Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1058

I shall seal the heaven Chapter 1058

ตอนที่ 1058

ปฏิกิริยาของลำดับขั้น!

“ขีดสูงสุดใดๆ ก็ยังคงเป็นแค่อาณาจักรเซียน!” ซูเยียนกล่าวตอบผ่านร่องฟัน

“เจ้าไม่เข้าใจ” เมิ่งฮ่าวกล่าวพร้อมกับส่ายหน้า เครื่องหมายของลำดับขั้นปรากฏขึ้นบนหน้าผาก จมลึกลงไปในร่างเขาเรื่อยๆ ของการกระพริบขึ้นมาในแต่ละครั้ง

ซูเยียนมองไปยังเครื่องหมายนั้นอย่างเงียบๆ มีความรู้สึกที่ขัดแย้งกันเองอย่างเห็นได้ชัด

เมิ่งฮ่าวเอามือลูบไปที่หน้าผาก จากนั้นก็หันหน้ามองไปยังซากปรักหักพังของที่พักตนเอง ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่ง เป็นบางสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาอยู่ในจิตใจ หลังจากที่ดูดซับผลเนี่ยผานเข้าไปโดยสมบูรณ์

“โลกแห่งเซียนช่างลึกล้ำเป็นอย่างยิ่ง…” เมิ่งฮ่าวพึมพำกับตนเอง ยกมือขวาขึ้นมาในทันที ภายในนั้นเป็นผลเนี่ยผานลูกที่สอง เขามองไปยังผลเนี่ยผานนั้นอย่างครุ่นคิด

“ข้ารู้สึกได้ว่าหน้าที่หลักของโลหิตผู้ยิ่งใหญ่ก็คือ ให้คำรับรองแก่ข้าอย่างแท้จริงในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรแห่งผู้ผนึกอสูรไห่เมิ่งจื้อจุนมีลำดับขั้นของนาง แต่ข้าเป็นสมาชิกในลำดับขั้นของจิ่วเฟิงจื้อจุนเพียงผู้เดียวเท่านั้น”

“ความแข็งแกร่งของกายเนื้อข้า และการดูดซับผลเนี่ยผานมีผลข้างเคียง”

“ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ดูดซับหยดโลหิตนั้นเข้าไปหนึ่งหยด ก็ไม่สำคัญว่าข้าจะดูดซับเข้าไปหนึ่งร้อยหรือหนึ่งพันหยด พวกมันไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น และข้าก็ไม่อาจจะใช้โลหิตของผู้ยิ่งใหญ่ทำการดูดซับผลเนี่ยผานได้ต่อไปด้วยเช่นกัน”

“ยิ่งไปกว่านั้น…การใช้โลหิตของผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้นคือความสูญเสียอย่างมากมาย” หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ก็ทำการตรวจสอบพื้นฐานฝึกตนและรับรู้ได้ว่ามันมีความแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เขาคือผู้ยิ่งใหญ่อาณาจักรเซียน แต่ในตอนนี้เขาอยู่เหนือไปกว่านั้น เขาได้กลายเป็นจักรพรรดิเซียน!

ยุคปัจจุบันนี้ไม่มีสิ่งที่เป็นจักรพรรดิเซียน อันที่จริง แม้แต่ในห้วงเวลาของโลกแห่งเซียน จักรพรรดิอาณาจักรเซียนก็เป็นสิ่งที่ยากจะพบเห็น คล้ายกับเป็นระดับของความสมบูรณ์โดยสิ้นเชิง

มันคือตัวแทนของระดับความเข้าใจที่ลึกล้ำของอาณาจักรแห่งเซียน

เมิ่งฮ่าวอาจจะมีชีพจรเซียนเพียงแค่หนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดเท่านั้น แต่ชีพจรแต่ละจุดเหล่านั้นมีขนาดใหญ่และแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ความรู้สึกของพลังที่เขาเคยพบเจอมา เป็นสิ่งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยรู้สึกได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น ด้วยการช่วยเหลือของผลเนี่ยผาน แต่ในตอนนี้เขาอยู่ในอาณาจักรนั้นไปชั่วนิรันดร์

