Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1073

I shall seal the heaven Chapter 1073

ตอนที่ 1073

เซียนทุกชั้นฟ้า!

ขณะที่คำพูดของเมิ่งฮ่าวดังก้องออกไป เขามุ่งหน้าไปยังยอดเขาที่อยู่ตรงกลาง ในชั่วพริบตาก็ไปอยู่บนยอดเขา แต่แสงระยิบระยับของเกราะป้องกัน จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมาเพื่อปิดกั้นเขาไว้

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น ขณะที่กำหมัดจนแน่นและต่อยไปยังเกราะป้องกัน ทำให้เกิดเป็นระลอกคลื่นกระจายออกไป

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น หลงเทียนไห่กำแผ่นหยกไว้ในมือ นั่งอยู่ในถ้ำแห่งเซียน ตั้งแต่ตอนที่เมิ่งฮ่าวเริ่มทำการสังหารมาตลอดเส้นทางในสำนัก มันได้ส่งข้อความเข้าไปในแผ่นหยก

“ท่านปรมาจารย์ ท่านอยู่ที่ไหน!?!?”

โชคร้าย ที่ไม่มีคำตอบรับใดๆ ออกมาจากแผ่นหยกแม้แต่น้อย

เมิ่งฮ่าวกำลังสังหารผู้ฝึกตนอสูรทั้งซ้ายและขวา ทำลายค่ายกลเวทปูทะเลไป ทำให้พิรุณโลหิตตกลงมาจากท้องฟ้า และผู้ฝึกตนอสูรที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นก็เกิดความหวาดกลัวขึ้น จนถึงจุดที่พวกมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้เขา สำหรับหลงเทียนไห่ มันตกอยู่ในความสิ้นหวังไปโดยสิ้นเชิง

มันมองขึ้นไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่ด้านนอกถ้ำแห่งเซียน และดวงตาที่แดงก่ำก็สาดประกายขึ้นด้วยความบ้าคลั่ง ในที่สุดมันก็กัดฟันแน่นและบดขยี้แผ่นหยกไป

“ต้องการสังหารข้า? มันไม่ง่ายดายเช่นนั้น!” เปลวไฟแห่งความบ้าคลั่งแวบขึ้นมาในดวงตาของหลงเทียนไห่ โดยปกติแล้วมันเป็นคนที่มีความระมัดระวังตัวเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งก็หมายความว่ามันต้องมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ตลอดช่วงของการต่อสู้กับเมิ่งฮ่าวที่ด้านนอกประตูสำนัก มันรับรู้ได้ว่าเมิ่งฮ่าวมีความน่ากลัวมากเพียงใด และเริ่มจัดเตรียมการเป็นครั้งสุดท้ายไว้ในทันที

แต่เมิ่งฮ่าวก็มาปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไป ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยาม ทำให้การเตรียมตัวของมันไม่อาจจะทำได้อย่างสมบูรณ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ได้ ในตอนนี้มันคงจะต้องเสี่ยงลองใช้ในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ไปก่อน

“เมิ่งฮ่าว ถึงแม้ว่าข้า, หลงเทียนไห่ จะต้องตายไป…ข้าก็ต้องนำเจ้าไปด้วย!” ด้วยเช่นนั้น มันจึงยื่นสองมือกดลงไปบนพื้น ทันใดนั้นทั่วทั้งถ้ำแห่งเซียนก็สาดประกายด้วยแสงอันเจิดจ้า และหมุนวนไปมา ปกคลุมไปรอบๆ ทั่วทั้งภูเขาในทันที

แสงที่กระจายออกมาจากจุดศูนย์กลางของภูเขา ได้ปกคลุมไปยังยอดเขาทั้งสองด้วยเช่นกัน ต่อจากนั้นอีกสองภูเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง และพังทลายลงไปในฉับพลัน ก้อนหินดินทรายนับไม่ถ้วนตกลงไป และฝุ่นละอองก็พุ่งกระจายออกไปขณะที่ยักษ์ศิลาขนาดใหญ่สองตนได้โผล่ออกมา

พวกมันแผดร้องคำรามเป็นเสียงดัง ขณะที่พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าวเพื่อขัดขวางเขา

ระลอกคลื่นอันน่าประหลาดใจกระจายออกมาจากยักษ์ศิลาขนาดใหญ่ อย่างน่าตกใจยิ่ง พวกมันเทียบเท่ากับผู้ฝึกตนอาณาจักรโบราณ ที่มีตะเกียงวิญญาณดับลงไปแล้วสามดวง

ในชั่วพริบตา สองยักษ์ศิลาก็กำมือเป็นหมัดและต่อยตรงไปยังเมิ่งฮ่าว ทำให้เกิดเป็นสายลมขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไป ในท่ามกลางอากาศ

เมิ่งฮ่าวแค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา จากนั้นก็ขยับมือร่ายเวท ทำให้เกิดเป็นลมพายุพุ่งออกไปจากมือ เขาชี้นิ้วไป และลมพายุนั้นก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นถึงหนึ่งร้อยจ้างอย่างรวดเร็ว และจากนั้นก็พุ่งตรงไปยังยักษ์ศิลา

เมื่อพวกมันกระแทกเข้าหากัน เสียงระเบิดก็ดังก้องออกไป ลมพายุหายไป สองยักษ์ศิลาสั่นไปมาและจากนั้นก็พังทลายลงไป ส่งผลให้เกิดเป็นก้อนศิลานับไม่ถ้วนตกลงไปบนพื้นดิน

อย่างไรก็ตาม แทบจะในทันทีที่ยักษ์ศิลาพังทลายลงไป ก้อนศิลาก็ลอยกลับขึ้นไป และก่อตัวขึ้นมาใหม่กลายเป็นร่างเดิมของพวกมัน แต่ในครั้งนี้พื้นฐานฝึกตนของพวกมันไม่ได้มีตะเกียงวิญญาณที่ดับลงไปแค่สามดวงเท่านั้น แต่เป็นห้าดวง!

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น จากนั้นก็ขยับนิ้วเข้าด้วยกันอยู่ที่เบื้องหน้า แสงทั้งหมดในบริเวณนั้นพุ่งเข้ามารวมตัวกันอยู่ในฝ่ามือของเขา ก่อตัวกันเป็นภาพของดวงตะวันอันน่าตกใจ ดวงตะวันลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา ทำการดูดซับเอาแสงทั้งหมดที่อยู่ภายในอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าเข้ามา ทำให้อากาศรอบๆ ตัวเมิ่งฮ่าวเริ่มบิดเบี้ยวไปมา

พื้นฐานฝึกตนของเขาพุ่งทะยานขึ้นไป และชีพจรเซียนหนึ่งร้อยยี่สิบสามจุดก็หลอมรวมเข้าด้วยกัน สามสิบสามสวรรค์ปรากฏขึ้น และในเวลาเดียวกันนั้น ดวงจันทร์สีม่วงก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอยู่ที่ด้านข้างของดวงตะวัน

ดวงตะวันและจันทราเริ่มโคจรหมุนวนซึ่งกันและกัน ในขณะที่ขุนเขาที่เก้าได้ปรากฏขึ้น ภาพที่เห็นนี้ช่างน่าแปลกใจไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่เมิ่งฮ่าวโบกสะบัดมือ ทำให้ดวงตะวันและจันทรา กระแทกเข้าหากัน และระเบิดเป็นพลังโจมตีอันมหาศาล ม้วนกวาดออกไปในทั่วทุกทิศทาง

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มกึกก้องขึ้น ตามมาด้วยเสียงแตกร้าวจากยักษ์ศิลา เมิ่งฮ่าวก้าวเดินไปข้างหน้า และหอกที่ส่วนคมเป็นกระดูกได้ปรากฏขึ้นอยู่ในมือ เขาขว้างมันออกไปอย่างรุนแรง ทำให้กลายเป็นลำแสงพุ่งฝ่าอากาศไป แทงทะลุไปยังยักษ์ศิลาทั้งสอง ทำให้พวกมันสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง และจากนั้นก็ระเบิดไป ในเวลาเดียวกันนั้น หอกก็แทงเข้าไปในเกราะป้องกันที่อยู่รอบๆ จุดศูนย์กลางของภูเขา

เกราะป้องกันบิดเบี้ยวไปมา ราวกับว่ากำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

ภายในถ้ำแห่งเซียน หลงเทียนไห่กระอักโลหิตออกมา และร่างกายมันก็แห้งเหี่ยวลงไปเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งเสียงแผดร้องออกมาขณะที่ร่างกายได้กลายเป็นมังกรทะเลที่มีความยาวหนึ่งร้อยจ้าง มีสีดำสนิทเหมือนกับเป็นมังกรดำ!

ที่น่าสังเกตมากเป็นอย่างยิ่งก็คือ เกล็ดสีขาวอันน่าตกใจสามารถจะมองเห็นได้บนหน้าผากของมัน

เห็นได้ชัดว่าเกล็ดนี้เป็นการบ่งบอกว่ามันมีตำแหน่งที่สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ในท่ามกลางกลุ่มมังกรทะเลด้วยกันเองก็ตาม

มันต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นอย่างมากด้วยพลังชีวิตของตัวเอง เพื่อที่จะกลายร่างเป็นร่างที่แท้จริงของตนเอง!

“ค่ายกลเวทอันยิ่งใหญ่ดินแดนเทพ! ต้นไม้ใบหญ้าทั้งมวล ภูเขาและก้อนศิลาทั้งหมด จงกลายมาเป็นวิญญาณแห่งค่ายกลเวทนี้! ข้าขอสังเวยด้วยโลหิตมังกรเพื่อค่ายกลเวท! จงตื่นขึ้นมา!”

หลงเทียนไห่แผดร้องคำรามขณะที่พลังชีวิตจำนวนมากไหลออกไป และเห็นได้ชัดว่าร่างกายมันแห้งเหี่ยวลง อย่างไรก็ตาม ยักษ์ศิลาที่พังทลายลงไปตรงด้านนอกของถ้ำแห่งเซียน…จู่ๆ ก็ก่อตัวกลับเข้ามาใหม่ ลุกขึ้นมายืนในทันที

ตอนนี้…กลิ่นอายของตะเกียงวิญญาณที่ดับลงไปแล้วเจ็ดถึงแปดดวงกระจายออกมาจากร่างพวกมัน

ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น เขาตระหนักดีถึงความระมัดระวังตัวของหลงเทียนไห่ แต่ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะมีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันจัดตั้งค่ายกลเวทนี้ขึ้นมาก่อนล่วงหน้า ก่อนที่เขาจะมายังที่แห่งนี้!

“มันกำลังยืมพลังจากอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า เพื่อสร้างเป็นค่ายกลเวทเกราะป้องกันนี้ขึ้นมา…?”

เมิ่งฮ่าวมองลงไปยังสองยักษ์ศิลาด้วยความครุ่นคิด และพอจะบอกได้ว่าพวกมันมีการเชื่อมต่ออยู่กับอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าบ้างเล็กน้อย

“แต่มันคงไม่อาจจะประคับประคองพวกมันได้นานนัก อย่างมากที่สุด…ก็คงแค่ธูปเผาไหม้หมดไปครึ่งดอกเท่านั้น!”

เขาถอยไปทางด้านหลัง และกำลังจะพุ่งห่างออกไปไกล แต่ทันใดนั้นเองจิตใจก็ต้องสั่นสะท้านขึ้น

ฉับพลันนั้นเสียงของหลิงอวิ๋นจื่อก็ดังขึ้นมาอยู่ในหูของเขา

“ถ้าเจ้าต้องการสังหารมัน ก็ให้รีบจัดการ พวกเราไม่อาจจะถ่วงเวลาได้อีกต่อไปแล้ว”

ในเวลาเดียวกับที่มีเสียงดังขึ้นมาในหูของเมิ่งฮ่าว ก็ได้ยินเสียงแผดร้องด้วยโทสะดังก้องออกมาจนทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องสั่นสะเทือน เป็นเสียงที่ทำให้คนทั้งหมดต้องสั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่านี่คือ…เสียงของผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋า

ทันใดนั้นกลุ่มฝูงชนก็ตอบรับเสียงนั้นในทันที

“ท่านปรมาจารย์!!”

“ท่านปรมาจารย์กำลังมาแล้ว!!”

ย้อนกลับเข้าไปในถ้ำแห่งเซียน ดวงตาหลงเทียนไห่สาดประกายขึ้นด้วยแสงแห่งความดีใจ ขณะที่มันรับรู้ได้ว่าสุ้มเสียงที่แผดร้องคำรามนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นปรมาจารย์อาณาจักรเต๋าของกลุ่มผู้ฝึกตนอสูร

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่วิกฤต ทำให้ดวงตาเมิ่งฮ่าวต้องแวบขึ้นด้วยความมุ่งมั่น และต้องสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ เขาสามารถบอกได้ว่าเสียงคำรามนั้นต้องเป็นปรมาจารย์อสูรอาณาจักรเต๋า

ซึ่งตอนนี้กำลังพุ่งตรงมายังสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน แต่หลิงอวิ๋นจื่อและคนอื่นๆ กำลังถ่วงเวลามันอยู่ น่าเสียดาย…ที่เมิ่งฮ่าวไม่มีเวลามากพอถึงธูปเผาไหม้หมดไปครึ่งดอกเพื่อที่จะจบการต่อสู้นี้ลงไป

เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ จากนั้นก็ยกมือขึ้นมา ภายในนั้นเป็นผลเนี่ยผานหนึ่งลูก

“ถ้าเป็นเช่นนี้ ข้าก็มีแค่ทางเลือกเดียวเท่านั้น”

เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา เขาไม่ได้พึ่งพาผลเนี่ยผานในตอนที่ต่อสู้กับผู้อาวุโสไห่เซิ่ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการจะใช้มัน แต่พลังของเขาจะหมดไปอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจากการใช้มันไป ทำให้ไม่อาจจะต่อสู้ได้ภายในช่วงเวลาสั้นๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าของกลุ่มผู้ฝึกตนอสูรกำลังมา นั่นก็หมายความว่าหลิงอวิ๋นจื่อและคนอื่นๆ ก็จะมาด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งก็หมายความว่าตอนนี้จะเป็นโอกาสอันดีที่จะใช้ผลเนี่ยผาน

“เซียนทุกชั้นฟ้า…จะมีความแข็งแกร่งเช่นใด?” ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกคาดหวังต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยไม่ลังเลใดๆ อีก เขารีบกดผลเนี่ยผานเข้าไปในหน้าผากอย่างรวดเร็ว

สิ่งแรกที่เขาพบเจอคือความเจ็บปวดอย่างรุนแรง กำลังระเบิดขึ้นมาอยู่ภายในร่าง ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขาก็ต้องแหงนหน้าขึ้นและส่งเสียงกู่ร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เป็นเสียงกู่ร้องที่แหบแห้ง ตามมาด้วยการระเบิดขึ้นไปของพื้นฐานฝึกตน!

เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ และทุกสิ่งทุกอย่างก็สั่นสะเทือน สายลมส่งเสียงกรีดร้องอยู่รอบๆ ร่างเมิ่งฮ่าว ม้วนกวาดออกไปยังทุกสรรพสิ่ง ทำให้ทั้งหมดตกลงไป ขณะที่แรงกดดันขนาดใหญ่ได้กดทับลงมายังอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า!

เมิ่งฮ่าวสั่นสะท้านและโลหิตก็ไหลซึมออกมาจากทั่วทั้งร่าง พลังของเขาเริ่มพุ่งสูงขึ้นไป ผ่านอาณาจักรแห่งจักรพรรดิเซียนและเข้าไปสู่ระดับอันน่ากลัวอย่างอื่น

มันไม่ได้หยุดแต่เพียงนี้เท่านั้น แต่ยังคงพุ่งสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง เมิ่งฮ่าวเริ่มมีรูปร่างที่ใหญ่โตขึ้นและสูงขึ้น ขณะที่กายเนื้อและพื้นฐานฝึกตนของเขามีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว!

เมื่อคิดว่าตนเองไม่รู้ว่าจะอยู่ในสถานะนี้ได้นานมากแค่ไหน เขาจึงไม่ต้องการที่จะรอคอยให้การขยายร่างนี้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เขาเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ไปอยู่ที่เบื้องหน้าของหนึ่งในยักษ์ศิลา ยักษ์ศิลาแผดร้องคำรามและต่อยหมัดตรงมา แต่สิ่งที่เมิ่งฮ่าวทำทั้งหมดก็คือยกนิ้วขึ้นและแตะไปที่ร่างมัน

เพียงแค่ขยับนิ้วไปหนึ่งครั้งเท่านั้น ก็ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกมา ขณะที่หมัดของยักษ์ศิลาระเบิดออกไปในทันที

ไม่นานต่อมา ยักษ์ศิลาก็แตกกระจายออกเป็นชิ้นๆ และระเบิดไปด้วยเช่นเดียวกัน

ที่มากไปกว่านั้นก็คือว่า เพียงแค่นิ้วที่โจมตีไปอย่างเรียบง่ายของเมิ่งฮ่าว ดูเหมือนจะปะทุเป็นพลังที่โดดเด่นซึ่งปกคลุมไปทั่วทั้งร่างยักษ์ศิลา และ…ตัดการเชื่อมต่อกับกฎธรรมชาติของมันไป!

ยักษ์ศิลาถูกบังคับให้หลุดออกมาจากภายในพลังค่ายกลเวทของอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้า เป็นการกระทำที่ทำให้ค่ายกลเวทเกราะป้องกันอันยิ่งใหญ่ต้องสั่นสะเทือนไปทั้งหมด แม้แต่ต่อต้านก็ยังไม่กล้า

นี่คือการเดินไปแค่ก้าวแรกเท่านั้น และเป็นการชี้ออกไปแค่นิ้วเดียว แต่ก็ทำให้คนทั้งหมดต้องตกตะลึงไป แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอาณาจักรเต๋าที่ใกล้เข้ามาก็ยังต้องสั่นสะท้าน

จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็เดินไปเป็นก้าวที่สอง และแตะนิ้วลงไปเป็นครั้งที่สอง ยักษ์ศิลาตัวที่สองก็พังทลายลงไปในทันทีเหมือนกับตัวแรก แม้แต่จะกลายเป็นเศษศิลามันก็ยังไม่อาจจะทำได้ มันแตกกระจายกลายเป็นฝุ่นละอองไป!

เมิ่งฮ่าวไม่จำเป็นต้องตัดมันออกไปจากกฎธรรมชาติ แต่กลับกัน…เขากวาดล้างมันออกจากอาณาจักรแห่งท้องทะเลที่เก้าไปโดยสิ้นเชิง!

เมิ่งฮ่าวลอยตัวอยู่ที่นั่น พลังพุ่งขึ้นไป สายลมกรีดร้องระงม ทำให้เส้นผมและเสื้อผ้าพลิ้วไปมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าเขาสามารถจะจ้องมองลงไปยังโลกแห่งนี้ได้ทั้งหมด บรรยากาศการสะกดข่มที่กระจายออกมาจากร่างเขา กำลังพุ่งสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาเมิ่งฮ่าวก็เดินไปข้างหน้าเป็นก้าวที่สาม ทำให้เกราะป้องกันของจุดศูนย์กลางภูเขาแตกกระจายออกไป ราวกับว่ามันหวาดกลัวเขา และไม่กล้าที่จะมาขวางทางเขาไว้ จากนั้น…แม้แต่ก่อนที่เขาจะเดินไปเป็นก้าวที่สามได้เสร็จสิ้น ภูเขาก็พังทลายลงไป เศษชิ้นส่วนของก้อนศิลาปลิวว่อนออกไปในทั่วทุกทิศทาง เผยให้เห็นเป็นหลงเทียนไห่ที่อยู่ในถ้ำแห่งเซียน กระอักโลหิตออกมา ร่างกายแห้งเหี่ยวลงไป สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ท่านปรมาจารย์ ช่วยข้าด้วย!!”

มันแผดร้องออกไปด้วยพลังเฮือกสุดท้าย เท่าที่สามารถจะรวบรวมขึ้นมาได้จากพลังชีวิตของมัน ร่างจริงของหลงเทียนไห่คือมังกรทะเลที่ยาวหนึ่งร้อยจ้าง แต่ตอนนี้มันกลับอ่อนแอเป็นอย่างมากจนดูเหมือนกับเป็นถุงหนังห่อหุ้มกระดูก

เมิ่งฮ่าวเดินไปเป็นก้าวที่สามจนเสร็จสิ้น และไปปรากฏตัวขึ้นที่เบื้องหน้าหลงเทียนไห่ ตอนนี้เขามีความสูงประมาณสิบจ้าง ดูคล้ายกับเป็นเทพเซียน ขณะที่ยื่นมือออก…และคว้าจับไปที่ลำคอของหลงเทียนไห่

ไม่ว่าหลงเทียนไห่จะดิ้นรนอย่างไร มือที่กำจนแน่นของเมิ่งฮ่าวก็เป็นสิ่งที่ ความสามารถศักดิ์สิทธิ์, วิชาเวท และแม้แต่กฎธรรมชาติทั้งปวงก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ เมื่อเขาต้องการจะจับอะไรไว้แล้วละก็…มันก็จะถูกจับไว้อย่างมั่นคง!

“เสี่ยวเป้ย (ผู้เยาว์) เจ้ากล้า!?”

เสียงแผดร้องคำรามด้วยโทสะดังก้องออกมาจนแทบจะทำให้โลกแห่งนี้พังทลายลงไป ระเบิดอยู่ในหูของเมิ่งฮ่าว ทำให้เขาต้องถอยโซเซไปทางด้านหลัง

ในเวลาเดียวกันนั้น ผลเนี่ยผานก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าผาก และพื้นฐานฝึกตนของเขาก็เริ่มจมกลับลงไป โดยที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาผนึกหลงเทียนไห่ไว้ และโยนมันเข้าไปในถุงสมบัติ จากนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดขาว เขายกมือขึ้นมาคว้าจับผลเนี่ยผานไว้

เขาไม่ได้หมดสติไปเหมือนครั้งที่แล้ว ยังคงมีพลังเหลืออยู่เล็กน้อย ช่วยให้สามารถจะขึ้นไปอยู่บนก้อนศิลาตรงบริเวณนั้นได้ เขารีบหยิบเอาเม็ดยาออกมาบางส่วนและกลืนลงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นรอยยิ้มอันเขินอายก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า และมองขึ้นไปในท้องฟ้า

“หว่านเป้ย (ผู้เยาว์) ไม่กล้า!”

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: