Scumbag System 24

0 Comments

ตอนที่ 24

เสิ่นชิงชิวถอนใจ กระซิบที่ริมหูเขาเก้าพยางค์

ซั่งชิงหัวทำหน้าสยองเมื่อได้ยิน แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็มองเสิ่นชิงชิวด้วยสายตามีความหมาย

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “มองฉันแบบนั้นทำไม”

“ไม่มีอะไร” ซั่งชิงหัวกล่าวว่า “ผมคิดมานานแล้วว่าหวงกวาซยง* เป็นนักอ่านที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของผม แต่ไม่ชอบใช้วิธีปกติมาแสดงความรู้สึก ฉากที่ผมเขียนเสร็จก็ลืมไปแล้ว คุณอุตส่าห์ไปขุดมาได้ ผมซึ้งจริงๆ”

(ซยง เป็นคำเรียกผู้ที่นับถือเป็นพี่น้อง หรือสหายคอเดียวกัน หวงกวาซยง แปลว่า พี่แตงกวา จากนี้ไปซั่งชิงหัวจะเรียกว่า กวาซยง แปลว่า พี่แตง)

“…” เสิ่นชิงชิว “พรุ่งนี้นายลงเขาไปกับฉัน ไปที่ๆต้นไม้นี้มันงอกสักเที่ยวแล้วกัน”

ซั่งชิงหัวกล่าวว่า “พรุ่งนี้? นี่มัน…ไม่กะทันหันไปหน่อยรึ”

เขากล่าวตะกุกตะกัก “ความจริงผม…จำไม่ได้แล้วว่าลักษณะหน้าตากับตำแหน่งที่แน่นอนของมันเป็นยังไง นิยายทั้งเรื่องเกือบ 20 ล้านตัวอักษรเชียวนะ เขียนถึงมันไว้แค่ย่อหน้าเดียวเอง ให้เวลาผมหน่อย คิดออกแล้วจะมาบอก”

เสิ่นชิงชิวประชดให้ “รอจนลั่วปิงเหอกลับมา โม่เป่ยจวินถูกเขาสยบ ถึงตอนนั้นคนหนึ่งฆ่าฉัน คนหนึ่งฆ่านาย แล้วนายค่อยคิดออกก็ไม่สาย”

ซั่งชิงหัวรับรองว่า “…ได้ พรุ่งนี้ผมต้องคิดออกแน่”

ถึงอย่างไรเรื่องหยุมหยิมอย่างจัดสรรห้องพักหรือเครื่องแบบสำหรับศิษย์ใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องให้เจ้ายอดเขาอันติ้งเฟิงไปทำเองอยู่แล้ว

ซั่งชิงหัวกลับไปเค้นสมองคิดอย่างกลัดกลุ้มหนึ่งคืน ในหัวปั่นป่วนพลุ่งพล่านไม่หยุด จนเมื่อแสงระยิบระยับของอรุณรุ่งใกล้จะปรากฎ เขาก็คิดออก กาจุดหนึ่งลงไปบนแผนที่ได้

พอเสิ่นชิงชิวเห็นแผนที่ก็ตบโต๊ะ หิ้วคอเขาออกเดินทางทันที กินดื่มระหว่างทางบ้าง เที่ยวเล่นระหว่างทางบ้าง ท่องกระบี่บ้าง นั่งรถม้าบ้าง ความจริงน่าจะเป็นการเดินทางที่แสนจะสำราญใจไม่น้อย

แต่จุดที่ไม่สำราญใจนิดหน่อยคือ ซั่งชิงหัวนั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับ ถอนใจพลางคร่ำครวญ

เขาถาม “ทำไมค่ากินดื่มและที่พัก คนจ่ายเงินถึงเป็นผมหมดเลยล่ะ ทำไมเวลานั่งรถม้า คนขับก็ยังเป็นผมอีก”

เสิ่นชิงชิวตอบมาจากในตัวรถ “ไม่ละอายซะบ้างเลย เงินก็เงินกองกลางที่ศิษย์พี่เจ้าสำนักให้มา นายแค่ควักออกจากถุงข้างเอวเท่านั้นเอง”

นึกถึงตอนจะออกเดินทาง คำพูดที่เยวี่ยชิงหยวนกำชับไว้ทำเอาซั่งชิงหัวระทม

อะไรคือ ‘ศิษย์น้องซั่ง ระหว่างเดินทางขอฝากฝังชิงชิวไว้กับเจ้าแล้ว ร่างกายเขาได้รับพิษ หวังว่าเจ้าจะคอยดูแลเขาให้ดีๆ’

ในฐานะนักเขียน เซี่ยงเทียนต่าเฟยจีพยายามดำเนินบทซั่งชิงหัวให้ออกมาเป็นตัวละครสารเลวสมบูรณ์แบบ ในที่สุดเขาก็ซาบซึ้งถึงความเจ็บปวดของตัวละครนี้ด้วยตัวเองแล้ว

งานธุรการช่างไร้อนาคตเสียจริง ใครก็เห็นเขาเป็นแม่บ้าน มิน่าซั่งชิงหัวของเดิมถึงคิดอยากเลื่อนตำแหน่งโดยไม่เลือกวิธีการ เข้าใจได้แจ่มแจ้งเกินไปแล้ว!

ซั่งชิงหัวกล่าวว่า “คุณก็มีมือมีเท้า ทำไมไม่ทำเองเล่า ฉิบหายแล้ว!”

เสิ่นชิงชิวรู้สึกว่าอยู่ๆ รถม้าก็พุ่งไปข้างหน้า เหมือนซั่งชิงหัวดึงบังเหียนกะทันหัน จึงเลิกม่านรถ ตั้งท่าเตรียมระวัง “เกิดอะไรขึ้น”

รถม้ากำลังแล่นผ่านป่าหนาทึบแห่งหนึ่ง

รอบด้านล้วนเป็นต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ใบไม้ร่วงเกลื่อนกลาดแสงแดดถูกกิ่งใบหนาทึบบดบังเอาไว้ ตามพื้นกระทั่งแสงเล็กๆน้อยๆยังแทบมองไม่เห็น

เสิ่นชิงชิวไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ แต่ยังไม่คลายการระวังป้องกัน “แหกปากร้องทำบ้าอะไร”

ซั่งชิงหัวหวาดกลัวจนลนลาน “เมื่อกี้ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอยู่บนพื้นคลานผ่านไปไวมากเหมือนงูเลย! ถ้ารถม้าจอดไม่ทันก็ทับไปแล้ว!”

ฟังแล้วแปลก เสิ่นชิงชิวกล่าว “แบบนั้นสมควรแหกปากร้องจริงๆนั่นแหละ”

ในป่าเงียบสงบ เวลานี้ยังไม่เห็นอะไรผิดปกติ เสิ่นชิงชิวไม่กล้าวางใจ ไม่เข้าไปนั่งในรถ แต่ออกมานั่งกับซั่งชิงหัวตรงที่นั่งคนขับ มือหนึ่งร่ายวิชาสั่งการกระบี่ ลอบสังเกตการณ์ อีกมือหนึ่งคว้าเม็ดกวยจี๊ในถุงของว่างออกมากำหนึ่งยัดใส่มือซั่งชิงหัว “เด็กดี เอาเม็ดกวยจี๊ไปแทะเล่นไป”

ใช้ให้ซั่งชิงหัวนั้นทำงานสัพเพเหระยังพอได้ แต่ใช้ให้ไปปราบผี ปราบปีศาจนั้นคงไม่มีประโยชน์ เขาก็รู้ดีว่าตัวเองอยู่ระดับไหน จึงรับเม็ดกวยจี๊ไปนั่งขบแต่โดยดี รถม้าเคลื่อนไปหนึ่งจังหวะ เขาขบไปหนึ่งเม็ด หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป พวกเขาจึงพบปัญหาใหญ่เข้าเรื่องหนึ่ง

ทั้งสองคนสบตากันเงียบๆ มองถนนสายเปลือกเม็ดกวยจี๊ที่ดูคุ้นตาสายนี้

ซั่งชิงหัวกล่าวว่า “อืม ไม่ต้องสงสัย เม็ดกวยจี๊กระดูกมังกรหอมของเชียนเฉ่าเฟิงแห่งชางฉยงซาน เปลือกนอกแดงสดใสเป็นมันวาว เปลือกด้านในเป็นสีเหลืองทอง นี่เป็นแถวของเปลือกเม็ดกวยจี๊ที่ผมเพิ่งแทะไปแน่นอน”

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “รู้น่าว่าเร่ขายเม็ดกวยจี๊เป็นงานอีกอย่างของอันติ้งเฟิง พอเหอะ”

นั่นปะไร ปัญหามาละ พวกเขาวกกลับมาที่เดิมได้อย่างไร

ทั้งสองคนมองหน้ากันอ้ำอึ้ง

ผีบังตา ฉากสุดคลาสสิกที่แทบทุกเรื่องต้องมี

ซั่งชิงหัวคิดถึงวิธีการพื้นบ้านขึ้นมา “หรือจะลองใช้ฉี่เด็ก*รดตาม้าดู”

(ปัสสาวะเด็ก ชาวจีนเชื่อกันว่ามีสรรพคุณเป็นยา เด็กในที่นี้คือ ต้องเป็นเด็กพรหมจรรย์ที่อายุต่ำกว่าสิบขวบเท่านั้น)

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “ม้ามันก็มีศักดิ์ศรีนะ จะเอาของสกปรกไปใส่ตามันทำไม อีกทั้งกลางป่ากลางเขาแบบนี้ นายจะไปหาฉี่เด็กมาจากไหน”

พอพูดประโยคนี้ออกไป เสิ่นชิงชิวก็พบว่าซั่งชิงหัวกำลังมองเขาตาแป๋ว

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “มองฉันแบบนั้นทำไม ฉันตัวจริงน่ะนะ…อย่าเพิ่งไปพูดถึงเลย ส่วนคาแรคเตอร์เดิมของเสิ่นชิงชิว นายเป็นคนเขียนเอง เปลือกนอกสูงส่งบริสุทธิ์ เนื้อในมั่วโลกีย์ ไฟราคะสุมตัวทั้งวัน วัยรุ่นลอบคบชู้ วัยหนุ่มเที่ยวซ่อง นายว่าตอนนี้ร่างกายฉันยังจะบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่หรือ แล้วไม่ต้องคิดหวังเอาจากตัวนายด้วย ตัวละครซั่งชิงหัวก็เขียนออกมาแทบไม่ต่างกันหรอก”

เสิ่นชิงชิวนิ่วหน้าคิด ทันใดนั้นก็เอามือตบขาฉาด เขาหมุนกายเข้าไปในรถม้า แต่ได้ยินเสียงซั่งชิงหัวแหกปากร้องโหยหวนอีกครั้ง เสิ่นชิงชิวถือของที่ต้องการหาเจอแล้ว มุดหัวออกมาตะโกนถาม “มีอะไร”

ซั่งชิงหัวตกใจกลัวเสียจนพูดรัวเว้นวรรคไม่ทัน “ตอนคุณเข้าไปในรถ ผมรู้สึกว่ามีตัวอะไรเป็นขนๆมาไซร้คอ พอเงยหน้าดูก็เห็นผมยาวๆด้านหลังมีใบหน้าขาวโพลนแต่มองเห็นไม่ชัดเชี่ยๆๆๆ!”

เสิ่นชิงชิวเงยหน้าขึ้น ย่อมมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เขานั่งลงกางแผนที่ในมือออก เลิกคิ้วกล่าว “ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร มันก็แสนรู้มาก”

“แน่ใจได้ยังไง”

“มันรู้จักเลือกบีบลูกพลับนิ่ม ขู่แต่คนที่กลัวมัน” ว่าแล้วตบบ่าเขาเบาๆ “จะน่ากลัวยังไงก็เป็นสิ่งที่นายเขียนขึ้นมาเองทั้งนั้น กลัวทำไม”

ซั่งชิงหัวกล่าวว่า “ผมไม่ยักจำได้ว่าเขียน…กวาซยง คุณดูแผนที่อยู่เหรือ ดูให้ดี นี่เป็นแผนที่ของแผ่นดินใหญ่ แผ่นดินใหญ่ทั้งหมดวาดไว้บนแผนที่นี้ ป่าน้ำค้างขาวต่อให้มาร์กลงไปก็เป็นแค่จุดเล็กๆจุดหนึ่งเท่านั้น”

เสิ่นชิงชิวชี้ด้านล่างของแผนที่ “นายดูเอาเอง ตรงตำแหน่งนี้ ชางฉยงซาน วัดเจาหัวอยู่ทางตะวันออก อารามเทียนอีอยู่ตรงกลาง และทางใต้คือถิ่นของวังฮ่วนฮวา จุดที่เป็นป่าน้ำค้างขาวอยู่ตรงชายแดนที่เห็นเป็นเส้นหมึกรางๆ ของวังฮ่วนฮวา”

ซั่งชิงหัวมองเห็นแสงสว่างโดยพลัน “วังฮ่วนฮวารวบป่าน้ำค้างขาวเข้ามาอยู่ในเขตอิทธิพลของตัวเองแล้วเหรอ ที่แท้พวกเราไม่ได้เจอผีบังตา แต่เข้ามาในค่ายกลรักษาวังของพวกเขาน่ะเอง”