เครื่องหมายลำดับขั้นบนหน้าผากของเมิ่งฮ่าวสาดประกายเจิดจ้า และเห็นได้ชัดว่าได้ฝังลึกลงไปมากขึ้น เนื่องจากเช่นนั้นทำให้เขาดูแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

เขายังมีความรู้สึกแปลกๆ แบบใหม่อีกด้วย ถ้าหลับตาลง เขาแทบจะรับรู้ได้ว่า ไกลออกไปในอาณาจักรขุนเขาทะเลอันกว้างใหญ่ ตรงอาณาเขตส่วนอื่น มี…ความผันผวนที่คุ้นเคยอยู่

ความผันผวนเหล่านั้นไม่ได้ออกมาจากร่างใครคนใดคนหนึ่ง แต่ออกมาจากคนที่…เหมือนกับเขา! เป็นสมาชิกของลำดับขั้น!

มีสมาชิกคนอื่นๆ ของลำดับขั้นทั้งหมดสิบสองคน!

เขาคือสมาชิกคนที่สิบสาม และเป็นผู้ที่มาเข้าร่วมเมื่อเร็วๆ นี้ เขายังเป็นสมาชิกลำดับขั้นคนสุดท้ายอีกด้วย ก่อนหน้าเขามีทั้งหมดสิบสองคน บุคคลเหล่านี้มาจากสถานที่แห่งอื่นในอาณาจักรขุนเขาทะเล ซึ่งไห่เมิ่งจื้อจุนได้เลือกเข้ามาให้อยู่ในลำดับขั้น

เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่าการที่จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของลำดับขั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นมากแค่ไหน และไม่รู้เช่นกันว่าสมาชิกเหล่านั้นมีความแข็งแกร่งมากเท่าใด แต่หลังจากที่ได้เห็นภาพอันยิ่งใหญ่และน่าตกใจของปรมาจารย์รุ่นแรก เขาก็สามารถจะคาดคิดได้ว่าสมาชิกอื่นๆ เหล่านั้นจะทรงพลังมากเพียงใด

ต้องหลังจากที่เมิ่งฮ่าวรู้แจ้งเกี่ยวกับเวทของผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น…เขาถึงสามารถจะไปเข้าร่วมกับกลุ่มลำดับขั้นได้

เมิ่งฮ่าวรับรู้ได้ถึงความผันผวนจากพลังทั้งสิบสองคนนั้นได้ และมีความรู้สึกว่าแต่ละคนนั้นคล้ายกับเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ระดับพลังเหล่านั้นทำให้จิตใจเมิ่งฮ่าวต้องหดหู่ลงไป

“ตอนนี้ข้าเห็นแล้ว ก่อนหน้านี้พื้นฐานฝึกตนและอาณาจักรของข้าไม่เพียงพอที่จะรับรู้ได้ถึงการคงอยู่ของพวกมัน มีแต่ตอนนี้เท่านั้นที่ข้าบรรลุถึงระดับที่จะทำเช่นนั้นได้”

“ยิ่งไปกว่านั้น นั่นก็หมายความว่าในตอนนี้ ไม่เพียงแต่ข้าจะรับรู้ถึงพวกมันได้เท่านั้น แต่พวกมัน…ก็สามารถ…รับรู้ถึงข้าด้วยเช่นกัน!” เมิ่งฮ่าวครุ่นคิดพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้น

ในตอนที่เมิ่งฮ่าวขมวดคิ้ว ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้หนึ่งเดือนได้สงบลงไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังมีผู้คนอีกมากมายที่กำลังให้ความสนใจต่อเหตุการณ์นั้นอยู่ แต่ความตรึงเครียดส่วนใหญ่ก็ได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ชีวิตดำเนินต่อไป ดวงตะวันและจันทรากลับไปเคลื่อนไหวตามปกติ เหมือนกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

อย่างไรก็ตามลึกลงไปในจิตใจของผู้คนมากมาย ก็ยังคงมีคำถามเกิดขึ้นว่าใครคือราชันแห่งอาณาจักรขุนเขาทะเลในอนาคต…

ในขุนเขาทะเลที่แปด มีสถานที่แห่งหนึ่งอยู่ที่ด้านนอกของความว่างเปล่า ซึ่งเป็นท้องทุ่งอันกว้างใหญ่ที่ประกอบไปด้วยโครงกระดูกจำนวนมาก จนแทบจะดูเหมือนกับเป็นหุ่นเชิด ดวงตาของพวกมันแวบขึ้นมาด้วยแสงไฟปีศาจ ขณะที่กลอกกลิ้งไปมาอยู่รอบๆ ตรงจุดศูนย์กลางของพวกมันเป็นวิหารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากกองกระดูก

ภายในวิหารแห่งนั้น บุรุษหนุ่มผู้หนึ่งในชุดสีดำนั่งขัดสมาธิเข้าฌาณอยู่ที่นั่น มีรูปร่างที่ผอมแห้งเป็นอย่างยิ่ง และใบหน้าก็ซีดขาวราวคนตาย ไร้สีเลือดใดๆ โดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้นเปลวไฟแห่งพลังชีวิตของมันก็มืดสลัวเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นมันก็ลืมตาขึ้นมา และโครงกระดูกทั้งหมดที่อยู่รอบๆ วิหารก็คุกเข่าลงไปโขกศีรษะ ในเวลาเดียวกันนั้น พลังอันน่ากลัวก็พุ่งขึ้นมาจากร่างของบุรุษหนุ่มผู้นั้น

เครื่องหมายได้ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน ส่องแสงระยิบระยับเจิดจ้าออกมา ทันใดนั้นมันก็รับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้า…ความผันผวนของลำดับขั้น!

“คาดไม่ถึงว่า ยังมีสมาชิกคนที่สิบสามอยู่อีกด้วย…” มันพึมพำ และแสงอันน่ากลัวที่เหมือนกับโลหิตได้ปรากฏขึ้นในดวงตาของมัน

ในเวลาเดียวกันนั้น ก็มองเห็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่อยู่ในขุนเขาทะเลที่สี่ บุรุษหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ในชุดเสื้อผ้าสีน้ำเงินนั่งขัดสมาธิเข้าฌานอยู่ภายในกระแสน้ำวน ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยชายชราสิบคน ซึ่งอยู่ในขั้นสูงสุดของอาณาจักรโบราณทั้งหมด

เห็นได้ชัดว่าชายชราเหล่านี้เป็นผู้พิทักษ์เต๋าของบุรุษหนุ่มผู้นี้

ที่อยู่ห่างออกไปจากมันภายในกระแสน้ำวนประมาณหนึ่งพันจ้าง เป็นหญิงสาวเยาว์วัยผู้หนึ่งในชุดยาวสีขาวที่เรียบง่าย พื้นฐานฝึกตนของนางไม่ได้อยู่ในอาณาจักรเซียน แต่อยู่ในขั้นวิญญาณแรกก่อตั้ง อย่างไรก็ตามมีกลิ่นอายที่ทำให้นางมั่นใจได้ว่า ถึงแม้จะอยู่ที่ด้านในของกระแสน้ำวน แต่นางก็ไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย นางนั่งอยู่ที่นั่นหลับตาลงขณะที่ทำการฝึกตนอยู่

ที่ด้านข้างของหญิงสาวเยาว์วัยเป็นหญิงชราที่ดูเหมือนกับเป็นผู้รับใช้ นั่งอยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆ ไม่สนใจหญิงสาวเยาว์วัยและผู้พิทักษ์เต๋าทั้งสิบคนโดยสิ้นเชิง

หลังจากที่ผ่านไปครึ่งค่อนวัน บุรุษหนุ่มในชุดสีน้ำเงินก็ลืมตาขึ้นมา และมองไปยังหญิงสาวเยาว์วัยในชุดขาว ดวงตามันแวบขึ้นด้วยแสงอัน

ลี้ลับ และเข้าไปใกล้นางในทันที จากนั้นก็ประสานมือและโค้งตัวลงต่ำ

“สวี่กูเหนียง (แม่นางสวี่) พวกเราได้พบกันอีกแล้ว! หลินชงขอคารวะเจ้าโลกันต์ที่สี่สิบเก้า!”

หญิงสาวเยาว์วัยในชุดขาวลืมตาขึ้นมา มองไปยังบุรุษหนุ่ม หลังจากที่ยิ้มให้กับมันเล็กน้อย นางก็หลับตาลงอีกครั้ง

บุรุษหนุ่มยิ้มตอบกลับไป ดูเหมือนว่าจะไม่มีความขุ่นเคืองใจใดๆ แต่เมื่อมันหันหลังไป แสงอันน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นอยู่ในส่วนลึกของดวงตา มันกำลังจะจากไป แต่ทันใดนั้นเอง เครื่องหมายลำดับขั้นจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน และสามารถจะรับรู้ได้ว่าในตอนนี้ยังมีสมาชิกของลำดับขั้นอีกคน อยู่ในอาณาจักรขุนเขาทะเล

“ขุนเขาทะเลที่เก้า หือ…มันอ่อนแอ่กว่าคนอื่นๆ มากนัก…”

รังสีสังหารแวบขึ้นมาในดวงตาของบุรุษหนุ่ม

ภาพเดียวกันนี้ได้ปรากฏขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่าในสถานที่แห่งอื่นของขุนเขาทะเลต่างๆ ในขณะที่เมิ่งฮ่าวเริ่มสงสัยขึ้นมา สมาชิกลำดับขั้นอีกสิบสองคนต่างก็สามารถจะรับรู้ถึงเขาได้ทั้งหมด

การแข่งขันกันเองเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับศักดิ์ฐานะที่อยู่ในลำดับขั้น รวมทั้งผู้คนที่อยู่นอกเหนือจากลำดับขั้นต่างก็ต้องการจะสังหารสมาชิกลำดับขั้นเหล่านั้น เพื่อที่จะได้เข้าไปแทนที่ ซึ่งความคิดเช่นนี้ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในท่ามกลางสมาชิกลำดับขั้นด้วยกันเอง

สำหรับพวกมันแล้ว ผู้อ่อนแอไม่มีคุณสมบัติที่จะมายืนอยู่ในท่ามกลางพวกมัน ถึงแม้ว่าผู้ที่อยู่ในลำดับขั้นจะไม่มีใครอ่อนแออย่างแท้จริงก็ตามที แต่ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งไม่มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเพียงพอ ในที่สุดก็จะตกอยู่ที่ด้านหลังและถูกกำจัดไป

ในเขตขุนเขาแรกเป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาที่ธรรมดา แต่บนหน้าผากของมันมีดวงตาที่สามอยู่ ตอนนี้มันนั่งขัดสมาธิอยู่ที่ด้านหน้าของแท่นกระดานหมากรุก กำลังถือเม็ดหมากอยู่ในมือ เห็นได้ชัดว่ากำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์

ที่เบื้องหน้ามันเป็นหญิงสาวเยาว์วัยผู้หนึ่งในชุดยาวสีเขียวมรกต นางมีความงดงามเป็นอย่างยิ่งจนยากที่จะหาใครมาเทียบได้ มีรูปร่างหน้าตาที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนหลงใหล

ดวงตาหงส์ส่องประกายราวกับจะสามารถกระชากวิญญาณของบุรุษออกมาได้ สายลมโชยพัดเส้นผมที่ยาวเงางามสีดำของนางไปอย่างช้าๆ ทำให้เส้นผมบางส่วนลอยพลิ้วผ่านหน้าอกของนางไปอย่างอ่อนโยน เครื่องประทินโฉมช่วยแต่งแต้มสีสันให้กับใบหน้านางเล็กน้อย ทำให้สองข้างแก้มของนางเป็นสีชมพูเรื่อ ให้ความรู้สึกที่ชดช้อยอ่อนโยนมีเสน่ห์ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง

นางคล้ายกับเป็นผีเสื้อที่กำลังกระพือปีกอยู่ในสายลม หรือเป็นนางเซียนที่กำลังลอยผ่านหิมะมา เป็นหญิงสาวที่ไม่ว่านางจะไปยังที่แห่งใด บุปผายังต้องหม่นหมอง ดวงตะวันและจันทรายังต้องมืดสลัวเลือนรางลง และทำให้หญิงสาวอื่นๆ ทั้งหมดต้องลดความงดงามลงไป

นางยังถูกห้อมล้อมด้วยปราณเซียนอยู่อีกด้วย ซึ่งกำลังหมุนวนไปรอบๆ ร่างนางอย่างช้าๆ ทำให้ดูไม่ธรรมดาไปโดยสิ้นเชิง

“พี่เฉิน ดูเหมือนว่าหมากกระดานนี้ ท่านกำลังจะพ่ายแพ้ไปด้วยเช่นกัน”

นางกล่าวขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ความงดงามที่เป็นเลิศของนางยิ่งมีเสน่ห์มากขึ้นไปกว่าเดิม สายลมที่กำลังพัดผ่านไป ดูเหมือนว่าไม่ยินดีที่จะแยกจากนางไป แต่กลับหมุนวนไปรอบๆ ตัวนางอย่างต่อเนื่อง

“โลกก็เหมือนกับหมากรุก และชีวิตก็เหมือนกับความฝัน หมากแต่ละเม็ดต้องเล่นด้วยความคิดที่ถูกต้องแม่นยำ…เสวี่ยเอ๋อร์กูเหนียง ท่านสมกับที่เป็นผู้สืบทอดอันดับหนึ่งแห่งเซียนกู่จริงๆ ท่านมีประสบการณ์ในการเดินทางอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่มาอย่างยาวนาน และทุกๆ ย่างก้าวที่นุ่มนวลของท่านก็ทำให้ดอกบัวบานสะพรั่ง” มันมองขึ้นไปยังหญิงสาวเยาว์วัย และยิ้มน้อยๆ ออกมา

“เสวี่ยเอ๋อร์กูเหนียง ในท่ามกลางสมาชิกทั้งสิบสองคนของลำดับขั้น ท่านมาหาข้าในตอนแรก จากนั้นก็ออกเดินทางไปทั่วทั้งอาณาจักรขุนเขาทะเล และในตอนนี้ท่านก็มาหาข้าอีกครั้ง ดูเหมือนว่าข้าจะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง”

“น่าเสียดายที่ข้าไม่อาจจะหาใครมาชนะข้าได้ในด้านหมากรุก พี่เฉิน ในท่ามกลางสมาชิกคนอื่นๆ ทั้งหมดของลำดับขั้น ท่านเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถจะยืนหยัดได้อย่างยาวนานมากที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้นก็…” หญิงสาวเยาว์วัยตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ ในที่สุดนางก็พยักหน้า และกำลังจะกล่าวต่อไป แต่ทันใดนั้นเองที่สีหน้าต้องเปลี่ยนไป

ในเวลาเดียวกันนั้น บุรุษหนุ่มเยาว์วัยที่ดูสุภาพเรียบร้อย ซึ่งนางกำลังพูดคุยด้วยก็มีท่าทางที่ประหลาดใจขึ้นเช่นเดียวกัน

เครื่องหมายลำดับขั้นปรากฏขึ้นบนหน้าผากของมัน และฉับพลันนั้นมันก็สามารถรับรู้ได้ถึงความผันผวนจากเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในขุนเขาทะเลที่เก้า

“สมาชิกใหม่ น่าเสียดายที่มันอ่อนแอนัก” หลังจากที่ผ่านไปชั่วขณะ บุรุษผู้นั้นก็ไม่ให้ความสนใจต่อเมิ่งฮ่าวอีก แต่มองไปยังหญิงสาวที่เบื้องหน้า ถึงแม้ว่าสีหน้ามันจะสงบนิ่ง แต่ภายในใจกำลังวิตกกังวลอยู่เล็กน้อย

หญิงสาวนางนั้นไม่พูดอะไรออกมาเพื่อโต้ตอบ นางมองลงไปยังกระดานหมากรุกอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็มองไปยังบุรุษผู้นั้น ในที่สุดนางก็ลุกขึ้นมายืนและโบกสะบัดมือ ทำให้กระดานหมากรุกหายไป

“เมื่อลำดับขั้นมีสมาชิกใหม่ปรากฏขึ้น ข้าก็จะไปร่วมแสดงความยินดีด้วย ข้าต้องการจะดูว่าโชคชะตาของข้ามีการเชื่อมต่อกับคนผู้นั้นหรือไม่ พี่เฉิน…ถ้าข้าไม่มีโชคชะตาร่วมกับมัน ข้าก็จะมาหาท่านอีกครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องเต๋าด้วยกัน”

“คนที่อ่อนแอเช่นนั้น…ทำไมเสวี่ยเอ๋อร์กูเหนียงต้องไปเสียเวลากับมันด้วย?” บุรุษหนุ่มกล่าวขึ้นมาอย่างช้าๆ

“ครั้งแรกที่ข้ามาพบท่าน พี่เฉินก็ไม่ได้มีพื้นฐานฝึกตนเหมือนในตอนนี้เช่นกัน” หญิงสาวยิ้มให้จากนั้นก็หมุนตัวและพุ่งจนหายลับตาไป

บุรุษหนุ่มที่นางเรียกว่าพี่เฉิน นั่งเงียบๆ อยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน ในที่สุด แสงแห่งความเชื่อมั่นในตัวเองก็ปรากฏขึ้นในดวงตา จากนั้นมันก็หลับตาลง

การเปิดตัวในลำดับขั้นเป็นครั้งแรกของเมิ่งฮ่าวนี้ ทำให้เกิดเป็นปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน ในท่ามกลางสมาชิกคนอื่นๆ เวลาเดียวกันนั้น ในกลุ่มเต๋าอีกแห่งที่อยู่ในขุนเขาทะเลที่แปด ฉับพลันนั้นก็มีผู้คนเริ่มรับรู้ได้ถึงสมาชิกใหม่ของลำดับขั้น!

สมาชิกที่แท้จริงของลำดับขั้นยากที่จะสร้างขึ้นมาได้ บางคนที่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอก็ยังคงอยู่ในลำดับขั้น และยังมีเครื่องหมายของลำดับขั้นอยู่ โดยที่ไม่ได้รับการยอมรับ หลังจากที่เมิ่งฮ่าวดูดซับผลเนี่ยผานผลแรกเข้าไปได้อย่างสมบูรณ์ ในที่สุด…ก็ถูกรับรู้ในฐานะที่เป็นสมาชิกที่แท้จริงของลำดับขั้น ดังนั้นในตอนนี้…เขาจึงเป็นที่ประจักษ์อยู่ในจิตใจของสมาชิกคนอื่นๆ

ตอนนี้เมิ่งฮ่าวอยู่ในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า ในขุนเขาทะเลที่เก้า ดวงตาสาดประกายขึ้น และพึมพำกับตัวเอง ในที่สุดเขาก็วางเรื่องของลำดับขั้นไว้ด้านข้าง และมุ่งเน้นไปที่ตนเองอย่างเต็มที่

“ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรโบราณที่มีตะเกียงดับลงไปแล้วน้อยกว่าห้าดวงไม่อาจจะมาสู้กับข้าได้!” เมิ่งฮ่าวคิดดวงตาสาดประกายขึ้น ขณะที่มองลงไปยังผลเนี่ยผานที่อยู่ในมือ

“ไม่รู้ว่าถ้าข้าทำการดูดซับผลเนี่ยผานเข้าไปอีกเป็นผลที่สอง ข้าจะมีพลังที่เกินกว่าจักรพรรดิเซียนหรือไม่…ไม่รู้ว่าข้าจะไปอยู่ที่อาณาจักรอะไร?” แค่คิดก็ทำให้เมิ่งฮ่าวต้องเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เขายกผลเนี่ยผานขึ้นมาและโดยไม่ลังเลใดๆ อีก เขากดมันลงไปบนหน้าผากอย่างรวดเร็ว

ตูมมมมมมม!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: