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายไปแล้ว วิญญาณของเธอก็ยังไม่ได้ออกจากร่าง

การจะเรียกบุคคลที่ตกอยู่ในสภาวะนั้นว่าตายไปแล้วก็ไม่ผิด เพราะแม้แต่นายแพทย์ระดับ 7 ดาวก็ไม่อาจทำอะไรได้ แต่จางเซวียนพลันนึกถึงเทคนิคหนึ่งที่มั่วคุนเสินได้ถ่ายทอดให้เขา ซึ่งเป็นการนำทางจิตวิญญาณกลับคืนสู่ร่างของตัวเอง

ในเมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เขาจึงตัดสินใจจะลองดู

เพราะไม่อย่างนั้น เว่ยหรูเหยียนได้ตายไปจริงๆ แน่

เทคนิคนี้จะทำให้จิตวิญญาณของเราบอบช้ำ แต่ตอนนี้เราไม่มีทางเลือก!

ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วที่จะช่วยชีวิตเว่ยหรูเหยียน เขาจะไม่ปล่อยให้ใครหรืออะไรก็ตามมาพรากเธอไปได้ ต่อให้ต้องเสียอะไรมากแค่ไหนก็ยอม

จากนั้นจางเซวียนก็ถอดจิตออกจากหว่างคิ้วของเขา

เมื่อลอยตัวอยู่กลางอากาศ เขาเห็นจิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนค่อยๆ แยกออกจากกายเนื้อของเธอ ราวกับถูกแรงดึงดูดอะไรบางอย่างจากธรรมชาติ

สกัดไว้!

รู้ดีว่าหากปล่อยให้จิตวิญญาณของเธอจากไป ก็ไม่มีทางช่วยชีวิตเธอได้อีกแล้ว จางเซวียนรีบสร้างปราการปิดกั้นก่อนจะผลักฝ่ามือของเขาเข้าที่จิตวิญญาณของเธอ

ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ, การเรียกวิญญาณ!

เป็นความสามารถลึกลับบางอย่างในการเรียกจิตวิญญาณผ่านสื่อกลางที่เหมาะสม

ด้วยแรงกดจากฝ่ามือของเขา จิตวิญญาณนั้นก็พลันกลับเข้าร่าง

แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะดึงเธอกลับมาจากความตาย

แม้จิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนจะถูกรักษาไว้ด้วยการเรียกวิญญาณ แต่ความตายของเธอก็ได้สร้างการแยกส่วนระหว่างกายเนื้อกับจิตวิญญาณของเธอเอาไว้ ทำให้ยากที่จะสมานเข้าด้วยกันอีกครั้ง

เราต้องเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเธอให้ได้!

เป็นไปไม่ได้ที่จะสมานรอยแยกจากภายนอก จางเซวียนจะต้องดำดิ่งเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเธอเหมือนที่เขาเคยช่วยลู่ชงเมื่อครั้งก่อน ดังนั้น จิตวิญญาณใหญ่โตของเขาจึงพุ่งเข้าไปในจิตใต้สำนึกของเธอโดยไม่ลังเล

ในทะเลแห่งจิตใต้สำนึกอันกว้างใหญ่ไพศาลนั้น ร่างบอบบางและอ่อนระโหยโรยแรงของสาวน้อยคนหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาของเธอปิดสนิทเหมือนกับหลับลึก

นั่นคือจิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียน

เราจะต้องบ่มเพาะจิตวิญญาณของเธอให้แข็งแกร่งขึ้นก่อนเป็นอย่างแรก นั่นคือหนทางเดียวที่ทำได้! จางเซวียนกำหมัดแน่น

เพราะตอนนี้จิตวิญญาณของอีกฝ่ายยังอ่อนแอเกินไป ไม่มีทางที่จะหลอมรวมเข้ากับกายเนื้อได้ เขาจึงต้องทำให้จิตวิญญาณของเธอแข็งแรงขึ้นก่อน

และวิธีการที่ดีที่สุดที่จะบ่มเพาะจิตวิญญาณของเธอก็คือผ่านทางจิตวิญญาณของเขา!

หากจะพูดให้ชัด วิธีการนี้ก็คือการมอบเสี้ยวหนึ่งของจิตวิญญาณของเขาให้กับเธอ

แม้จะเป็นวิธีที่ได้ผลดี แต่ก็จะมีผลทำให้เขาอ่อนแอลงมาก ด้วยเหตุนี้ หากไม่ใช่ญาติมิตรที่ใกล้ชิดสนิทสนมจริงๆ จะไม่มีผู้พยากรณ์จิตวิญญาณคนไหนยอมใช้วิธีการนี้

ถ้าจะพูดกันตามตรง จางเซวียนเองก็ลังเลเล็กน้อยที่จะลงทุนทำถึงขนาดนี้ให้กับคนที่เขาเพิ่งพบเจอได้ไม่นาน

แต่เรื่องจริงก็คือ เมื่อคืนนี้ร่างกายของเว่ยหรูเหยียนยังอยู่ในสภาวะที่อ่อนแออย่างหนัก และพร้อมจะเสียชีวิตได้ทุกขณะ แต่ตัวเขาเองเป็นคนที่ทำให้เธอตาย

ในเมื่อเขาทำผิดพลาดต่อเธอ ก็สมควรที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง

อีกอย่าง ความพยายามอันยาวนานที่เว่ยชางเฟิงได้ทำให้ลูกสาวของเขาจับใจจางเซวียนมาก เป็นโศกนาฏกรรมอันโหดร้ายเหลือเกินหากพ่อกับลูกจะต้องถูกแยกออกจากกันด้วยความเป็นความตายแบบนี้

ซรืดดดดด!

จิตวิญญาณของจางเซวียนเข้าถึงตัวเว่ยหรูเหยียน แล้วใช้ท่อนแขนของเธอเป็นสื่อกลาง เขาถ่ายทอดจิตวิญญาณเข้มข้นเสี้ยวหนึ่งของเขาเข้าไปในร่างของเธอเพื่อทำการบ่มเพาะ

ซึ่งผ่านไปไม่นาน จางเซวียนก็เหนื่อยอ่อนอย่างมาก

การถ่ายทอดจิตวิญญาณก็เหมือนกับการถ่ายเลือด การนำมันออกไปก็ไม่ต่างอะไรกับการทำให้จิตวิญญาณของเขาบอบช้ำเสียหาย ความเหนื่อยอ่อนที่เขารู้สึกอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงผลข้างเคียง ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด จิตวิญญาณของเขาอาจสูญเสียความสมดุลและเสื่อมสลายไปได้เลยทีเดียว

แต่ในเมื่อได้เริ่มแล้ว ก็สายเกินไปที่จะมาล่าถอยตอนนี้ จางเซวียนสะกดกลั้นความอ่อนล้าเอาไว้ และถ่ายทอดจิตวิญญาณของเขาเข้าสู่จิตวิญญาณของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

ไม่ช้า จิตวิญญาณอันอ่อนแรงของเว่ยหรูเหยียนก็เริ่มเข้มข้นขึ้น

มันได้ผล

เมื่อเห็นว่าวิธีการของเขาได้ผล จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่เขากำลังจะถ่ายทอดจิตวิญญาณต่อไปก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา จนต้องนัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เขารีบเปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้ และจิตวิญญาณของเขาก็สั่นสะท้านด้วยความตระหนก

เวรละ! สภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดของเขากำลังแพร่กระจาย!

AC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!