แต่ละสำนักใหญ่ล้วนมีค่ายกลคาถาของตนเองเพื่อป้องกันคนนอกเข้ามาก่อกวน ตัวอย่างเช่นบันไดสวรรค์ของชางฉยงซาน หากเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปที่ไม่รู้วิธี ปีนบันไดหนึ่งหมื่นสามพันขั้นให้ตายก็ไม่มีวันขึ้นถึงยอดเขาได้ ต้องรอให้ศิษย์ที่เป็นเวรยามเฝ้าทางส่งพวกเขาขึ้นไป

วันนี้หากมาติดอยู่ที่นี่แล้วไม่มีคนนำทาง เกรงว่าได้แต่วนอยู่กับที่แล้ว

เสิ่นชิงชิวเคาะประตู “ระบบอยู่เปล่า”

เว้นจังหวะอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่มีเสียงตอบ เขาเคาะอีก “ไหนบอกบริการตลอด 24 ชั่วโมงไง ไม่ออกมาจะให้คะแนนแย่นะ”

ระบบ [สวัสดี ระบบเข้าโหมดพักผ่อนอยู่ ตอนนี้สมาร์ทยูนิตรักษาการแทน หากประสงค์สิ่งใด โปรดบริการตนเอง]

พักผ่อน? เสิ่นชิงชิวแทบหงายหลัง

จะว่าไปหลายวันมานี้ระบบไม่ได้โผล่มาคำนวณค่า B หรือค่าตัวเลขแปลกพิสดารพันลึกให้เขาจริงๆนั่นแหละ

สมาร์ทยูนิต [‘ลั่วปิงเหอ’ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของระบบถูกตัดขาด ระบบกำลังอยู่ระหว่างการอัปเดตสำรองข้อมูล เมื่อเชื่อมต่อได้ ระบบจะทำงานอีกครั้ง หวังว่าท่านจะได้รับความเพลิดเพลินระหว่างบริการตนเอง ขอขอบพระคุณ]

ขนาดที่ใช้งานในปัจจุบันยังล่อซะเจ็บไข่ขนาดนี้ พอเวอร์ชั่นใหม่มา ไข่ไม่แตกเลยเรอะ———แต่ประเด็นสำคัญคือ ‘ลั่วปิงเหอ’ ดันเป็นแหล่งพลังงานหลักนี่ซิ เชี่ย!

เสิ่นชิงชิวยังอยากถามต่อ แต่พบว่าคำตอบของตัวแทนรักษาการก็คือสองประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา

สมาร์ทยูนิตรักษาการบ้าบอคอแตก แบบนี้มันต่างอะไรกับข้อความอัตโนมัติของ QQ* ล่ะ แล้วยังจะหน้าไม่อายใส่คำว่า ‘สมาร์ท’ ลงไปอีก

(QQ คือ แอพพลิเคชั่น instant message ที่นิยมในจีน คล้ายๆ msn)

เสิ่นชิงชิวตบไหล่ซั่งชิงหัว “ลองเรียกระบบของนายดูที ดูซิว่าจะติดต่อได้เปล่า”

ซั่งชิงหัวหลับตา ผ่านไปครู่หนึ่ง “มันบอกว่าอยู่ระหว่างซ่อมบำรุง”

ที่แท้ลั่วปิงเหอไม่ได้เป็นแค่แหล่งพลังงานหลักของระบบเท่านั้น เพราะพอเขาออฟไลน์ ระบบทั้งหมดก็เป็นอัมพาตไปเลย

เรื่องนี้หากจะบอกว่าเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรขนาดนั้น แค่ระหว่างที่ลั่วปิงเหอฝึกวิชาเก็บเลเวลอยู่ในห้วงอเวจีจึงไม่สามารถปรับค่า B ได้ คิดๆแล้วแบบนี้ดีเหมือนกัน ไม่ปรับก็ย่อมไม่ลด เท่ากับทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ!

ขณะที่เสิ่นชิงชิงกำลังปลุกปลอบตนเองอยู่ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าที่พุ่มไม้ด้านข้างมีเสียงสวบสาบ เขาดีดนิ้วเสียงดังก้อง ตวาดว่า “ออกมา!”

ซิวหย่าที่ห้อยอยู่ข้างเอวดีดออกจากฝัก แล้วเหินตวัดฟาดฟันทันทีตามท่าที่เสิ่นชิงชิววาดมือสั่งการ จนใจที่สิ่งนั้นผลุบหายเข้าไปในพุ่มไม้อย่างรวดเร็วราวกับปลามุดโคลน แทงร้อยครั้งไม่มีเข้า

จู่ๆเบื้องหน้าเสิ่นชิงชิวเกิดแสงสว่างจ้าบาดตาขึ้นวูบหนึ่ง เจ้าสิ่งนั้นกรีดร้องเสียงแหลมสูง ถอยพรวดไปข้างหลังหลายจั้ง

พุ่มไม้ถูกฟันกระจุยกระจายบดบังอะไรไว้ไม่ได้ เจ้าสิ่งนั้นหนีไปแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆอีก

เมื่อกี้นี้เสิ่นชิงชิวไม่ได้ปล่อยกระบวนท่าร้ายแรงออกไปเสียหน่อย ดูท่าว่าเป็นแสงสะท้อนของแดดเพียงชั่วแวบเท่านั้นเอง

ซั่งชิงหัวชะโงกศีรษะมา “มันกลัวแสงหรือ เชี่ย เป็นผีผู้หญิงจริงด้วย! ผมไม่เคยเขียนนะ ไม่เคยเขียนแน่นอน!”

ขณะที่พวกเขาสองคนกำลังถกเถียงกันอยู่ เกิดมีเสียงฝีเท้าเบามากดังขึ้น

คนผู้นี้ท่าทางเป็นเยี่ยม หากเปลี่ยนเป็นผู้มีพลังฝึกปรือตื้นเขิน คงไม่มีทางรู้สึกได้เลยว่ามีคนเข้ามาใกล้ จากนั้นหนุ่มน้อยชุดขาวผู้หนึ่งจึงเดินออกมาจากป่าทึบ

หนุ่มน้อยผู้นี้ความจริงชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว สีหน้าระแวดระวังแต่พอเห็นผู้ที่มาอย่างชัดเจน สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นประหลาดใจ รีบเก็บกระบี่ แสดงความเคารพทันที

“ผู้เยาว์รู้สึกว่ารอบๆเขตอาคมปั่นป่วนผิดปกติจึงรีบรุดมา ไม่ทราบว่าเสิ่นเซียนซือและซั่งเซียนซืออยู่ที่นี่ ขออภัยที่มิได้รีบออกมาต้อนรับเสียแต่เนิ่นๆขอรับ”

เสิ่นชิงชิวมองใบหน้าหล่อเหลานั่น รู้สึกไม่คุ้นตาเท่าไร จึงถามอย่างเกรงใจ “จอมยุทธ์น้อยคือ?”

หนุ่มน้อยผู้นั้นขาเซวูบ

ซั่งชิงหัวกระซิบข้างหูเขา “ไม่ไว้หน้าคนอื่นเกินไปแล้ว เขาคือกงอี๋เซียวไงเล่า”

กงอี๋เซียวทำหน้าอึดอัดเล็กน้อย

ถึงเขาจะถูกลั่วปิงเหอเตะลงจากอันดับหนึ่งบนทะเบียนทอง แต่อย่างน้อยก็ได้อันดับสองเชียวนะ สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งก่อนหน้ามีหลายคนคาดว่าเขาจะได้อันดับหนึ่ง เวลาปกติก็จะคอยติดตามกงจู่เฒ่าไปเยี่ยมเยียนสำนักต่างๆอยู่เป็นนิจ แต่เสิ่นชิงชิวกลับจำเขาไม่ได้ ช่างเหนือความคาดหมายเสียจริง

เสิ่นชิงชิวกล่าวชมเชย “อายุยังน้อยก็เป็นจอมยุทธ์แล้ว”

กงอี๋เซียวกล่าวว่า “มิกล้า” เจ้ายอดเขาทั้งสองท่านมาถึงถิ่นวังฮ่วนฮวาเหตุใดจึงไม่แจ้งมาก่อนขอรับ ต้อนรับผู้อาวุโสบกพร่อง ข้าไม่สบายใจเอาเสียเลย”

พวกเขาถือเอาป่าน้ำค้างขาวเป็นถิ่นของตัวเองไปแล้ว ในฐานะศิษย์กินเงินเดือนที่สำนักภาคภูมิใจ จำต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่าการที่ระดับเจ้ายอดเขาของชางฉยงซานถึงสองคน โผล่มาอย่างลับๆล่อๆในถิ่นของพวกเขา ตกลงแล้วมีเจตนาใดกันแน่

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “หาได้มีเจตนาจะมาเยือนวังฮ่วนฮวาไม่ เพียงจะมาทำธุระในป่าน้ำค้างขาวเท่านั้น”

เสิ่นชิงชิวบอกไปเสียเลยว่ามาทำธุระ แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไรเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการจะพูดมากความ ว่ากันตามจริงกงอี๋เซียงก็ไม่ควรซักถามตามใจชอบ อย่างไรเสียผู้เยาว์มาเที่ยวซักถามที่มาที่ไปของผู้อาวุโสนั้นไม่เหมาะสมเท่าไร หลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่กงอี๋เซียวยังคงกล่าวว่า “แม้ไม่ทราบว่าธุระที่ผู้อาวุโสสองท่านมาทำคืออะไร ผู้เยาว์ไร้สามารถ บังอาจขอติดตามไปด้วยเพื่อช่วยเหลือขอรับ”

เสิ่นชิงชิวปั้นหน้ายิ้มยาก กล่าวงึมงำกับเพื่อนร่วมทีมโดยริมฝีปากแทบไม่ขยับ “ตอนนี้ถ้าปฏิเสธไม่ให้เขาไปด้วย เดี๋ยวอีกครู่ที่จะมาหาพวกเราคงไม่ได้มีแค่คนเดียวแล้ว พาเขาไปด้วยดีกว่า อย่างน้อยๆก็ช่วยต่อยตีได้”

ซั่งชิงหัวที่ช่วยต่อยตีไม่ได้กล่าวงึมงำ “หากเขาไม่ยอมให้พวกเราเอาหญ้าน้ำค้างแก่นสุริยันจันทราไปล่ะจะทำไง ของที่ขึ้นในสนามบ้านฉันก็ถือว่าเป็นสมบัติบ้านฉัน ของที่ขึ้นบนรั้วบ้านฉันก็ถือว่าเป็นสมบัติบ้านฉันอีกเหมือนกัน อย่าบอกนะว่าผมไม่เคยบอกคุณเรื่องตรรกะของวังฮ่วนฮวาน่ะ”

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “โง่รึไง พอถึงเวลาก็เอาของแล้วชิ่งซิ เขายังจะมีปัญญาแย่งชิงไปได้รึไง ต่อให้กลับไปฟ้องอาจารย์ ป่านนั้นพวกเราก็สะบัดตูดไปไหนต่อไหนแล้ว ยังจะอยู่รอให้เขามาจับตัวเหรอ”

ซั่งชิงหัวถามว่า “หากสองสำนักต้องกลายเป็นศํตรูกันจะทำไง”

“เอาชีวิตตัวเองให้รอดกับความสัมพันธ์ทางการทูต นายเลือกเอา”

ซั่งชิงหัวตอบอย่างไม่ลังเล “พาเขาไปด้วยแล้วกน”

เสิ่นชิงชิวเงยหน้า กล่าวกับกงอี๋เซียวอย่างตัดสินใจได้ “ไปกันเถอะ”

ดังนั้นงานจับกังอย่างขับรถม้าจึงตกเป็นของผู้เยาว์

เขาถือบังเหียนพลางซักถามอย่างใคร่รู้ “ผู้อาวุโสเสิ่น ผู้เยาว์ยังมีเรื่องไม่เข้าใจขอรับ”

เสิ่นชิงชิวเอ่ยว่า “เชิญกล่าว”

กงอี๋เซียงเอ่ยข้อสงสัย “ด้วยระดับพลังฝึกปรือของผู้อาวุโส การจะฝ่าทำลายค่ายกลคาถา ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเลย อีกทั้งสามารถกระทำได้ถึงขั้นเทพไม่รู้ผีไม่เห็น เหตุใดจึงทำให้เกิดการปั่นป่วนของพลังทิพย์รุนแรงถึงขึ้นนี้เล่าขอรับ”

เสิ่นชิงชิวกล่าวว่า “ความปั่นป่วนระลอกนั้นหาใช่เป็นผลมาจากการฝ่าค่ายกลคาถา หากแต่เกิดจากการโจมตีของสัตว์ประหลาดเผ่ามารตนหนึ่ง”

Categories:
Siripak Rattanamane

Leave a Reply

Related Posts

ป้องกัน: Queen revenge Chapter 215
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 214
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
ป้องกัน: Queen revenge Chapter 213
ไม่มีคำเกริ่นนำเพราะว่านี่เป็นเรื่องที่ถูกป้องกัน
error: Alert: Content is protected !!
%d bloggers like this: