I shall seal the heaven Chapter 1101

0 Comments

ตอนที่ 1101

สังหารเข้าไปในภูเขากั๋วยิ่น!

หานชิงเหลยนั่งขัดสมาธิอยู่บนภูเขากั๋วยิ่นในชนเผ่าที่แปด ด้วยใบหน้าที่ซีดขาว กระอักโลหิตอีกกองโต หยิบเอาเม็ดยาออกมาด้วยความกระวนกระวายใจ และกลืนกินลงไปในทันที มันไม่เพียงแต่ต้องพ่ายแพ้ไปในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น แต่ในตอนนี้มันกำลังถูกเมิ่งฮ่าวไล่ล่าติดตามมา อย่างไรก็ตามในอาณาจักรสายลมแห่งนี้ ไม่มีสถานที่แห่งใดจะปลอดภัยสำหรับมัน มากไปกว่าภูเขากั๋วยิ่นนี้อีกแล้ว

ขณะที่มันนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นั่น อาการบาดเจ็บก็เริ่มถูกรักษาไปอย่างช้าๆ ในเวลาเดียวกันนั้น สี่ผู้ฝึกตนวัยกลางคนที่มาจากขุนเขาทะเลที่แปด ก็ยังคงอยู่ที่ด้านนอกของภูเขา คอยเป็นผู้พิทักษ์ และในเวลาเดียวกันนั้น ต่างก็มองดูซึ่งกันและกันด้วยความหวาดกลัว เห็นได้ชัดว่าพวกมันทั้งหมดกำลังสั่นสะท้านอยู่ภายในใจ

พวกมันรู้จักหานชิงเหลย และไม่เคยพบเจอกับคนในรุ่นเดียวกันนี้ที่สามารถจะเอาชนะมันได้เช่นนี้มาก่อน

ดังนั้น…เมื่อได้เห็นอาการบาดเจ็บของหานชิงเหลย ก็ทำให้พวกมันต้องขวัญเสียไปโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้พวกมันก็ตระหนักดีว่า ก่อนหน้านี้หานชิงเหลยได้มุ่งหน้าตรงไปยังชนเผ่าที่เก้า

“ผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากขุนเขาที่เก้าคือใคร? เมิ่งฮ่าว…?”

“ต้องเป็นมัน! หานชิงเหลยมุ่งหน้าตรงไปยังชนเผ่าที่เก้า ดังนั้นพวกมันต้องต่อสู้กันเป็นแน่!” คนทั้งสี่สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และสีหน้าของพวกมันก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ไร้ทางเลือกใดๆ สำหรับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเนื่องจากภารกิจของพวกมัน หรือผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับโอกาสความสำเร็จในอาณาจักรสายลมของพวกมันก็ตามที การยอมแพ้ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับพวกมัน

เวลาผ่านไป และบุรุษทั้งสี่ก็โคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตนอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดลำแสงอันเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า ก่อนที่พวกมันจะทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ เสียงกระหึ่มขนาดใหญ่ก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ

ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นเมิ่งฮ่าว!

หลังจากที่เข้ามาในชนเผ่าที่แปด เขาก็ทำให้เกิดเป็นแรงกดดันขนาดใหญ่ กระจายออกไปทั่วทั้งชนเผ่า เป็นวิธีเดียวกับที่หานชิงเหลยได้กระทำมา ตอนที่มันเข้าไปในชนเผ่าที่เก้า ความรู้สึกที่ฝานตงเอ๋อร์และคนอื่นๆ พบเจอมาในตอนนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนทั้งหมดของชนเผ่าที่แปด

สีหน้าของบุรุษทั้งสี่เปลี่ยนไป ขณะที่พวกมันมองไปยังเมิ่งฮ่าว ก่อนที่เมิ่งฮ่าวจะทันได้ขยับตัว บุรุษทั้งสี่ก็กัดฟันแน่นและขยับมือร่ายเวทเพื่อเรียกความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมา

บุรุษทั้งสี่แผดร้องขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน “ค่ายกลอสูรสี่ศักดิ์สิทธิ์!”

ท้องฟ้าเปลี่ยนสีปฐพีสั่นสะเทือน บุรุษทั้งสี่เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรเซียน แต่อยู่ในอาณาจักรโบราณ!

พวกมันทั้งหมดมีพื้นฐานฝึกตนพร้อมกับตะเกียงวิญญาณที่ดับลงไปแล้วห้าดวง ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำหรับอาณาจักรสายลม การโจมตีของพวกมันทำให้สายลมขนาดใหญ่พุ่งขึ้นมา และเสียงกระหึ่มก็ดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พยัคฆ์สีขาวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

พยัคฆ์ขาวมีความยาวถึงหนึ่งร้อยจ้าง และสวมใส่ชุดเกราะของนักรบ กระจายพลังอันน่ากลัวออกมา ตามมาด้วยกลิ่นอายอันโหดเหี้ยมที่พุ่งสูงขึ้นไป

จากนั้นก็เป็นเต่าดำ มีความดุร้ายและดูคุกคามอย่างถึงที่สุด ถูกห้อมล้อมด้วยน้ำสีดำที่พลุ่งพล่านปั่นป่วน ม้วนตัวสูงขึ้นไปในท้องฟ้า

ดูเหมือนว่าจะมีพลังอย่างไร้ขอบเขตกระจายอยู่รอบๆ ตัวมัน ขณะที่ภาพลวงตาของดินแดนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ด้านล่างเท้าของมัน

ต่อมาวิหคแดง ที่ถูกห้อมล้อมด้วยทะเลแห่งเปลวเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นไปในท้องฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้น สุดท้ายคือมังกรเขียว ที่แผดร้องคำรามออกมาจนทำให้ท้องฟ้าต้องบิดเบี้ยวไปมา สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทำให้สายฟ้าเต้นไปมา และพลังที่ไม่ธรรมดาก็พุ่งสูงขึ้นไป

“สี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้าง!” ผู้ฝึกตนทั้งสี่แผดร้อง ทันใดนั้นอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ร้องคำรามออกมาและพุ่งทะยานตรงไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในท่ามกลางกลุ่มเมฆที่พลุ่งพล่านปั่นป่วน พยัคฆ์ขาวมาถึงด้วยความรวดเร็วเป็นอันดับแรก ระเบิดเป็นกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมา

ดวงตาเมิ่งฮ่าวแวบขึ้น และแค่นเสียงอย่างเย็นชาออกมา ขณะที่ก้าวเท้าตรงไปและโบกสะบัดมือขึ้น ทันใดนั้นเวทกลืนภูเขาก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ทำให้ภูเขานับไม่ถ้วนตกลงมา บดขยี้ลงไปยังพยัคฆ์ขาว เกิดเป็นเสียงกระหึ่มขึ้นขณะที่พยัคฆ์ขาวถูกตรึงอยู่กับที่ จากนั้นเมิ่งฮ่าวก็พุ่งตรงไป ฟาดฝ่ามือไปที่ศีรษะของพยัคฆ์ขาวอย่างดุร้าย

การฟาดนั้นทำให้เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนขนาดใหญ่วิ่งผ่านไปทั่วร่างพยัคฆ์ขาว หลังจากที่ส่งเสียงแผดร้องอย่างโหยหวนออกมา ในที่สุดศีรษะของมันก็ระเบิดออก และหนึ่งในสี่ผู้ฝึกตนก็กระอักโลหิตออกมากองโต

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะสูญเสียศีรษะไป แต่พยัคฆ์ขาวก็ยังไม่ตกตาย นอกจากนั้นมันก็ไม่ได้เป็นสัตว์อสูรที่แท้จริง แต่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยวิชาเวท มันยังคงใช้กรงเล็บกรีดเฉือนมายังเมิ่งฮ่าวอย่างโหดเหี้ยม

เสียงแหลมเล็กเสียดแทงแก้วหูคล้ายกับเป็นเสียงกระทบกันของโลหะดังก้องออกมา เมิ่งฮ่าวไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย กายเนื้อของเขาอยู่ในอาณาจักรโบราณแล้ว ดังนั้นพยัคฆ์ขาวตัวนี้จะทำให้เขาได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร?

พยัคฆ์ขาวนิ่งแข็งไปด้วยความตกตะลึง และสี่ผู้ฝึกตนที่กำลังปกป้องภูเขากั๋วยิ่นต่างก็ประหลาดใจกันไปทั่ว

“กายเนื้อของมัน…”

“บัดซบ นั่นคือกายเนื้ออะไรกัน?! มันไม่ได้รับบาดเจ็บจากพยัคฆ์ขาวแม้แต่น้อย!”

ขณะที่จิตใจพวกมันสั่นสะท้าน เมิ่งฮ่าวก็ยิ้มอย่างดุร้ายออกมาและพุ่งตรงไป กระแทกเข้าไปที่หน้าอกของพยัคฆ์ขาวโดยตรง เวทกลืนภูเขาถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ภูเขาไม่ได้ตกลงมาจากท้องฟ้า แต่พวกมันระเบิดออกมาจากภายในร่างของพยัคฆ์ขาว เกิดเป็นเสียงระเบิดขึ้น ขณะที่ยอดเขาอันแหลมคมแทงทะลุผ่านร่างของมันออกมา พร้อมกับเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัว ในชั่วพริบตา ร่างที่ใหญ่โตของมันก็ถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ โดยภูเขาจำนวนมาก

ผู้ฝึกตนที่ทำการควบคุมพยัคฆ์ขาวกระอักโลหิตออกมาอีกครั้ง และสั่นสะท้านขึ้นอย่างรุนแรง เสียงแตกร้าวได้ยินมาขณะที่กระดูกของมันแตกกระจายออกไป และบุรุษผู้นั้นก็แทบจะหมดสติไป

มันมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยความหวาดกลัวและประหลาดใจโดยสิ้นเชิง ในที่สุดมันก็ตระหนักว่าทำไมหานชิงเหลยถึงได้รับบาดเจ็บอย่างร้ายแรงเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่าเมิ่งฮ่าวมีความแข็งแกร่งกว่าหานชิงเหลยมากนัก ซึ่ง…แทบไม่อาจจะจินตนาการได้!

ก่อนที่พวกมันจะทันได้ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมาอีก เมิ่งฮ่าวก็กลายเป็นลูกธนูที่แหลมคม พุ่งตรงไปยังเต่าดำที่กำลังแผดร้องคำรามออกมา

เต่าดำมีความเหนียวแน่นอย่างน่าเหลือเชื่อ ถูกห้อมล้อมด้วยน้ำสีดำ และยืนอยู่บนดินแดนอันกว้างใหญ่ ทั้งหมดนี้ทำให้การป้องกันของมันมีความแน่นหนาอย่างน่าเหลือเชื่อ เมิ่งฮ่าวพุ่งทะลวงผ่านทั้งหมดนั้นไป กระแทกตรงไปยังร่างมัน

ทำให้เกิดเป็นเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจดังก้องขึ้นมา รอยแตกร้าวกระจายออกไปทั่วทั้งกระดองของเต่าดำ และในชั่วพริบตา น้ำสีดำก็จางหายไป ดินแดนอันกว้างใหญ่พังทลายลงไป และเต่าดำก็ระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ!

มันถูกบดขยี้ไปโดยสิ้นเชิง ไม่อาจจะต่อต้านอยู่ที่เบื้องหน้าเมิ่งฮ่าวได้ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นโลหิตก็พ่นกระจายออกมาจากปากของผู้ฝึกตนที่ควบคุมเต่าดำ ทันใดนั้นมันก็เริ่มหดตัวกลับไปและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจกลัว

ผู้ฝึกตนที่ยังเหลืออยู่สองคนส่งเสียงกู่ร้อง ทำให้วิหคแดงและมังกรเขียวแผดร้องคำรามออกมาด้วยเช่นกัน จากนั้นก็หมุนวนไปมา ร่วมมือกันโจมตีไปยังเมิ่งฮ่าวเพื่อขัดขวางเขาไว้

คล้ายกับเป็นการโจมตีไปโดยพร้อมเพรียงกันของมังกรและหงส์ ทำให้พลังของพวกมันพุ่งทะยานขึ้น ทะเลแห่งเปลวเพลิงที่อยู่รอบๆ ร่างของวิหคแดงเต็มอยู่ในท้องฟ้า เผาไหม้ทุกสรรพสิ่งทั้งเบื้องบนและด้านล่าง พยายามจะกำจัดเมิ่งฮ่าวไปโดยสิ้นเชิง

ขณะที่ความร้อนอันรุนแรงทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นระลอกคลื่นและบิดเบี้ยวไปมา เมิ่งฮ่าวก็ยิ้มออกมา

“เปลวไฟ?” เขากล่าวขึ้น โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้าตรงไปและจากนั้นก็ขยับมือขวาร่ายเวท ทันใดนั้นลูกทรงกลมแห่งเปลวไฟก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ

มันไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็น…แก่นแท้แห่งเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์!

เขาบีบมือลงไป และลูกทรงกลมแห่งเปลวไฟก็ระเบิดออก ส่งผลให้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์อันไร้ขอบเขตหมุนวนไปมาอยู่รอบๆ ตัว ขณะที่วิหคแดงใกล้เข้ามา

เมิ่งฮ่าวก็โบกสะบัดมือไป ทำให้เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์พุ่งออกไป เพื่อตอบรับกับความคิดของเมิ่งฮ่าว เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ที่หมุนวนไปมานั้นได้กลายเป็นวิหคแดงด้วยเช่นกัน

สองวิหคแดงกระแทกเข้าหากันในกลางอากาศ ทำให้เกิดเป็นเสียงระเบิดขนาดใหญ่ดังก้องออกไปในทั่วทุกทิศทาง วิหคแดงเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ของเมิ่งฮ่าวกำราบวิหคแดงสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ ทำให้มันถูกเผาไหม้ไปโดยสิ้นเชิง!

วิหคแดงถือกำเนิดขึ้นมาในท่ามกลางเปลวไฟ และถึงแม้ว่าจะถูกสร้างขึ้นมาโดยวิชาเวท แต่วิหคแดงนี้ก็เป็นเจตจำนงบางส่วนของวิหคเพลิงที่แท้จริง อย่างไรก็ตามยังได้ยินเสียงแผดร้องอย่างน่ากลัวออกมา ขณะที่มันกลายเป็นเถ้าธุลีไป ผู้ฝึกตนที่ควบคุมมันกระอักโลหิตออกมา โลหิตไหลซึมออกมาจากดวงตา, หู, จมูกและปากของมันด้วยเช่นกัน พลังสะท้อนกลับนี้ทำให้เกิดเป็นเปลวไฟปกคลุมอยู่รอบๆ ตัวมัน และถูกกำจัดไปทั้งร่างกายและวิญญาณโดยสิ้นเชิง

ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาในการอธิบาย แต่จริงๆ แล้วก็เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่อึดใจเท่านั้น จากสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ถูกกำจัดไปแล้วสาม เหลือเพียงแค่มังกรเขียวเท่านั้น ขณะที่มันเข้ามาใกล้เมิ่งฮ่าว เขาก็ทำท่าคว้าจับ ทำให้หอกที่มีส่วนคมเป็นกระดูกปรากฏขึ้น

ด้ามหอกนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากต้นเจี้ยนมู่ และกระดูกเป็นคมหอกที่ยาวและคมกริบ กลิ่นอายอันน่ากลัวกระจายออกมา ทำให้ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นกลายเป็นความหนาวเย็นราวกับอยู่ในห้วงฤดูหนาว เมิ่งฮ่าวมองไปยังมังกรเขียว จากนั้นก็ขว้างหอกตรงไป หอกพุ่งฝ่าอากาศเป็นเสียงแหลมเล็ก กรีดเฉือนอากาศจนกลายเป็นรูโหว่ ขณะที่พุ่งตรงไปยังมังกรเขียว

ด้วยท่าทางที่ตกใจ มังกรเขียนสะบัดหางของมันพยายามจะผลักหอกให้กระเด็นออกไป แต่ในทันทีที่หางของมันกระทบถูกตัวหอก ก็แตกกระจายกลายเป็นชิ้นๆ หอกเคลื่อนที่ไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าตกใจ

เหลือไว้แต่ภาพซึ่งซ้อนทับกันไปมาอยู่ที่ด้านหลัง ขณะที่แทงเข้าไปในร่างของมังกรเขียวด้วยพลังอันน่าเหลือเชื่อ มังกรเขียวไม่อาจจะต่อสู้กลับมาได้ ขณะที่หอกนั้นกระแทกมันให้ตกลงไปบนพื้น

เกิดเป็นเสียงระเบิดดังก้องขึ้นมา ขณะที่มังกรเขียวถูกตรึงแน่นอยู่บนพื้น ทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น

โลหิตพ่นกระจายออกมาจากปากของผู้ฝึกตนที่ควบคุมมังกร และใบหน้าของมันก็ซีดขาวราวกระดาษ เวลาเดียวกันนั้นเมิ่งฮ่าวก็ไปถึงภูเขากั๋วยิ่น เขากำมือเป็นหมัดจนแน่นและต่อยออกไป

รูปปั้นที่อยู่บนยอดเขากั๋วยิ่นของชนเผ่าที่แปด ส่องแสงอันเจิดจ้าออกมาในทันที และเกราะป้องกันเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นเพื่อขัดขวางหมัดของเมิ่งฮ่าวไว้ เกิดเป็นพลังสะท้อนกลับขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้เมิ่งฮ่าวต้องขมวดคิ้ว ถอยไปทางด้านหลังหลายก้าวอย่างไร้ทางเลือก

แทบจะในเวลาเดียวกันนั้น สามผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นก็กัดฟันแน่น ไม่สนใจแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อที่กดทับลงมายังพวกมัน และอาการบาดเจ็บที่ร้ายแรงใดๆ พุ่งตรงมายังเมิ่งฮ่าว ปลดปล่อยความสามารถศักดิ์สิทธิ์ออกมาตลอดทาง

“ไสหัวไป!” เมิ่งฮ่าวร้องตวาดขึ้น โบกสะบัดมือ เกิดเป็นเสียงกระหึ่มดังเต็มอยู่ในอากาศ ขณะที่พลังอันน่าเหลือเชื่อพุ่งออกไป กระแทกตรงไปยังคู่ต่อสู้ทั้งสาม ทันใดนั้นโลหิตก็พุ่งออกมาจากบาดแผลของพวกมัน และสองคนก็ถูกสังหารไปในทันที ใบหน้าของผู้ฝึกตนที่ยังเหลืออยู่ซีดขาว และล่าถอยไปทางด้านหลังด้วยความตกใจ

เมิ่งฮ่าวไม่ได้ไล่ตามมันไป แต่กำมือขวาเป็นหมัดและต่อยไปยังเกราะป้องกันอีกครั้ง ดวงตาสาดประกายขึ้น และรอยยิ้มอันเย็นชาก็มองเห็นได้อย่างเลือนลาง

ภายในเกราะป้องกัน หานชิงเหลยนั่งอยู่ที่ด้านล่างของรูปปั้นด้วยใบหน้าที่ซีดขาว แต่ก็เพ่งสมาธิไปที่การรักษาอาการบาดเจ็บของตนเองอย่างเต็มที่

ช่วงเวลานี้ในชนเผ่าที่เจ็ด ผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากขุนเขาที่สี่, หลินชง กำลังยืนอยู่ในรถศึกสีเงินที่พุ่งตรงไป มันสวมใส่ชุดยาวสีขาว และสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยังคงกระจายพลัง รวมทั้งความเชื่อมั่นในตนเองและพื้นฐานฝึกตนอันยากจะอธิบายออกมาได้ด้วยเช่นกัน

“เจ้ากำลังส่งมอบของขวัญให้กับข้า, หานชิงเหลย?” มันพึมพำ ดวงตาสาดประกายขึ้น มองไปยังแผ่นหยกที่อยู่ในมือและหัวเราะออกมา

“จากความผันผวนนี้ ดูเหมือนว่าหานชิงเหลยและเมิ่งฮ่าวกำลังต่อสู้กันแล้ว…นั่นก็ดี หลังจากที่คนทั้งสองจัดการอีกคนได้เรียบร้อยแล้ว ข้าก็จะแย่งชิงตราประทับของสองชนเผ่าได้อย่างง่ายดาย ข้าไม่สนใจว่าหานชิงเหลยจะมีอะไรแอบซ่อนอยู่ มันไม่ได้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต่อสู้กับข้าได้ ข้าสามารถบดขยี้มันได้อย่างง่ายดายราวกับเป็นหญ้าแห้ง!”

หลินชงหัวเราะหึๆ อย่างเย็นชาออกมา บังคับให้รถศึกของมันพุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว ระลอกคลื่นขนาดใหญ่กระจายออกไป ในเวลาเดียวกันนั้น มันก็โคจรหมุนเวียนพื้นฐานฝึกตน ทำให้เกิดเป็นบรรยากาศที่สะกดข่มกระจายออกไป ราวกับว่ามันกำลังประกาศให้โลกรู้ว่าหลินชงกำลังมาแล้ว!

มันกำลังใช้ศักดิ์ฐานะที่อยู่ในลำดับขั้นเพื่อสะกดข่มด้วยเช่นกัน!

มันกระจายพลังที่บดขยี้ออกไป และมีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งเป็นผลมาจากเหตุการณ์ที่มันเคยต่อสู้กับสมาชิกอันดับหนึ่งของลำดับขั้นมาแล้วหลายครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะพ่ายแพ้ไป แต่ผู้ฝึกตนนั้นก็บอกกับมันด้วยตนเองว่า มันคือบุคคลที่แข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่ผู้ฝึกตนนั้นเคยต่อสู้มา!

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: หงส์คืนแค้น เล่ม 24
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 240
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 239
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: