Home Novel Novel Action I shall seal the heaven Chapter 1260

I shall seal the heaven Chapter 1260

ตอนที่ 1260

จะปล่อยทิ้งไว้ เพื่อประโยชน์อันใด

ขณะที่กองกำลังจากขุนเขาทะเลที่เจ็ดกำลังเร่งความเร็วพุ่งตรงมา ย้อนกลับไปยังเมิ่งฮ่าวที่อยู่ในขุนเขาทะเลที่แปด เขาก็ถูกติดตามโดยเงาร่างที่มักจะปรากฏขึ้นและหายตัวไปเป็นระยะด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเงาร่างนั้นกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ และคอยติดตามไปตลอดเวลา

ไม่เคยมีสงครามระหว่างขุนเขาทะเลมานานหลายปีมากแล้ว แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นมาแล้ว แม้แต่กลุ่มคนมากมายที่อยู่บนสามสิบสามสวรรค์ ก็กำลังใช้วิธีการที่พิเศษเฉพาะเพื่อเฝ้าสังเกตดูอาณาจักรขุนเขาทะเลโดยที่ไม่ถูกตรวจพบได้ พวกมันกำลังมองลงมายังขุนเขาทะเลที่แปด ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยความมุ่งหวัง…

เวลาเดียวกันนั้น ที่ด้านนอกของสามสิบสามสวรรค์ ส่วนด้านนอกที่ยื่นขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต สองกองกำลังกำลังใกล้เข้ามาจากทิศทางที่แตกต่างกันออกไป และกำลังใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ

เห็นได้ชัดว่า สงคราม…กำลังประชิดใกล้เข้ามาแล้ว!

เมิ่งฮ่าวและเมิ่งหรูกำลังพุ่งฝ่าไปในกลางอากาศอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นเองสัญญาณเตือนภัยก็พุ่งขึ้นมาในจิตใจเมิ่งฮ่าวอย่างรุนแรง ทำให้สีหน้าต้องเปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะทันได้มีปฏิกิริยาใดๆ เสียงแหลมเล็กของนกแก้วจู่ๆ ก็ดังขึ้นมาในจิตใจ

”มาแล้ว พวกมันกำลังมาแล้ว เข้ามาใกล้เป็นอย่างมาก ในที่สุดข้าก็สัมผัสได้ บัดซบ! พวกมันเคลื่อนที่มาอย่างรวดเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้มากนัก…เมิ่งฮ่าว พวกมันใกล้จะมาถึงแล้ว!!” เสียงของนกแก้วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล และยังรู้สึกหวาดกลัวอีกด้วย

ดวงตาเมิ่งฮ่าวสาดประกายขึ้น เขารู้ว่านกแก้วกำลังพูดถึงใคร ทำให้ต้องเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ มองขึ้นไปในท้องฟ้า ราวกับว่าเขาสามารถจะมองทะลุผ่านออกไปจากสามสิบสามสวรรค์ยังความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ต้องเร่งมือแล้ว” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา

ที่ด้านข้าง เมิ่งหรูอ้าปากค้างด้วยความตกใจ “เมิ่งเฉินเกอเกอ ท่านพูดว่าอะไร?”

“ไม่มีอะไร” เมิ่งฮ่าวกล่าวตอบพร้อมกับส่ายหน้า นำเมิ่งหรูพุ่งฝ่าท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวตรงไปยังจุดศูนย์กลางทวีปของตระกูลเมิ่ง

เขาพุ่งผ่านเกราะป้องกันไปโดยที่ไม่ปลุกให้พวกมันทำงานขึ้น มุ่งหน้าตรงไปยังคฤหาสน์บรรพชนอย่างรวดเร็ว

“คนหนึ่งคือชิวเอ๋อร์เจี่ยเจีย (พี่สาวชิวเอ๋อร์) อีกคนคือเมิ่งเฟยเม่ยเหม่ย (น้องสาวเมิ่งเฟย) พวกนางมีคุณสมบัติดีกว่าข้า และพลังการฝึกตนก็สูงส่งกว่าข้า…ตอนที่ข้าไปพบพวกนางก่อนหน้านี้ บอกให้พวกนางจากไป แต่ก็ถูกขัดขวาง ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะอ๋าวต้าเกอ ข้าก็คงจะถูกกักตัวไว้ด้วยเช่นกัน”

“พวกนางตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้ฝึกตนจากสายโลหิตแรก…” เมื่อนางมองไปยังเมิ่งฮ่าว ก็แทบจะเทิดทูนบูชา ในจิตใจของนางเมื่อไหร่ที่เมิ่งเฉินปรากฏตัวขึ้น ปัญหาทั้งหมดก็จะถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดาย

เวลาเดียวกันนั้นในเขตตะวันออกของคฤหาสน์บรรพชนตระกูลเมิ่ง มีวิหารขนาดใหญ่อยู่แห่งหนึ่งถูกห้อมล้อมด้วยเสาเก้าต้น ตรงด้านล่างของเสาแต่ละต้นเหล่านั้นเป็นกระถางใบหนึ่ง

กระถางเหล่านั้นกำลังลุกไหม้ขึ้นมา ทำให้เสาทั้งเก้าต้นเริ่มร้อนขึ้นอย่างช้าๆ

ที่ถูกผูกมัดติดอยู่กับเสาเหล่านั้นเป็นหญิงสาวเยาว์วัยเก้าคน ทั้งหมดมีใบหน้าซีดขาวและกำลังสั่นสะท้าน พวกนางมีท่าทางหวาดกลัวและกำลังอ้อนวอนร้องขอชีวิต ยกเว้นอยู่สองคน ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่หญิงสาวที่งดงาม แต่ก็มีเสน่ห์และน่ารัก คนทั้งสองขบฟันแน่น ถึงแม้ว่าเสาเหล่านั้นกำลังมีความร้อนเพิ่มมากขึ้น แต่พวกนางก็ไม่ยอมจะส่งเสียงอ้อนวอนขอร้องแม้แต่น้อย

ที่กำลังนั่งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของเสาและกระถางเป็นชายชราผู้หนึ่ง ตอนนี้กำลังขยับสองมือร่ายเวท และส่งเครื่องหมายผนึกตรงไปยังกระถาง ทำให้เริ่มลุกไหม้ขึ้นอย่างดุร้ายมากกว่าเดิม

ที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นคือกลุ่มผู้ชมที่เป็นบุรุษหนุ่มเยาว์วัย เห็นได้ชัดว่าได้แยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งห้อมล้อมอยู่รอบๆ บุรุษหนุ่มที่อยู่ในชุดสีเขียว และอีกกลุ่มห้อมล้อมอยู่รอบๆ บุรุษหนุ่มในชุดสีเหลือง เห็นได้ชัดว่าคนทั้งสองมีศักดิ์ฐานะที่สูงส่ง และตอนนี้สายตาพวกมันก็จ้องนิ่งไปยังชายชราที่อยู่ตรงกลางเสาทั้งหมด พวกมันต่างก็ทำเป็นไม่ได้ยิน ต่อเสียงกรีดร้องอ้อนวอนของหญิงสาวเยาว์วัยเหล่านั้น

หลังจากที่ผ่านไปชั่วขณะ บุรุษหนุ่มในชุดเขียวก็ถามขึ้นมาในทันที “ครั้งนี้พวกเราจะพนันอะไรกันดี?!”

“ข้าพนันว่าครั้งนี้ ซ่งต้าซือ (เจ้าโอสถซ่ง) จะกลั่นสกัด…นาง, นางและนาง ให้กลายเป็นหงเหยียนตาน! (เม็ดยาสาวงาม)” ขณะที่บุรุษหนุ่มชุดเหลืองกล่าว ดวงตาก็สาดประกายขึ้นขณะที่ชี้นิ้วไปยังหญิงสาวเยาว์วัยทั้งสามที่อยู่ในท่ามกลางหญิงสาวทั้งเก้า สองหญิงสาวเยาว์วัยนั้นคือคนที่ไม่ยอมอ้อนวอนร้องขอชีวิต

หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ บุรุษหนุ่มในชุดเขียวก็กล่าวตอบว่า “เจ้าเลือกเร็วนัก ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะบอกว่าคนทั้งสามไม่อาจจะเป็นเม็ดยาได้!”

จากนั้นบุรุษหนุ่มทั้งสองก็สบตากันอย่างเย็นชา

ในตอนนี้เองที่เสียงกระหึ่มดังก้องขึ้น ขณะที่ดวงตาของซ่งต้าซือจู่ๆ ก็สาดประกายขึ้นมา ฟาดสองมือออกไปในอากาศอย่างรุนแรง ทำให้เสาทั้งเก้าต้นลุกเป็นไฟขึ้น กระจายความร้อนออกมามากขึ้นกว่าเดิมในทันที และในชั่วพริบตาเปลวไฟทั้งเก้าก็พุ่งตรงไปยังเก้าหญิงสาวเยาว์วัย

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวังดังก้องออกมาจากปากของหญิงสาวทั้งเจ็ด สำหรับอีกสองคน พวกนางกำลังสั่นสะท้าน เห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัว แต่ก็ยังคงไม่ยอมเปล่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าจิตใจพวกนางกำลังเต็มไปด้วยความเสียใจ

เมื่อเมิ่งหรูบอกพวกนางถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตระกูล พวกนางต้องการจะกลับไป แต่ก็ไม่อาจจะกลับไปได้แล้วในตอนนี้

พวกนางแอบถอนหายใจออกมา สบตากันไปมา จากนั้นก็หลับตาลงอย่างช้าๆ ขณะที่เปลวไฟพุ่งใกล้เข้ามา

“จงกลายเป็นเม็ดยา!” ซ่งต้าซือแหงนหน้าขึ้นและแผดร้องออกมา ลุกขึ้นมายืนและฟาดสองมือออกไปในอากาศ แสงแปลกๆ สาดประกายออกมาจากดวงตา แต่ขณะที่คำพูดหลุดออกมาจากปากมัน เสียงแค่นด้วยโทสะจู่ๆ ก็ดังก้องไปทั่วในอากาศราวกับเป็นเสียงฟ้าคำราม

คำพูดที่เย็นชาก็ดังก้องออกมาด้วยเช่นกัน “เจ้าจึงควรจะเป็นเม็ดยา!”

ขณะที่คำพูดอันเย็นชานั้นดังก้องไปมา เสียงแตกร้าวก็ได้ยินขึ้นมาเมื่อพื้นดินถูกแช่แข็งไป กระถางทั้งเก้าสั่นสะท้าน และเปลวไฟก็ดับลง ต่อมากระถางก็ระเบิดออก และรอยแตกร้าวก็เริ่มกระจายออกไปยังเสาทั้งหมด จากนั้นเสาก็แตกกระจายไป

หญิงสาวเยาว์วัยทั้งเก้าเริ่มเคลื่อนที่ได้แล้วในตอนนี้ ในทันทีที่เท้าของพวกนางแตะสัมผัสโดนพื้นดิน ก็เริ่มหลบหนีจากไป ยกเว้นสองหญิงสาวที่ไม่ยอมร้องขอชีวิต ต่างก็มองขึ้นไปในอากาศ ด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

เส้นใยสีแดงเข้มที่เชื่อมต่อกับเสาดูเหมือนว่าจะรู้ตัวดี และกำลังพยายามหลบหนีจากไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก่อนที่พวกมันจะทันไปได้ไกล พลังอันแข็งแกร่งก็ดูดพวกมันให้กลับไป รวมพวกมันเข้าด้วยกันจนดูเหมือนกับเป็นเม็ดยาสีขาว ลอยมาตกอยู่บนฝ่ามือของบุรุษหนุ่มที่ปรากฏตัวขึ้นมาในกลางอากาศที่ด้านบนอย่างกะทันหัน

บุรุษหนุ่มโบกสะบัดมือ ทำให้เม็ดยาสีขาวลอยตรงไปยังหน้าผากของซ่งต้าซือ ขณะที่เม็ดยานั้นพุ่งฝ่าอากาศไป ก็แตกกระจายออกและหลอมรวมเข้าไปในร่างซ่งต้าซือ ที่กำลังสั่นสะท้านและส่งเสียงแผดร้องอย่างน่าอนาถใจออกมา ร่างกายมันระเบิดขึ้นกลายเป็นเปลวไฟในทันที และกระดูกทั้งหมดก็ถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลี สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือเม็ดยาสีแดง

บุรุษหนุ่มที่เพิ่งจะมาถึงนี้ก็คือเมิ่งฮ่าวนั่นเอง ตามติดมาด้วยเมิ่งหรู เมิ่งหรูจ้องมองไปยังสองหญิงสาวที่มั่นคงแน่วแน่ หยดน้ำตาไหลลงมานองหน้า รีบบินไปยืนอยู่เบื้องหน้าคนทั้งสองเพื่อปกป้องพวกนางไว้อย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้พวกที่มุงดูอยู่ทั้งหมดตกตะลึงไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่พวกมันถอยไปทางด้านหลัง สีหน้าของสองบุรุษหนุ่มก็บูดบึ้งขึ้น

“บังอาจ! เจ้ากล้าดีอย่างไรมาสังหารซ่งต้าซือ! พวกเรา สังหารพวกมัน!”

“นำศีรษะมันมาให้ข้า!” เพื่อตอบรับคำสั่งของคนทั้งสอง กลุ่มผู้ฝึกตนที่อยู่รอบๆ บริเวณนั้นบินขึ้นไปในอากาศตรงไปยังเมิ่งฮ่าว

“นี่เป็นตระกูลเช่นไรกัน? กลั่นสกัดผู้คนเป็นเม็ดยาเพื่อความสนุก? พวกเจ้าไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่…จะปล่อยทิ้งไว้ เพื่อประโยชน์อันใด!” เมิ่งฮ่าวกล่าวขึ้นมาอย่างเงียบๆ ดวงตาสาดประกายขึ้นด้วยรังสีสังหารอันเย็นเยียบ

หมายเหตุ: ผู้แต่งเอ่อร์เกินเขียนตอนนี้ในขณะที่นั่งรถอยู่ บอกว่ารู้สึกเวียนหัวเป็นอย่างมาก พยายามแล้วแต่ก็ได้แค่นี้ ต้องขออภัยด้วยนะครับที่ตอนนี้สั้นมาก

Leave a Reply

error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: