ตอนที่ 882 บรรณาการ
ราชันย์ไร้เทียมทานทั้ง 10 ตัวแห่งสันเขาปุยเมฆนั้นมีพละกำลังเทียบได้กับ 10 สุดยอดปรมาจารย์ ของสถาบันปรมาจารย์เลยทีเดียว
เจ้าลูกศิษย์ของหัวหน้ามั่วทำอีท่าไหน ถึงต้องใช้พละกำลังของพวกมันถึง 9 ตัว?
หมอนั่นพาผู้อาวุโสคนอื่นๆเข้ามาที่สันเขาปุยเมฆหรือเปล่า?
แต่นั่นก็ไม่สมเหตุสมผลเลย! หากมีผู้บุกรุกเข้ามายังใจกลางดินแดนของพวกมัน ทั้งอสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่ที่ลาดตระเวนอยู่โดยรอบจะต้องตรงดิ่งมารายงานแล้ว
อสูรเสือสีทองหรี่ตามองหัวหน้ามั่วอย่างข่มขู่ “มั่วจู นี่คุณคิดอะไรอยู่?”
“ผมก็ไม่รู้ ผมเองก็อยู่ที่นี่ตลอดนะ” หัวหน้ามั่วแทบปล่อยโฮ
ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นลูกบอลให้อาจารย์ใหญ่เตะไปมา ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร
อสูรเสือสีทองข่มขู่หัวหน้ามั่วอีกครั้งเพราะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายแสดงละครหรือไม่ “คุณไม่รู้? อย่าดึงเรื่องให้ยืดเยื้อดีกว่า การที่สันเขาปุยเมฆของผมอยู่รอดมาได้ทั้งที่อยู่ใต้จมูกของสถาบันปรมาจารย์ นั่นก็แปลว่าพวกเราไม่ใช่ไก่อ่อนอย่างที่คุณคิด”
“พลพรรคของคุณลาดตระเวนอยู่ทั่วสันเขาปุยเมฆ ต่อให้พวกเราพยายามทำอะไร มีหรือที่คุณจะไม่รู้?” หัวหน้ามั่วตอบโต้
เมื่อได้ยินคำนั้น อสูรเสือสีทองจ้องหน้าหัวหน้ามั่วอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็พยักหน้า
เรื่องนี้ทำให้มันงงงันอยู่ไม่น้อย
ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นจริง ราชันย์ตัวอื่นๆจะต้องรีบมารายงานแล้ว การที่พวกนั้นมาเรียกราชันย์ที่เหลือออกไป นั่นหมายความว่าปัญหาที่เกิดขึ้นยังอยู่ในขอบเขตที่รับมือได้
ช่างมันเถอะ ตราบใดที่ยังมีหัวหน้ามั่วเป็นตัวประกันอยู่ สถาบันปรมาจารย์ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงแน่ ขอแค่ยังมีไพ่ใบนี้อยู่ในมือ เราจะบีบบังคับให้พวกนั้นยอมประนีประนอม อสูรเสือสีทองประเมินสถานการณ์ของตัวเองอีกครั้ง และรู้สึกว่าถึงอย่างไรก็ยังปลอดภัย มันถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
อสูรเสือสีทองลุกขึ้นยืนและกำลังจะบังคับให้หัวหน้ามั่วยอมรับเงื่อนไขของตัวเองอีกครั้ง ก็พอดีกับที่สิงโตเพลิงเลือดนก, ราชันย์ตัวแรกที่ออกไป กลับเข้ามาในถ้ำ
ที่ตามหลังมาคือหมีหลังเหล็ก อสูรหัวเสือ หมาป่าเขี้ยวเหล็ก
ราชันย์ทั้ง 9 ตัว กลับมาพร้อมกัน และที่อยู่ท่ามกลางพวกนั้นคือชายหนุ่มที่เดินก้มหน้างุด
เขาคือลูกศิษย์ของหัวหน้ามั่วที่หลบหนีไปนั่นเอง
สิงโตเพลิงเลือดนกก้าวออกมาและรายงานด้วยเสียงดังสนั่น “หัวหน้า เราพาหมอนี่กลับมาแล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกคุณถึงต้องออกไปกันหมด?” อสูรเสือสีทองถามด้วยความสงสัย
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้”
อสูรหัวเสือก้าวออกมา ชี้กรงเล็บเหล็กของมันไปที่จางเซวียนอย่างดุร้ายแล้วคำราม “ผมไม่รู้ว่าหมอนั่นทำได้อย่างไร แต่เขามีกองกำลังปรมาจารย์ที่เก่งกาจมาเสริมอีกจำนวนหนึ่ง พวกเราจึงต้องสู้กับคนพวกนั้น”
“ปรมาจารย์?” อสูรเสือสีทองขมวดคิ้ว
หมาป่าเขี้ยวเหล็กก้าวออกมาสำทับ “ใช่แล้ว!”
“ปรมาจารย์พวกนั้นเป็นใคร? 10 สุดยอดปรมาจารย์ของสถาบันปรมาจารย์หรือเปล่า?” อสูรเสือสีทองถามต่อ
“ไม่น่าใช่ ไม่มีใครคุ้นหน้าคุ้นตาพวกเราสักคน ทำไมไม่ให้เราเอาศพพวกนั้นให้คุณดูล่ะ? นี่ไง” หมีหลังเหล็กพูดขณะย่างสามขุมเข้าหาอสูรเสือสีทอง
ตอนนี้มันอยู่ห่างจากอสูรเสือสีทองเพียง 3 เมตร
ยังไม่ทันพูดขาดคำ หมีหลังเหล็กกับอสูรระดับเซียนอีก 3 ตัวก็กระโจนเข้าโจมตีอสูรเสือสีทองทันที
ตุ้บ! พลั่ก!
สิงโตเพลิงเลือดนก อสูรหัวเสือ หมาป่าเขี้ยวเหล็ก และหมีหลังเหล็กถือเป็นอสูรระดับเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในสันเขาปุยเมฆรองลงมาจากอสูรเสือสีทอง เมื่อพวกมันรวมหัวกันต่อสู้ ก็มีพละกำลังมหาศาลถึงขนาดที่สามารถแยกภูเขาและเปลี่ยนทิศทางของแม่น้ำได้
ยังไม่ทันที่อสูรเสือสีทองจะได้ตอบโต้ ก็ถูกตรึงให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้ด้วยกรงเล็บและอุ้งเท้าทั้งสี่
ตึ้ง!
“พวกคุณทำอะไรน่ะ?” อสูรเสือสีทองตวาดกร้าวขณะที่ถูกสอยกระเด็นไป ร่างของมันกระแทกเข้ากับหินงอกหินย้อย ก่อนจะกระเด็นไปปะทะกับผนังถ้ำ มันกระอักเลือดกองใหญ่ออกมา
อสูรระดับเซียนพวกนี้อยู่กับเขามากกว่าพันปีแล้ว และเขาก็เชื่อใจพวกมันอย่างล้ำลึก นึกไม่ถึงเลยว่าจะถูกโจมตีอย่างโหดเหี้ยม!
เพียงชั่วพริบตา อสูรเสือสีทองก็บาดเจ็บสาหัส ตับไตไส้พุงภายในได้รับความกระทบกระเทือนจนยากที่จะเยียวยาได้ในระยะเวลาอันสั้น
มันหอบหายใจหนักหน่วง รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงถูกสูบหายไปหมด จากนั้นก็คำรามกร้าวด้วยนัยน์ตาแดงก่ำ “เพราะอะไร? บอกผมมาสิว่าเพราะอะไร!”
“นายท่าน!”
ไม่แยแสเสียงคำรามของอสูรเสือสีทอง ทั้งสิงโตเพลิงเลือดนก หมีหลังเหล็ก หมาป่าเขี้ยวเหล็ก และอสูรหัวเสือที่ปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้วต่างหันไปโค้งคำนับให้จางเซวียน
“อือ” จางเซวียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอาสองมือไพล่หลังและเงยหน้าขึ้นยิ้มอ่อน เขาก้าวออกมาโดยมีขบวนอสูรระดับเซียนตามหลัง ดูไม่ต่างอะไรกับฮ่องเต้ผู้องอาจ
“ในบรรดา 10 ราชันย์ไร้เทียมทานของสันเขาปุยเมฆ เก้าตัวยอมจำนนให้ผมแล้ว อสูรเสือสีทอง, คุณมี 2 ทางเลือก ยอมจำนนให้ผม หรือไม่ก็เตรียมตัวตาย!”
“พวกนั้นยอมจำนนให้คุณแล้ว?” อสูรเสือสีทองนัยน์ตาเบิกโพลงขณะจ้องราชันย์อีก 9 ตัวอย่างไม่อยากเชื่อ
ทุกตัวเป็นอสูรระดับเซียนผู้หยิ่งผยอง เกิดอะไรขึ้นถึงมายอมจำนนให้กับมนุษย์ต๊อกต๋อยคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงนักรบขั้นตัวดักแด้ที่ไม่ได้สำคัญอะไร
ไม่ใช่อสูรเสือสีทองตัวเดียวที่แทบคลุ้มคลั่ง หัวหน้ามั่วก็ร่ำๆจะเสียสติ
เขาคิดว่าอาจารย์ใหญ่จางตั้งใจมาที่นี่เพื่อเจรจาต่อรองจริงๆ และเฝ้าก่นสาปแช่งตัวเองสำหรับความผิดพลาดครั้งนี้ ใครจะไปคิดว่าภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงกว่าๆ อีกฝ่ายจะทำให้ 9 ใน 10 ราชันย์ไร้เทียมทานยอมจำนนได้?
และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนึกได้ว่าไม่ใช่อสูรตัวเดียวที่เข้ามารายงาน จึงมีความเป็นไปได้ว่าทั้งอสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่ได้กลายเป็นอสูรของปรมาจารย์จางไปหมดแล้ว
เขารู้ว่าอาจารย์ใหญ่คนใหม่มีความเก่งกาจเป็นพิเศษในการฝึกอสูร เพราะได้เห็นมากับตาเมื่อครั้งจางเซวียนเข้ารับการทดสอบที่ยอดเขาเล่หยวน แต่ความสามารถระดับนี้มันก็เกินไป เกินไปมากจริงๆ!
หากปรมาจารย์จางก้มหน้าก้มตาทำให้อสูรยอมจำนนด้วยความเร็วระดับนี้ อสูรระดับเซียนทั้งหมดในทวีปแห่งปรมาจารย์จะมิกลายเป็นอสูรในสังกัดและเชื่อฟังคำสั่งของเขากันหมดหรือ?
ขณะที่หัวหน้ามั่วกำลังจะถาม สิงโตเพลิงเลือดนกและราชันย์ตัวอื่นก็ย่างสามขุมเข้าหาเจ้านายเก่า ซึ่งเป็นอสูรระดับเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในสันเขาปุยเมฆ ต่างพยายามจะหว่านล้อม
“หัวหน้า คุณก็แค่ยอมจำนนให้เขา นายท่านของเราน่ะเก่งกาจมากนะ หากเรารับใช้เขา เราจะก้าวหน้าขึ้นอีกมาก!”
“จริงด้วย ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ เราขับไล่ศัตรูไปได้มากมาย รวมถึงกองกำลังของสถาบันปรมาจารย์ พวกเรายึดกุมสันเขาปุยเมฆไว้อย่างเหนียวแน่น แต่ลองนึกดูสิ มันต่างอะไรกับการถูกกักขังไว้ในกรง? สำหรับผมน่ะ ผมพอแล้ว!”
“ดื้อดึงไปก็ไม่มีประโยชน์ คุณจะถูกสังหารถ้ายังลังเลนานกว่านี้!”
…..
“พวกแกอยากให้ฉันยอมจำนน? ฝันไปเถอะ!”
เมื่อเห็นลูกน้องพากันทรยศหักหลัง อสูรเสือสีทองตะโกนก้องอย่างเดือดดาล “พวกแกไม่อยากรู้กันบ้างหรืออย่างไรว่าทำไมที่นี่ถึงมีน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีสะสมอยู่มากมายและไม่เคยเหือดแห้งไปไหน แม้จะมีทั้งอสูรวิเศษและอสูรระดับเซียนมากมายมาคอยดื่มกินตลอดระยะเวลาหลายปี วันนี้ฉันจะบอกเหตุผลให้พวกแกฟัง!”
อสูรเสือสีทองคำรามก้องก่อนจะกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนแล้วกระโดดลงไปในทะเลสาบที่แห้งเหือด มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “จอมราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ของผม ได้โปรดมอบพละกำลังให้ผมได้กำจัดเผ่าพันธุ์อสูรทรยศเหล่านี้ด้วยเถิด”
มันไม่ได้พูดภาษามนุษย์ แต่ใช้ภาษาอสูรดึกดำบรรพ์
“จอมราชันย์?”
ได้ยินคำนั้น จางเซวียนขมวดคิ้วขณะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
เขาสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้วว่าน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีที่แสนจะหายากมารวมตัวกันอยู่ด้วยปริมาณมากขนาดนี้ในสันเขาปุยเมฆได้อย่างไร ต่อให้มีภูมิประเทศที่มีลักษณะพิเศษ แต่ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่จะมีอสูรวิเศษระดับเซียนมากมายรวมตัวกันอยู่ที่นี่
ผู้ปรับตัวได้ดีที่สุดจะอยู่รอด ทรัพยากรมักถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว จำนวนผู้เชี่ยวชาญในแต่ละพื้นที่จึงมีจำกัด
เป็นเรื่องน่าประหลาดมากที่ได้เห็นอสูรทรงพลังมากมายมารวมตัวกันอยู่ในดินแดนนี้
ส่วนหัวหน้ามั่วก็หน้าถอดสีด้วยความตกใจ
ในฐานะนักฝึกอสูรระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด แม้เขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาอสูรดึกดำบรรพ์มากนัก แต่ก็พอจับต้นชนปลายคำพูดของอสูรเสือสีทองได้ ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังพยายามจะทำพิธีกรรมอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสิ่งมีชีวิตอันทรงพลัง
หากหมอนั่นทำสำเร็จ สถานการณ์จะต้องพลิกผันอีกครั้ง
“ปรมาจารย์จาง” หัวหน้ามั่วรีบหันไปมองจางเซวียนอย่างร้อนใจ
จางเซวียนยกมือขึ้นและพูดว่า “ใจเย็นเถอะ รอดูไปก่อน เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้อาวุโสหวูหยางจื่อ”
หลังจากที่สิงโตเพลิงเลือดนกกับราชันย์ตัวอื่นๆยอมจำนนแล้ว เขาได้ซักถามเรื่องราวเกี่ยวกับการหายตัวไปของหวูหยางจื่อเมื่อ 2000 ปีก่อน แต่เจ้าพวกนี้เพิ่งมีพละกำลังมากขึ้นเมื่อพันปีที่แล้วเท่านั้น จึงไม่ค่อยแน่ใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แต่เท่าที่สรุปจากคำบอกเล่าของพวกมัน ดูเหมือนว่าอสูรเสือสีทองจะเป็นกุญแจไขความลับข้อนี้
นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมมันจึงมีอำนาจล้นเหลือในสันเขาปุยเมฆ เป็นที่หนึ่งในอสูรมากมายนับไม่ถ้วนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่
บูมมมมมม!
พลังจิตวิญญาณเข้มข้นเป็นพิเศษระเบิดออกมาจากด้านในถ้ำ ทุกอย่างเกิดขึ้นโครมครามราวกับฟ้าถล่ม ทุกคนและทุกตัวแทบไม่มีอากาศหายใจ
ทะเลสาบที่เคยมีน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีบรรจุไว้เต็มกลับกลายเป็นแท่นอันหนึ่งที่ให้อสูรเสือสีทองเข้าไปอ้อนวอนร้องขอพละกำลัง
“แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้”
หัวหน้ามั่วหน้าซีดเผือดเมื่อรับรู้ได้ถึงพลังงานเข้มข้นที่หมุนวนอยู่ในอากาศ เขาได้แต่ถอยไปหลายก้าวขณะกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวด
แรงกดดันนี้หนักหน่วงเกินไป และดูเหมือนจะพุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณของเขาโดยตรง แม้จะเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุดก็ยังแทบต้านทานไม่ไหว
“ปรมาจารย์จาง”
ถ้าบุคคลที่มีพละกำลังระดับเขายังแทบต้านทานไม่ไหว แล้วอาจารย์ใหญ่จะเป็นอย่างไร?
หัวหน้ามั่วรีบหันไปมองจางเซวียน แต่ก็เห็นฝ่ายนั้นยืนผงาดจ้องมองทะเลสาบราวกับไม่รู้สึกถึงแรงกดดันนั้นเลย
หัวหน้ามั่วตัวสั่นด้วยความประหลาดใจ
ขนาดสิงโตเพลิงเลือดนกกับราชันย์ตัวอื่นๆของสันเขาปุยเมฆยังอ่อนระโหยโรยแรง ต่างกองระเนระนาดอยู่กับพื้นเพราะแรงกดดันหนักหน่วงนั้น เป็นไปได้อย่างไรที่อาจารย์ใหญ่ของเขายังสบายดีอยู่?
ฟิ้ววววววว!
ยังไม่ทันที่เขาจะวิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้น พลังจิตวิญญาณที่อบอวลอยู่ในอากาศก็พลันรวมตัวกัน เกิดเป็นภาพลวงตา มังกรเขาน้ำเงินที่ดูเหมือนสายหมอกลอยตัวอยู่กลางอากาศ สร้างแรงกดดันที่พุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณของทุกคนและทุกตัวอย่างจัง
“เชื้อสายของข้า เรียกข้ามาทำไม?” เสียงทรงพลังก้องกังวาน
มังกรเขาน้ำเงินพูดภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ แต่ถ้อยคำของมันหนักหน่วงและดูจะมีพลังดึงดูดให้ผู้ได้ฟังย้อนเวลากลับไปได้
นี่คือภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ที่แท้จริง! หัวหน้ามั่วตัวเย็นเฉียบ
พวกเขาพอจะเลียนแบบการออกเสียงภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ได้ แต่ไม่มีทางที่จะเปล่งเสียงล้ำลึกได้เหมือนอสูรดึกดำบรรพ์สมัยโบร่ำโบราณ
ลำพังแค่การเปล่งเสียงก็ทำให้ทั้งอสูรวิเศษและอสูรระดับเซียนเกรงกลัวแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามังกรเขาน้ำเงินตัวนี้จะต้องเป็นอสูรตัวสำคัญระดับตำนานตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ
หัวหน้ามั่วหันไปมองรอบๆ เห็นสิงโตเพลิงเลือดนก อสูรหัวเสือ และราชันย์ตัวอื่นๆพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าตอบโต้อะไรแม้แต่น้อย
นั่นเป็นผลจากการสืบทอดสายเลือดของอสูรระดับเซียนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หัวหน้ามั่วหันกลับไปมองอาจารย์ใหญ่จาง กำลังคิดว่าจะคุ้มกันอีกฝ่ายและส่งเขากลับอย่างปลอดภัยได้อย่างไร ก็พอดีกับที่เห็นชายหนุ่มเข้าไปยืนตรงหน้ามังกรเขาน้ำเงิน เขาขมวดคิ้วและดูเหมือนกำลังคิดหนัก
อสูรเสือสีทองคุกเข่าลงกับพื้นและวิงวอนด้วยภาษาอสูรดึกดำบรรพ์ “จอมราชันย์ของผม ผมวิงวอนขออำนาจที่จะกำจัดเจ้าพวกทรยศนี้ด้วย!”
“แล้วเจ้าจะให้อะไรข้าล่ะ?” ภาพลวงตานั้นถามด้วยสีหน้าเฉยเมย
“ผมจะมอบเลือดสดๆของปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดแห่งสถาบันปรมาจารย์คนนี้ให้ท่าน เขาเป็นหัวหน้าโรงเรียนนักฝึกอสูร” อสูรเสือสีทองตอบอย่างนอบน้อม
“ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด?” ร่างนั้นส่ายหัวและตอบว่า “ไม่พอหรอก!”
อสูรเสือสีทองชี้ไปที่จางเซวียนและพูดต่อ “ลูกศิษย์ของเขาด้วย!”
แต่ก็นึกได้ว่าคงจะยังไม่พอ จึงเสริมว่า “ด้วยพละกำลังใหม่ที่ผมได้รับ ผมจะส่งกองกำลังออกไปสังหารปรมาจารย์ให้มากขึ้นอีกเพื่อนำมาให้ท่าน”
“ตามนั้น เจ้าคงรู้ผลที่จะตามมาดีนะหากเจ้าผิดสัญญา!”
ฟิ้วววววว!
คำพูดของภาพลวงตาที่อยู่กลางอากาศทำให้เกิดพละกำลังมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างของอสูรเสือสีทอง รังสีที่เริ่มอ่อนแรงของมันกลับฟื้นคืนมา มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม



