Scumbag System 30

0 Comments

ตอนที่ 30

บานประตูพลันถูกกระชากเปิดออกทั้งสองข้าง

ลั่วปิงเหอยืนจังก้าอยู่หน้าประตู ข้างหลังคือความมืดมนอนธการไร้ที่สิ้นสุด เขายืนเอามือไพล่หลัง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลับล้ำลึกราวกับห้วงน้ำสุดจะหยั่ง

เขาหรี่ตา “ซือจุน ท่านสบายดีหรือไม่”

เชี่ยแล้ว!

ชั่วพริบตานั้น เสิ่นชิงชิวราวกับสมองเดือดพล่าน วืดเดียวก็ติดไฟพรึ่บ

ฉากใน ‘เดอะริง’ มาเล่นให้ดูสดๆตรงหน้าเลย

เขาคว้าพัดด้ามจิ้วขึ้นมา พลิกกายกลับหลังได้ก็กระโจนพรวดเดียวออกนอกหน้าต่างไปทันที

ในที่สุดก็ฉีกหน้ากากที่ชวนขนหัวลุกเมื่อตอนกลางวัน เผยตัวตนที่แท้จริงมาคิดบัญชีกับเขาแล้ว

ที่หนีออกมานี่ทำไปตามจิตใต้สำนึกล้วนๆ แต่ความที่เก็กมาหลายปีจนติดเป็นนิสัย ดังนั้นต่อให้กำลังหนีก็ต้องท่าสวยไว้ก่อน พอลงสู่พื้นได้มั่นคงสะกิดฝ่าเท้าเบาๆ ร่างก็ลอยพลิ้วออกไปราวกับห่านป่าสยายปีก

เสียงแจ่มชัดกังวานของลั่วปิงเหอแฝงพลังอันกร้าวแกร่งไว้ด้วย จังหวะนั้นเองเสียงหัวเราะเยือกเย็นแว่วมาข้างหูเขา “เมื่อกลางวันเห็นซือจุนปฏิบัติต่อกงอี๋เซียวอย่างสนิทสนมอ่อนโยน ตกดึกก็ถือโคมคอยท่าอยู่รออาจารย์อาหลิ่วจนดึกดื่น เป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจ ไฉนพอถึงตาศิษย์จึงได้ห่างเหินเช่นนี้เล่า”

เชี่ย แต่ละประโยคยิ่งรู้สึกว่าระยะห่างมันร่นเจ้ามาเป็นเท่าตัว อัตราความเร็วขนาดนี้มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลยนะเฟ้ย!

เสิ่นชิงชิวสูดลมหายใจเข้าลึก คิดว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาผู้ช่วยไว้ก่อน เปล่งเสียงตะโกนจากจุดตัวเถียนทันที “หลิ่วชิงเกอ!”

เสียงของลั่วปิงเหอเข้ามาใกล้เต็มที คราวนี้ไม่เหลือความอ่อนโยนแล้ว เหลือเพียงเสียงหัวเราะเย็นเยียบ “อาจารย์อาหลิ่วกำลังต่อสู้ติดพัน เกรงว่าไม่ว่างมาแล้ว หากซือจุนมีอะไรจะสั่ง มิสู้บอกข้าก็ได้”

ไม่บังอาจรบกวนหรอกคร้าบ

เสิ่นชิงชิวนึกรู้ทันทีว่า หลิ่วชิงเกอคงถูกลั่วปิงเหอใช้เล่ห์กลอะไรสักอย่างพัวพันเอาไว้ หมดกัน เขาจึงโคจรพลังทั้งหมดลงช่วงล่างโดยไว หวังเร่งความเร็ว

แต่เขาดันลืมไปว่ากำลังอยู่ในช่วงที่พิษไร้ยาถอนกำเริบอยู่

กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันแล้ว พริบตาเดียวเลือดทั่วกายของเสิ่นชิงชิวจับตัวแข็ง ร่างกายทรุดฮวบทันที

ครู่ต่อมาคอถูกบีบอย่างแรง หลังกระแทกกับกำแพงหินเย็นเฉียบทำเอาเจ็บสะเทือนไปถึงไขสันหลัง ในหัวเป็นเสียงดังหึ่งๆ

ลั่วปิงเหออยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว

เสิ่นชิงชิวถูกเขาเหวี่ยงใส่กำแพงด้วยมือเดียว ท้ายทอยกระแทกจนมึน ตาลายไปครู่หนึ่งกว่าจะมองเห็นชัดอีกครั้ง

ภายใต้แสงเดือนสาดส่อง ยิ่งทำให้โครงหน้าของลั่วปิงเหอดูราวกับประติมากรรมน้ำแข็ง งดงามสุดจะเปรียบ

ลั่วปิงเหอยื่นหน้าเข้ามากล่าวเนิบนาบเสียงเบา “ไม่พบกันหลายปี ได้มาพบกันอีกครั้งอย่างยากเย็น ซือจุนกลับเรียกหาแต่ผู้อื่น ศิษย์ช่างปวดใจนัก”

เขาย้ำคำว่าปวดใจไม่หยุด ทว่าในรอยยิ้มและแววตากลับแฝงรังสีสังหาร ดูยังไงก็โกหกหน้าตายชัดๆ

เสิ่นชิงชิวรู้สึกเหมือนลำคอถูกรัดด้วยห่วงเหล็ก ขยับลูกระเดือกแทบไม่ได้ อย่าว่าแต่จะพูดเลย แค่หายใจก็ลำบาก

นิ้วยังพอจะฝืนวาดท่าร่ายกระบี่ได้อยู่ แต่ตัวเขาเวลานี้พลังทิพย์ติดขัด ร่ายไปก็เท่านั้น ร่ายให้ได้มาตรฐานยังไงก็สั่งให้ซิวหย่าขยับไม่ได้

มิหนำซ้ำมือของลั่วปิงเหอยังค่อยๆกำแน่นขึ้นเรื่อยๆ

แต่แล้วเบื้องหน้าเสิ่นชิงชิวพลันสว่างวาบ กล่องข้อความขนาดยักษ์ปรากฏขึ้น

กล่องข้อความนี้แตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง เมื่อก่อนจะออกมาเหมือนข้อความเตือนของระบบ XP ตอนนี้กลับเรียบหรูดูดี…ที่สำคัญคือเนื้อหา ระบบประกาศว่า

[ต้องการรับคำแนะนะจากระบบในการคลี่คลายความลำบากเล็กๆน้อยที่ท่านกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้หรือไม่]

แกเรียกแบบนี้ว่า ‘ความลำบากเล็กๆน้อย’ เรอะ

เสิ่นชิงชาตะโกนในใจจนเสียงแหบเสียงแห้ง “เอาๆ มีอีซี่โหมดเปล่า ขออีซี่โหมดมาเลย”

ระบบ [เปิดการใช้งานเต็มอัตรา ต้องการนำไอเทมสำคัญมาใช้เพื่อช่วยชีวิตหรือไม่]

เสิ่นชิงชิวหายใจไม่ออกจนหน้าเขียวแล้ว “มีไอเทมสำคัญด้วยเรอะ ต้องใช้ค่า B เท่าไหร่ ว่ามาเลย”

ระบบ [ไอเทมอยู่ในคลังเก็บอุปกรณ์ของท่านแล้ว ต้องการใช้ไอเทม ‘จี้กวนอิมหยกปลอม’ เพื่อหักล้างค่าความโกรธของลั่วปิงเหอ 100 คะแนนไหม]

เออใช่ จี้กวนอิมหยกปลอม ของเพียงชิ้นเดียวที่แม่บุญธรรมลั่วปิงเหอเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า

ไอเทมช่วยชีวิตที่ได้มาตอนถึงโลกนี้ใหม่ๆ อุปกรณ์สวมใส่เลเวลสูง เขาลืมไปได้อย่างไร มีถ้วยทองคำใช้แท้ ๆ แต่ดันขอข้าวเขากิน ระบบ ในที่สุด นายก็รู้จักทำงานสมหน้าที่เสียทีนะ

เสิ่นชิงชิว “ใช้ๆๆ!” ลูกกระเดือกเขากำลังจะถูกบีบแตกอยู่แล้ว!

ระบบ [ขอแจ้งให้ท่านทราบก่อนว่า ไอเทมนี้สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หักล้างค่าความโกรธของลั่วปิงเหอได้สูงสุดที่ 5,000 คะแนน]

เสิ่นชิงชิวยั้งม้าหยุดที่หน้าผากะทันหัน “เดี๋ยวนะ!!!”

ลั่วปิงเหอออกอาการขนาดนี้มีค่าความโกรธแค่ 100 คะแนนเองเหรอ! ล้อเล่นเปล่า แค่ร้อยเดียวยังโหดขนาดนี้ ตอนที่ค่าความโกรธของเขาอยู่ที่ 5,000 จะเป็นยังไง ตูไม่กล้าจินตนาการแล้ว แต่ประเด็นสำคัญก็คือไอเทมที่ใช้ครั้งเดียวสลายได้ 5,000 เอามาใช้ในสถานการณ์แค่ 100 เนี่ยนะ มิหนำซ้ำจากนี้จะเอามาใช้ไม่ได้อีก!

ต่อให้ยามนี้อยู่ในช่วงแห่งความเป็นความตาย เสิ่นชิงชิวก็ยังต้องการเวลาสักนิดเพื่อให้หายปวดใจและสับสน!

ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ถ้าไม่ใช่หายใจไม่ออกตายก็ต้องคอหักตายแน่ ขณะที่เสิ่นชิงชิวกำลังจะตัดใจกัดฟันใช้ไอเทมช่วยชีวิตนั่นเอง แรงบีบที่คอก็คลายกะทันหัน

หนีก็หนีไม่รอด ก็ได้แต่เก็กต่อ เสิ่นชิงชิวเอามือยันกำแพง ฝืนยืนให้นิ่ง เพื่อไม่ให้ทรุดลงไปกองกับพื้น

ลั่วปิงเหอที่เมื่อครู่แทบบีบคอเขาให้ตาย ตอนนี้เข้ามาประคองเขาพร้อมทั้งยิ้มตาหยี ทำหน้าเหมือนกับเมื่อก่อนตอนประคองเขาขึ้นรถม้าหรือไม่ก็ตอนส่งขนมให้เขาไม่มีผิด เสิ่นชิงชิวถึงกับลืมดิ้นหนีไปชั่วขณะ รู้สึกแต่ว่ากิริยะท่าทางเหมือนคนสองบุคลิกนี้ทำเอาเขาขนลุกซู่

ลั่วปิงเหอถอนใจ “เมื่อครู่ไยซือจุนถึงต้องรีบหนีด้วย ศิษย์เกือบตามไม่ทัน”

ตามไม่ทันกะผีน่ะซิ เมื่อกี้ใครวะเพิ่งจะเล่นแมวจับหนูตามหลังกันมาติดๆแบบชิลลๆโดยไม่มีหอบสักนิด

เสิ่นชิงชิวหอบหายใจ ค่อยๆกล่าวเสียงแหบ “เจ้าขวัญกล้าไม่น้อย กลับมาอย่างเอิกเกริกเลยทีเดียว ไม่กลัวคนอื่นจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเจ้าหรือไร”

ลั่วปิงเหอนัยน์ตาเรืองวาบกล่าวว่า “ซือจุนพูดด้วยความเป็นห่วง หรือเพราะกังวลเล่าขอรับ”

เสิ่นชิงชิวรู้สึกว่า คำพูดของเขาแฝงความหมายเอาไว้ แต่คำว่า ‘เป็นห่วง’ กับ ‘กังวล’ ณ เวลานี้มันต่างกันตรงไหนรึ

เขาถามอย่างอดไม่ได้ “เจ้าไม่คิดว่าข้าจะเอาไปบอกคนอื่นหรอกหรือ”

ลั่วปิงเหอมองเขา กล่าวด้วยน้ำเสียงสมเพช “ซือจุน อย่างกับจะมีคนเชื่อท่านอย่างนั้นแหละ”

เสิ่นชิงชิวใจกระตุกวูบ

ความหมายของลั่วปิงเหอคือคิดทำเหมือนในนิยายดั้งเดิม ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียงก่อน จากนั้นก็ค่อยๆบีบหนทางของตนทีละก้าว เอาให้ตายอย่างช้าๆซินะ

เสิ่นชิงชิวในนิยายดั้งเดิมนั้น มีความเลวชาติอยู่สองอย่าง

  1. พยายามจะงาบไม่ว่าสาวน้อยสาวใหญ่
  2. เข่นฆ่าทั้งศิษย์ร่วมสำนักและที่ไม่ใช่ศิษย์ร่วมสำนัก

แต่เสิ่นชิงชิวถามตัวเอง นับจากสวมคราบนี้มา เขาไม่เคยมีความคิดจะสืบทอดความชอบและความทะเยอทะยานของเจ้าของร่างเดิมแม้แต่น้อย ลั่วปิงเหอยังสามารถทำลายสถานะเขาให้สูญสิ้นจุดยืนในสังคมได้ด้วยหรือ

ระบบ [ขอตอบอย่างฉันมิตร แน่นอนว่าได้]

เสิ่นชิงชิง “หุบปากไปเลย ไม่ต้องมาเตือนกันเรื่องนี้ก็ได้นะ ขอบใจ”

ระบบ [ไม่ต้องเกรงใจ คำตอบคราวนี้ไม่ชาร์จค่า B แต่อย่างใด]

เสิ่นชิงชิวปิดกล่องข้อความทันที

เขายืนนวดคอได้สักพักก็พบว่าลั่วปิงเหอกำลังมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่ ยังไม่มีท่ามีว่าจะลงมือต่อ

ยังมองอยู่รึ

คงไม่ใช่ว่าเพราะจากกันไปสองสามปีเลยต้องมองเสียให้คุ้มหรอกนะ

ระบบ [ค่าความฟินของพระเอกเพิ่มขึ้น 50 คะแนน]

เสิ่นชิงชิวเอ่ยว่า “พออัปเกรดแล้ว ทำไมแม้แต่เหตุผลในการบวกคะแนนก็ไม่มีแล้ว อย่ามาว่าผมโกงคะแนนตอนหลังละคน ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ค่าความฟินมันเพิ่มมาจากไหนกันนี่ แล้วก็ช่วยอย่าโผล่มาสักพักจะได้ไหม”

เสิ่นชิงชิวถามขึ้นหลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ “ที่เจ้ากลับมานี้คิดจะทำอะไรกันแน่”

ลั่วปิงเหอตอบว่า “ก็แค่คิดถึงว่าซือจุนดีต่อข้ามาก เลยกลับมาเยี่ยมเท่านั้น”

เสิ่นชิงชิวเข้าใจทันทีว่าที่เขากลับมาหาคนก็เพื่อสะสางบัญชีเก่าโดยเฉพาะนั่นเอง

เสิ่นชิงชิวถามคำตอบคำกับลั่วปิงเหอ กลับยังนับว่าสงบปรองดอง เสิ่นชิงชิวเลยค่อยๆขวัญกล้าขึ้น น้ำเสียงสงบนิ่ง ขยับนิ้วไปแตะด้ามกระบี่ “เพียงเพื่อมาฆ่าข้าหรือ เช่นนั้นสถานการณ์โรคระบาดในเมืองจินหลันมันเกิดได้อย่างไรกัน หรือชาวบ้านในเมืองก็ล้วน ‘ดีต่อเจ้า’ เช่นกัน”

นึกไม่ถึงว่าพอพูดประโยคนี้ออกมาดันไปแตะเกล็ดย้อน* ตรงไหนก็ไม่รู้ของลั่วปิงเหอเข้า ดวงดาราในตาเขาราวกับตกวูบจากฟ้าลงมาเดี๋ยวนั้น รอยยิ้มบางๆที่คล้ายมีคล้ายไม่มีเมื่อครู่หายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอยทันใด

(เกล็ดย้อน หมายถึง เรื่องที่ไม่อาจแตะต้อง)

ลั่วปิงเหอกล่าวหยัน “ซือจุนช่างเกลียดชังเผ่ามารเสียจริงๆ” ในน้ำเสียงมีร่องรอยของโทสะที่พยายามฝืนข่มอยู่ด้วย

ไม่จริงสักหน่อย

ลั่วปิงเหอกัดฟันกรอด “ไม่ซิ ต้องบอกว่าเกลียดชังข้าอย่างลึกซึ้งถึงจะถูก”

ดูซิ นายก็เข้าใจนี่ เหอๆๆ เสิ่นชิงชิวพูดไม่ออก แต่ฉันไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยนะ

จู่ๆลั่วปิงเหอเดินเข้ามาก้าวหนึ่ง เสิ่นชิงชิวมีสีหน้าหวาดระแวงขึ้นมาทันที ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ข้างหลังเป็นกำแพง ถอยต่อไม่ได้แล้ว

สายตาของทั้งสองปะทะกัน ลั่วปิงเหอรู้สึกว่าตนเองเสียการควบคุมตัวมากเกินไปจึงหลับตาครู่หนึ่ง แล้วค่อยลืมตาขึ้น

“ซือจุนมิใช่รู้สึกเช่นนั้นจริงๆหรอกหรือ เรื่องอย่างฆ่าคน วางเพลิง ทำลายชาติ เพียงเพราะเลือดครึ่งหนึ่งในกายข้า ไม่ช้าก็เร็วย่อมจะทำเรื่องเหล่านั้นแน่นอนใช่หรือไม่”

เสิ่นชิงชิวได้แต่อยู่ให้เงียบเข้าไว้

หากมี ‘เทพมารอหังการ’ สักเล่มในมือก็คงเอาหนังสือฟาดหน้าเขาไปแล้ว

หรือใครมีค้อนก็ส่งค้อนมาหน่อย! หนังสือความยาม 20 ล้านตัวอักษรเต็ม เอามาใช้เป็นค้อนที่ตนต้องการได้เลย ไม่ใช่แค่ฆ่าคน วางเพลิง ทำลายชาติหรอกนะ การลงมือของลั่วปิงเหอเอาคำว่า ‘หมาไก่ไม่เหลือ’ มาบรรยายก็ยังไม่สาสม…

ลั่วปิงเหอเห็นเสิ่นชิงชิวหลุบตาเก็บงำสีหน้า ไม่กล่าวคำพูดเท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยาย จึงหัวเราะหยัน “ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดตอนนั้นถึงได้บอกข้าว่าอย่าได้ให้ความสำคัญกับเรื่องเผ่าพันธุ์ ไยถึงกล่าวถ้อยคำอันสวยหรูว่าในโลกนี้ไม่มีเรื่องใดที่สวรรค์ไม่อาจอภัย”

สีหน้าเขาหม่นวูบลงไปโดยพลัน หว่างคิ้วเกิดไอสังหารขึ้น ฟาดมือออกมาพร้อมตวาดลั่น “เสแสร้งจอมปลอมเป็นที่สุด”

เสิ่นชิงชิวเตรียมระวังอยู่ก่อนแล้ว รีบถอยหลังกรูดจึงรอดพ้นอันตรายมาได้ พอเหลียวไปมองก็พบว่ากำแพงที่พิงอยู่เมื่อครู่ทลายลงมากองหย่อมหนึ่งเลยทีเดียว

แม้จะรู้อยู่ก่อนแล้ว พอออกมาจากสถานที่อย่างห้วงอเวจี นิสัยของลั่วปิงเหอจะเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนแปลงไปถึงขึ้นพลิกฟ้าพลิกดินขนาดนี้ บอกว่าเจ้าอารมณ์ยังเบาไปด้วยซ้ำ

รู้จากนิยายก็เรื่องหนึ่ง แต่พอเห็นคนที่เคยสนิทด้วยแปรเปลี่ยนไปขนาดนี้กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นสิ่งที่เขาทำให้เกิดขึ้นเอง

ลั่วปิงเหอคล้ายไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีเขาจริงๆ หลังจากฟาดฝ่ามือระบายโทสะไปครั้งหนึ่ง ความโกรธก็คลายลงไปบ้าง เบือนหน้ามาเล็กน้อยยื่นมือมาเหมือนจะเข้ามาคว้าตัวเขา

เสิ่นชิงชิวรีบชักกระบี่ออกมาเดี๋ยวนั้น เขาไม่ได้ใช้มือจับกระบี่นานแล้ว ก่อนหน้านี้โดยมากจะใช้คาถาวาดนิ้วร่ายกระบี่ ตอนนี้เขาไม่มีพลังทิพย์เหลือ เลยได้แต่ใช้กำลังกายแทน ทำไงได้ ยังไงเขาก็ไม่ยอมงอมืองอเท้าหรอก อย่างน้อยในเวลานี้เขาก็ไม่สามารถนั่งรอความตายโดยไม่ทำอะไรเลย

นี่เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เดิมทีเข้าใจว่าลั่วปิงเหอต้องฝึกถึง 5 ปี จึงจะออกมาจากห้วงอเวจีได้ ใครจะไปรู้ว่าดัชนีทองคำของอีกฝ่ายร้ายกาจยิ่งกว่าในนิยายดั้งเดิมเสียอีก ออกมาเร็วก่อนกำหนดเท่าตัว ลองนับเวลาดูแล้ว หญ้าน้ำค้างแก่นสุริยันจันทราที่เสิ่นชิงชิวเลี้ยงไว้หมายเอาเป็นไม้ตายช่วยชีวิตยังโตไม่ทันใช้งานเลยด้วยซ้ำ

ลั่วปิงเหอเห็นเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นช้าๆ ทำให้เสิ่นชิงชิวเห็นปราณมารที่ลอยตลบระหว่างฝ่ามือชัดเจน เขากล่าวอย่างไม่รีบร้อน “ซือจุน ท่านลองเดาดูซิ ซิวหย่าถูกข้าจับกี่ครั้งถึงจะกร่อนไม่เหลือ”

ไม่ต้องเดาแล้ว ฉันพนัน 5 เหมา* เลยละกันว่าอย่างมากก็ครั้งเดียว เสิ่นชิงชิวนึกสลดอยู่ในใจ

(เหมา คือ หน่วยเงินในระบบเงินเหมินปี้ของจีน 10 เหมา = 1 หยวน)

ลั่วปิงเหอเข้ามาใกล้อีกก้าว

เสิ่นชิงชิวเลยจำต้องเอากระบี่เข้าต้าน เขาเตรียมใจแทงบัญชีโละซิวหย่าแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ ลั่วปิงเหอเหมือนจะเห็นอะไรบางอย่างซึ่งทำให้ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ปราณมารบนฝ่ามือสลายตัวทันที แล้วใช้มือเปล่าจับปลายกระบี่เต็มมือ

เสิ่นชิงชิวไม่ได้คิดจะแทงเขาจริงๆ 2 ครั้งแล้วนะนี่ ชั่วขณะที่นิ่งงัน ลั่วปิงเหอฉวยจังหวะนี้เอาสันมือฟันข้อมืออีกฝ่าย เสิ่นชิงชิวเจ็บจนปล่อยมือ กระบี่ที่ร่วงลงพื้นถูกเขาปัดกระเด็นในชั่วพริบตา

ลั่วปิงเหอใช้มือข้างหนึ่งจับแขนเสิ่นชิงชิวเอาไว้แน่น เลือดจากฝ่ามือเขาไหลอาบแขนเสื้อเสิ่นชิงชิวจนชุ่มโชก

เลือดไหลแล้วอ่า! เลือดไหลแล้วอ่า!

เสิ่นชิงชิวแตกตื่นจนประสาทกินไปแล้ว ขณะกำลังทำอะไรไม่ถูก ลั่วปิงเหอก็จับมือเขาพลิกขึ้นดู “ติดเชื้อหรือ”

บนแขนของเสิ่นชิงชิวมีผื่นแดงขึ้นเป็นจุดๆ เพิ่มจำนวนขึ้นมาจากเมื่อตอนกลางวันเล็กน้อย

นิ้วเรียวยาวของลั่วปิงเหอปัดผ่านแทบไม่รู้สึก ผื่นแดงเหล่านั้นก็หายไปราวกับหมึกที่กระจายตัวในน้ำ

แน่นอนว่าสำหรับลั่วปิงเหอแล้ว ของเล็กน้อยแค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก

สีหน้าลั่วปิงเหอดูจะผ่อนคลายขึ้น กล่าวว่า “มือข้างนี้ของซือจุนเคราะห์ร้ายไม่หยุดจริงๆ”

Categories:
siripak

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 243
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 242
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 241
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: