Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1116

I shall seal the heaven Chapter 1116

ตอนที่ 1116

นัดหมายกันในชนเผ่าที่หก!

“เต้าฟาง…เมื่อไหร่ที่ข้าออกไปจากอาณาจักรสายลม และกลับไปที่บ้าน ข้าจะต้องไปยังทะเลสาบเต๋าโบราณอย่างแน่นอน!” เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับดวงตาที่สาดประกายขึ้น และจากนั้นแสงอันน่ากลัวในดวงตาก็หายไป เขามองลงไปยังอวี่เหวินเจียนและยิ้มอย่างลี้ลับออกมา

เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่า อวี่เหวินเจียนได้รับความรู้แจ้งก่อนหน้านี้นานแล้ว และตั้งใจจะมองดูอยู่ด้านข้าง เห็นได้ชัดว่ามันกำลังวางแผนบางอย่างอยู่ ถึงแม้ว่าการใช้ขวานของเมิ่งฮ่าวจะดูเหมือนว่าเป็นไปเองตามธรรมชาติโดยสิ้นเชิง แต่จริงๆ แล้วก็มีเจตนาที่จะส่งคำเตือนไปยังอวี่เหวินเจียน

เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเมิ่งฮ่าว อวี่เหวินเจียนก็รู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม มันกระแอมไอออกมา ตบไปที่หน้าอกของตนเองอย่างกล้าหาญและกล่าวว่า

“ท่านช่างองอาจและไม่ธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ฮา ฮา ฮา เจ้าอันธพาลทั้งสามของเต้าเทียนต่างก็แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าท่านแล้ว พวกมันก็เหมือนกับเป็นตัวตลก ท่านบดขยี้พวกมันไปราวกับเป็นหญ้าแห้ง! ท่านช่างเหมาะสมที่จะเป็นอันดับหนึ่งในลำดับขั้นของอาณาจักรขุนเขาทะเลอย่างแท้จริง!” ถึงแม้ว่าคำพูดของอวี่เหวินเจียนจะกล่าวขึ้นด้วยความประจบสอพลออย่างเห็นได้ชัด แต่สีหน้ามันก็สัตย์ซื่อจริงใจอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าคำพูดเหล่านี้ถูกเอ่ยขึ้นมาจากในส่วนลึกของจิตใจมัน

“พูดได้ดี พูดได้ดี” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบ หัวเราะหึๆ ออกมา จากนั้นก็จ้องมองไปยังอวี่เหวินเจียน “แต่สหายเต๋าอวี่เหวินเจียน ท่านยังต้องคืนตราประทับที่ข้าให้ยืมไปกลับมาด้วย”

รอยยิ้มของอวี่เหวินเจียนแข็งทื่อ และจิตใจมันก็หมุนคว้างไปด้วยความคิดนับร้อย แต่เมื่อมันมองเข้าไปในดวงตาของเมิ่งฮ่าว จิตใจก็เริ่มเต้นรัว และอีกครั้งที่มันคิดไปถึงความหมายที่เมิ่งฮ่าวได้รับรางวัล สำหรับการสังหารผู้ฝึกตนลำดับขั้น

“บัดซบ รางวัลของอาณาจักรสายลมในครั้งนี้ คือการให้กำลังใจในการสังหารพวกเราด้วยกันเอง…ข้าไม่อาจจะไปตอแยดาวเพชฌฆาตนี้ได้ มิเช่นนั้นข้าก็ต้องตกอยู่ในวิกฤตอันร้ายแรง!”

เมื่อคิดขึ้นมาได้จนถึงจุดนี้ อวี่เหวินเจียนก็หยิบเอาตราประทับและส่งกลับไปให้เมิ่งฮ่าวโดยไม่ลังเลใดๆ แม้แต่น้อย

เมิ่งฮ่าวเอื้อมมือไปหยิบฉวยและใส่กลับเข้าไปในถุงสมบัติ ยิ้มกว้างออกมาเหมือนเช่นเคย เขาไม่พูดเกี่ยวกับตราประทับของชนเผ่าที่เจ็ดออกมาแม้แต่คำเดียว อวี่เหวินเจียนตั้งใจที่จะนั่งดูการต่อสู้ และแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอยู่ตลอดเวลา ถ้ามันเข้ามาร่วมต่อสู้กับไห่ตงชิงและพวก เป็นเรื่องธรรมดาที่เมิ่งฮ่าวจะยอมคืนตราประทับให้กับมัน

แต่เมื่อเห็นได้ชัดว่าอวี่เหวินเจียนไม่จริงใจ ดังนั้นเมิ่งฮ่าวจึงไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย ที่จะพลิกสถานการณ์เช่นนี้

อวี่เหวินเจียนฝืนยิ้มออกมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นผู้ฝึกตนกายเนื้อ แต่จากความจริงที่ว่า มันไม่เพียงแต่จะเป็นสมาชิกของลำดับขั้นเท่านั้น

แต่ยังสามารถรักษาสถานที่แห่งนี้ไว้ได้เป็นเวลานาน และในเวลาเดียวกันก็สามารถจะบรรลุถึงการฝึกตนกายเนื้อระดับสูงได้ แสดงให้เห็นว่ามันไม่ใช่คนโง่เขลา ถึงแม้ไม่อาจจะถือได้ว่ามันเป็นอัจฉริยะ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นคนที่ค่อนข้างจะเจ้าเล่ห์อยู่ไม่น้อย

มันรู้อยู่แก่ใจว่าเมิ่งฮ่าวมองทะลุถึงแผนการของมันแล้ว และใช้ขวานเล่มนั้นเพื่อกล่าวตักเตือน และไม่ยอมส่งตราประทับคืนให้เพื่อลงโทษมันเพิ่มเติม

“ก็ดี เมื่ออาณาจักรสายลมสนับสนุนให้ผู้ฝึกตนลำดับขั้นเข่นฆ่ากันเอง ตราประทับเหล่านั้นก็เหมือนกับเป็นพลุสัญญาณ ยิ่งมีมากเท่าใด ก็จะยิ่งถูกสังหารและแย่งชิงไปมากเท่านั้น เมื่อข้าไม่มีตราประทับ ตราบเท่าที่ข้าระมัดระวังตัวให้ดี ก็คงจะมีความปลอดภัยมากกว่า”

ตอนนี้อวี่เหวินเจียนมีความรู้สึกเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นมันจึงประสานมือและโค้งตัวลงให้กับเมิ่งฮ่าว ถอยหลังไปสองสามก้าวในเวลาเดียวกัน ยิ้มออกมาและกล่าวว่า “พี่เมิ่ง ตอนนี้ก็เป็นยามสนธยาแล้ว และสถานที่แห่งนี้กำลังวุ่นวายอยู่ ดังนั้นข้าจะไม่เหนี่ยวรั้งท่านไว้แล้ว โปรดดูแลตัวเองให้ดี ถ้าท่านมีเวลาก็ให้กลับมาเยี่ยมใหม่”

เมิ่งฮ่าวมองไปยังมัน และทันใดนั้นอวี่เหวินเจียนก็เตรียมตัวเผื่อว่าจะมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น แต่หลังจากที่ผ่านไปชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็แค่ยิ้มออกมา โบกสะบัดชายแขนเสื้อ หันหลังและจากไป

แต่ในตอนนี้เองที่จู่ๆ ลำแสงก็พุ่งขึ้นมาจากวิหารกลาง ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนเต็มไปทั่วทั้งอาณาจักรสายลม

น่าตกใจยิ่งที่แสงนี้เหมือนกับแสงที่ปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้…ซึ่งมีความกว้างถึงหนึ่งหมื่นจ้าง!!

เสาแห่งแสงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปในท้องฟ้า ทำให้เกิดเป็นเสียงกระหึ่มอย่างไม่รู้จบดังก้องออกไป ท้องฟ้าสั่นสะเทือน และระลอกคลื่นนับไม่ถ้วนขยายตัวออกไป กระจายเต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้า ดวงตาเมิ่งฮ่าวเบิกกว้างขึ้น และสีหน้าของอวี่เหวินเจียนสลดลงไป

ขณะที่ลำแสงพุ่งขึ้นไปในโลกแห่งภูเขาและรูปปั้น ภูเขาที่สูงมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นรูปปั้นของเมิ่งฮ่าว จู่ๆ ก็มีภาพซ้อนทับปรากฏขึ้นอย่างเลือนราง จากนั้นภาพนั้นก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นกลายเป็นรูปปั้นรูปที่สอง!

รูปปั้นรูปที่สองนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นบุรุษหนุ่มวัยเยาว์พร้อมกับรังสีสังหารที่หมุนวนไปมา กระจายแรงกดดันอันน่าเหลือเชื่อ จนทำให้เมิ่งฮ่าวต้องหอบหายใจออกมา อย่างน่าตกใจยิ่งรูปปั้นนั้นกำลังถือศีรษะอยู่ในมือ!

ศีรษะนั้นกระจายความเย็นชาราวน้ำแข็งออกมา ถึงแม้ว่าจะตกตายไปแล้วก็ตาม

“เต้าเทียน!!” อวี่เหวินเจียนร้องอุทานออกมา

“นั่นคือผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากภูเขาแรก!! ศีรษะที่อยู่ในมือของมันคือ…ศีรษะของผู้ฝึกตนลำดับขั้นจากขุนเขาที่สอง!!” สีหน้ามันซีดขาวราวไร้สีเลือด มันรู้ดีว่าเต้าเทียนได้ตราประทับของชนเผ่าที่สองมาจากผู้ฝึกตนนั้นมานานแล้ว และผู้ฝึกตนนั้นก็สามารถจะหลบหนีจากไปได้

ก่อนหน้านี้มันได้ข้อสรุปว่าการที่ไม่มีตราประทับไว้ในครอบครอง จะทำให้มันตกอยู่ในอันตรายน้อยมากที่สุด ไม่เคยคาดคิดว่าหลังจากที่ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจ ข้อสรุปทั้งหมดของมันต้องพลิกกลับตาลปัตรไป ผู้ฝึกตนลำดับขั้นแห่งขุนเขาที่สองตกตายไปแล้วในตอนนี้ เป็นการประกาศให้รู้ว่าสงครามอันปั่นป่วนวุ่นวายที่เจิ่งนองไปด้วยโลหิต กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่สำคัญว่ามันจะมีตราประทับอยู่หรือไม่ มันก็ยังคงตกอยู่ในอันตรายอย่างน่าเหลือเชื่อ!

จากนั้นเสียงอันโหดเหี้ยมและเย็นชาก็ดังก้องไปทั่วทั้งอาณาจักรสายลม

“รางวัลคือ…ของวิเศษโบราณ! โซ่เซียนภูเขาสูง!”

ผู้ฝึกตนลำดับขั้นทั้งหมดต่างก็สะท้านใจขึ้นมาในทันที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนแรกไห่ตงชิงถูกสังหารไปโดยเมิ่งฮ่าว และไม่นานต่อมา เต้าเทียนก็ตามล่าและสังหารอีกคนไป!

ยิ่งไปกว่านั้น รางวัลก็ยังเป็นของวิเศษโบราณอีกด้วย!

เมิ่งฮ่าวจ้องมองไปยังโลกที่ด้านบน และรูปปั้นของเต้าเทียน จากนั้นดวงตาก็เริ่มสาดประกายขึ้นด้วยแสงที่ดูน่ากลัว ถึงแม้เขาจะไม่มั่นใจว่าเต้าเทียนจะแข็งแกร่งมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับไห่ตงชิง แต่เท่าที่สามารถจะรู้สึกได้ มันต้องเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อนัก

“เต้าเทียน…” เมิ่งฮ่าวคิดพร้อมกับดวงตาที่สาดประกายขึ้น

เมื่อเขากำลังจะจากไป ทันใดนั้นอวี่เหวินเจียนก็บินขึ้นไปในอากาศและร้องตะโกนออกมา “พี่เมิ่ง! ฮา ฮา ฮา! วันนี้ก็เย็นมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจากไป ทำไมท่านถึงไม่อยู่ต่อสักสองสามวัน!?”

อวี่เหวินเจียนกำลังขวัญหนีดีฝ่อ แล้วมันจะปล่อยให้เมิ่งฮ่าวจากไปอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน? ถ้ามีเมิ่งฮ่าวอยู่ด้วย คนทั้งสองก็จะต่อสู้กับเต้าเทียนได้ ถ้ามันมาหาพวกเขา

เมิ่งฮ่าวไม่สนใจมัน และกำลังจะพุ่งออกไปยังที่ห่างไกล

แต่อวี่เหวินเจียนก็ครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว กัดฟันแน่นและจากนั้นก็โพล่งออกไป “เมิ่งฮ่าว ข้ารู้วิธีที่จะให้ท่านได้ตราประทับของชนเผ่าที่หกมา โดยที่ท่านไม่จำเป็นต้องกระดิกนิ้วแม้แต่น้อย!”

เมิ่งฮ่าวหยุดชะงักและมองกลับไปยังอวี่เหวินเจียน

เมื่อเห็นว่าเมิ่งฮ่าวหยุดลง อวี่เหวินเจียนก็รีบอธิบายขึ้นอย่างรวดเร็ว “เมิ่งฮ่าว จากตราประทับทั้งเก้านั้น ตอนนี้เต้าเทียนมีอยู่สามและท่านก็มีอยู่สี่ชิ้น ที่เหลืออีกสองชิ้นเป็นของชนเผ่าที่สามและชนเผ่าที่หก ผู้ฝึกตนลำดับขั้นในชนเผ่าที่หกคือเจ้าเด็กหงปินนั่น พวกเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายด้วยกันและกลายเป็นพวกเดียวกัน เช่นนี้เป็นอย่างไร ข้าจะนำท่านไปยังชนเผ่าที่หกและเกลี้ยกล่อมให้มันส่งมอบตราประทับให้กับท่าน!” มันประกาศก้องออกมา ตบลงไปบนหน้าอกของตนเอง

“ด้วยเช่นนั้นท่านก็จะมีตราประทับห้าชิ้น และจะต้องได้เปรียบกว่าอย่างแน่นอน!”

“ตราบเท่าที่ท่านไม่เกรงกลัวเต้าเทียน ตราประทับของชนเผ่าที่หกก็ต้องเป็นของท่าน!”

เมิ่งฮ่าวจ้องมองไปที่มันอย่างเย็นชา เขาไม่ค่อยเชื่อถืออวี่เหวินเจียนมากเท่าใดนัก ถึงแม้ว่าคนทั้งสองจะรู้จักกันไม่นานนัก แต่เขาก็รู้สึกว่าอวี่เหวินเจียนไม่ค่อยน่าเชื่อถือเช่นเดียวกับปรมาจารย์เอกะเทวะ

“ข้าไม่เชื่อเจ้า” เมิ่งฮ่าวกล่าวช้าๆ

ด้วยท่าทางที่ดูถูกและมีโทสะขึ้นเล็กน้อย อวี่เหวินเจียนกล่าวว่า

“พี่เมิ่ง มันช่างทำให้ข้าต้องเจ็บปวดใจอย่างแท้จริงที่ได้ยินท่านกล่าวขึ้นเช่นนี้ ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนเช่นไร?

ข้าก็เหมือนกับตัวอักษร ‘坚’ (เจียน = แน่วแน่) ในนามของข้า ข้าเป็นคนที่แน่วแน่ในความประพฤติ, แน่วแน่ในคำพูด, แน่วแน่ในการกระทำ, แน่วแน่ในทุกสิ่งทุกอย่าง!”

เมิ่งฮาวยังคงไม่หวั่นไหว กล่าวตอบด้วยเสียงราบเรียบ

“เจ้าบอกข้าว่าเคยสังหารไห่ตงชิงไปแล้วครั้งหนึ่ง”

ดูเหมือนว่าอวี่เหวินเจียนจะไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจแม้แต่น้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันหัวเราะเป็นเสียงดังออกมาและกล่าวว่า

“พี่เมิ่ง ในตอนนี้ข้าคงต้องแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีบางอย่างของข้าบ้างแล้ว อันที่จริงข้าได้แสร้งทำเป็นโง่เขลาเมื่ออยู่ต่อหน้าท่าน ข้าต้องเปลี่ยนแปลงนิสัยนี้ให้จงได้!”

“การรู้แจ้งก่อนหน้านี้ของเจ้าช้ามากเกินไป” เมิ่งฮ่าวกล่าว

“ฮา ฮา ฮา! พี่เมิ่ง ไม่จำเป็นต้องพูดจาไว้หน้าข้าก็ได้ ข้าไม่ได้เชื่องช้า จิตใจข้าแค่ว้าวุ่นไม่มีสมาธิเท่านั้น สำหรับเรื่องนั้นข้าต้องขออภัยด้วย นับจากนี้ไป ข้าจะไม่ใจลอยอีกต่อไปแล้ว!”

เมิ่งฮ่าวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี

มองไปยังอวี่เหวินเจียนอย่างละเอียดชั่วขณะ และตระหนักว่าไม่เพียงแต่คำพูดของมันจะเชื่อถือไม่ได้เท่านั้น แต่มันยังไร้ยางอายอย่างถึงที่สุดอีกด้วย ในแง่ของความหน้าด้านแล้ว ไม่มีใครสามารถจะเทียบกับมันได้แม้แต่น้อย

สีหน้าของอวี่เหวินเจียนสัตย์ซื่ออย่างถึงที่สุด ตบลงไปที่หน้าอก ประกาศก้องว่า “พี่เมิ่ง ครั้งนี้ท่านต้องเชื่อถือข้า ข้าเป็นสหายกับหงปินจริงๆ ข้าเคยช่วยชีวิตมันไว้ครั้งหนึ่ง!”

หลังจากที่เงียบไปชั่วขณะ เมิ่งฮ่าวก็มองไปยังอวี่เหวินเจียนและกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “ถ้าเจ้านำตราประทับนั้นมาให้ข้าไม่ได้ ก็ลองดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อข้ามีโทสะขึ้นมา”

เขาไม่ได้พูดเพื่อข่มขู่ แต่ทันใดนั้นน้ำเสียงที่เยือกเย็นก็ทำให้อวี่เหวินเจียนเริ่มวิตกกังวลขึ้นมาและมันก็รีบพยักหน้ารับทราบ

ไม่มีการพูดคุยกันอีกต่อไป อวี่เหวินเจียนนำหน้า และคนทั้งสองก็กลายเป็นลำแสงพุ่งผ่านชนเผ่าที่เจ็ดตรงไปยังชนเผ่าที่หก ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ ดังนั้นคนทั้งสองจึงไปถึงในเวลาไม่นานมากนัก

ในทันทีที่พวกเขาผ่านเข้าไปในชนเผ่าที่หก แรงกดดันอันเข้มข้นก็กดทับลงมายังคนทั้งสอง เป็นเหมือนกับคำตักเตือน ตอนนี้เด็กชายหงปินกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขากั๋วยิ่นแห่งชนเผ่าที่หก และในทันทีที่มันรับรู้ถึงคนทั้งสอง สีหน้าก็เปลี่ยนไป เกราะป้องกันของภูเขากั๋วยิ่นเริ่มทำงานขึ้น และหงปินก็ถูกห้อมล้อมไว้ด้วยผู้ติดตามหลายคนในทันที ซึ่งได้ก่อตัวเป็นค่ายกลเวทอยู่รอบๆ บริเวณนั้น

“บัดซบ มันคือเต้าเทียน? หรือว่าเป็นแค่การผ่านมาของใครบางคน? อย่างไรก็ตามให้จัดเตรียมค่ายกลเวทให้เรียบร้อย ถ้ามันคือเต้าเทียน พวกเราจะได้เคลื่อนย้ายทางไกลออกไปจากที่แห่งนี้!”

หงปินรู้สึกวิตกกังวลอย่างถึงที่สุด ตอนนี้มีอยู่สองคนที่มันหวาดกลัวมากที่สุด ซึ่งก็คือเต้าเทียนและเมิ่งฮ่าว

คนทั้งสองเคยสังหารผู้ฝึกตนลำดับขั้นคนอื่นๆ ไป และได้รับรางวัลเป็นของวิเศษโบราณ แล้วมันจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร? มันไม่ต้องการใช้ชีวิตของตนเอง กลายเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับของวิเศษโบราณ ด้วยเงื้อมมือของใครคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้น

มันนั่งอยู่ที่นั่นด้วยความระมัดระวังตัว สองลำแสงพุ่งฝ่าอากาศอยู่ที่ด้านนอกของภูเขากั๋วยิ่น อวี่เหวินเจียนนำอยู่ที่ด้านหน้า และในทันทีที่มันเข้าไปใกล้ ก็รีบร้องตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็ว

“หงปินเหล่าตี้ (สหายเก่าหงปิน) อวี่เหวินเจียนมาเยี่ยมแล้ว!”

แทบจะในทันทีที่มันพูดจบ หงปินก็มองเห็นอวี่เหวินเจียน ดวงตามันสาดประกายขึ้นด้วยโทสะในทันที และลุกขึ้นมายืนอย่างรวดเร็ว

“อวี่เหวินเจียนตัวบัดซบ เจ้าดูเหมือนจะสัตย์ซื่อแต่จริงๆ แล้วก็เป็นพวกฉ้อโกง ในวันนั้นเจ้าหลอกลวงข้า แต่ข้าก็ไม่คิดจะเอาเรื่องเจ้า แล้วยังจะมีหน้ามาหาข้าอีก!?”

“มีใครอยู่ที่ด้านหลังเจ้า? นั่นคือ…บัดซบ! คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะพามันมาด้วย! อวี่เหวินเจียน ข้า, หงปินและเจ้า ไม่ตายไม่เลิกลา!!”

ในทันทีที่เสียงแหลมเล็กของหงปินดังก้องออกมา อวี่เหวินเจียนก็จ้องมองไปยังเมิ่งฮ่าวด้วยท่าทางกระอักกระอ่วนใจ สิ่งที่มันเห็นก็คือเมิ่งฮ่าวกำลังมองกลับมายังมันด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา

“พี่เมิ่ง แค่ให้เวลาข้าชั่วธูปไหม้หมดไปครึ่งดอกเท่านั้น ไม่ต้องวิตก ข้าต้องทำได้สำเร็จอย่างแน่นอน!”

มันรีบระล่ำระลักพูดขึ้น แค่แวบเดียวก็พุ่งตรงไปยังภูเขากั๋วยิ่น!

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: